Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 3 : MAN : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ม.ค. 57

 




2


คนหลายๆคนอยากมีความรัก เพราะทุกคนเชื่อว่ามันจะทำให้คุณปริ่ม มีความสุข หัวใจเต้น แต่มันไม่ใช่สำหรับผม

ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่ร่วงโรย



ผมไม่อยากยึดติดกับมัน



เพราะยิ่งยึดติด เมื่อเวลาเสียมันไปมันก็ยิ่งทำให้คุณเจ็บปวด ยึดติดมากก็จะเจ็บปวดมากแบบแปรผันตาม


ถ้าถามผมว่าผมเป็นเพลย์บอยงั้นหรอ

ผมก็ไม่รู้สิ ผมยังไงก็ได้แค่เพียงได้สนองความต้องการของตัวเอง แม้จะถูกกล่าวหาว่าซาตานไร้หัวใจก็ตาม แต่ก็นะ ผมมันไร้หัวใจตั้งแต่ คนคนนั้นทำกับผมอย่างกับผมไม่มีค่าอะไรเลย

ถ้าถามว่าเจ็บหรือเปล่า

คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันไม่เจ็บ แต่ผมก็ขอไม่เรียกร้องความสนใจของคนรอบข้างให้มานั่งใส่ใจหรือสงสารผม เมื่อก่อนผมอยู่คนเดียวได้ แล้วทำไมผมจะกลับมาอยู่ในสภาพเดิมแบบที่ผมเคยเป็นไม่ได้ล่ะ

 


 

ถ้อยคำที่เสียดแทงนั่น

“เราเลิกกันเถอะ ฉันยังลืมเขาไม่ได้”

 





 

เขาคงคิดว่าที่ผมแสดงท่าทีเรียบนิ่งเหมือนไม่ได้ยินอะไรกับรอยยิ้มที่ส่งกลับไป พร้อมกับประโยคที่สมองสั่งให้ผมพูดว่า

“ไปเถอะ”

มันจะแปลว่าผมไม่เจ็บ

ผิดแล้วล่ะ

เมื่อเขาเดินจากไป ผมแทบล้มทั้งยืน แต่ละก้าวที่เขาเดินออกไปเหมือนกำลังเหยียบย่ำหัวใจผมจนไม่เหลือชิ้นดี มันเจ็บราวกับขาดใจ

 




 

คุณเคยรู้สึกแบบว่าเจ็บที่หน้าอกข้างซ้ายหรือเปล่า ทั้งๆที่คุณก็ไม่ได้เป็นโรคหัวใจอะไร ร่างกายแข็งแรงทุกประการ ตอนแรกผมก็คิดว่าผมอาจจะไม่สบายแบบฉับพลัน ผมจึงไม่หาหมอ เล่าถึงอาการต่างๆให้หมอฟัง แล้วหมอก็หัวเราะ


ผมไม่สบายแล้วทำไมต้องหัวเราะผมด้วย นี่ถ้าเป็นคนรู้จักกันผมได้สอยคางไปหนึ่งยกแน่ แต่นี่มันหมอ ผมเลยได้แต่แค้นอยู่ในใจ



วันนั้นหมอได้ให้ยามา 1 ซอง แต่ก็ไม่ได้บอกผมหรอกว่าเป็นยาอะไร

 




 

วันต่อมาผมไปหาเพื่อนพี่ที่เป็นหมอ เล่าอาการต่างๆให้เป็นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้หัวเราะเหมือนหมอคนก่อน มันกลับยิ้มบางๆแล้วก็ตบไหล่ผมเบาๆ

“แกไม่ได้เป็นอะไรหรอก มันเป็นแค่สภาวะทางจิตใจที่ส่งผลต่อร่างกาย ไอ้ความรู้สึกจี๊ดๆนั่นเป็นเพราะจิตใจแกกำลังเจ็บปวดเท่านั้น น้องฉันก็เป็นนะเวลาที่อ่านนิยายเจอฉากเจ็บจี๊ด เป็นเรื่องธรรมดาอย่าคิดมาก”

งั้นหรอ

 


 

ผมจะไปไหนต่อดีนะ เที่ยวกลางคืน หรือกลับบ้านดี

ผมไม่ใช่เพย์บอยอะไรหรอก แต่ผมก็แค่ชอบวันไนท์แสตนกับคนทั่วไป ฮ่าๆ บ้าชะมัดมันต่างกันยังไงวะ ผมน่ะผู้หญิงก็ได้ผู้ชายก็ดี สมัยนี้มันเปิดกว้างแล้ว แค่หน้าตาดี หุ่นเซี้ยะหน่อยก็พอ

วันไนท์แสตน หลายคนอาจไม่รู้จัก งั้นผมอธิบายให้ก็ได้

มันคือความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน เมื่อถึงตอนเช้าก็แยกย้ายกันไป ไม่มีสานต่อความสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น เผลอๆเดินสวนกันแล้วทำเป็นไม่รู้จักกันมาก่อนก็มีเยอะแยะไป วันไนท์นี่ไม่เหมือนกับคนขายตัวหรอกนะ วันไนท์คือความยินยอมพร้อมใจของคนสองฝ่าย ไม่มีการจ่ายเงินใดๆทั้งสิ้น

แต่ก็มีหลายหนที่คนๆเดิมวนเวียนมาเจอกันอีก ก็สานสัมพันธ์กันอีก 1 คืน หรือหลายๆคืนก็มี แต่ก็นะ ผมไม่เคยคิดที่จะเอาเรื่องพวกนี้มาผูกมัด ผมป้องกันทุกครั้ง เพราะผมถือว่าคนที่ไม่ป้องกันคือคนโง่ ไม่รู้คนที่มีความสัมพันธ์กับเรานั้นเขาเป็นโรคหรือเปล่า จริงไหม?

ผมน่ะแค่ 19 เองนะจะบอกให้ อยากมีความสุขโดยที่มีคนๆหนึ่งยืนเคียงข้างเรา มีความทุกข์สุขไปพร้อมกับเรา พยุงเรายามที่เราล้มหรือเปล่า ผมตอบได้ว่าอยากมีแต่การใช้ชีวิตแบบนี้ก็ดีนะ

ดีกว่าการมานั่งโง่งมแล้วเป็นตัวสำรองให้คนอีกคน

มันไม่ใช่แค่เจ็บ แต่มันทำให้เราไม่เหลืออะไรเลยต่างหาก

แต่ถ้าเจอคนที่ใช่ผมก็พร้อมที่จะหยุดการกระทำตรงนี้ลง ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตเสเพลนี้ อ้อผมรู้สิครับว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันไม่ดี แต่ทำไงได้ ผมก็มนุษย์คนหนึ่งที่มีความต้องการทางร่างกาย แต่ก็ไม่อยากจะผูกมัดนี่นา

แต่ก็นะผมไม่เคยเจอคนๆนั้นเลยสักครั้ง

คนที่จะทำให้ผมหยุดการกระทำตรงนี้ลง

คนที่จะมาเปลี่ยนให้ชีวิตนี้นั้นมีสีสัน มีรอยยิ้ม แล้วมีความสุขกับมัน

 
 

“คุณชื่ออะไร”

ผมว่าผมเจอคนๆนั้นแล้วล่ะ





แม้ว่าจากนี้ผมจะต้องไปเจ็บปวดอีกครั้ง ผมก็คงต้องยอม









10%











“พี่วันนี้ตอนเย็นว่างป่ะ” เซฮุนทักผมขณะที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้

“มีอะไร”

“จะชวนไปกินข้าวสักหน่อย -3- วันนี้หนังที่พี่บ่นว่าอยากดูมาก มันก็เข้าโรงแล้วด้วยไม่ใช่หรอ”

“เออลืมไปเลย ไปๆ”

“โอเค ที่เก่าเวลาเดิมงั้นผมไปล่ะ” ที่เก่าเวลาเดิมก็คือหน้าคณะเวลา 4 โมงตรง

“อ่าๆ” หมอนี่มาบอกแค่นี้เนี่ยนะ =___= ตั้งงานวันรับน้องพวกเราก็สนิทกันขึ้นเรื่อยๆ นี่ก็ 1 เดือนผ่านไปแล้ว เราแทบจะตัวติดกัน ทุกอย่างมันดูเหมือนกับฟ้าเป็นใจ

เมื่อผมพบว่าเซฮุนอยู่ที่คอนโดเดียวกับผม เฮ้ย! ทำไมมันนิยายจังฟระ พล็อตเป๊ะไม่มีเบี้ยว หลายๆคนก็บอกว่าผมกับเซฮุนเป็นผัวเมียกันบ้างล่ะ แฟนกันบ้างล่ะ เออก็แค่เคยจูบกันต่อหน้าสาธารณชนก็แค่นั้น แต่ผมแมนนะเว้ย

จริงๆนะ

 

 

“แหม่ะๆ สามีมาล่ำลาภรรยาถึงที่เลยทีเดียว หวานกันมดแถวนี้มันเป็นเบาหวานตายกันไปยกรังแล้วเว้ย” แบคที่เดินถือแล้วกาแฟเข้ามาแล้วก็แซวผม หึถึงตาผมเมื่อไหร่นะ เจอดี!

“เหี้ยไม่ใช่สามีภรรยาเว้ย”

“ผัวเมียก็ได้” แบคพูดแล้วก็มีอีกหนึ่งเสียงดังแทรกขึ้นมา “แหม่ะๆ ตาคล้ำๆนี่ ทั้งคืนเลยดิมึง” บักชานหยอยที่เดินตามหลังหญิงแบคมานั่นเอง พวกมันนี่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ถุยทำเป็นว่าคนอื่น ผมว่าไอ้สองคนนี้มากกว่าที่มีซัมติงรอง - -*

“คืนพ่อง! อีกอย่างกูต้องเป็นสามีเว้ยไม่ใช่ภรรยา กูว่าพวกมึงมากกว่ามั้งที่ทั้งคืนน่ะ” ผมมองพวกมันสองคนอย่างเจ้าเล่ห์

พรวด! เสียงสำลักกาแฟก็ตามมา ดีนะที่มันหันไปทางอื่น ตรงนี้เลยไม่มีใครเปียกกาแฟ “อย่ามากล่าวหานะเว้ย” เด็กหญิงแบคลดากระแทกแก้วกาแฟที่เพิ่งซดไปหมดแล้วบนโต๊ะ หรอแค่อาการที่แสดงออกมันก็บอกเต็มแล้วว่าพวกมันมีซัมติงรองชัดๆ - -+

“กูไม่ใช่คนที่กล่าวหาอะไรพร่อยๆโดยมี่หลักฐานเว้ย ดูที่คอมึงดิ จะบอกว่ายุงมันกัดหรอไม่น่าใช่ แล้วลักษณะการเดินถ่างขาของมึงก็ด้วย กูรู้เพราะมึงไม่ใช่คนเดินถ่างขาออกจะหนีบด้วยซ้ำไป”

“แค่นี้งั้นหรอ โถ่” คนตัวเล็กที่กำลังถูกกล่าวหาก็ยังคนเก๊กหน้านิ่งต่อไป

“ก็ถ้ามีแค่นั้นมันยังเชื่อไม่ได้ล่ะก็ คออิคุณหยอยก็มีรอยไม่ต่างกันนิ มันหมายความว่ายังไงกันนะ” ผมชี้ไปที่คอของคนตัวสูง มันตะครุบปกเสื้อแทบไม่ทัน ความจริงคือมันไม่มีอะไรหรอก ฮ่าๆ

“เออ”

“ว่าไง” ผมคาดคั้น

“เออ”

“อะไรคือเออล่ะ - -*

“ก็อย่างนั้นแหล่ะ จะให้อธิบายอะไรอีกล่ะ”

“ขอข้อความที่ระบุชัดเจนได้ป่ะ”

“กูมีอะไรกับอิหยอย พอใจยัง?” มันเอาหน้ามาใกล้ผมเพื่อที่จะกระซิบ แหม่ผมก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดไม่รู้เลยว่าเออของมันคืออะไรนะ แต่แค่อยากจะแกล้งมันเท่านั้นแหล่ะ สะใจ-.,-

แต่ปกติมันทะเลากันจะตาย มันไปอะจึ๊ดๆกันได้ไงวะ หล่องง - -?

 

 

ดีดี๊ดีดี๊ ตอนนี้อารมรณ์ผมดีมากมาย ><// คือแบบว่าการมานั่งดูบอลที่ห้องแล้วก็กินไอติมไปด้วยมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างฟินพอตัว แล้วคนข้างๆผมก็เป็นหนูน้อยฮุนนี่ ไม่รู้ว่าเซฮุนจะชอบบอลหรือเปล่า แต่ผมจะปลูกฝังสารบบใหม่ให้เค้า เสริมสร้างลัทธิการบ้าบอลให้กับเขา เฮ้!

เออไม่ใช่ล่ะ =______=

งงล่ะสิ บอกว่าจะไปดูหนังทำไมมานั่งเชียร์บอลเฮ้วๆกัน

แบบว่าหนังมันดังไง คนดูเยอะเต็มเอี้ยดหมดแม้แต่เก้าอี้วีไอพี ค่อยไปดูวันอื่นก็ได้เนอะ แล้วก็แบบว่าตอนที่กำลังหงอยเหงาออกมาจากเคาท์เตอร์ขายตั๋วผมก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีถ่ายทอดสดแมทสำคัญ ผมเลยวิ่งรี่ลากเซฮุนที่กำลังยืนมึนๆอยู่กลับมาที่ห้องผม

แล้วก็มาจบด้วยการนั่งถือไอติมหน้าทีวีเป็นประการละฉะนี้แหล่ะนา


 

โอเคผมรู้ว่าผมไร้สาระมาก -_____-

แต่วงเวียนชวิตผมมันก็ไม่ได้มีสาระเหมือนกับเพื่อนๆคนอื่นๆในคณะสักเท่าไหร่

ตอนนี้ผมยังสงสัยเหมือนกัน ทำไมเซฮุนถึงมาติดผมแจทั้งๆที่บางเวลาเขาควรจะเดินเล่นกับเพื่อนๆปีเดียวกันไม่ใช่มาเดินกับคนแก่อย่างผม = = เขายอมทำตามที่ผมอยากทำทุกอย่าง ไม่เคยบ่นสักครั้ง จนบางทีผมก็คิดว่าเขาอาจจะมีรสนิยมแบบเดียวกับผมก็ได้


 

 

คุณเคยคิดแบบที่ผมคิดหรือเปล่า?

ถ้าคุณชอบใครสักคนหนึ่งคุณจะอยากตามเขาไปทุกๆที่ เขาอยากทำอะไรก็ทำตามไปซะหมดแม้ว่าสิ่งนั้นๆ คุณอาจจะเกลียดหรือไม่ชอบก็ตาม คุณพร้อมทั้งนั้น

ผมมีความรู้สึกกับพี่ลู่ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ คือ คิดถึงตลอดเวลาแม้จะห่างกันแค่ไม่กี่วินาที อยากจะเข้าไปจูบทุกครั้งที่สายตาไปสบกับปากน่ารักๆนั่น อยากจะลูบคลำทุกสัดส่วนเมื่อเห็นเสื้อพี่เขาเปียกเหงื่อตอนเตะบอลเสร็จ

ผมหื่นงั้นหรอ…?

ไม่ใช่ล่ะ ผมบอกแล้วไงว่ามันแตกต่างจากคนอื่น สำหรับคนอื่นผมแค่ต้องการพอทำเสร็จก็ออกไปไม่สนว่าร่างกายคนๆนั้นจะทรมานขนาดไหน แต่พี่ลู่นั้นไม่ใช่

มันเป็นความรู้สึกว่าอยากแตะต้องแต่ต้องการให้อ่อนโยน ทนุถนอมดั่งเพชรราคาแพง ไม่อยากให้ใครอื่นมาแตะต้องหรือแม้แต่เห็นก็ไม่อยากเลยด้วยซ้ำ


 

ตอนนี้ผมกำลังนั่งดูด

แหม่ะคิดอะไรอยู่น่ะ ฮ่าๆ ดูดช้อนไอติมไงมันหมดแล้ว -///-

ผมเลยหันไปมองคนข้างตัวที่กำลังดูดช้อนไอติมอยู่เหมือนกัน สาบานเลยว่าตอนนี้ใจผมมันเต้นโครมครามเหมือนอยู่ในเทกเลยล่ะ ปากเล็กนั่นมันน่าสัมผัสซะจริงๆ >///<


โอเคล่ะ ผมจะไม่ทนแล้วนะ

ผมทำการกระเถิบตัวเข้าไปหาพี่ลู่เรื่อยๆอย่างเนียนๆ แล้วก็ประคองหน้าพี่เขาเอาไว้ ยิ่งตอนหน้าเหวออย่างนี้แม่งน่ารักชิบ .///.

“ซะเซฮุน นายเป็นอะไรน่ะ O///O” เป็นบ้าครับแหม่ะ ถึงพี่ไม่ตั้งใจจะยั่วผมแต่ผมรู้สึกว่าร่างกายพี่ดูจะยั่วผมซะเหลือเกิน ไม่ไหวล่ะ “ซะ อุ๊บ!” ผมจัดการครอบริมฝีปากตรงหน้าด้วยปากของผมทันที ผมบอกแล้วไงว่าจะไม่ทนน่ะ

ยิ่งได้กวาดลิ้นไล่ไปทั่วริมฝีปากบางก็เหมือนกำลังเลียอมยิ้มอยู่ มันหวานจะผมอยากจะอยู่แบบนี้นานๆ หวานละมุนแบบบอกไม่ถูกแถมตอนนี้ยังมีกลิ่นช็อกโกแลตอ่อนๆจากไอติมพี่ลู่เพิ่งกินไปเมื่อกี้ ไม่นานนักลิ้นของคนตัวเล็กก็ลากตามลิ้นของผม วนไปมาเหมือนกำลังดูกลืนกันแล้วกัน

ใครก็ได้ช่วยผมที ผมจะละลายอยู่ๆแล้ว

จู่ๆคนร่างเล็กที่ถูกผมกดให้แผ่นหลังแนบโซฟาไปเมื่อครู่ กลับการผลักผมให้หงายหลังแล้วประกบปากผมอีกรอบ โอเค นึกภาพผมออกไหม ตอนนี้ผมอยู่ใต้ร่างพี่แก ริมฝีปากบางนั่นบดขยี้ปากผมอย่างเร่าร้อน จูบครั้งนี้แม้ผมจะไม่ได้รุกแต่ทำให้ผมมีความสุขจนจะละลายอยู่แล้ว

 

 

Rrrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แหม่ะมาได้เวลาไปไหมครับ แต่คนที่กำลังคร่อมผมอยู่นั้นใช่ว่าจะหยุด กลับจูบแรงขึ้นหว่าเดิม ผมกลัวว่าสายนั่นจะเป็นพ่อแม่พี่เขาหรือเปล่า ผมเลยค่อยดันพี่เขาออก

ตอนนี้หน้พี่เขาแดงแจ๋มากเลย เดี๋ยวนะ คนที่หน้าแดงควรเป็นผมไม่ใช่หรอ -///-



Rrrrr


“พี่โทรศัพท์น่ะ” ผมชี้ไปที่มือถือพี่เขาที่กองอยู่ที่พื้น

“อ่าขอบใจฮัลโหล?...นั่นใครมีอะไรกำลังเออ ดูบอลแม่งขัดจังหวะจริง-*-“ พี่ลู่รับโทรศัพท์ไปแล้วเริ่มบ่นทันที “ฮะ? เชี่ยโทรมาแล้วก็ไม่พูดอ้าวถ้าไม่พูดผมวางล่ะ” พี่ลู่หยุดพูดไป อยู่มือที่ถือโทรศัพท์นั้นสั่นขึ้นมาเหมือนกำลังกลัวอะไรสักอย่าง “พะพี่” พี่งั้นหรอ เอ้อพี่ลู่เคยพูดว่ามีพี่ชายอยู่คนหนึ่ชื่อพี่มินซอก แล้วพี่ลู่ว่าคุยกับพี่เขาถึงต้องตัวสั่นด้วย

หรือพี่เขาหน้ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ…?

ไม่สิ ตามที่พี่ลู่เล่ามาพี่มินซอกเป็นคนน่ารัก กลมๆเหมือนซาลาเปาไม่น่าจะน่ากลัวนะ

“ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ“ พี่ลู่วางโทรศัพท์และลุกขึ้นเดินออกไป

“พี่มีอะไรหรือเปล่า” ผมรั้งข้อมือพี่เขาไว้

“เซฮุนนายอยู่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่มา”

“อ่าเร็วๆนะ ผมหิวแล้ว” ผมพูดแล้วก็ลูบท้องเบาๆ

“โอเค เดี๋ยวพี่รีบกลับมา แต่ถ้านายหิวมากก็ไปต้มบะหมี่เอานะ”

“ครับ” แล้วผมก็ปล่อยมือพี่เขาไป

ความรู้สึกแปลกๆมันแล่นจนเต็มหน้าอกผม มันเหมือนกำลังจะโดนทิ้ง แล้วผมกำลังจะโดนทิ้งเรื่องอะไรล่ะ แฟนก็ไม่มี =____= มันแค่รู้สึกน่ะนะ


 

 

“พี่โทรศัพท์น่ะ” แหม่ะนายทำพี่อารมณ์ค้างน่ะ -///- เมื่อกี้มันอะไรกันเนี่ย ผมจูบตอบแถมยังกดน้องเค้าลงโซฟาอีก บอกตรงๆมันคือสัญชาติญาณ เพราะอะไรน่ะหรอ เวลาผมโดนจูบหรือเป็นคนที่อยู่ใต้ร่างของใครสักคนมันทำให้ผมหมดอารมณ์แล้วคิดถึงคนๆนั้นตลอดเวลาไง

“อ่าขอบใจฮัลโหล?...นั่นใครมีอะไรกำลังเออ ดูบอลแม่งขัดจังหวะจริง-*-“ ผมกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ เกือบจะพูดว่ากำลังจั้มจี้อยู่แล้วล่ะ =///= แต่ว่านี่ใครวะ โทรมาแล้วเงียบ “ฮะ? เชี่ยโทรมาแล้วก็ไม่พูด” แม่งบ้านได้สัมปทานโทรศัพท์หรือไง โทรมาเล่นๆน่ะ แม่งขัดจังหวะจริง คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม “อ้าวถ้าไม่พูดผมวางล่ะ”

"อย่าเพิ่งวางสินี่พี่เอง" ใครวะพี่เอง -____- แต่เสียงนี้มัน

ถึงมันจะผ่านมาไม่นานนัก แต่ผมลบทุกอย่างเกี่ยวกับคนๆนั้นให้หมดสิ้น ผมเปลี่ยนเบอร์ ทิ้งของขวัญ ลบทุกอย่าง แต่สิ่งที่ผมไม่สามารถลบได้คือความทรงจำ มันสั่งให้ผมจดจำทุกการกระทำของคนๆนั้น จำทุกอนูของร่างกายนั้น จำทุกอย่าง

“พะพี่”

"นายจำพี่นายใช่ไหม พี่คริสไง ตอนนี้นายอย่าเพิ่งพูดอะไรนะ พี่อยากจะเจอนายสักหน่อย อยากจะคุยให้นายเข้าใจเกี่ยวกับทุกอย่าง พี่…"

“ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

"งั้นเจอกันที่ร้าน XOXO อีก 1 ชั่วโมงนะ"

ผมดีใจมากที่ได้ยินเสียงของพี่เขา ผมรู้ว่าผมอาจจะโง่มาก แต่เมื่อพี่เขามาพูดแบบนี้ผมคงยังมีโอกาสที่จะกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนอีกครั้ง ผมไม่รอช้าลุกพรวดแล้วเดินออกไป

“พี่มีอะไรหรือเปล่า” แต่มีมืออีกมือหนึ่งมารั้งแขนผมไว้ ผมลืมไปเลยนะว่าเซฮุนยังนั่งอยู่ข้างๆผม

“เซฮุนนายอยู่นี่ก่อน เดี๋ยวพี่มา”

“อ่าเร็วๆนะ ผมหิวแล้ว”

“โอเค เดี๋ยวพี่รีบกลับมา แต่ถ้านายหิวมากก็ไปต้มบะหมี่เอานะ”

“ครับ” แล้วมือนั่นก็ปล่อยผมไป โทนเสียงนั่นมันดูเหงาและอะไรบางอย่างที่บรรยายไม่ได้ แต่มันทำให้ผมรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

18.00

“พี่คริส” ผมเดินเข้ามาในร้านแล้วก็เรียกพี่เขาที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่

คนร่างสูงหันมายิ้มให้ผมแล้วเข้ามากอดผม นี่ล่ะสัมผัสที่ผมโหยหามานาน ผมคิดถึงมันจัง ผมดูเหมือนเป็นลูกกวางน้อย พี่พร้อมจะโดนหลอกล่อจากนายพรานแล้วมาฆ่าให้ตายทั้งเป็น

“สบายดีไหม”

“ครับ ^^” ตื่นเต้นแปลกๆแฮะ

“นายไม่โกรธพี่ใช่ไหม?

“ครับแล้วพี่นัดผมมาทำไม”

“อืมพี่จะมาขอให้ เรากลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนจะได้หรือเปล่า” คำๆนี้ผมรอมันมานานแล้ว ผมรอให้พี่มาพูดคำๆนี้มานานมาก จนไม่อยากจะนับช่วงเวลาที่ผ่านไปเลยด้วยซ้ำ

“ขอบคุณนะ อื้มงั้นเราสั่งอาหารกันเลยดีไหม?

“ครับ” หัวใจที่เคยว่างเปล่าของผม มันกลับมาพองโต เอาเถอะถึงเมื่อก่อนผมจะเกลียดที่พี่เขามาทำกับผมแบบนี้ก็ตาม แต่การที่พี่มาพูดแบบนี้ หัวใจดวงนี้มันยินยอมตั้งแต่พี่อ้าปากพูดแล้วล่ะ

 

 
 

22.30

วันนี้ผมไปเที่ยวเล่นที่เมียงดงกับพี่เขามา เฮ้อ มีความสุขจัง แม้ว่าฝนจะตกแต่การที่ผมอยู่ภายใต้เสื้อนอกของคนข้างๆกันผมก็โคตรจะปริ่มมากมาย

พอผมก้าวเข้ามาในห้องกลับมืดสนิทแต่แอร์กลับยังคงเปิด แล้วเท้าผมก็ไปเตะกับรองเท้าคู่หนึ่งเข้าทำให้ผมนึกได้ว่าเซฮุนยังคงอยู่ในห้องนี้ล่ะมั้ง

“เซฮุน นายนอนแล้วหรอ” ผมถามออกไปแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเงียบมันเป็นเสียงที่เงียบกริบมาแบบบอกไปถูก

หมับ สัมผัสที่โอบมาที่เอวผม

“อ้าว ยังไม่นอนอีกหรอ แล้วอย่ามากอดแบบนี้น่า มันไม่ดี”

“ไม่ได้งั้นหรอแล้วสิ่งพี่ทำมันดีงั้นหรอ”

“นะนายพูดอะไรน่ะ อึก!!!









นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #37 เดอะฮุน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 20:18
    โอ้อะไรน่ะไม่นะ
    #37
    0
  2. #25 ★ออริจินัล‘แบคโด้★ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2556 / 18:03
    พี่ลู่แม่งโคตรเจ๋ง 55555555
    #25
    0
  3. #20 lait_milk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 09:30
    สนุกมากเลยค่ะ ยังอ่าไม่หมดแต่น่าติดตามจริงๆนะ ชอบค่ะ ไรต์สู้ๆนะคะ
    #20
    0
  4. #14 RATA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 14:42
    คริสฮานหมายความว่าไงงงงง T[]T
    #14
    0
  5. #9 Akanishi Bluecat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2556 / 16:47
    เสี่ยว ลู่ ทำแบบนี้ กะ อิเน่ได้ไงเนี้ย ไม่ได้นะ ห้ามกลับไปคบ กะ พี่คริสนะ แล้วก่นะ ลืม อิเน่ ไปได้ไง แต่สิ่งที่ เน่พูด ออกมา เหมือนรู้ อะไรเลย
    #9
    0
  6. #4 24 ชั่วโมง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 16:59
    อารายกันอาลูพีคริสอิเน่
    #4
    0