Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 20 : MAN : 18 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 57





18

ตื่อดึ้ง!






เสียงข้อความเข้าที่โทรศัพท์ของชานยอล ร่างสูงควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เผื่อจะเป็นข้อความจากคนอื่นที่ติดต่อแบคฮยอนได้แล้ว แต่เมื่อเปิดดูเขาจะเจออะไรบางอย่างเข้า

“มีอะไรหรือเปล่าลูก” คุณนายปาร์คลุกไปหาลูกชาย หลังจากที่ชานยอลเปิดอ่านข้อความบางอย่างก็นิ่งเงียบไป




ชานยอลยื่นโทรศัพท์ให้มารดาของตนดู ในนั้นนั้นเป็นคลิปสั้นๆที่ถ่ายในที่มืดมองอะไรไม่ค่อยเห็น ไม่เห็นด้วยซ้ำว่าใครอยู่บริเวณนั้นบ้าง แต่เห็นเพียงลางๆว่าแบคฮยอนกำลังถูดมัดกับเก้าอี้ และมีเสียงผู้ชายบรรยาย










ปาร์คชานยอลนายรักแบคฮยอนมากเลยสินะ ฮ่าๆ แต่เสียใจด้วย เพราะว่าอีก 7 ชั่วโมงต่อจากนี้ หมอนี่จะตายลงอย่างช้าๆ ด้วยแท่งเหล็กขนาดครึ่งตัน ที่จะถ่วงร่างน้อยๆของแบคฮยอนคนนี้ค่อยๆดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร อ้ะๆฉันไม่ได้มาเรียกร้องเอาเงินจากนายหรอกนะ เพราะนายจ้างฉันให้มาแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ใจร้ายกับนายขนาดนั้นหรอก เพราะเขาให้เวลานายค้นหาพวกเราให้เจอภายใน 7 ชั่วโมงต่อจากนี้

ใบ้ให้นะ พวกฉันอยู่ที่อู่ต่อเรือสักที่หนึ่ง ในเกาหลีนี่แหล่ะบาย เฮ้ย! ไอ้หน้าสวยไหนพูดอะไรกับผัวแกหน่อยสิ!




ชะชานยอล ช่วยฉันด้วย

แต่ก่อนจบคลิปนี้ ฉันขอเตือนว่าถ้าแกแจ้งตำรวจ หมอนี่จะถูกทิ้งลงทะเลทันที แบบไม่รอเวลาเลยแหล่ะ ฮ่าๆๆๆ







เอาล่ะๆ เกมสตาร์ท!’



































 

06:59:47

“อะไรวะเนี่ย!” ชานยอลขยี้ศีรษะตัวเองอย่างหัวเสีย

“ชานยอลฟังแม่นะลูกต้องหาให้ได้ว่าใครเป็นคนจ้างพวกมันมา แม่กับพ่อจะหาอู่ต่อเรือที่นั่นให้”

“พ่อกับแม่จะหากันยังไง?

“ระยะเวลาตั้งแต่แบคฮยอนหายไปจนถึงตอนที่มันส่งคลิปมามันก็นานพอสมควร แต่อู่ต่อเรือในเกาหลีสักกี่ที่จะเปิดให้พวกมันเข้าไปใช้กัน นอกซะจากเป็นอู่ร้าง” คุณนายปาร์คบีบไหล่ของลูกชายเธออย่างให้กำลังใจก่อนที่จะออกจะกดโทรศัพท์โทรหาใครสักคน
















หรืออู่ของคนที่จ้างพวกมัน” เสียงทุ้มของคนเป็นพ่อเอ่ยขึ้น “แม้เหมือนจะเป็นการปรักปรำเพื่อนลูกมากเกินไปก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่างมเข็มในมหาสมุทรล่ะนะ”

“พ่อหมายความว่ายังไง”

“หมายความตามนั้นน่ะแหล่ะ” คุณชายปาร์คเดินเข้ามาลูกหัวลูกชายเพียงคนเดียวของเขา “เพราะนั่นอาจเป็นความหวังสุดท้ายในการตามหาแบคฮยอนนะ”

เขาจะรู้ได้ยังไงว่าบ้านของคยองซูมีอู่ต่อเรือหรือเปล่า แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆคยองซูจะทำแบบนี้ไปทำไม และอู่นั่นมันจะอยู่ส่วนไหนของเกาหลีล่ะ คนที่พอจะรู้เรื่องนี้ก็คือคยองซูและพี่จุนมยอน!







 

06:25:32

ว่ายังไงบ้างไอ้โย่งเสียงปลายสายดังขึ้นขณะที่เขากดโทรไปได้ไม่นาน

“มีคลิปส่งมาจากไอ้คนที่จับแบคไป เดี๋ยวกูจะส่งไปให้ แต่ว่ามึงมีเบอร์พี่คริสป่ะ?

เบอร์พี่คริสเหรอ รอแป๊บ…’

เมื่อได้เบอร์มาเรียบร้อย ชานบอลก็กดส่งคลิปต่อให้กับคนเมื่อครู่ไป ก่อนที่ตัวเองจะทำการติดต่อคริส เพื่อที่จะติดต่อจุนมยอน

 















 

06:20:13

ชานยอลนายเจอแบคฮยอนหรือยังเสียงปลายสายรับขึ้น เหมือว่าอีกฝ่ายจะยังคงไม่ได้นอนเหมือนกัน

“ยังเลยพี่ ผมรบกวนพี่หน่อย พี่ติดต่อพี่จุนมยอนให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?

จุนมยอนหรอ? ตอนนี้ก็อยู่กับพวกพี่นี่แหล่ะ รอแป๊บนะเสียงกึกๆคาดว่าคงจะเป็นตอนส่งโทรศัพท์ให้อีกคน ไม่นานนักเสียงหวานก็เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ ชานยอลหรอ?’

“ครับ  ผมถามพี่นิดนึงได้ไหม? บ้านพี่มีอู่ต่อเรือเป็นของตัวเองหรือเปล่าครับ

มีสิ มีอะไรหรือเปล่า

“พี่ช่วยส่งแผนที่ให้ผมได้ไหมครับ”

ได้สิ รอสักครู่นะจุนมยอนส่งโทรศัพท์คืนให้คริส ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาหาจุดพิกัดของอู่ต่อเรือ

ได้ข่าวอะไรมาวะ?’ เสียงทุ้มของพี่คริสเอ่ยขึ้น

“ผมก็ไม่แน่ใจนักหรอก แต่ผมได้คลิปจากคนที่จับแบคไป”

ส่งคลิปมาให้พี่ที

“ครับ” ชานยอลวางสายแล้วกดส่งคลิปที่ว่าไปให้คริส

เมื่อชานยอลได้แผนที่จากจุนมยอนเรียบร้อยแล้วก็กดส่งให้กับเซฮุนและลู่หานจะได้ตามมาสมทบ แต่เหมือนฝ่ายนั้นจะขอทำอะไรสักอย่างก่อนแล้วจะรีบตามเขาไป

 













 

ณ อู่ต่อเรือ

“ว่าไงอีกไม่กี่ชั่วโมง นายก็จะด่ำดิ่งสู่ท้องน้ำสีสวย ดีใจไหม?” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านหลังแบคฮยอน แม้ตอนนี้เขาจะถูกปิดตาไว้ แต่เสียงนั้นเขารับรู้ได้ว่าเป็นของใคร

“นายต้องการอะไรกันแน่” แบคฮยอนเอ่ยเสียงเย็น เพราะการที่เขาจะโวยวายหรือเสียงดังไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเขาขึ้นมา








“นายนี่สมองปลาทองหรือเปล่านะฉันบอกนายไปแล้วนี่ ว่าฉันอยากให้นายตาย!










“เพื่อให้ไอ้โย่งหันมารักนายเนี่ยนะ นายคิดดีๆสิ ถ้านายฆ่าฉัน มันจะไม่เห็นนายเป็นคนเลย และบางทีมันอาจมาฆ่านายเลยด้วยซ้ำ!













“อย่ามาสอนฉัน! นายก็พูดได้นี่ ในเมื่อมีแต่คนรักแต่นายน่ะ” เสียงคยองซูเริ่มเข้ามาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่าอีกคนนั้นยืนซ้อนอยู่ที่ข้างหลังเขา

“นายพูดเหมือนกับว่าไม่มีใครรักนายเลย”

“ก็ใช่น่ะสิ!” เสียงโครมดังขึ้น พร้อมกับเสียงแก้วแตกมากมาย คล้ายกับว่าคนที่คุยกับเขาเมื่อครู่กำลังอาละวาดอะไรสักอย่าง “ไม่มีใครรักฉันสักคน”

“พ่อนาย! แม่นาย! และพี่ชายนายอีก เขาไม่รักนานเลยงั้นหรอ”



“ถ้าเขารักฉัน เขาจะทิ้งให้ฉันอยู่โดดเดี่ยวทำไมล่ะ! นายรู้ไหม? ตั้งแต่เด็กก็มีแต่พี่ที่อยู่กับฉัน คอยเล่นกับฉัน แต่เมื่อเข้ามัธยมพี่ก็หายจากฉันไปอีก คนรอบตัวมีแต่แม่บ้านที่มาทำอาหารให้ตามแต่ละวัน วันเกิดก็ไม่เคยที่จะกลับมาหา มีแต่ส่งของขวัญบ้าๆแล้วก็การ์ดเละๆมาให้” คยองซูนั่งบนพื้นจนหมดแรง เขาไม่เข้าใจตัวเองว่ากำลังจะทำอะไรอยู่ แล้วผลที่จะเกิดขึ้นมันดีต่อเขาหรือเปล่า




“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าบ้านนายเลี้ยงลูกยังไง แต่ตราบใดที่เขายังส่งเงินมาให้นายเป็นค่าข้าว ค่าเรียน ค่าอยู่ กับพวกของขวัญที่นายว่าบ้าๆน่ะ ฉันบอกได้เลยว่าพวกเขารักนายมาก เห็นได้จากการ์ดเละๆ นายลองคิดสิ ว่าจะมีบริษัทที่ไหนเขาขายการ์ดเละๆบ้าง ถ้าไม่ได้มาจากของทำมือ ที่นักธุรกิจคนหนึ่งจะพอหาเวลามาทำของจากใจของเขา ให้ลูกชายน่ะหรือไม่จริง?

“นาย


“ถ้าตามความคิดฉันนะ นายเคยดูการ์ตูนหรือเปล่า? มีกษัตริย์อยู่ประเทศหนึ่ง เขานำลูกชายเพียงคนเดียวของเขาไปให้กับคณะละครสัตว์ เพื่อที่ลูกของเขาที่โตขึ้นจะเข้าใจวิถีการดำรงชีวิตแบบชาวบ้านๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตที่ไม่สามารถหาได้ในรั้ววัง ได้ลิ้มรสของน้ำตา ได้ชินกับการใช้ชีวิตโดยต้องพึ่งเพียงตนเองเท่านั้นน่ะ และได้เรียนรู้ถึงโลกจริงๆมันไม่ได้เรียบง่ายเหมือนในวัง” แบคฮยอนเล่าถึงการ์ตูนที่เขานั่งดูกับชานยอลเมื่อนานมาแล้ว เขายังคิดเลยว่ากษัตริย์องค์นี้คงโหดร้ายมาก แต่ต่อมาเขาคิดว่ากษัตริย์องค์ช่างมีวิธีคิดที่ล้ำลึกและน่านับถือ





“ใจร้าย


                    คยองซูนั่งฟังเรื่องที่แบคฮยอนเล่าเหมือนเด็กๆที่กำลังนั่งฟังนิทาน






“นั่นสินะ เขาใจร้าย แต่นายรู้ไหม? โอรสของเขาเมื่อโตขึ้น กลับเป็นคนที่เด็ดเดี่ยว จิตใจงดงาม เป็นกษัตริย์ที่เป็นที่รักของประชาชน เพราะเขาเข้าใจการดำรงชีวิตของประชาชน พ่อแม่นายอาจจะคิดแบบนั้นก็ได้ การที่ให้ลูกออกไปจากอ้อมอกตัวเอง คนที่เป็นแม่ก็ทำใจยากแล้วนะ แต่เพื่อให้รู้ได้รู้บทเรียนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เขาอาจจะต้องกลั้นใจส่งนายไปเรียนไกลๆก็เป็นได้”














“หึแต่ยังไงก็ตาม ชานยอลก็ไม่รักฉันอยู่ดี!





























 

04:48:12

หนทางภายนอกหลังจากที่เขาขับรถมามาได้สักพักหนึ่งก็เริ่มสว่างขึ้นช้าๆ ทำให้คนภายในรถรับรู้ถึงเช้าวันใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

“ทั้งที่ไม่น่าจะอยู่ไกลแท้ๆ แต่ทำไมมันยังไม่ถึงสักทีเนี่ย!” ชานยอลจ้องมองไปที่ GPS แล้วก็เหยีบคันเร่งจนเกือบมิด

เมื่อถึงปากทางเข้าอู่ต่อเรือ แต่เขากลับเข้าไปไม่ได้ เพราะมีต้นไม้ใหญ่มาขวางทางเข้าอยู่ ยิ่งเสียเวลากับการหาทางเข้ามาขึ้นเท่าไหร่ ใจเขาก็ยิ่งร้อนรนขึ้นไปทุกที เขาจึงลงจากรถมาเพื่อหาทางอื่นเข้าไป แต่ใช่ว่าจะไม่มีทางเลย เพียงมันต้องผ่านป่าต้นมะพร้าวนี่เข้าไปน่ะสิเนี่ย

ก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่านั่น เขาเห็นรถคันสีดำทั้งคันอยู่ห่างเข้าไปในนั้นลิบๆ



















มันต้องใช่ที่นี่สิน่า

“ชานยอล!” รถเก๋งคันหรูสีขาววิ่งมาจอดใกล้กับรถของเขา ก่อนที่พี่คริสจะรีบเปิดประตูออกมาหาเขา

“พวกพี่ก็ตามมาด้วยหรอครับ?” ชานยอลเดินมาหาพวกคริสที่กำลังลงรถมา

“อื้ม พี่ก็เป็นห่วงคยองซูด้วยแหล่ะ”

“งั้นเราเข้าไปกันเถอะ แต่ว่าทางมันปิดขนาดนี้” อี้ชิงกล่าวก่อนจะมองไปทางปากทางที่มีต้นไม้ใหญ่ล้มปิดทางอยู่

“เราคงต้องเดินเข้าไปแล้วล่ะ เพราะรถคงฝ่าป่านี้ไม่ได้ง่ายๆแน่” จุนมยอนเอ่ยก่อนเดินนำ ก่อนที่อี้ชิงเลยวิ่งตามเข้าไป

 








 

03:41:32

ตอนที่พวกเราเดินหาทางเข้าอู่นี่ก็จ้าละหวั่นมาก เพราะทางเข้าหลักมันก็ถูกปิดไปเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเซฮุนกับลู่หานที่เพิ่งมาถึงจะเตรียมอุปกรณ์อะไรไม่รู้มาเต็มกระเป๋าเป้ เผื่อเวลาคบขัน และในตอนนี้ของพวกนี้แหล่ะที่มีปืนยิงกุญแจออกได้
















ใช้วิธีที่รุนแรงจังเลยนะครับ







                   เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นผ่านลำโพงกระจายเสียงที่ถูกติดตั้งทั่วทั้งอู่

“คยองซู!” เสียงคนเป็นพี่เอ่ยขึ้น เพราะเขามั่นใจแน่นอนว่านั่นคือเสียงน้องชายเพียงคนเดียวของเขา











สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะไปช่วยแบคฮยอน เรามาเล่นอะไรกันก่อนดีกว่า

“เลิกพูดจาล้อเล่นได้แล้ว! บอกมาว่าเพื่อนฉันอยู่ที่ไหน!” ลู่หานตะโกนออกไปเพราะเหลืออดกับการพูดเนิบนาบเหมือนถ่วงเวลา











อืมฉันเพิ่งคิดเกมสนุกๆได้ตอนรอพวกนายน่ะ โดยมีผู้เล่นคือ ปาร์คชานยอล











“หา?! เกมบ้าอะไรของนาย” ปาร์คชานยอลพูดขณะมองไปทั่ว ไม่รู้ว่าห้องที่ใช้กระจายเสียงนี้อยู่ตรงไหนของอู่ต่อเรือ สักพักก็มีคนในชุดดำนับสิบคนเดินมายืนคุมพวกเขาไว้

มาเล่นเกมกันเถอะ เกมนี้มีชื่อว่า ถูกก็รอดผิดก็ตายกติกาแสนจะง่าย แค่ฉันจะถามนายแล้วนายทายอักษรอัลฟาเบทสี่ตัวให้ออกนายก็ชนะ โดยนายจะมีโอกาสทายได้ 3 ครั้ง เท่านั้นภายในเวลา 20 นาทีต่อจากนี้

“จะทำอะไรก็ทำ!” ชานยอลเดินออกมาตรงกลางเพื่อที่จะได้รีบจบเกมบ้าๆนี้ซะ

ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบด้วย'


                    '
เอาล่ะ คำถามมีอยู่ข้อเดียว ง่ายๆ แบคฮยอน นาย แล้วก็ฉัน

















“คำถามบ้าอะไรวะเนี่ย” ลู่หานพึมพำเมื่อได้ยินแบบนั้น

“คยองซูนายเลิกเล่นอะไรบ้าๆสักทีเถอะ!” จุนมยอนตะโกนออกไป

พี่ก็ไม่เว้น! ผมบอกให้เงียบยังไงล่ะ

“นั่นคำถามของนายงั้นหรอ?” ชานยอลถามขณะนั่งลงที่พื้นแล้วนึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษทั้งหมดที่เขารู้ แต่มันจะไปเป็นคำตอบได้ยังไงเขาก็ไม่รู้

ใช่ คำอะไรที่สามารถโยงระหว่าง แบคฮยอน นาย แล้วก็ฉันได้น่ะ ถ้านายตอบถูกฉันก็แพ้ นายก็เอาตัวแบคฮยอนกลับไปได้








คำอะไรวะ

คำอะไรที่มันโยงได้ คำที่ประกอบด้วยอักษร 4 คำมันมีเป็นร้อยเป็นพันคำ ใครจะไปรู้ล่ะเนี่ย

แบคฮยอน ผม และคยองซู ตัวอักษรหน้าชื่อหรอ?

B , C , K จะเรียงเป็นคำยังไงเนี่ย

 



















 

“นายรู้หรือเปล่าเซฮุน” ลู่หานยืนลูบปืนที่ตัวเองเหน็บไว้ที่กางเกงอยู่อย่างใช้ความคิด

“เราไม่ใช่พวกเขา คิดยังไงก็ไม่ออกหรอกพี่คน 3 คน เป็นคำที่มี 4 ตัวอักษร” เซฮุนกุมขมับคิด ถึงเขาจะเก่งอังกฤษบ้างก็เถอะ แต่นี่ไม่ใช่วิชาวัดตรรกะ หรือวัดความรู้เรื่องแกรมม่าพวกนั้นเลย

“นายพอรู้หรือเปล่า” อี้ชิงถามคนข้างๆที่ยืนหน้าเครียดมาได้สักพัก

“นึกไม่ออกอ่ะ” คนตัวเล็กกว่าขยี้ผมตัวเอง เพราะคิดยังไงก็คิดไม่ออก เขาไม่รู้ว่าน้องชายเขาจะทำอะไรกันแน่

 













 

ชานยอลลองไล่อักษรทั้งหมด 26 ตัวออกมาแล้ว แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก คยองซูต้องการสื่ออะไรกันแน่ แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลาที่จะมานั่งคิดเล็กคิดน้อยแล้ว เขาจึงคิดด้วยวิธีบ้าๆขึ้นมา อย่างน้อยมันก็ได้คำตอบล่ะน่า










แบคฮยอน 176




ผม 186





คยองซู 172 … ถ้าเอาเราทั้งสามมายืนเรียงกัน มันก็เหมือนกับ



























“เวฟ W-A-V-E!






















ผิด!...นายเล่นตลกอยู่หรือไง

โอยแล้วมันจะเป็นคำอะไรวะเนี่ย




คนที่เหลือได้เพียงยืนคิดคำที่ต่างๆนานา แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก พวกเขาได้เพียงยืนคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดอะไรอันตรายขึ้นมาเท่านั้น

นิ้วยาวเคาะพื้นอย่างใช้ความคิด อะไรกันล่ะที่เชื่อมพวกเขาสามคน ที่เกี่ยวกับเราสามคน หรือว่าที่เราสามคนมีเหมือนกัน












สิ่งที่มีเหมือนกันงั้นหรอ

YEAR! ปีไง! เราเกิดปีเดียวกัน”

หึผิดเอาล่ะ สั่งให้พวกนั้นเตรียมปล่อยแท่งเหล็กลงน้ำเลยคยองซูหันไปสั่งลูกน้องที่เหลือ ทำให้ร่างกายชานยอลสั่นไปหมด จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว นายเหลือโอกาสอีก 1 ครั้ง กับเวลาอีก 5 นาที

สิ้นเสียงนั้นไม่นาน ร่างเล็กๆก็เดินออกมาจากห้องที่อยู่ตรงหน้าพวกเรา ก่อนที่พวกชานยอลจะวิ่งเข้าไปหา พวกคนชุดดำที่เหลือก็เข้าจับทุกคนไว้ ยิ่งส่งผลให้ชานยอลเครียดขึ้นอีกหลายเท่า







“นายคิดดีๆสิ แค่คำง่าย ใกล้ๆพวกนายไงล่ะ” คยองซูจ้องไปที่ชานยอลที่เอาแต่มองพื้นตรงหน้าเขา

“นายทำแบบนี้เพื่ออะไรกัน” เขาไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมคยองซูต้องทำแบบนี้ด้วย

“นายไม่มีสิทธ์พูดคำอื่นนอกจากคำตอบ” คยองซูตอบเสียงเย็นกลับมา


ที่ใกล้เขากับแบคฮยอน

ใกล้… near หรอ? บ้าน่า มันไม่ตรงตัวขนาดนั้นสักหน่อย

เขากับแบคฮยอน เรารักกันรัก…LOVE!

แล้ว LOVE มันเกี่ยวอะไรกับคยองซูกันล่ะ หรือจะเป็นคำอื่น? BOYS? จะใช่หรอ







“เหลืออีก 1 นาที” คยองซูดูนาฬิกาของตนแล้วยิ้มให้กับชานยอล มันไม่ใช่ยิ้มที่เขาเคยเห็น แต่เป็นยิ้มที่เยือกเย็น และไร้ความรู้สึก

บ้าเอ้ย! แล้วมันคำอะไรกันวะเนี่ย











“นับถอยหลังกันเถอะ 10…9…






















กูรักมึงนะไอ้เตี้ย!






















LOVE!























                    ชานยอลตะโกนออกไปตามที่เขาคิด บางทีถ้าเรื่องนี้จบเขาก็ควรไปเรียนเสริมภาษาอังกฤษสักคอร์สสองคอร์สล่ะนะ




















“ถูกจนได้นะ ปาร์คชานยอล

ถูกงั้นหรอ


คยองซูกล่าวก่อนจะปานาฬิกาลงพื้น ประตูอีกฟากหนึ่งของอู่ก็เปิดออก เผยให้เห็นแบคฮยอนที่ถูกมัดกำลังเดินมาหาพวกเขา ไหนเมื่อกี้บอกว่ากำลังจะปล่อยลงน้ำล่ะ?











ขณะที่ทุกคนกำลังหันไปมองแบคฮยอน คยองซูค่อยๆดึงปืนที่เหน็บไว้ที่กางเกงด้านหลังขึ้นมา ก่อนจะเหนี่ยวไกปืน เพื่อที่จะจบชีวิตของใครในที่นี้






สักคน

 




















 

ปัง!


























 

สิ้นเสียงปืน ทุกคนต่างหันหาต้นเสียงนั้น ก็จะตกตะลึงกับเหตุการที่เห็นตรงหน้า ร่างเล็กร่างหนึ่งทรุดลงบนพื้นอย่างหมดแรงที่จะยืนต่อ


































“คยองซู!” จุนมยอนตะโกนลั่นก่อนจะวิ่งไปหาน้องชายของตนที่ตอนนี้ได้หลับสนิทอยู่บนพื้น บริเวณศีรษะมีเลือดออกจำนวนมากจากการถึงยิง















ใช่คยองซูยิงตัวเอง

























“เขาทำแบบนี้ทำไม” เซฮุนเดินเข้ามา ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เห็น

เซฮุนก็เห็นอยู่แล้วว่าคยองซูชักปืนขึ้นมา แต่ไม่คิดว่าจะยิงตัวเองตาย












“พาเขาไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ” คริสพูดก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มคยองซูเดินนำออกไป แม้จะรู้ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่รอด แต่มันก็ยังดีกว่านอนรอให้เลือดไหลหมดตัว แล้วร้องไห้ฟูมฟายกัน

 










 

หึแต่ยังไงก็ตาม ชานยอลก็ไม่รักฉันอยู่ดี!’ เสียงของคยองซูตะโกนกร้าว ทำเอาแบคฮยอนสะดุ้ง เขาพยายามหาถ้อยคำมาเพื่อกล่อมคยองซูไม่ให้ทำอะไรบ้าๆขึ้นมา แต่เหมือว่าจิตใตบางส่วนของเขาจะดูแข็งกร้าวเกินที่เขาจะช่วยอะไรได้

แต่…’ คยองซูจับหน้าแบคฮยอนมา อาจจะจริงอย่างที่นายพูด ไม่ว่ายังไง ไม่ว่านายจะตายหรือไม่ เขาก็ไม่มีทางรักฉันคยองซูเดินแก้มัดให้แบคฮยอน ให้อีกฝ่ายยืนขึ้นก่อนที่จะมัดมือแบคฮยอนอีกครั้ง แล้วสั่งให้ลูกน้องคุมแบคฮยอนให้อยู่ในห้องนี้เงียบๆ

นายจะทำอะไร

เกมบางอย่างก่อนจากกัน

แต่ก่อนที่จะเดินออกไปคยองซูเดินมากระซิบอะไรบางอย่างกับเขา

แต่ยังไง ฉันก็หวังว่าสักวันเขาจะรักฉันบ้างสักนิดก็ยังดี






















 

เขาไม่คิดเลยว่าผลของเกมบ้านั่น คนแพ้จะต้องตาย

แบคฮยอนนั่งเครียดอยู่หน้าห้องผ่าตัด กับทุกคนกำลังเฝ้ารอทีมแพทย์ที่เข้าไปนานเป็นชั่วโมงได้แล้ว ในที่นี้มีเพียงเสียงสะอื้นของจุนมยอนเท่านั้น

ขอทีเถอะ ปาฎิหารย์จากใครที่ไหนก็แล้วแต่ จะจากเจ้าพ่อ เจ้าแม่ คุณพี่ คุณน้า ใครก็ได้ ช่วยหมอนั่นทีเหอะแม้มันจะทำอะไรบ้าๆ แต่มันไม่ตายไปน่าจะดีกว่านี่นา

แพทย์วัยกลางคนที่สวมชุดปลอดเชื้อและแมบปิดจมูกไว้เดินออกมากับหน้าเครียด

“ใครคือญาติคนไข้ครับ?” คุณหมอถามพลางมองพวกเราทุกคน

“ผมครับ? น้องชายผมเป็นยังไงบ้างครับ” นายแพทย์วัยกลางคนมองไปที่จุนมยอนก่อนจะเอ่ยวาจาให้อีกฝ่ายทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น









“ผมขอแสดงความเสียใจด้วย คนไข้เสียเลือดมากเกินไป ทั้งเลือดบางส่วนยังคงคั่งอยู่ในสมองตั้งแต่ตอนนำส่งโรงพยาบาล และลูกกระสุนที่ปักอยู่ที่ลึกเข้าไปในกระโหลก” คุณหมอกล่าวลาก่อนที่จะเดินออกไป


“อะไรกัน” จุนมยอนทรุดลงที่พื้นช้าๆอย่างหมดแรง โดยมีอี้ชิงพยุงกอดไว้

 































 

“ขอบคุณพวกนายนะที่มางาน” หลังจากพิธีศพของคยองซูเสร็จสิ้น จุนมยอนก็ปลีกตัวออกมาหาพวกเรา “แล้วก็ขอโทษแทนคยองซูสำหรับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่ด้วยนะครับ” แบคฮยอนเอ่ยพลางมองไปที่รูปของคยองซูที่ตั้งไว้

“ขอบคุณนะผมต้องไปดูตรงนู้นก่อน ไปล่ะ” ไม่นานจุนมยอนก็เดินออกไป


















คยองซูทำไมนายต้องคิดอะไรบ้าๆแบบนี้ด้วยนะถ้านายรักชานยอลจริงนายก็ต้องอยู่ต่อสิ อยู่เพื่อที่จะเฝ้ามองคนที่นายรักสิ ไม่ใช่จากไปแบบนี้































 

4 ปีผ่านไป



 






“ชานยอลเรามามีลูกกัน!







                  แบคฮยอนเดินหน้าเครียดพร้อกับถือโบรชัวร์บางอย่าง ที่หัวข้อตัวใหญ่ๆ ระบุว่า
การตั้งครรภ์ของเพศชาย




“ห้ะ!” คนที่กำลังดูหนังผีอยู่ก็สะดุ้งโหย่งกับการที่คนรักได้กล่าวอะไรออกมา “วิธีชวนของมึงช่างลำลึกนัก แต่ขอดูตรงนี้ให้จบก่อนนะ เดี๋ยวสามีคนนี้จะสนองนี้สคุณภรรยาเอง~” ชานยอลเดินมากอดแบคฮยอนก่อนจะพาอีกคนไปนั่งข้างๆ พร้อมกับหอมแก้มไป 2 ฟอด

“ไม่ได้ชวนเรื่องนั้นเว้ย! กูอยากมีลูก” แบคฮยอนยื่นโบรชัวร์ให้อีกคนก่อนทำตาแป๋ว

“นี่ๆ กว่าจะมีลูกได้ไม่รู้ต้องเสียอีกเท่าไหร่นะมึง ทำแบบนั้นต้องทำกี่รอบถึงจะได้ผล แล้วมึงจะทนอุ้มท้องลูก 9 เดือนไหวหรอ”









“แต่กู











“ถ้ามึงอยากมี พรุ่งนี้ไปสถานรับเลี้ยงเด็กกัน ที่นั่นยังมีเด็กอีกมากนะที่รอให้ใครสักคนใส่ใจพวกเขา รักพวกเขาเหมือนลูกน่ะ แม้มึงจะไม่ได้คลอดเขาออกมา แต่มึงก็เลี้ยงเขาได้นะ”




“อืมกูอยากตั้งชื่อลูกเอง” แต่ดูเหมือนความรั้นของคนตรงหน้า จะทำให้ปาร์คชานยอลอยากจะเอามือเขกหัวซะจริง

“กฏหมายประเทศนี้ไม่ได้ห้ามคนเปลี่ยนชื่อสักหน่อย”

“และถ้าเด็กคนนั้นไม่ชินล่ะ อยู่ๆเราก็ไปเอาเขามาเลี้ยงนะ” ยังคงเถียงอีกนะ

“ก็ขอรับเลี้ยงเด็กเล็กๆก็ได้ แบบวัยหัดเดิน หรือวัยแบเบาะอะไรแบบนี้เลยก็ได้ มึงจะดัดนิสัยเขา จะกรอกหูอะไรเขาก็เต็มที่เลย”



“จริงนะ! งั้นไปกันวันนี้เลยได้ป่ะ”


“นายนี่นะ ต้องเตรียมเอกสารก่อนสิ” ชานยอลรู้ดีกว่าถ้าคนตัวเล็กอยากได้อะไรก็ต้องได้เร็วๆ เขาเลยเดินไปเปิดตู้เพื่อเตรียมเอกสารให้พร้อม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็คงไม่สามารถพาอีกคนไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กได้ภายในวันนี้หรอก

 














































 

“พี่ลู่ลู้ลู่ลู๊~” เสียงดังขึ้นจากข้างนอกห้องแล็ปที่เขาทำงานอยู่

หลังจากช่วงบ่ายมา มีงานเข้ามาที่แผนกเขาเต็มไปหมด เขาต้องรีบเคลียร์ให้มันเสร็จสิ้นก่อนวันมะรืน เพราะวันนั้นเขาต้องออกภาคสนามเพื่อลงไปตรวจสุขภาพประชาชนในชุมชนใกล้เคียง

“อะไรล่ะ” ร่างเล็กส่งกล้องจุลทรรศน์ไป มือก็จดยิกอะไรบางอย่างไป “งานนายเสร็จแล้วหรือไงกันน่ะ”







“ยังหรอก แค่มาชวนไปหาอะไรกินกัน นี่ก็เย็นแล้วนะ”

ด้วยความที่เซฮุนจบมาหลังจากเขา แม้จะได้เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลเดียวกันก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถรองรับนักเทคนิคการแพทย์ทุกคนมารวมอยู่ในห้องเดียวกันได้ จึงต้องแยกห้องปฏิบัติการออก ซึ่งแน่นอน เซฮุนถูกจับแยกออกไปอีกห้องนึง

แต่ถึงจะถูกจับแยก ไม่ว่าจะเช้ากลางวันเย็น หมอนี่ก็หาเรื่องเข้ามายุ่มยามที่นี่ได้เสมอ

“เอาน่า รีบทำส่วนนี้ให้เสร็จๆไป แล้วค่อยไปกินทีเดียว”

“ก็ได้” เหมือนหมาหูตกหางลู่ค่อยๆเดินออกไปจากห้องของเขา โดยมีเสียงบ่นพึมพำเบาก่อนจะเปิดประตูออกไป

เมื่อร่างสูงเดินออกไปไม่นาน ลู่หานรีบลุกจากเก้าอี้และสาวเท้าตามออกไป มือเล็กรั้งแขนใหญ่ไว้ ก่อนจะดึงหูอีกคนลงมา

“โอ้ยๆๆ พี่ ผมงอนพี่อยู่นะ” คนตัวสูงบ่นอุบ

“อ้าวหรอกะว่าจะออกมาบอกว่า คืนนี้เจอกันที่เตียง” ประโยคนั้นลู่หานยืนหน้าไปกระซิบที่ข้างหูอีกคน ก่อนจะเป่าลมเบาๆพอจั๊กจี๋ “แต่เมื่อนายงอนอยู่ก็ไม่เป็นไร พี่ไปล่ะ” ลู่หานตั้งท่าจะเดินกลับ





“อ้าพี่ผมว่าผมไม่ได้งอนพี่แล้วแหล่ะ”











“แต่ถ้างานของนายไม่เสร็จภายในหกโมงก็อด!” ร่างเล็กพูดก่อนจะรีบเดินกลับห้องไป











“ห้ะ! จะจะไปทำเดี๋ยวนี้แหล่ะ” เซฮุนก้มมองนาฬิกาพบว่าตอนนี้ 4 โมงกว่าแล้ว ก็รีบจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องของตนเพื่อทำงานกองยักษ์ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาเดดไลน์
















บางทีคู่ของเขาก็โหดบ้างแล้วก็หวานบ้าง(?) อย่างงี้แหล่ะ

 




















































 

“ฮานา เด็กคนนั้นใครน่ะ” คริสกล่าวเสียงเข้มขณะไปรับลูกสาวที่โรงเรียน แต่ดันไปเห็นเจ้าเด็กผู้ชายมาหอมแก้มลูกสาวสุดที่รักของเขา ฮอร์โมนความหวงลูกสาวเลยพรุ่งปรี๊ดด

“เพื่อนของฮานาเอง ชื่อซูฮยอน”

“เพื่อนกันแล้วหอมแก้มเนี่ยนะ!

“ก็ซูฮยอนเขาจะแกล้งหนูเฉยๆเอง ไปกันเถอะค่ะ หนูหิวแล้ว” ฮานาก็พอจะรู้สถานการณ์ดี เลยรีบลากคุณพ่อขี้หวงออกจากบริเวณนั้น

“ถ้ามันทำอย่างนี้อีก รีบมาบอกพ่อทันทีนะมีที่ไหนมาแกล้งหอมแก้มผู้หญิง”






บางทีมีลูกสวย ก็ต้องหวงเป็นธรรมดาเนอะคุณพ่อคริส

 













 

ปาร์คชานยอลกับแบคฮยอนเดินเข้าไปในสถานรับเลี้ยงเด็กแถบชานเมือง แต่อย่างที่ชานยอลได้บอกไว้ ที่นี่ยังมีเด็กกำพร้าอยู่มากมาย ที่ต้องการใครสักคนมาเข้าใจเขา มาดูแลเขา มาปกป้องเขา หลายคนในที่นี้ลืมตาดูโลกมาด้วยความผิดพลาด จนเป็นปมในชีวิตของเขา ยิ่งการมาอยู่รวมกันของพวกเขาก็บางทีก็เป็นเหมือนการสะสมตะกอนในจิตใจให้มากขึ้น

ลูกบอลสามสีกลิ้งมาหยุดที่เท้าแบคฮยอน พร้อมด้วยเด็กชายตัวเล็กๆ น่าจะอยู่ในวัยหัดเดินกึ่งวิ่ง กึ่งคลานมาเพื่อที่จะเก็บบอลนั้น ส่วนพี่เลี้ยงก็วิ่งตามมาเพราะไม่รู้ว่าผู้มาเยือนนี้จะมาดีหรือมาร้าย

แบคฮยอนก้มหยิบลูกบอลนั้นก่อนจะส่งคืนให้กับเจ้าหนูน้อยที่กำลังพยายามวิ่งมาหาเขา เมื่อเด็กคนนั้นรับบอลคืนไป แบคฮยอนก็พบกับความเหมือนบางสิ่งบางอย่างในอดีต










ทั้งดวงตา ทั้งรูปปากนั่น

















                   เหมือนกับ



















                   คยองซู  
















                   ทุกประการ!












“แบคฮยอน” ชานยอลเรียกคนรักของตนเองที่นิ่งไป หลังจากส่งลูกบอลให้กับเด็กคนหนึ่ง






“เหมือน



















“ คยองซูไปขอบคุณน้าเขาก่อนสิลูก” พี่เลี้ยงเด็กจูงมือเด็กคนนั้นมาหาพวกเขา ก่อนเด็กน้อยจะโค้งตัวก่อนจะพูดขอบคุณออกมาเบาๆ













“ขอบคุณครับ”











                   คำแปล่งของเด็กน้อยที่เพิ่งหัดพูดกล่าวออกมา พร้อมใบหน้าที่ระเรื่อไปด้วยสีแดงอ่อนๆ เหมือนว่าเด็กคนนี้จะขี้อายหน้าดู กล่าวเสร็จก็รีบวิ่งกลับไปยังกลุ่มของตัวเอง จนพี่เลี้ยงต้องรีบวิ่งตามไป กลัวคยองซูน้อยจะหกล้ม









“อะไรกัน











“เอาน่าแบค แค่ชื่อเหมือนกันเอง”

“ไม่ใช่หรอก หน้าตาด้วยที่เหมือนน่ะ” คนตัวเล็กกล่าวขณะมองไปยังเด็กตรงหน้า ที่กึ่งลุกกึ่งนั่งเล่นลูกบอลอันใหญ่อยู่ โดยมีเพื่อนๆคอยเล่นด้วยกัน









“มึงไม่เป็นอะไรใช่ไหม”






อย่างนี้นี่เอง สิ่งที่คยองซูเคยบอกกับกู” คนตัวเล็กหันหน้าเข้าไปหาชานยอล ก่อนจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อนให้ฟัง






                   “เขาเคยบอกกับกูว่า สักวันเขาอยากจะให้นายรักเขาบ้างสักนิดก็ยังดี”

















“แล้วนายจะทำอะไร”

“ฉันคิดว่าฉันถูกใจเด็กคนนั้นแล้วสิ ไปกันเถอะ” แบคฮยอนพูดก่อนเดินเข้าไปที่ออฟฟิศตรงหน้า เพื่อติดต่อรับเลี้ยงเด็ก





บางทีเขาก็ไม่เข้าใจตัวเขาเอง แต่เขาคิดว่าเด็กคนนั้นอาจเป็นคยองซูจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นคยองซูคนนี้ก็สามารถได้รับความรักจากชานยอลได้ ในฐานะลูกชาย

เขาไม่ได้รู้สึกผิดกับคยองซูหรอกนะ แต่เขาคิดว่าอย่างน้อยเขาน่าจะทำอะไรให้หมอนั่นบ้าง แล้วเหมือนจะมีใครมาดลใจให้เขารู้สึกชอบเด็กคนนี้ขึ้นมาจริงๆ



แม้จะใช้เวลาในการดำเนินเรื่องนานพอสมควร แต่เขาก็ขอทำให้มันถูกต้องตามกฏหมาย แล้วขอยื่นเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ ให้กลายเป็น

















ปาร์ค ชีกู
















ชีกู ที่แปลว่า โลก












                    โลกต่อจากนี้จะมีพวกเราสามคน











ไม่ใช่ไม่อยากจดจำคยองซู แต่เขาคิดว่าคยองซูควรมีแค่คนๆนั้น ส่วนเด็กคนนี้แบคฮยอนจะเลี้ยงเขาให้เป็นเด็กดี ให้เท่าที่พ่อแม่คนนึงจะให้เขาได้











เด็กคนนี้ จะเป็นโลกทั้งใบของเขาทั้งสองคน






















































-------------------------------------------------------------






จบแล้วรู้สึกเป็นปลื้มยิ่งนัก T^T...
เราไม่เครียดกับเรื่องเมนต์จริงๆ เพราะเวลาเอาฟิคก็อยากเปิดตอนต่อไปเร็วอ่าเนอะ
เราเครียดยอดวิวมากกว่า ดูน้อยเกิ๊นนนน
หลายต่อหลายตอนแทบไม่กล้าเปิดอ่าน เพราะรู้สึกว่าเขียนผิดอย่างเยอะ
เพราะไม่ได้ตรวจอักษรใดๆทั้งสิ้น


จบจากนี้ก็เขียนพล็อตไว้คร่าวๆแล้วเริ่มเขียนไปบ้างแล้ว
แต่ไม่สัญญาว่าจะลงหรือเปล่า เพราะอาจจะเขียนไม่จบ
กิจกรรมเยอะจริงๆ T[]T แต่ถ้าได้แต่งจะแต่งให้ดีกว่านี้
พัฒนาสำนวนในการบรรยายให้สละสลวยกว่านี้

ไหนๆก็จะจากกันแล้ว ถ้าใครอ่านถึงตรงนี้ได้
ขอคาราวะอย่างสูง ขอบคุณที่สนใจฟิคป่วงๆเรื่องนี้
เป็นฟิคเรื่องยาวเรื่องแรกที่เขียนจบ 
บาย.






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #34 asiaps (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 14:43
    พึคสุดก็คยอง น่าสงสาร
    #34
    0
  2. #31 life's_P (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 09:38
    น้ำตาหยดแหมะเลยชีวิตคยองซู
    #31
    0
  3. #30 ToonkO ♡ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 18:04
    เพิ่งเจอเรื่องนี้ค่ะ เลยไล่อ่านตั้งแต่แรก ขอเม้นทีเดียวเลยน้า
    ฮุนฮานไวไฟมาก เจอกันตอนแรกเซฮุนก็จูบพี่ลู่ซะละ เขินจิกหมอนเลย
    สำหรับพี่คริส เราว่าพี่เค้าก็ไม่ใช่คนดีเต็มตัวอ่ะ
    สมควรโดนแก้แค้นมั้ย? ก็สมควรนะ
    มีแฟนอยู่แล้ว มีลูก มีภรรยา แต่ก็กลับมาขอลู่หานคบ
    ตัวเค้ายังไม่คิดถึงจิตใจลูกตัวเองเลย การที่โดนนายองสวมเขาบ้างก็สมควร
    เราว่าบทเรียนที่ลู่หานให้คริสคราวนี้คงทำให้คริสไม่กล้านอกใจนายองไปหลอกใครอีก
    ฮุนฮานทำเราช็อคมาก ลู่หานแอบเมะใส่น้องฮุนไปที อื้อหือออ แม่คุุณร้ายนะะ
    แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องเป็นภรรยาน้องฮุนอยู่ดีเนาะ 5555555
    ผ่านอุปสรรคด้วยกันมาเยอะ เพราะลู่หานเห็นแก่ความแค้นจนลืมเซฮุนไป
    ถ้าเซฮุนไปห่างออกมาคราวนั้น ลู่หานคงไม่รู้ใจตัวเองแน่ๆ
    เรียนจบก็มาทำงานที่เดียวกันอีก หนีกันไม่พ้นแล้วล่ะชาตินี้ >////<
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีดีค่ะ : )
    #30
    0