Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 19 : MAN : 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ต.ค. 57



17

 

 

ลู่หานหันไปพยักหน้ากับเซฮุน เมื่ออีกฝ่ายรับสัญญาณจึงพานายองเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ ที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่

 
 

“นั่นคือการพาภริยาของเจ้าชาย มาพบกับเจ้าชาย ไงครับ” ลู่หานพูดแล้วลุกขึ้น ให้นายองนั่งลงตรงที่ที่เขานั่งเมื่อครู่

“นาย” คริสถึงกับอึ้งในสิ่งที่เขารับรู้ ทั้งรู้สึกผิดที่เขาโกหกลู่หาน แตะก็ยังโกรธที่ลู่หานทำให้คนที่เขารักจริงๆบอกเลิกเขาอย่างไร้เยื่อใย




“ผมรู้ว่าผมผิดมาก ผมก็ขอแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีของผม ผมขอสารภาพผิดทุกอย่าง ขอโทษในทุกการกระทำทั้งหมดของผม และพาพี่นายองมา เพื่อที่พี่ทั้งสองจะได้ปรับความเข้าใจกันในทุกๆเรื่อง” ลู่หานพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ มือหนาของเซฮุนเอื้อมมากุมมือบางไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ “ขอให้พี่ทั้งสองกลับมารักกัน นี่คือคำขอร้องสุดท้ายจากผม พวกพี่ไม่ต้องให้อภัยผมก็ได้ นะครับ” ลู่หานมองทั้งสองด้วยสายตาอ้อนวอน



“เซฮุนนายพาลู่หานออกไปเถอะ” นายองพูดโดยที่สายตายังคงจับจ้องที่สีหน้าของคริสอยู่

“ครับ” เซฮุนจึงพาลู่หานออกมาจากร้าน ร่างเล็กเดินตามต้อยๆเหมือนกับกำลังจะหมดแรง













 

 

“แก้วเมื่อมันแตกไปแล้วต่อยังไงมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หัวใจคนเราก็เหมือนกัน เมื่อมันแตกมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้” ลู่หานฟันกลับไปมองคนสองคนในร้าน

“แก้วที่แตก นำมันไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลมันก็กลับมาเป็นแก้วดังเดิม แม้หัวใจคนเราไม่สามารถไปผ่านกระบวนการนั้นได้ แต่ความรักสามารถหลอมมันใหม่ได้ แม้จะไม่ใช่หัวใจดวงเดิม แต่มันจะแข็งแรงขึ้นแน่นอน” มือหนาบีบกระชับมือเรียว

“นายคิดว่าอย่างงั้นหรอ

“อาจจะใช่หรือไม่ใช่เดี๋ยวก็รู้ครับ ไปกันเถอะ” เซฮุนเอื้อมแขนมากอดไหล่ร่างบางไว้

“ขอนั่งดูแถวนี้ก่อนได้ไหม? พี่รู้สึกไม่สบายใจเลย”

“ก็ได้ครับ ไปนั่งที่นั่นกัน” เซฮุนชี้ไปทางร้านไอศกรีมฝั่งตรงข้าม

“อื้อ ไปกัน”

 






 

 

“คริส” นายองเอ่ยทำลายความเงียบ ที่ครอบคลุมทั้งสองมาเป็น 10 นาที หลังจากที่พวกลู่หานเดินออกไป

“พี่สบายดีไหม?” คริสเงยหน้าขึ้นสบตาหวานที่กำลังมีน้ำตาเอ่ออยู่

“สบายดี นายล่ะ?

“ผมไม่สบาย เลยสักนิดผมคิดถึงพี่” คริสเลื่อนมือไปกุมมือบางไว้

“นายจะให้อภัยฉันหรอ ทั้งที่ฉันทำกับนายขนาดนั้น”

“อภัย? พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” คริสจดจ้องไปที่ใบหน้าหวาน “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแค่อารมณ์ชั่ววูบ พี่ไม่ได้ตั้งใจนี่ครับ? และถึงผมโกรธพี่ไป ผมก็ไม่มีความสุขอยู่ดีเพราะผมมัวแต่คิดถึงพี่ คิดว่าถ้าครอบครัวเราไม่มีพี่ มันจะทุกข์ขนาดไหนกัน?

“พี่ฮึก พี่ขอโทษ พี่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก หัวใจพี่มันอ่อนแอเกินไป”

“หัวใจพี่ไม่ได้อ่อนแอเกินไปหรอกครับ แค่ความกลัวในใจพี่มันมากเกินไปเท่านั้น”

“พี่

“อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ”

“แต่เหตุการณ์ครั้งนี้พี่ผิดจริงๆ พี่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ทำให้นายต้องมาทุกข์ใจ ฮึก”

“ไม่เอานะครับ อย่าร้องไห้ แม่ของน้องฮานาจะสวยที่สุดตอนยิ้มนะครับ” คริสเดินอ้อมไปนั่งข้างๆกับนายอง จูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มขาว

“พี่รักนายนะ” หญิงสาวโผเข้ากอดชายหนุ่มแน่น ทำให้คนในร้านที่จ้องมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆถึงกับยิ้มออกมา

 

 








 

“โล่งใจหรือยังครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขัดจังหวะในขณะที่คนข้างๆกำลังยิ้มกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“อื้มขอบคุณนายมากๆนะ” มือขาวเลื่อนมากุมประสานกับมือหนาไว้

“พี่จะขอบใจผมทำไม ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“นายทำทำมากด้วย” ร่างเล็กยื่นหน้าไปประกบริมฝีปากกับอีกคนเบาๆ คนโดนกระทำเลยได้แต่นั่งแข็งทื่อ ไม่คิดว่าจะโดนจู่โจม “ขอบคุณนะ”

“คะครับ” เซฮุนได้แต่นั่งนิ่งกระพริบตาปริบๆ อ้าปากค้าง จนลู่หานถึงกับหลุดขำ เมื่อเห็นอาการอย่างกับเด็ก

“นี่ๆๆ” มือขาวโบกมือตรงหน้าคนตัวสูงที่เหมือนจะช็อกไป “นี่จะอึ้งอีกนานไหม? ถ้าอีกนานก็อยู่นี่แล้วกัน พี่ไปล่ะ” ลู่หานพูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืน เดินออกไปนอกร้าน

“เฮ้ย! พี่” ฝ่ายเซฮุนที่เพิ่งรู้สึกตัวก็วิ่งไปจ่ายเงิน แล้ววิ่งตามคนตัวเล็กไป “พี่รอก่อนดิ” มือหนารั้งแขนเล็กไว้ คนที่ถูกรั้งก็หันมานักคิ้วให้เขาแบบกวนๆ

“หายอึ้งแล้ว?

“ครับ ._.

“นายนี่นะบางทีก็ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่บางทีก็เด็กอย่างไม่น่าเชื่อ =_=

“ขอโทษครับ ._.” คนตัวสูงก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษทำไมล่ะ” ลู่หานเอื้อมไปจับมือกับเซฮุน “ไปกันเถอะ จะไปเที่ยวทะเลไม่ใช่หรอก ต้องไปซื้อของก่อนนะ แล้วก็ตอนเย็นต้องพาพี่ไปกินเนื้อย่างด้วย”

“ครับผม”











“และที่สำคัญ - -++” คนตัวเล็กหันไปหาเซฮุนแล้วทำสายตากรุ้มกริ่ม แถมยังพูดขาดๆประโยค ทำเอาคนตัวสูงก็ลุ้นซะจนตัวสั่น (?)

“อะอะไรหรอครับ”

“นายเลี้ยง” พูดเสร็จก็เดินนำไป ทำให้คนที่เพิ่งเข้าใจต้องวิ่งตามไป


“เรื่องเลี้ยงน่ะผมก็เลี้ยงอยู่แล้วแหล่ะ แต่ว่า” แล้วเซฮุนก้มหน้าลงกระซิบข้างๆหูอีกคนว่า “จะให้เลี้ยงพี่ทั้งชีวิตเลยก็ยังไหวนะ” ไม่พูดเปล่า ยังฉวยโอกาสสูดดมความหอมที่แก้มขาวไปซะหนึ่งฟอด











“นี่! ไม่อายเขาหรือไง ที่นี่มันห้างนะ” คนตัวเล็กเลยฟาดมือใส่แขนอีกคนไปหนึ่งป้าบ

“แต่เมื่อกี้ในร้านไอศกรีม พี่ก็จูบผมนะครับ” เซฮุนยื่นหน้าเข้าใกล้อีกคนพร้อมยักคิ้ว จนคนฟังถึงกับหน้าขึ้นสี

“ก็ก็นั่น! ช่างมันเหอะน่า ไปซื้อของแล้ว”

“ครับๆๆ”

 










 

     



“อ้าวชานยอล” เสียงเล็กดังขึ้นที่ข้างหลังพวกเขา

ในสวนสาธารณะเล็กๆใกล้หมู่บ้านของไอ้คนตัวสูง ที่ในตอนเช้าแบบนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยออกมาออกกำลังกาย บ้างก็วิ่งจ้อกกิ้ง บ้างก็มารำไทเก๊ก ส่วนเขากับชานยอลก็ออกมาวิ่งๆเดินๆ เพื่อรับอากาศสดชื่นในยามเช้าแบบนี้

แต่จู่ๆก็มีเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง แต่เมื่อหันไปก็พบกับผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง  ใช่เขาคือคยองซู แบคฮยอนก็พินิจพิจารณาคนตรงหน้าของเขา แม้อีกฝ่ายจะเป็นคนตัวเล็กเพียงใด รังสีบางอย่างที่แผ่มาถึงเขานั้น แอบทำให้เขาขนลุกเบาๆ




“คยองซู ! อรุณสวัสดิ์” คนข้างกายเขาทักทายคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“บังเอิญจังเลยนะที่พบกันน่ะ”






บังเอิญหรอ? … แบคฮยอนไม่รู้สึกอย่างนั้นเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกแค่ว่าการเจอกันครั้งที่ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องบังเอิญไปได้ เพราะที่นี่คือสวนสาธารณะใกล้ๆหมู่บ้าน ซึ่งแม้จะเปิดรับผู้คนเข้ามาได้ แต่ไม่แปลกไปหน่อยหรอ ที่คนตรงหน้าเขา ที่ไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะอยู่แถวนี้ มาปรากฏตัวที่นี่ ตรงนี้ ตอนตีห้าครึ่งน่ะ!




“นั่นสิครับ” แบคฮยอนตอบรับอีกฝ่ายพร้อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนคยองซูจะไม่ได้สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย เพราะคนตัวเล็กตรงหน้าเอาแต่มองไปที่คนตัวสูงข้างกายเขา

“ไหนๆก็มาพบกันแล้ว ผมอยากจะนัดนายไปงานเลี้ยงกับผมหน่อย เป็นงานที่พี่ชายผมจัดขึ้นส่วนนายน่ะ จะตามไปด้วยก็ได้นะ” บัตรเชิญเข้างานใบเล็กๆถูกยื่นไปให้ชานยอล ส่วนประโยคหลังคยองซูหันมาพูดกับเขา พร้อมส่งสายตาชนิดที่ว่าถ้าแบคฮยอนเป็นตัวร้ายในละคร เขาก็แทบจะกระโดดเข้าไปตบเลยล่ะ



เยาะเย้ยงั้นหรอ






“ขอบคุณเราไปแน่” เสียงของแบคฮยอนกล่าวอย่างกระแทก ก่อนจะลากแขนคนตัวสูงออกมาจากที่ตรงนั้น เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน “ไปกันชานยอล”

“บาย คยองซู”

“วันศุกร์นี้ที่โรงแรงRC เวลาหกโมงเย็น อย่าลืมนะ” คยองซูเอ่ยก่อนจะหันหลังกลับไป







 

“มึงจะรีบไปไหนเนี่ย เราเพิ่งมาเองนะ”

“กูจะกลับบ้าน ถ้ามึงไม่กลับก็เชิญอยู่ต่อ!” แบคฮยอนปล่อยแขนอีกคนแล้วเดินกระแทกเท้าออกไป แต่ยังเดินไปถึงไหนร่างสูงก็วิ่งตามมารั้งแขนเล็กไว้

“มึงโกรธ?

“กูไม่ได้โกรธ กูแค่อารมณ์ไม่ดี”



เดี๋ยวนะ โกรธกับอารมณ์ไม่ดี มันไม่เหมือนกันหรอ ปาร์คชานยอลงงนะครับคุณแบค






“เรื่อง? คยองซูหรอ มึงหึง?

“อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย กูไม่ชอบสายตาแม่งเลย”

“โถ่ มึงอ่ะคิดมาก” คนตัวสูงรั้งร่างอีกฝ่ายเขามาชิดอกตน กอดจะสวมกอดแน่น

“มึงจะว่าอะไรกูไหม?” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นจากอ้อมกอด ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย







“ถ้ากูจะบอกว่าคยองซู ไม่ได้มาดีแน่ กูรู้สึกอย่างนั้น”
















 

“นี่มันงานแฟนนาย แล้วจะพาพวกพี่มาเพื่ออะไรมิทราบ” คริสอุ้มลูกสาวตัวน้อยของเขาลงบรรไดมาพร้อมๆกับนายอง ตอนนี้ทุกๆคนในตระกูลอู๋ก็ต่างแต่งกายด้วยชุดพร้อมออกงานเป็นที่เรียบร้อย แม้เมื่ออาทิตย์ก่อนจะคุยกันแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมถึงต้องเชิญไปทั้งบ้าน แม้กระทั่งฮานาก็ยังมีชื่อในการ์ดเชิญ

“ก็จุนมยอนบอกว่ามากันเยอะๆจะได้สนุกไงครับ” อี้ชิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับใส่รองเท้าคู่เก่งของเขา

ไม่นานนักครอบครัวตระกูลอู๋ก็ออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดเลี้ยง ซึ่งงานที่คืองานของจุนมยอน ที่เป็นงานการกุศลพร้อมประชาสัมพันธ์สินค้าของบริษัทของบ้านจุนมยอนเอง ถ้าพูดให้ตรงๆงานเลี้ยงทุกงานสำหรับคนแวดวงธุรกิจ แทบจะมีจุดประสงค์เพื่อพบปะนักธุรกิจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการค้าขายในภายภาคหน้า

เมื่อถึงสถานที่จัดงาน ทุกคนก็ต่างเดินมุงหน้าเข้าไปสถานที่จัดงาน เมื่อเข้ามาถึงหน้าเวทีก็มีจอโปรเจคเตอร์สำหรับฉายวิดีโอประชาสัมพันธ์ โดยรอบข้างก็จะมีอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งในงานขณะนี้ก็มีผู้คนมากมายพอสมควร

“พ่อกับแม่เดินแยกไปคุยกับคุณหญิงชเวก่อนนะ” คุณนายอู๋เอ่ยขึ้น ก่อนเดินแยกออกไปเพื่อพูดคุยกับเพื่อนเก่าของตนเอง

“ฮานาหิวไหมลูก” นายองถามลูกน้อยที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับผู้คนมากมายอยู่

“หิวนิดหน่อยค่ะ” เด็กสาวตอบก่อนจะมองไปรอบๆงาน ก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะข้างเวทีที่จัดวางคัพเค้กสีสวยไว้มากมาย

“งั้นเดี๋ยวพ่อไปเอามาให้นะลูก ยืนอยู่กับแม่ตรงนี้ก่อนนะ” คริสอาสาจะไปเอาคัพเค้กให้กับฮานา เลยพาทั้งสองไปยืนในบริเวณที่ผู้คนไม่มากนักก่อนที่จะได้ไปหยิบอาหาร

 













 

“พี่คริสใช่หรือเปล่าครับ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้น เมื่อคนตัวใหญ่หันไปก็พบกับแบคฮยอนที่เป็นเพื่อนซี้กับลู่หาน ซึ่งตอนนี้แบคฮยอนอยู่ในสูทสีเทาพอดีตัว ข้างกายคนตัวเล็กก็มีชานยอลที่ยืนยิงฟันครบ 32 ซี่อยู่

“ใช่ นายมางานนี้ด้วยหรอ?

“ครับ พอดีคยองซูเชิญมาน่ะครับ” ชานยอลยิ้มแล้วก็ตามคำถามรุ่นพี่ไป

“คยองซู?

“เป็นน้องชายของพี่จุนมยอนน่ะครับ”

“อ๋อ”

“ขอให้สนุกนะครับ พวกผมขอตัวก่อน” แบคฮยอนเอ่ยลารุ่นพี่ก่อนจะรีบเดินไปทางอื่น เพราะเห็นคยองซูกำลังเดินมาหาพวกเขา แต่มีหรือจะรอดพ้นสายตาคยองซู





                      ก็เพราะเขาตั้งใจเดินมาหาพวกชานยอลเองนี่นา     

 















 

“ว่าไงชานยอล งานพอจะสนุกไหม?” คยองซูเดินเข้ามาก่อนยิ้มน้อยๆส่งให้ชานยอล

“ก็นิดหน่อยแหล่ะ นายกินไรยัง” คนตัวสูงชี้ไปที่โต๊ะอาหารตรงหน้า เพื่อชักชวนอีกฝ่าย

“ยังไม่ดีกว่า พอดีผมมีเรื่องจะคุยกับแบคฮยอนน่ะ ขอตัวแบคฮยอนไปก่อนได้ไหม?” คยองซูเอื้อมมือไปจับแขนแบคฮยอน แม้อีกฝ่ายจะขัดขืนเล็กๆ แต่คยองซูก็จับแขนแบคฮยอนแน่นจนสะบัดไม่ออก ส่วนชานยอลมองการกระทำนั่นอย่างไม่เข้าใจ

“นายมีอะไร” แบคฮยอนสงสัยกับการกระทำของอีกฝ่าย

“อื้มก็แล้วแต่นะ” ชานยอลพูดก่อนจะเอาขนมเข้าปากไป

“ไปกับผมก่อน” คนตัวเล็กกว่ากระซิบที่ข้างหูแบคฮยอนก่อนออกแรงกระชากแขนแบคฮยอนให้เดินไปกับเขา

 




















 

“คุณพ่อคะ หนูอยากกอดโปโป้” เด็กน้อยเหมือนจะเบื่อผู้คนในงาน เพราะส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาเอาแต่คุยเรื่องธุรกิจ บ้างก็มาคุยโอ่ จึงอยากกอดและเล่นกับตุ๊กตากระต่ายตัวโปรดของตน ที่ตอนนี้กำลังนอนแอ้งแม้งอยู่ในรถโดยสารของตน

“งั้นหรอ แม่นายองครับ พ่อคริสฝากฮานาหน่อยนะ เดี๋ยวมา” คริสพูดจาหวานฝากลูกน้อยขณะที่อีกฝ่ายเดินไปเอาเครื่องดื่มมา

คริสเดินออกมาตามทางเดินของโรงแรม พอหันไปมองหน้าต่างที่ตอนนี้ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิท มีเพียงแสงร่ำไรที่ถูกติดตั้งอยู่ในสวนรอบๆโรงแรม แต่ทันใดนั้นก็พบกับแบคฮยอนเหมือนเดินออกลงมาจากทางห้องจัดเลี้ยงกับใครสักคน แล้วเดินตรงไปยังสวนดอกไม้ข้างๆตึก เขาก็คิดไปว่าคงเป็นเพื่อนที่เขาไม่รู้จัก

แต่พอออกจากตัวอาคารเพื่อที่จะเดินไปยังลานจอดรถ ก็พบว่ามีรถสีดำคันใหญ่วิ่งตัดหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็แอบสบถในใจไปหน่อยเหอะ ขับรถในสถานที่ที่มีคนแบบนี้ควรจะขับช้าๆสิ

 

 












 

การกระทำของคยองซูยิ่งทำให้แบคฮยอนสงสัย เพราะสายตาที่คยองซูส่งให้เขาทุกครั้งที่เจอ ไม่น่าจะเป็นสายตาพิศวาทอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย แต่มันตรงข้ามกัน สายตานั้นมีแต่ความเย้ยหยัน ความเกลียดชัง ต่างๆนานา

“นายต้องการอะไร” เมื่อเดินมาออกมาภายนอกของโรงแรม เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแบคฮยอนจึงเปิดบทสนทนาก่อน คยองซูเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มที่มุมปาก ซึ่งมันทำให้เส้นเลือดที่หน้าแบคฮยอนกระตุกเล็กน้อย







หมอนี่!...


“อืมมันมีเยอะไปหมดเลยอ่านะ เริ่มตรงไหนก่อนดีล่ะ” คยองซูเดินไปเดินมาทำหน้าคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้แบคฮยอนหัวใจกระตุก


“ฉันต้องการให้นาย” คยองซูลูบฝ่ามือแบคฮยอนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกฝ่าย












“ตายซะ”









เนื้อความในประโยคไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่สีหน้าของอีกฝ่ายขณะเอ่ยออกมา มันเหมือนกับว่าเขากำลังพูด นายสบายดีไหม?’ หรือ กินข้าวหรือยัง

“นายมันบ้า!” แบคฮยอนพูดก่อนจะเดินกลับไปเข้างาน แต่มีคนชุดดำจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 คนมาขวางทางเขาไว้

“ถ้าไม่มีนาย ชานยอลก็อาจจะหลงรักฉัน! จับมันไป” เสียงเล็กกล่าวสั่งลูกน้องก่อนจะเดินเข้างานไป แต่หยุดชะงักเพื่อฟังประโยคหนึ่งของแบคฮยอนก่อนที่จะถูกลูกน้องของเขาพาขึ้นรถไป




“คยองซู! นายมันก็ใช้ได้แค่คำว่า อาจจะเท่านั้นแหล่ะ เพราะถึงไม่มีฉัน ชานยอลก็ไม่มีทางมองนาย!

 

 












 

ร่างเล็กเดินกลับเข้ามาในงานก่อนจะพยายามไล่ประโยคนั้นออกจากหัว

ไม่มีทางงั้นหรอ




“อ้าวคยองซู แบคฮยอนล่ะ?” ชานยอลเดินมาหาคยองซู เพราะเห็นว่าทั้งคูออกไปด้วยกัน แล้วตอนนี้แบคฮยอนก็หายไปนานแล้วด้วย

“ยังไม่เจอกันอีกหรอ ก็เมื่อกี้ผมคุยกับเขาแป๊บเดียว เขาก็รีบเดินกลับเข้ามาในงาน” คยองซูพูดปดไป แล้วแสร้งว่าทุกอย่างยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“งั้นหรอ ขอบคุณนะ” ร่างสูงเอ่ยลาก่อนจะเดินต่อไปเพื่อหาคนรักของตน

ชักใจคอไม่ดีแล้วสิ

 

 









 

ชานยอลเดินตามหาแบคฮยอนทั้งในงาน และภายนอกงานก็ไม่พบของร่างเล็กเลย โทรเข้าโทรศัพท์อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะไม่มีคนรับ พอโทรเข้าหลายๆครั้งก็ผิดเครื่อง มีเพียงเสียงจากคอลเซ็นเตอร์ให้ฝากข้อความเสียงไว้เท่านั้น

ร่างสูงเดินหน้าเครียดเข้ามาในงาน ที่ตอนนี้เป็นช่วงของการแนะนำสินค้า คนจึงไปกระจุกอยู่บริเวณหน้าเวทีซะส่วนใหญ่

“ชานยอล” คริสเดินเข้ามาหารุ่นน้องที่ยืนจ้องโทรศัพท์หน้าเครียดอยู่บริเวณหน้าประตู “มายืนทำหน้าเครียดอะไรตรงนี้ แล้วไอ้ตัวยุ่งล่ะ” ไอ้ตัวยุ่งที่คริสกล่าวถึงก็คือแบคฮยอนนั่นแหล่ะ เขาเห็นแบคฮยอนล่าสุด ก็ตอนที่คนตัวเล็กกำลังยืนคุยกับใครคนหนึ่งที่ในสวนของโรงแรมแห่งนี้

“ไอ้ตัวยุ่งนั่นแหล่ะที่ทำผมเครียด” ชานยอลกำโทรศัพท์แน่นก่อนจ้องหน้าคนเป็นพี่ “พี่พอจะเห็นมันป่ะ?

“ไม่เห็นนะ ที่เจอล่าสุดก็สักชั่วโมงที่แล้ว อยู่ตรงสวนดอกไม้ข้างโรงแรม” เอเหมือนเขาจะเห็นรถสีดำประหลาดวิ่งปาดหน้าเขาตอนที่เขาไปเอาตุ๊กตาให้ฮานาด้วยนี่นา

“ข้างโรงแรม?” ก็ตอนที่คยองซูขอตัวแบคฮยอนออกไปนี่สิ







คยองซู ไม่ได้มาดีแน่ กูรู้สึกอย่างนั้น เขาหวนนึกถึงคำที่แบคฮยอนเคยพูดไว้เมื่อวานนี้


“อ่า แล้วพี่ก็เห็นรถสีดำวิ่งตัดหน้าพี่ไป ในเวลาไล่เรี่ยกันน่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกันหรือเปล่านะ แต่พูดแล้วหงุดหงิด” คริสยืนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่




“รถสีดำหรอครับ?

“ใช่รถคันใหญ่สีดำ ติดฟิล์มทึบทั้งคัน ขับเร็วมาก มันปาดหน้าพี่ไปจนเกือบชนแหน่ะ” ยิ่งนึกยิ่งแค้น นี่ถ้ามีปืนจะยิงยางให้แตกไปเลย

“พี่พอจะจำทะเบียนได้บ้างไหมครับ”

“มัวแต่โมโหเลยไม่ได้สังเกต แต่เห็นว่าจะเป็นเลขลำดับเรียงกัน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเลขอะไร”

คริสกับชานยอลก็ยืนหน้าเครียดกัน ทั้งสองฝ่ายก็รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องสนุกๆแน่ และที่สำคัญที่สุดตอนนี้แบคฮยอนอยู่ที่ไหน?!

“พี่คริส พี่เห็นคยองซูบ้างหรือเปล่า เมื่อกี้เห็นกล่าวเปิดงานเสร็จพวกผมก็ไม่เห็นอีกเลย” อี้ชิงเดินมากับจุนมยอนที่กำลังมองหาใครสักคนอยู่


คยองซูหายไปด้วยงั้นหรอ?... ชานยอลคิดก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาคยองซู แต่ผลที่ได้รับกลับมาคืออีกฝ่ายปิดเครื่อง

“แบคฮยอนก็หายไปเหมือนกันนะครับ” คริสเอ่ยกับอีกฝ่าย ซึ่งตอนนี้ผู้ชายสี่คนกำลังยืนเครียด ซึ่งจุนมยอนตอนแรกก็ไม่ได้เครียดอะไรมาก เพราะคิดว่าเจ้าน้องตัวดีจะแวบออกไปเดินเล่น แต่เมื่อได้ยินว่าเพื่อนอีกคนก็หายไปด้วย นี่เขาเริ่มกังวลแล้วสิ

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ชานยอลทำการเคารพคนทั้งหมดก่อนที่จะปลีกตัวออกมาเพื่อที่จะโทรไปหาที่บ้านของเขาเอง และบ้านของแบคฮยอน เผื่อคนตัวเล็กงอนอะไรเขาแล้วจึงหนีกลับก่อน

“ได้ข่าวอะไรก็โทรมาบอกพี่ก่อนนะ” คริสกล่าวก่อนแยกย้ายไปหาครอบครัวของตน เพราะขณะนี้คนในงานบางส่วนเริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว

“ครับ ผมลาล่ะครับ”











 

ชานยอลลองโทรศัพท์หาคนที่บ้างทั้งสองที่ก็ไม่มีวี่แววว่าแบคฮยอนจะกลับไปเลย ร่างสูงจึงรีบขับรถวนรอบเมือง และแถบชานเมือง ไอ้ตอหม้อยิ่งทำอะไรอินดี้ๆอยู่ด้วย ไม่แน่ตอนนี้มันอาจจะกำลังร้องคาราโอเกะอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้

แต่ไม่ว่าจะตามหาสักกี่ที่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของแบคฮยอนเลย ชานยอลจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทอีกคนดู เผื่อแบคฮยอนจะไปอยู่ที่ห้องของลู่หานก็ได้




ฮัลโหลลลลลเสียงตอบรับจากปลายสายยืดยาวเหมือนกับเพิ่งตื่นมารับโทรศัพท์ ซึ่งอีกฝ่ายน่าจะเป็นเซฮุนมากกว่า

“เซฮุนนา ตอนนี้แบคอยู่กับพวกนายหรือเปล่า” ชานยอลเอ่ยด้วยเสียงร้อนรน และเหนื่อยหอบจากการวิ่งตามหาอีกฝ่ายไปทั่ว

ไม่นี่ครับ ตอนนี้ในห้องมีแต่ผมกับพี่ลู่

“งั้นหรอ” ชานยอลเอ่ยก่อนจะทิ้งตัวบนเก้าอี้ในป้ายรถเมย์ ที่ตอนนี้แทบจะร้างผู้คน

พี่มีอะไรหรือเปล่า

“แบคน่ะ” ชานยอลเล่าเหตุการณที่เกิดขึ้นช่วงหัวค่ำให้อีกฝ่ายฝั่ง แล้วเซฮุนก็ปลุกลู่หานให้ลุกขึ้นมาฟังด้วย ลู่หานนี่แทบจะลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ววิ่งมาหาเขา ณ ตรงนั้นเลย แต่โดนเซฮุนห้ามไว้ก่อน เพราะเขาจะพยายามติดต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เผื่อแบคเกิดอุบัติเหตุ แล้วจะคอยแจ้งข่าวให้เขาอีกทีหนึ่ง













 

ชานยอลเจอแบคฮยอนหรือยังลูก เสียงแบคฮยอนของคุณนายบยอน ที่หลังจากชานยอลโทรมาถามเมื่อประมาณ 3 ทุ่มกว่า เธอก็แทบจะนอนไม่หลับ นั่งกังวลเกี่ยวกับลูกชายคนเล็กที่ขณะนี้ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

“ยังเลยครับ ตอนนี้ผมตามหาทั่วเมืองก็ไม่มีวี่แววเลย” ชานยอลเอ่ยอย่างเหนื่อยอ่อน

กลับมาพักก่อนไหมลูก นี่ก็ตี 2 แล้วนะ คนเป็นผู้ใหญ่เอ่ยออย่างเป็นห่ง เพราะเสียงชานยอลดูเหนื่อยล้าเต็มที

“ไม่ดีกว่าครับ ผมมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแบคฮยอน”

เอาล่ะเสียงปลายสายเงียบไปเล็กน้อย งั้นแม่ขอสั่งให้ชานยอลกลับบ้าน ไปอาบน้ำอาบท่าก่อน เกิดชานยอลหลับในขึ้นมาแล้วเป็นอะไรไป เจ้าแบคมันจะเสียใจนะลูก” เสียงเด็ดขาดของคุณนายบยอนเอ่ยขึ้นเป็นคำสั่งให้ว่าที่ลูกเขยของตนกลับบ้านไปก่อน อย่างน้อยก็ให้ทำความสะอาดเนื้อตัวให้พอตื่นก็ยังดี เผลอเป็นลมไปจะลำบาก

“ครับ คุณแม่”

เมื่อได้รับคำสั่งอย่างนั้นคนตัวสูงจึงขับรถกลับบ้าน โดยขณะขับก็จะขับช้าๆ มองตามข้างทาง หวังว่าแบคฮยอนคงจะเดินอยู่บริเวณนั้น

 












 

“ฝั่งพี่เป็นไงบ้าง” เซฮุนโทรเช็กตามโรงพยาบาลต่างๆที่อยู่ในระแวกนี้ ก็ไม่พบกับผู้ป่วยคนใดที่ชื่อบยอนแบคฮยอนเลยแม้แต่คนเดียว จึงหันไปหาลู่หานที่ตามเช็คข้อมูลในอินเตอร์เน็ต กะว่าจะแจ้งความแต่ทางสถานีกลับไม่รับแจ้งเพราะคนหายไม่ถึง 24 ชั่งโมง

“ไม่ได้อะไรเลยน่ะสิ ให้ตายเหอะ” คนตัวเล็กขยี้หัวก่อนจะล้มลงนอนบนเตียงแรงๆ ตอนนี้เขาเป็นห่วงเพื่อนสนิทมาก ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่เด็กแล้ว จะหายไปข้ามคืนก็ไม่เป็นไร แต่ใจเขาตอนที่ได้ยินเสียงชานยอลเล่าเรื่องให้ฟัง ใจมันร้อนผ่าวๆเหมือนช่วงตอนที่แบคมันเกิดอุบัติเหตุ

“พี่ลู่พี่แบคหนังเหนียวจะตาย ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกนะ” เซฮุนเอื้อมไปกอดคนเป็นพี่ที่กำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ มือหนาคว้ามือบางมาบีบเบาๆเป็นการให้กำลังใจ “เดี๋ยวผมโทรบอกพี่ชานยอลก่อนนะ”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ”

ลู่หานพึมพำอยู่คนเดียว ก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะออกไปตามหาแบคฮยอนเอง แม้จะช่วยไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยมันก็ยังดีกว่านั่งรอข่าวจากทางนั้นเฉยๆล่ะนะ “เซฮุนไปกันเถอะ!











 

“เป็นไงบ้างลูก เจอหนูแบคยัง?” เมื่อชานยอลเดินเข้ามาในบ้านก็พบกับคนทั้งครอบครัวเขานั่งรวมกันอยู่ที่ห้องรับแขก ฝ่ายพ่อเขาก็ตามเช็คสถานที่ต่างๆ ฝ่ายแม่เขาก็นั่งเช็คข่าวต่างๆตามอินเทอร์เน็ต

“ยังเลยครับไม่มีแม้แต่เงาไอ้เตี้ยเลย” ชานยอลค่อยทรุดลงนั่ง เหมือนกับขาของเขาชาไปทั้งหมด

“แบคฮยอนต้องไม่เป็นไรลูก”






















 

ตื่อดึ้ง
















 

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น