Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 18 : MAN : 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ต.ค. 57


16

 

“อ้าหิวชะมัดเลย” ลู่หานลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังจากที่งมกับหนังสือมาหลายชั่วโมง เดินไปเปิดตู้เย็นหาของกินประทังชีวิต (?) และพบกับไข่หนึ่งฟอง




เท่านั้น




“อะไรวะเนี่ย เมื่อเช้ายังมีอยู่เลยไม่ใช่หรอวะ” บ่นไปก็เกาหัวไป สายตาดันเหลือบไปมองนาฬิกาก็พบว่า อีกไม่นานเซฮุนจะสอบเสร็จแล้ว “อืมไปรับแล้วก็พาไปหาอะไรกินด้วยเลยดีกว่า”





















 

ร่างบางเดินชิวๆไปมหาลัยเพราะมหาลัยอยู่ไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่ เดินสัก 5-10 นาทีก็ถึงแล้ว แต่ยังไงก็เถอะวันนี้ฝนมันคงจะตกจริงๆล่ะมั้ง ตั้งเค้ามาเชียว ลู่หานเดินไปเรื่อยๆจนพบกับหญิงสาวที่คุ้นตานั่งรอรถตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้า ลู่หานจึงตัดสินใจเข้าไปทัก

“พี่นายอง”




ลู่หาน นาย” หญิงสาวหันไปตามเสียงก็พบกับชายหนุ่มหน้าหวาน นายองมือสั่นทำอะไรไม่ถูก

“อา,,,พี่นายองสบายดีหรือเปล่าครับ” ลู่หานเอ่ยเริ่มบทสนทนาเพื่อคลายความตึงเครียด

“ไม่ไม่ดีเลยสักนิด” เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาลู่หาน “ที่บริษัทสั่งพักงานฉัน 3 เดือน มันแทบไม่ต่างอะไรจากการไล่ออกเลยแม้แต่น้อย”

“ผม” ชายหนุ่มทำหน้าอย่างรู้สึกผิด เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะส่งผลกระทบมากมายขนาดนี้

“ฉันคิดถึงลูก” เสียงเล็กเอ่ยอย่างเบาๆ

“พี่ยังไม่ได้ไปคุยกับคริสหรอครับ”

“ฉันจะมีหน้าที่ไหนไปคุยกับเขา พี่บอกเลิกเขา พี่ตัดเยื่อใยทุกอย่างหมดแล้ว พี่ไม่มีสิทธิ์ที่จะมองเขาเลยด้วยซ้ำ” นายองยกมือมาปิดหน้า ไหล่เล็กสั่นกระเพื่อมทำให้รู้ว่าหญิงสาวกำลังร้องไห้อย่างหนัก แต่ถ้าสังเกตไม่ผิดก่อนหน้านี้ขอบตาเรียวมีรอยแดงช้ำที่คงจะมาจากการร้องไห้









“พี่มีสิทธิ์ สิทธิ์ทุกอย่างที่พี่ควรมี เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก และเป็นคนที่พี่คริสเขารักมาก” ลู่หานนั่งคุกเข่าลงหน้าหญิงสาว





” นายองยังคงร้องไห้ไม่หยุด





“พี่รู้ไหมครับ ตอนนี้พี่คริสก็คงร้องไห้อย่างหนักไม่ต่างจากพี่ พี่จะทำให้หัวใจของพี่เจ็บช้ำทำไม ในเมื่อหัวใจของพี่ทั้งสองต่างเรียกร้องหากัน และตอนนี้ลูกของพี่คงร้องไห้หาพี่แน่ๆ พี่ไม่สงสารเขาหรอ”





“พี่




“ผมจะไม่ขอปัดปัญหาให้พ้นตัวหรอกนะครับ เรื่องนี้ผมเป็นคนก่อผมก็จะเป็นคนแก้เอง แต่พี่ต้องช่วยผมได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มดึงมือขาวมากุมไว้ แล้วจ้องดวงตาเรียวอย่างแน่วแน่





“นายจะทำยังไง..?

 

 


















 

“โอ้ย ใครเป็นคนออกข้อสอบวะเนี่ย ถามมาได้มุตตากับมุนินท์เกิดก่อนกันกี่นาที ใครจะไปตรัสรู้วะ = =” เซฮุนเดินหัวยุ่งลงมาจากอาคารเพื่อจะกลับบ้าน แต่ดันไปพบกับ

“เฮ้ย! เซฮุน” เพื่อนตัวดำของเค้านั่นเอง

“ไรวะมึง =___=” คนตัวขาวหยุดยืนรออีกคนที่วิ่งเข้ามาหา

“สอบเสร็จแล้ว ดีใจว่ะ ว่าแต่ไปร้องเกะกันเปล่า?

“ไม่ไปกูจะไปอยู่กับเมีย” เน้นชัดๆโดยเฉพาะคำสุดท้าย

“มึงมีเมียแล้วลืมเพื่อน กูงอนT^T” ปากหนาของคนตัวดำเบ้ออกเล็กน้อย

มึงคิดว่ามึงน่ารักมาเลยสินะ =___=

“มึงเลิกทำท่าอย่างนั้นไปเลย อี๋!~ กูขนลุกว่ะ” เซฮุนตบหัวเพื่อนตัวดำไปหนึ่งที

“เชี่ยเจ็บแล้วมึงไม่ไปแน่หรอ”

“เอ้อ” ตอบกลับไปแบบเนือยๆ แต่สายตาดันไปพบกับร่างบางที่นั่งเหม่ออยู่ไม่ไกล ขายาวจึงพาร่างสูงก้าวยาวๆไปหาอีกคน ทิ้งเพื่อนตัวดำให้ยืนงงสักพัก เมื่อพบกับแฟนเพื่อนก็ถึงกับอ๋อ

ที่แท้มีเมียมารับนี่เอง เชอะน้องไคไปคงเดียวก็ได้ ไม่ง้อ -3-

 






 

“พี่ลู่!...” ร่างสูงเรียกอีกคนเสียงดังแล้วนั่งลงข้างๆ

“อ้า! จะเสียงดังทำไมล่ะ”

“ก็เห็นนั่งเหม่อ เป็นอะไรหรือเปล่า” เซฮุนมองอีกคนอย่างเป็นห่วง

“ไม่มีหรอก ไปกันยัง?

“เอ้อจะว่าไป ไหนพี่บอกว่าจะไม่มาไง ทำไมจู่ๆถึงมา”

“ก็เห็นว่าน่าจะสอบเสร็จแล้ว เลยจะพาไปหาอะไรกิน” ลู่หานยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วดึงให้อีกคนลุกตามไป

“งั้นเราไปกินอะไรดีละ” แขนใหญ่กอดเอวของคนตัวเล็กกว่าแน่น

“ย้า! จะมาจับอะไร คนเขามองนะเว้ย” ลู่หานตีเซฮุนไปหนึ่งป้าบ คือเดินเฉยๆไม่ได้หรือไงวะ มือปลาหมึกตลอด

“ก็หวงนี่แล้วพี่อยากกินอะไรอ่า?

“เนื้อย่าง?” คนตัวเล็กเสนอความคิด เพราะเขาอยากกินมานานแล้ว

“แต่พรุ่งนี้พี่มีสอบนะ หาอะไรเบาๆกินก่อนสิ แล้วตอนพี่สอบเสร็จผมจะพามากิน”

“นายนี่นะเอ้อๆ แล้วจะกินอะไรล่ะ”

“คัลกุกซูดีไหมครับ?

“อื้มก็ดีนะ อยากซดอะไรร้อนๆสักหน่อย”









 

“พี่ต้องกินเยอะๆนะ กลับไปก็จะได้ฟิตปั๋ง -..-“ เซฮุนเลื่อนกิมจิให้อีกคนพร้อมกับทำหน้าหื่นๆ จึงโดนมือเล็กฟากมาเต็มแรง

“ฟิตอะไรของนายห้ะ!

“ก็ฟิตๆไง พี่จะได้ไปอ่านหนังสือได้นานๆ”

“หรอ” คนตัวเล็กยิงฟันให้อีกคนก่อนจะจัดการกับอาหารตรงหน้า

อ้าอร่อยชะมัด

“พี่ปิดเทอมนี้ไปไหนดีอ่า” ระหว่างรอของหวานเซฮุนก็เปิดบทสนทนาขึ้น เพราะพรุ่งนี้ลู่หานก็สอบเป็นวันสุดท้าย ถัดไปอีกไม่นานก็รับผลสอบแล้วก็ปิดเทอม ปิดแบบยาวเหยียดเลย

“กลับบ้านล่ะมั้ง”

“แค่นั้นหรอ” คนตัวสูงถามอย่างลุ้นๆ เพราะหวังว่าอีกคนจะพูดอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองบ้าง

“อืม” คนตัวเล็กทำท่าคิด



“อ้าแค่นี้ล่ะมั้ง” พูดจบก็รับของหวานจากพนักงาน

“พี่อ่า” คนตัวสูงถอนหายใจออกมาแล้วเริ่มจัดการกับของตรงหน้า

“นายอยากจะไปไหนล่ะ” จู่ๆลู่หานก็พูดขึ้นมาทำลายความเงียบ เซฮุนที่ได้ยิน จากเมื่อกี้ที่ทำหน้าเป็นหมาหงอย แต่ตอนนี้กลับร่าเริงยังกะหมาได้ของเล่น

“ไปทะเล *[]*

“งั้นหรอพี่สอบเสร็จแล้วก็ไปทะเลกันเลยก็ได้”

“จริงหรอ? ผมดีใจนะเนี่ย” คนตัวสูงยังรู้สึกไม่ใช่หูตัวเอง

“ไม่จริงก็ได้” =___= แหมผมว่าผมก็ไม่ได้พูดเบานะเฟ้ยเห้ย

“อ้า อย่าเปลี่ยนคำพูดนะ”

“เอ้อๆ รีบๆกินของตรงหน้าไป” ผมตักของหวานในชามขึ้นมากิน ก็เพิ่งนึกได้เมื่อตอนบ่ายพูดอะไรกับพี่นายองไว้ “เซฮุน

“ว่าไงครับ” คนตรงหน้าเคี้ยวขนมอย่างอารมณ์ดี

“คือพรุ่งนี้น่ะ พี่มีธุระ นายไม่ต้องมารับพี่หรอกนะ”

“ธุระอะไร?” จากอารมณ์ดี๊ด๊าเมื่อครู่กลับเปลี่ยนโหมดอย่างกะทันหัน

“จำพี่นายองได้ไหม?

“ผมไม่ลืมหรอก” คนตรงหน้าตอบด้วยเสียงเรียบ

“พี่จะช่วยให้พี่นายองกับพี่คริสเขาคืนดีกัน พรุ่งนี้”

“ผมไปด้วย” เซฮุนพูดแล้วก็วางช้อนลงแรงๆ

“นายจะไปทำไมล่ะ”

“ไม่รู้ล่ะ ผมจะไปด้วย”

“ก็ตามใจ

จากบทสนทนาที่ดูมีความสุขเมื่อครู่ กลับแทนที่ด้วยบรรยากาศที่มืดครึ้มไปด้วยเมฆเมื่อพูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ตลอดการเดินทางกลับทั้งสองต่างนิ่งเงียบไม่พูดคุยกัน จนถึงหน้าห้องของลู่หาน

“พี่เดี๋ยวผมมานะ” คนตัวสูงบอกอีกคนที่กำลังไขประตูอยู่

“นายจะไปไหน”

“ผมกลับห้องแป๊บ เดี๋ยวมา”

“อื้ม” คนตัวเล็กพูดแล้วก็ผลักประตูเข้าห้องไป







 

“อิ่มชะมัดเลย” ชานยอลนอนผึ่งกับโซฟาเมื่อกินอาหารเย็นชุดใหญ่หมดไป

“ย้าเดี๋ยวก็เป็นงูหรอก กินแล้วนอนน่ะ” คนตัวเล็กตีพุงชานยอลไป จนอีกคนแทบจะพุ่ง ตีมาได้นะเมียจ๋า พุ่งออกมาล่ะเสียดายเลย


“คร้าบๆ นี่เมียหรือแม่เนี่ย” ชานยอลลุกขึ้นมาพลางลูบท้องที่ยื่นออกมาเล็กน้อยเพราะบรรจุอาหารที่เจ้าตัวกินเข้าไป

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่างแหล่ะ กูกลับก่อนล่ะ” แบคฮยอนหยิบกระเป๋าเงินแล้วทำท่าจะลุกออกไป มือหนาจึงคว้ามือเรียวไว้

“อย่าเพิ่งดิ นี่มันก็มืดแล้วมึงค้างที่นี่แหล่ะ”

“กูไม่ได้เอาเสื้อผ้ามานะเว้ย” คนตัวเล็กดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม คุณนายปาร์คเดินเข้ามาในห้องรับแขกจึงงงกับสถานการณ์ตรงหน้าเล็กน้อย

“มีอะไรกันหรอลูก”

“เปล่าครับ แบคฮยอนเขาจะกลับบ้าน แต่ผมให้ค้างที่นี่เพราะตอนนี้มันมืดแล้ว”

“ก็นั่นสิลูก ค้างที่นี่แหล่ะ” คนเป็นแม่เดินไปหาว่าที่ลูกสะใภ้(?)

“ผมเกรงใจน่ะครับ แล้วผมก็ไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาด้วย” แบคฮยอนออกจะอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อมีผู้ใหญ่มาชักชวน

“ก็เสื้อผ้าชานยอลไงล่ะลูก ออกจะเยอะแยะ”

“นั่นสิๆ กูมีเสื้อผ้าเยอะแยะ ถ้ามึงใส่ไม่ได้เสื้อผ้าตอนเด็กๆกูก็มีตั้งเยอะ” คนตัวสูงช่วยออกความเห็นเพื่อโน้มน้าวคนตรงหน้า

“เอ่อ” แบคฮยอนเริ่มทำหน้าลำบากใจ

“นะลูก ออกไปตอนนี้มันอันตราย”

“ก็ได้ครับผมจะค้าง”

“ดีมากลูก เดี๋ยวแม่ไปบอกแม่บ้านให้เตรียมห้องก่อนนะ”

“แม่ครับ ไม่ต้องเตรียมหรอก ให้นอนห้องผมก็ได้” ชานยอลรั้งแขนแม่ตัวเองไว้

“ไม่ได้เลยนะ ถ้าให้แบคฮยอนไปนอนห้องเรา แม่เกรงว่าแบคฮยอนคงไม่ได้นอน” คนเป็นแม่พูดพลางเลื่อนสายตาไปมองว่าที่ลูกสะใภ้ข้างๆ

“ขอบคุณครับคุณแม่ ^^” คนตัวเล็กยิ้มอย่างโล่งใจ

 






 

แกร้ก

“มาแล้วหรอ” ลู่หานเงยหน้าขึ้นมองคนที่เปิดประตูเข้ามา

“ผมคิดว่านี่คงช่วยพี่ได้นะ เวลาอ่านหนังสือน่ะ” เซฮุนยื่นหูฟังให้ลู่หาน จริงสิหูฟังของเขาพังไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่นา

“ขอบใจนะ” คนตัวเล็กเอื้อมมือไปหยิบแล้วจัดการกับหูฟัง เพื่อที่จะได้อ่านหนังสือต่อ

“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะ”

“อื้อ”

 




 

“แล้วพรุ่งนี้พี่สอบเสร็จจะไปไหนหรือเปล่า?” หลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำก็ถามคนตัวเล็กที่กำลังอ่านหนังสืออยู่

“สอบเสร็จหรอ” ลู่หานนิ่งเงียบ สายตาเรียวจดจ้องที่หนังสือ แต่ก็ไม่ได้อ่านสักคำ เขามัวแต่คิดเรื่องของคริสและนายอง เขาจะบอกเซฮุนดีมั้ยนะเกี่ยวกับเรื่องพรุ่งนี้

“อื้อ พี่จะไปไหนหรือเปล่า” ร่างโปร่งนั่งลงข้างๆ เอาหัวซบลงกับไหล่บาง

“เซฮุนพรุ่งนี้พี่น่ะ ” เสียงหวานยังคงพูดติดกระตุก

“ทำไมหรอครับ” เอาเถอะ บอกๆไปอย่างน้อยเราก็ไม่ควรมีความลับต่อกัน

“พรุ่งนี้ตอนบ่าย พี่จะให้พี่คริสกับพี่นางยองมาเคลียร์กันน่ะ พี่ไม่อยากให้เรื่องต้องยุ่งไปกว่านี้”

“อืมครับ” เซฮุน เขยิบออกจากร่างบางเล็กน้อย ทำให้ลู่หานเริ่มใจไม่ดี

“นะเซฮุน” มือเรียวจับมือหนาไว้แน่น

“ครับ แล้วพี่จะทำยังไง?

“ก็คงนัดพี่คริสให้ออกมาเจอนั่นแหล่ะ เพราะถ้าให้พี่นายองนัดเองก็ไม่รู้ว่าจะยอมออกมาหรือเปล่า แล้วก็ให้ทั้งสองคนคุยกันเอง” ลู่หานทำท่าคิดเพราะเขายังไม่ได้วางแผนอะไรไว้แน่ชัด ต้องลองถามคริสว่าว่างเมื่อไหร่ แล้วค่อยนัดกับพี่นางยองอีกที

“แล้วพี่โทรนัดหรือยังล่ะ”

“เอ้อลืมไปเลย” จริงสิต้องโทรนัดพี่คริส

“จริงๆล่ะนะ” เซฮุนหยิบโทรศัพท์ของลู่หานที่อยู่ข้างตัวเขายื่นให้อีกคน

“อ่าขอบคุณ” มือเล็กกดเบอร์ของคริสแล้วโทรหา 



 

 

“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากปลายสาย เซฮุนเลื่อนมือมาจับมือผมไว้แน่น

“พี่คริสครับ” ผมเอ่ยเรียกคนปลายสาย

“อื้อ มีอะไรหรอลู่หาน” ปลายสายปรับเสียงให้นุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย

“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่น่ะครับ พรุ่งนี้พี่พอจะว่างไหมครับ?

“พรุ่งนี้หรอพี่ว่างตอนบ่าย ตอนเช้าพี่ประชุมบอร์ด”

“ครับ งั้นพรุ่งนี้สี่โมงเย็นเจอกันที่ร้านคอฟฟี่ช็อปแถวบริษัทพี่นะครับ”

“โอเค แล้วเจอกัน” ว่าเสร็จปลายสายก็ตัดสายไป ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมคิดว่าเสียงพี่คริสเขาดูเหนื่อยๆ แล้วก็เหมือนมีเรื่องคาใจอยู่

ขอให้พรุ่งนี้พี่คริสกับพี่นายองปรับความเข้าใจกันได้ทีเถอะ..

“พี่โอเคไหม?” เซฮุนจ้องตาลู่หานแล้วถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นคนตัวเล็กวางโทรศัพท์ลง แต่ไม่ได้พูดจาอะไรอีก ได้แต่นั่งนิ่งๆมาสักพักใหญ่

“อ่าพี่โอเค อยากให้สองคนเขาเข้าใจกันเร็วๆจัง”

“อื้อ เรื่องจะได้จบๆ” เซฮุนดึงคนตัวเล็กเข้าไปกอด ลู่หานก็ได้เพียงหลับตาลงนิ่งๆ ปล่อยให้ไออุ่นจากอีกคนปลอบประโลมจิตใตของเขาไป

 






 

ก๊อกๆ

“มึงนอนยัง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น






แกร้กก

คนตัวสูงเดินเข้าไปในห้องก็พบกับความมืดมิด คนตัวเล็กที่นอนอยู่คงจะหลับไปแล้วล่ะมั้ง ขายาวๆค่อยๆเดินเข้าไปทางเตียงนอน ก็พบกับแบคฮยอนที่กำลังนอนนิ่งๆ ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

ชานยอลค่อยๆเขยิบเข้าไปนอนข้างๆอีกคน จ้องใบหน้าอีกคนในความมืด แม้จะมองไม่ชัดจนแทบไม่เห็นเลยก็ตาม มือหนาปัดผมที่ปรกหน้าหวานอยู่ออกแล้วก้มลงประทับริมฝีปากที่หน้าผาดมนอย่างแผ่วเบา






“กูรักมึงนะ” 



                  เสียงกระซิบทุ้งอย่างแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหูคนที่แกล้งหลับอยู่ ไม่นานคนข้างๆก็กอดเขาไปแล้วหลับไป





 


 

คือแบคฮยอนนอนไม่หลับทั้งเรื่องนู้นเรื่องนี้ตีกันวุ่น โดยเฉพาะคนที่ชื่อโดคยองซูนั่น สายตาช่างดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย เขาก็นอนดิ้นๆ หันไปหันมาอยู่หลายครั้งก็ยังนอนไม่หลับซะที จนไปได้ยินเสียงเคาะประตูแล้วก็เสียงทุ้มๆของคนตัวสูง เขาจึงไม่ตอบอะไรออกไป




พอไม่ตอบก็คิดว่าคนตัวสูงจะกลับห้องตัวเองไป แต่มันไม่ใช่ ปาร์คชานยอลเดินเข้ามาในห้องแล้วแอบแต๊ะอั๋งเขาไป 1 ที ไม่สิๆ ตอนนี้อ่า 1 ที แต่อีกไม่นานมันต้องมากกว่านั้นแน่ เขามั่นใจ! แล้วไหนมีการมาบอกรักเขาอีก แม้ในนี้มันจะมืดแต่ถ้าอีกคนไม่หยุดทำให้เขาเขิน เขาอาจจะถูกอีกฝ่ายจับได้แน่ๆว่าแกล้งหลับอยู่ เพราะใบหน้าเขาตอนนี้แทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว




ลมหายใจสม่ำเสมอที่รดใบหน้าเขาอยู่ในขณะนั้น กลับเป็นเครื่องขับกล่อมที่ดีสำหรับแบคฮยอนเหลือเกิน ไม่นานนักแบคฮยอนก็เริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราไปจริงๆ













“ทำไมครั้งนี้ถึงกลับมาเกาหลีล่ะ” จุนมยอนวางช้อนส้อมลงแล้วมองใบหน้าของน้องชายเพียงคนเดียวของเขา ในแต่ละครั้งที่เขาจะเจอคยองซูได้ก็ต่อเมื่อเขาไปหาน้องที่ออสเตรเลียเอง หรือไม่ก็วันรวมญาติปีละครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้น้องเขาถึงยอมมาเกาหลีเอง เพียงเพราะคำว่า ปิดเทอม

“ผมคิดถึงพี่ไง” คนตัวเล็กยิ้มให้พี่ชายเล็กน้อย แล้วก็ลงมือทานอาหารตรงหน้าต่อ

“พี่รู้ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก”

“อยู่ที่นู่นเบื่อๆ เลยอยากกลับบ้านไง”

“นี่ก็ไม่ใช่ พี่ไม่รู้หรอกนะว่าเหตุผลของนายคืออะไร แต่ขอร้องอย่าทำอะไรแผลงๆ”

“ไม่แผลงหรอกครับ” คยองซูมองไปทางอื่น หลบสายตาของผู้เป็นพี่

“งั้นหรอ

“ว่าแต่พี่เถอะ ทำไมช่วงนี้พี่ถึงอยู่เกาหลีล่ะ”

“แค่อยากกลับบ้านเท่านั้นแหล่ะ” พอพูดถึงเรื่องตัวเองบ้าง มาดขรึมเมื่อสักครู่ก็กลับหยุดชะงัก หยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้เก้อ





“ตามพี่อี้ชิงมาสินะครับ” คนเป็นน้องพูดอย่างรู้ทัน จนจุนมยอนหน้าแดงแปร๊ดในทันที

“มะไม่”

“จริงๆด้วยสินะ ฮ่าๆ ผมชักอยากเจอพี่อี้ชิงเขาแล้วสิ” คยองซูยิ้มล้อเลียนพี่ชายตัวเองอย่างสนุกสนาน

“ย้า! อย่ามาล้อพี่เลยนะ แล้วเราล่ะห้ะ แฟนน่ะเปิดตัวได้ยัง” จุนมยอนยักคิ้วเชิงล้อเลียนน้องชาย




“อ่าอีกไม่นานหรอกครับ” 










 

 

 กรุ้งกริ้ง~

ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในร้านกาแฟแถวๆบริษัทของตน สอดส่องสายตาหาชายหนุ่มที่นัดเขาไว้เมื่อคืน แต่สายตาคมกลับสะดุดกับร่างบางที่เขาคุ้นตาดีกำลังนั่งอยู่อีกมุมร้านกับใครคนหนึ่ง เขาควรเดินไปทางไหนดี? แต่แล้ว ขายาวก็ทำเป็นมองไม่เห็นร่างบาง สาวเท้าเข้าไปหาคนที่นัดตนไว้

“พี่มาสายหรือเปล่าเนี่ย?” คริสทักทายลู่หานด้วยบทสนทนาที่แสนเบสิค(?) ก่อนนั่งลง

“เปล่า ผมมาก่อนเวลาน่ะครับ” คนตัวเล็กยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มทำสีหน้าจริงจัง “เริ่มเข้าเรื่องกันเถอะครับ แต่ถ้าพี่จะสั่งเครื่องดื่มก่อน ก็เชิญครับ”

“ช่วงนี้เราพี่ดูจะงานยุ่งนะครับ” คนตัวเล็กหยิบเครื่องดื่มขึ้นจิบเล็กน้อย สายตาเรียวหันไปปรามคนรักที่กำลังส่งสายตาอาฆาตให้กับคริส

“อื้ม ไม่ใช่งานอย่างเดียวหรอกที่ยุ่งน่ะ” 


“ครับผมมีนิทานเรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้พี่ฟัง”

“พี่ไม่มีเวลามานั่งฟังนิทานหรอกนะ เข้าเรื่องเถอะ” แม้ร่างสูงจะบอกปัดไป แต่ลู่หานหาจะฟังไม่ ร่างเล็กเริ่มเล่านิทานเรื่องหนึ่ง นิทานที่แต่งจากบทเรียนชีวิตของเขา






 

“เมื่อหลายปีก่อนเจ้าหญิงกับเจ้าชายรักกัน เป็นคู่ชื่นที่ใครๆก็ต่างอิจฉาในความรักที่แสนจะเพอร์เฟค ทั้งสองมีความสุขกับช่วงเวลานั้นมาก เจ้าหญิงได้เทใจให้เจ้าชายหมดทั้งที่มี ไม่มีเผื่อใจใดๆทั้งสิ้น แต่หารู้ไม่ว่า เจ้าชายนั้นกลับมีคนรักของตนอยู่ก่อนแล้ว พร้อมด้วยพยานรักอีกหนึ่ง  ด้วยความที่เจ้าหญิงไม่เคยทราบ ไม่ระแคะระคายกับพฤติกรรมที่ค่อยๆเปลี่ยนไปของเจ้าชายเลยแม้แต่น้อย

แต่หลายปีผ่านไป เหมือนว่าทางฝ่ายครอบครัวจะเริ่มสงสัยเจ้าชาย เขาจึงขอเลิกกับเจ้าหญิง และหายตัวไป ไม่นานนักเขาก็กลับมาขอคืนดี ด้วยเหตุผลที่ทำให้ใจน้อยๆนี้อ่อนยวบ ทั้งสองคนได้รักกันอีกครั้ง ด้วยระยะเวลาสั้นๆ เพราะเจ้าหญิงได้พบกับของสำคัญของภรรยาตัวจริงของเจ้าชาย

แต่ในคราวที่จิตใจของเจ้าหญิงที่กำลังบอบช้ำอยู่นั้น ได้มีอัศวินเข้ามาช่วย มารดน้ำให้กับหัวใจที่เหี่ยวเฉาได้พองโตขึ้นอีกครั้ง ได้ฟูมฟักต้นรักต้นใหม่ เติมสีสันให้กับชีวิตที่มัวหมอง

แต่หาใช่มันจะจบด้วยดี เพราะเจ้าหญิงนั้นยังคงเป็นมนุษย์ มีเลือด มีเนื้อ มีจิตใจ หาใช่ก้อนหินที่ไร้แม้แต่ความรู้สึก หัวใจที่ถูกย่ำยี! … มันจึงเกิดแรงแค้น แค้นที่เขาเลิกรัก แค้นที่เขาโกหก แค้นที่เขาทำร้ายมาซ้ำๆ

เจ้าหญิงจึงออกอุบายหลอกล่อให้เจ้าชายพาภริยาของเขาออกมาพบ และโกหกให้อีกฝ่ายหลงมัวเมา จึงทำการเลิกรากับเจ้าชายไป

เมื่อกลับมาอัศวินท่านนั้นบอกกับเจ้าหญิงว่า

ทุกอย่างมันกำลังจะจบอยู่แล้ว ถ้าท่านได้มารักกับข้า ข้าจะรัก จะปกป้องท่านให้ดีกว่าเขาคนนั้น แต่สิ่งที่ท่านทำอยู่ มันกำลังจะพังชีวิตของทุกคนนะเจ้าหญิง

ไม่ใช่ว่าเจ้าหญิงไม่มีเจ็บ ไม่คิดมาก ไม่ปวดใจกับการกระทำนั้น แต่เพราะเจ้าหญิงคิดไม่ถึงว่าจะมีหนึ่งชีวิตเล็กๆที่เธอกำลังจะทำลายมันลงไป เจ้าหญิงคิดหาหนทางเท่าที่หัวน้อยๆของเจ้าหญิงจะพอคิดได้ นั่นคือ

 

 

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #29 life's_P (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 21:03
    คริสนายองจะคืนดีกัน?
    #29
    0
  2. #28 life's_P (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 13:28
    เอ้างงไม่รู้เลยใครเป้นใครพูดอะไร มาแบบนี้งงนะไรต์
    #28
    0