Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 17 : MAN : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 เม.ย. 57




15

 
 

“ฮัลโหลล ไอ้ลู่ คืนนี้ว่างปร้า~ เสียงหวานที่ยังคงความสะดิ้งดังขึ้นที่ปลายสาย

“ไม่ว่าง” ตอบกลับไปด้วยเสียงเนือยๆ

“มึงงงง ไปเที่ยวกับกูหน่อยเด้~

“กูเหนื่อย”

“ไอ้สลัสผักฟักแม้วเอ้ยยย เรียนก็ไม่มาเรียนแล้วยังบ่นว่าเหนื่อยอีก คอยดูเหอะกูจะไม่ให้มึงลอกแล็คเชอร์กู! เสียงเล็กประกาศกร้าวจากในโทรศัพท์จนคนฟังต้องลุกขึ้นมานั่งหลังจากที่นอนฟังมันพล่ามมาได้สักพัก คนที่นอนอยู่ข้างๆจึงตื่นขึ้นแล้วกอดร่างเล็กอย่างออดอ้อนแล้วกระซิบถามเบาๆ ทำเอาคนถูกกระซิบขนลุกพรึ่บ

“ใครรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นที่ข้างหู

“แบคน่ะ” ร่างเล็กหันไปตอบคนข้างๆก่อนที่จะกลับเข้ามาในบทสนทนา “ไอ้แบคคค มึงอย่าทำกับกูอย่างนี้ดิ กูไปไม่ไหวจริงๆ”

“แล้วมึงไปทำอะไรมาถึงไปไม่ไหว”

“เรื่องของกูน่า”

“กูเหงาอ่ามึง ช่วงนี้ไอ้หยอยแม่งสอบ”

“สอบแล้วไงวะ? มึงโทรหามันไม่ได้ไง?

“ก็กูประกาศเคอร์ฟิลกับมันเองว่าห้ามโทรห้ามแชทในช่วงนี้เด็ดขาดน่ะสิ”

“ฟายยยย มึงมันง่าวจั๊ดนัก” เซฮุนได้แต่มองคนตัวเล็กคุยโทรศัพท์อย่างดุเดือดกับเพื่อนรัก แล้วก็แอบลูบไล้เอวคอดไปพลางอย่างสบายอารมณ์ แต่ดูเหมือนคนโดนลูบรู้สึกรำคาญไม่น้อย ทั้งไอ้เพื่อนซื้อบื้อและไอ้คนที่ก่อกวนเขาอยู่ตอนนี้

“ไอ้นี่นิ มึงด่ากูทำไมเล่า ก็กูห่วงไอ้หยอยมันไง”

“แล้วมึงจะมีหงิงๆใส่กูทำไมเล่า!

“มึงนี่เอ้อ! กูรู้ล่ะ เดี๋ยวกูไปหามึงที่ห้องดีกว่า ไปปาร์ตี้ที่ห้องมึงเลยดีมะ? มึงจะได้ไม่ต้องเหนื่อยถ่อสังขารออกนอกบ้าน”

“ไม่ต้องเลยกูไม่ได้อยู่ห้อง”

“แล้วมึงอยู่ไหนเนี่ย”







“อยู่ห้องผมครับ”

                   คนตัวสูงข้างๆ ที่ฟังบทสนทนามาได้สักพักก็แทรกขึ้น ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ก็ทำให้โดยค้อนจากคนตาหวานไปหนึ่งขวับ





“หานั่นเสียงใคร เซฮุนหรอ? พวกนายสองคนดีคนแล้วหรอ?

“เอ่อ



“เดี๋ยวๆ ที่เมื่อกี้มึงบอกกูว่าเหนื่อยน่ะ เพราะเซฮุนใช่ป่ะ?

“แบค

“แอร้ย มึงสองคนนี่ก็นะ ดีกันปุ๊บ โจ๊ะกันปั๊บเลยน้า อย่างนี้ต้องฉลอง”

“อิแบค

“มึงๆ เดี๋ยวก่อนนี่กูมาขัดจังหวะอะไรแกป่ะ เห้ยยย โทษที ถ้าพวกมึงอยากทำกันต่อก็เชิญเลยน้า แต่ไม่ต้องวางสายก็ได้ กูอยากอยากฟัง”








“ไอ้เชี่ยแบค! มึงจะพล่ามอะไรนักหนาห้ะ ฟายยย กูตอบไม่ทัน เอ่อ กูดีกับเซฮุนล่ะ ดีปุ๊บโจ๊ะปั๊บเลย และที่กูเหนื่อยเพราะเรื่องนั้นแหล่ะ แต่โทษทีตอนมึงโทรมากูน่ะนอนอยู่ ซึ่งถ้าพวกกูจะโจ๊ะกันอีก กูก็จะปิดเครื่องแม่งกันหมาโทรมา มึงจะเอาอะไรอีกไหม?” หลังจากลู่หานฟังเพื่อนตัวน้อยที่พล่ามอะไรก็ไม่รู้มาได้สักพัก จึงสวดกลับอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์(?)ที่พลุ่งพล่าน

















“ก็ไม่มีล่ะ แล้วตกลงมึงจะไปเที่ยวกับกูป่ะ?

“ไปครับ แต่ผมขอจัดการคนข้างๆอีกรอบนะ” มือหนาหยิบโทรศัพท์ของคนในอ้อมกอด และกรอกเสียงลงไปด้วยประโทคที่ทำให้คนหน้าสวยถึงกับอวัยวะเบื้องล่างกระตุก

“เซฮุน! นายพูดบ้ะ!...” คำสุดท้ายถูกกลืนลงคอเมื่อริมฝีปากหนาทาบทับลง  มือใหญ่วางสมาร์ทโฟนที่ยังคงต่อสายถึงรุ่นพี่ตัวเล็กไว้ที่ข้างหมอน แล้วหันมาสานต่อกิจกรรมที่เพิ่งทำไว้เมื่อครู่







“อื้อ” เสียงหวานครางในลำคอเบาๆ รู้สึกทุกสัมผัสที่ร่างสูงมอบให้ แต่กลับไม่รู้เลยว่าเสียงที่ตัวเองครางอยู่นั้น เพื่อนตัวเล็กกำลังแอบฟังอยู่

 




 

 

“ก็ไม่มีล่ะ แล้วตกลงมึงจะไปเที่ยวกับกูป่ะ?” แบคฮยอนพูดไปแล้วก็ทาครีมบำรุงผิวไป โดยเปิดสปีกเกอร์โฟน เพราะก่อนที่จะโทรหาแบคฮยอนนั้นเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กะว่าคืนนี้จะไปเที่ยวให้สุดเหวี่ยงแต่จะไปคนเดียวก็เหงา เลยอยากจะชวนเพื่อนรักไปด้วย

“ไปครับ แต่ผมขอจัดการคนข้างๆอีกรอบนะ” เสียงทุ้มใหญ่ที่คาดว่าไม่ใช่เสียงของไอ้เพื่อนหน้ากวางแน่ แต่ก็พอรู้ๆอยู่ว่านั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คงจะโอเซฮุนรุ่นน้องตัวแสบของเขาอีกนั่นแหล่ะ แต่ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นคืออะไร? จัดการคืออะไร? น้องแบคไม่รู้จัก (แฮชแท็ก)น้องแบคใสใส

“หา” คนฟังอุทานออกมาเล็กน้อย แต่ดูเหมือนคนที่อยู่ปลายสายจะฟังอะไรแล้ว และหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงแปลกประหลาดขึ้น เหมือนกำลังดูหนังเรทสิบแปดบวกอยู่













 

“อาอย่างนั้น อื้อแรงๆหน่อยสิ”






















“อื้อพี่มันแน่นจัง”











“อ้า~

 





















 

แล้วก็อีกมากมายในบทสนทนา ที่ไม่สามารถออกอากาศในนี้ได้








กูเพลีย













 

แต่จะว่าไปผมยังไม่ได้นัดมันเลยนี่ งั้นส่งข้อความไปแล้วกัน จะได้ไม่ขัดจังหวะ










 

 

“คุณคยองซูครับ” เสียงทุ้มใหญ่น่าเกรงขามดังมาทางประตูของบ้านหลังใหญ่ ทำให้คนเจ้าของชื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับลูกน้องคนสนิท

“มีอะไร” เสียงตอบปนรำคาญดังขึ้น สายตาคมก็หันไปจ้องหน้าจอแล็ปท็อปที่มีภาพแบล็คกราวเป็นหนุ่มแว่นตัวสูง

“เรื่องที่ให้พวกผมเตรียมเรียบร้อยแล้วครับ”

“พวกนายเดินทางไปก่อนเลย แล้วหาที่กลบดานให้ดี”

“ครับคุณคยองซู”

“อื้ม ไปได้แล้ว”

“ครับ” สิ้นเสียง ร่างสูงใหญ่กำยำก็ได้หันหลังเดินออกไป









คนตัวเล็กที่เอาแต่จ้องหน้าจอด้วยสายตาที่เลื่อนลอย









“ถ้าไม่มีแบคฮยอนนายจะสนใจฉันบ้างหรือเปล่านะ?” 

 

30%






 

“มาแล้วหรอวะ เดินเซมาเชียว” เสียงหวานแซวเพื่อนหน้าสวยที่เดินมากับรุ่นน้องตัวสูง

“อะไรไม่ต้องมาแซวเลยมึง” โดนตาหวานค้อนกลับไปเล็กน้อย แต่มีหรือจะสะท้านอย่าได้แคร์ มือเรียวจัดการกวักมือเรียกบาร์เทนเดอรี่กำลังเช็ดแก้วอยู่นั้น แล้วทำการสั่งเครื่องดื่มให้กับสองหนุ่มที่มาใหม่

“พี่แบค ไม่ต้องสั่งแอลกอฮอล์ให้พี่ลู่หรอก” เซฮุนเอ่ยอย่างห่วงใย เพราะถ้าคนตัวเล็กข้างๆเขาดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมันอาจจะ โอยย ไม่อยากจะคิด -*-

“ไม่ต้องเลยเซฮุน พี่จะกิน นานๆทีจะได้มาเฮฮาอะไรอย่างนี้บ้าง สั่งเลยมึงขอบลัดดี้แมรี่”

“จัดไป”

“โธ่พี่พี่ก็รู้นี่ว่าตอนที่พี่ดื่มมัน

“น่านะ แก้วเดียวเอง” คนตัวเล็กจ้องตาคนตัวสูง

“ถ้าติดลมจนเกิดเรื่องนะ ผมจะปล้ำพี่ตรงนี้แหล่ะ” ประโยคหลังคนตัวสูงก้มลงมากระซิบที่ข้างหูลู่หาน ทั้งใจความในประโยคและสัมผัสจากลมหายใจที่ผ่านซอกคอขาว จึงทำให้คนตัวเล็กหน้าขึ้นสีเล็กน้อย

“เออน่า ._.

 





 

 

 “คุณพ่อคะ ไปทานข้าวกันเถอะค” เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องนอนของคริส “อ้าว คุณพ่อไปไหนล่ะเนี่ย” ทั้งๆที่ทั้งวันคริสไม่ได้ออกจากห้องเลย ยิ่งงง คุณพ่อของเขาหายตัวได้ด้วยหรอ -___-  “คุณพ่อคะ!

“อ้าวฮานามีอะไรหรอลูก” คริสเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วมองลูกสาวที่กำลังยืนเกาหัวเรียกชื่อตัวเองอยู่

“นึกว่าคุณพ่อไม่อยู่ซะอีก”

“พ่อเข้าห้องอยู่น่ะ”

“อ้อ ฮานาจะบอกว่าวันนี้คุณย่าทำอาหารเยอะแยะเลย แถมคุณย่ายังบอกว่าอาอี้ชิงกำลังจะมาด้วยนะคะ” ว่าพลางดึงมือคนเป็นพ่อให้เดินตามลงไป

“ห้ะ อาอี้ชิงหรอครับ?

“ค่ะ ไปกันเถอะคะคุณพ่อ กลางวันคุณพ่อยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะคะ” เด็กหญิงดึงแขนคนเป็นพ่อ

 “ก็ได้ครับ ไปกันเถอะครับฮานา” คริสอุ้มฮานาขึ้นแล้วเดินลงไปที่ห้องอาหาร

“คุณพ่อเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูไม่ค่อยสดใสเลย” ระหว่างทางเด็กสาวก็ถามขึ้นจนคนเป็นพ่อตอบไม่ถูก

“พ่อแค่เครียดๆน่ะไม่มีอะไรหรอก”

“งั้นคุณพ่อต้องทานข้าวเยอะๆนะคะเดี๋ยวจะไม่สบายนะคะ”

“ครับๆ เดี๋ยวพ่อจะทานให้เกลี้ยงเลย” คริสว่าพลางหอมแก้มลูกสาวไปหนึ่งฟอด








 

“มากันแล้วหรอสองพ่อลูก” คุณนายอู๋เอ่ยทักทายลูกชายคนโตที่เดินอุ้มลูกสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องอาหาร

“ครับว่าไงอี้ชิง มาซะกะทันหันเลยนะ” คริสวางลูกสาวลงที่เก้าอี้แล้วหันไปทักทายน้องชาย

“ก็ไม่อยากให้แม่เขาทำอะไรใหญ่โตนี่นา ผมกลับมาทีไรทำยังกับเจ้าชายเสด็จซะยังงั้นน่ะ” เลย์ว่าพลางตักกับข้าวให้หลานสาว

“นั่นสินะ แล้วจะอยู่นานขนาดไหนล่ะ”

“ก็ทั้งปิดเทอมนี้ล่ะ อยากจะนอนแผ่นอนเลื้อยอยู่บนที่นอนทั้งวันเลย”

“แกนี่นะ” ชายหนุ่มว่าพลางส่ายหัวเอือมกับน้องชายของตนเอง ที่ทำตัวเหมือนกับว่าโลกนี้สุดแสนจะลัลล้า แม้อี้ชิงจะดูเป็นคนโลกสวยสดใส แต่พอถึงเวลาช่วยคุณลุงทำงานที่สาขาใหญ่ก็ดูจะจริงจังจนใครๆก็ว่า เวลาทำงานพี่น้องสองคนนี้เหมือนกับ แฝด กัน

เหตุผลที่อี้ชิงเรียนที่จีนแทนที่จะเรียนที่เดียวกับคริสเพราะอยากจะช่วยงานที่สาขาใหญ่กับคุณลุง ที่นั่นได้ชื่อว่าสาขาใหญ่ แม้ว่าพี่ฟางจิงที่เป็นลูกสาวของคุณลุงจะช่วยอยู่ก็ตาม แต่ก็มีพวกเสือสิงจะคอยขัดขาตลอดเวลา การที่อี้ชิงไปช่วยเสริมทำให้ระบบการทำงานแข็งแรงและมั่นคงยิ่งขึ้น




“อิ่มแล้วหรอลูก” คุณนายอู่เห็นหลานสาววางจานก็หยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดคราบซอสที่ข้างแก้มหลานสาว

“ค่าคุณย่า”

“แหมเห็นอย่างนี้แล้วผมอยากมีลูกจังเลย” อี้ชิงมองหลานสาวตัวเองอย่างเคลลิบเคลิ้ม

“ภรรยาน่ะภรรยาหาให้ได้ก่อนเถอะ” คุณนายอู๋แซวลูกชายคนเล็กอย่างหมั่นไส้

“แม่ครับ ผมว่ามันไม่มีหรอกภรรยาน่ะ มีแต่สามีสินะ” คริสยักคิ้วกวนๆ

“ไอ้คุณพี่คริสครับ จุนมยอนน่ะเมียผมน้า!” อี้ชิงหน้าแดงโวยวายจนพี่ชายตัวโตอดที่จะแกล้งไม่ได้

“อุ้ยๆๆ แม่ครับสามีมันชื่อจุนมยอนแหน่ะครับ ได้ยินหรือเปล่าๆ”

“พี่คริส! หยุดไปเลยนะ ผมไปอาบน้ำก่อนล่ะ ชิ” ว่าแล้วก็เดินดุ่ยๆออกจากห้องไปแต่ก็ยังไม่วายมีการแซวนิ่งๆจากคนเป็นพ่อที่แสนจะนิ่งตบท้ายไป



“สามีสินะ

 

 





 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะคยองซู เห็นเงียบๆมาตลอดทาง” ชานยอลเอ่ยถามไถ่เพื่อนตัวเล็กที่ตลอดการเดินทางดูจะเงียบผิดปกติ

“ไม่มีอะไรหรอก แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว” คนตัวเล็กเอ่ยแล้วส่งยิ้มให้

“อื้ม ไม่ได้กลับมานานสินะแล้วนายจะกลับยังไง มีคนมารับหรอ”

“พี่ชายมารับน่ะ”

“หื้ม นายมีพี่ชายด้วยหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ย”

“ก็ฉันไม่เคยเล่านี่นะความจริงครอบครัวฉันไม่มีใครอยู่เกาหลีเลยสักคน พ่อแม่ก็อยู่อเมริกา พี่ชายก็อยู่จีน ฉันก็ดันไปอยู่ที่ออสเรเลียนู่น แต่ปิดเทอมนี้พี่ชายกลับมาเหมือนจะกลับมาพร้อมกับแฟนล่ะมั้ง”

“สุดยอด ครอบครัวนายนี่แทบจะทุกทวีเลยนะเนี่ย” คนตัวสูงตะลึงกับคนตรงหน้า

“อะไรจะขนาดนั้น แต่นายคงจะมีคนมารับสินะ”

“ใช่ >< แฟนฉันเองแหล่ะ เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก”

“อื้ม ก็ดีนะ”





ชานยอลกับคยองซูเดินออกมาจากห้องรับรองก็พบกับผู้คนมากมายที่มายืนออกกันเพื่อพบกับคนรู้จัก ญาติ เพื่อน หรือคนรัก

“ชานยอลๆทางนี้ลูก” เสียงเล็กแหบตามวัยของคุณนายปาร์คตะโกนเรียกลูกชาย โดยที่ข้างกายมีแบคฮยอนคอยชูป้ายไฟที่เขียนว่า WELCOME อยู่ =___= บางทีผมก็ไม่ซุปตาร์อ่านะ ไม่ต้องทำอะไรขนาดนั้นก็ได้มั้ง

“สวัสดีครับแม่ ว่าไงไอ้หลักกิโล”

“หวัดดีไอ้โย่ง”

“อ้ะ ลืมไป นี่เพื่อนผมครับ โดคยองซู” ชายยอลชี้ไปที่ข้างกายที่คยองซูยืนอยู่

“หวัดดีจ้ะ เพื่อนที่มหาลัยชานยอลสินะ” คุณนายปาร์คยิ้มทักทายหนุ่มตัวเล็กตรงหน้า








“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบนะครับคุณแม่” ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนให้สาววัยกลางคน แต่สรรพนามนั้นดูจะทำให้คิ้วขวาของแบคฮยอนกระตุกเบาๆ

 





 

 “ยินดีที่ได้รู้จัก แบคฮยอน...”

 















 

ไร้ซึ่งรอยยิ้มเหมือนกับที่ทักทายเมื่อครู่





มีเพียงสายตานิ่งๆที่แฝงไปด้วยแววตาขุ่นมัว




“ใช่ ยินดีที่ได้รู้จัก” นิ่งมาก็นิ่งกลับ นี่ก็คงเป็นอีกคติหนึ่งของแบคฮยอน รู้สึกไม่ชอบรังสีของคนๆนี้เลย ดูจะโกรธแค้นอะไรเขาขนาดนั้นนะ

“ผมขอตัวก่อนนะครับ พี่ชายผมคงรออยู่”

“จ้ะ แล้วเจอกัน” คุณนายปาร์คบอกลาคยองซู  แต่ในใจเธอกลับรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นคยองซู หรือเธออาจจะคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้

คยองซูโค้งตัวเคารพคุณนายปาร์คแล้วก็บอกลาชานยอลก่อนจะเดินออกไปโดยไม่สบตากับแบคฮยอนแม้แต่น้อย











มันน่าหงุดหงิด















 

“งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะลูก” คุณนายปาร์คดันหลังชานยอลและแบคฮยอนให้เดินไป

“แล้วพ่อล่ะครับ” ชานยอลลากกระเป๋าไปก็หันไปถามแม่ เมื่อไม่เห็นพ่อมารับเขา

“พ่อมีงานเข้าที่บริษัทน่ะสิ เลยเรียกประชุมด่วน แต่เห็นโทรมาบอกแล้วว่าจะมารับพวกเรากลับ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ชานยอลถามแม่เพราะเขาก็เป็นห่วงบริษัทอยู่ไม่น้อย เพราะบริษัทนี้ก็เป็นบริษัทของครอบครัวเขา มีประธานใหญ่คือคุณป้าซึ่งเป็นพี่สาวฝ่ายพ่อ แล้วฝ่ายบริหารคนอื่นก็คือญาติๆของเขาทั้งสิ้น เรียกได้เลยว่าเป็นกิจการในครอบครัว

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก แค่มีงานชิ้นใหญ่เข้ามา แล้วเรามีเวลาทำโปรเจกนี้ไม่มากเลยต้องประชุมวางแผนให้รวบรัดน่ะ”

“หรอครับ งั้นไปกันเถอะ ผมหิ๊วหิว -3-” เดินไปก็ลูบท้องไป ทำสายตาออดอ้อนคนตัวเล็กข้างๆ

“อ้าเดี๋ยวฉันต้มมาม่าให้กินนะ” มือเล็กตีเข้าไปที่แขนใหญ่ที่กำลังกระแซะเขาอยู่

“เมียจ๋าอย่าทำอย่างนี้สิ เค้านั่งเครื่องบินมาตั้งไกลขอกินดีๆหน่อยไม่ได้หรอไง” ไม่ใช่พูดจาชวนขาซ้ายของแบคฮยอนกระตุกอย่างเดียว ยังมีการเอาหัวทุยๆมาถูไถที่ไหล่เล็กอีก

“ย้า! ใครเมียนาย ไปเลยไป๊” แบคฮยอนเกิดอารมณ์(?)รำคาญเสาไฟฟ้าข้างๆ มือเล็กเลื่อนไปดันหัวของคนตัวสูงออกแรงๆอย่างหมั่นไส้ แล้วเดินนำไปตีคู่กับคุณนายปาร์คที่กำลังขำเด็กทั้งสอง

“อ้าวๆ เพิ่งเจอกันตีกันอีกแล้วนะ เดี๋ยววันนี้แม่ทำหม้อไฟให้นะตาชาน แล้วหนูแบคก็ช่วยแม่ด้วยเข้าใจไหม?” คนเป็นแม่เอ่ยขึ้นเพื่อยุติศึกที่เกิดขึ้น

“คร้าบผม” เมื่อรถแวนด์สำหรับครอบครัวสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบ แบคฮยอนก็กระโดดขึ้นไปนั่งข้างหลังก่อน




“ไม่ช่วยกันเลยนะเมียจ๋า”

“ย้า! นายคนนี้นี่บอกกี่ทีแล้วว่าใครเมียนายมิทราบ แล้วอีกอย่างกระเป๋าใครคนนั้นก็เก็บเองสิ” พูดไปก็กอดอกแบบเด็กเอาแต่ใจ ผู้ใหญ่สองคนก็ได้แต่นั่งมองหน้ากันแล้วยิ้มๆ

“แม่คร้าบดูสิ” เมื่อคนตัวสูงขึ้นรถมาก็ฟ้องแม่ของตนเหมือนเด็กๆ

“ก็จริงอย่างที่แบคเขาว่า กระเป๋าใครก็เก็บเองสิลูก”

“อ๋าใครเป็นลูกแม่กันแน่เนี่ย” แม้จะน้ำเสียงจะดูน้อยใจแต่มือไม้ก็อยู่ไม่สุข เลื้อยไปกอดเอวคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆ

“แบคฮยอน






                   นั่นไง ชานยอลกลายเป็นหมาหัวเน่าจนได้
=___=













 

“เซฮุนนนน!” เสียงเรียกหวานๆจากข้างหูทำให้คนตัวสูงตื่นขึ้นมานั่งขยี้ตาเหมือนเด็กๆ

“อารายยครับพี่ ผมยังง่วงอยู่เลย”

“อย่าลืมสิ บ่ายนี้สอบไม่ใช่หรือไง”

“ไม่ลืมหรอกครบ นี่เพิ่งสิบเอ็ดโมงเองไม่สายหรอก” เซฮุนพูดเสร็จก็ล้มตัวลงนอนต่อ

“ไม่ได้! ตื่นขึ้นมาเลย ถ้ามีเวลาเหลือก็ไปอ่านหนังสือสิ ตื่นๆๆๆ” เมื่อปลุกด้วยเสียงไม่ตื่นต้องใช้กำลัง





ลากตุ้บ





เด็ก(?)ร่างใหญ่ล่วงลงพื้นตามด้วยเสียงครวญครางเล็กน้อย ทำให้ลู่หานพอใจเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงที่สุด เพราะไอ้คนตรงหน้ายังเอาคางเกยที่นอนแล้วหลับตาอยู่ คนตัวเล็กกว่าจึงใช้ขาเตะสีข้างของคนที่นั่งกองอยู่บนพื้นแรงๆไปสองที

“อ้าๆๆๆ พี่ลู่อย่าทำร้ายผมสิ ตื่นแล้วก็ได้” คนตัวสูงลุกขึ้นจากพื้นแล้วเกาหัวแล้วทำหน้ายุ่ง

“ไปอาบน้ำเลย แล้วอย่าหลับในห้องน้ำล่ะ” พูดพลางดันเซฮุนเข้าห้องน้ำไป

“คร้าบๆ” ขายาวๆก้าวเข้าห้องน้ำไปแล้ว ลู่หานจึงเดินเข้าครัวอีกครั้งเพื่อเตรียมอาหารเช้า(กึ่งกลางวัน) ให้คนที่อาบน้ำอยู่

“นี่กูมีแฟนหรือมีลูกฟระเนี่ย!” บ่นไปก็ทำอาหารไป

 









 

“พี่ลู่แน่ใจว่าจะไม่ไปกับผมน่ะ” เซฮุนยืนใส่รองเท้าอยู่ตรงประตู เงยหน้าถามคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกอยู่

“ไม่ล่ะ พรุ่งนี้พี่มีสอบเดี๋ยวต้องอ่านหนังสือ”

“โอเคครับ เดี๋ยวผมไปล่ะ” ขายาวก้าวเข้าไปหาอีกคน แล้วกอดแน่นพร้อมกับกดจมูกสูดความหอมจากแก้มขาว

“ไปได้แล้วๆ ตั้งใจสอบแล้วรีบกลับนะ อ้อ เหมือนฝนจะตก พกร่มไปด้วยนะ” ลู่หานผละออกจากคนตัวสูงแล้วเดินไปหยิร่มส่งให้อีกคน


“ครับผม รักเมียนะฮิฮิ้ววว” พูดจบก็รีบวิ่งออกจากห้องเพราะกลัวลูกเตะของคนหน้าสวย แต่เปล่าเลย ลู่หานกลับยืนตะลึงแล้วอยู่ๆหน้าก็ขึ้นสี อมยิ้มจนแก้มปริ












เมียอะไรกันวะ






เป็นอะไรวะเนี่ย ทำไมต้องเขินด้วยวะ .///.










 



 

 

“พี่อยู่ไหนครับเนี่ย” หนุ่มตาโตหยิบเอสเปรสโซ่ร้อนรสชาติขมปร่าขึ้นมาจิบ แล้วโทรหาพี่ชาย

“พี่กำลังเดินหานายอยู่ในสนามบินนี่แหล่ะ อยู่ไหนเนี่ย”

“ผมนั่งอยู่ที่ร้านคอฟฟี่ช็อปน่ะ พี่เดินมาหาผมที่นี่ก็ได้”

“โอเค พี่เห็นล่ะ” เมื่อปลายสายตัดไป คยองซูก็เห็นพี่ชายตัวเองอยู่ไกลๆกำลังเดินมาทางเขา



















 

“ว่าไงโดคยองซูไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
























“เหมือนกันครับ พี่จุนมยอน



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น

  1. #27 life's_P (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 22:40
    โด้แกจะไม่ทำรัยแบคชิมิเคอะ
    #27
    0