Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 16 : MAN : 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.พ. 57





14

 

 

“อื้มทำตามแผนที่วางไว้เลย” คนตัวเล็กพูดกับโทรศัพท์ก่อนจะวางสายลงไปเมื่อเห็นคนตัวสูงเดินขึ้นอาคารมา “กลับมาตอนไหนเนี่ย”



“ถึงเมื่อคืนเอง อ้า..อยากให้ถึงปิดเทอมเร็วๆจัง”

“ทำไมหรอ”

“จะกลับไปกกเมีย -.,-“ คนตัวสูงพูดก่อนจะยืนบิดไปบิดมาอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม(?)ที่เพิ่งมีความรัก



“จริงหรอ..ปิดเทอมนี้ผมก็จะกลับเกาหลีเหมือนกัน”




“จริง? ดีจังจะได้มีคนนั่งเครื่องบินกลับเป็นเพื่อน”

“อื้มนั่นสินะ ขึ้นเรียนกันเถอะ” คนตัวเล็กพูดแล้วเดินนำขึ้นอาคารเรียนไป

“โอเค”

 

 










 

“ว่าไงทำไมวันนี้ถึงนัดพี่มาล่ะ หืม?” ใบหน้าสวยได้รูปที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างพอดีไม่มากเกินไป ยื่นหน้าเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งหันหลังให้อยู่ แต่ดูเหมือนชายหนุ่มก็ยังคงนิ่งงนดังเดิม ทำได้เพียงผายมือเป็นเชิงให้หญิงสาวนั่งลงบนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“ผมมีเรื่องจะถามพี่”

“เรื่อง?” หญิงสาวมองชายหุ่มด้วยท่าทีสงสัย แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมากจึงกวักมือเรียกพนักงานเพื่อนสั่งเครื่องดื่ม

“พี่สั่งก่อนเถอะ”

“ไม่เป็นไร พูดมาเถอะ” หญิงสาวยิ้มแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่ม





“พี่มีอะไรปิดบังผมอยู่หรือเปล่า” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่แสดงกิริยาอาการอะไรออกไป

อ้า~ ทำไมวันนี้ถึงมาเครียดอย่างนี้ล่ะ” นายองพูดอย่างอารมณ์ดีแล้วลุกเดินไปนั่งตรงที่นั่งข้างๆกับชายหนุ่ม ยกแขนเรียวขาวคล้องแขนแกร่งไว้อย่างออดอ้อน

“ผมจริงจังนะครับ” ชายนุ่มกดเสียงต่ำลงเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่ากิริยาที่ตนแสดงอยู่นั้น เขาไม่พอใจ

“อ่ะพี่ไม่เล่นแล้วก็ได้” นายองพูดแล้วก็เดินกลับไปที่นั่งตนเอง ขณะนั้นบริกรได้ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ หญิงสาวรับมาแล้วพูดขอบคุณตามมารยาท แล้วหันไปสนใจบทสนทนาต่อ “แล้วเรื่องไหนล่ะ พอดีพี่มีความลับค่อนข้างเยอะ” หญิงสาวพูดแล้วยกแก้วลาเต้ร้อนขึ้นจิบอย่างสบายใจ

“ครอบครัวพี่” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบแล้วจ้องไปที่ดวงตาสวยที่ถูกตกแต่งด้วยอายไลน์เนอร์เส้นคมและอายแชร์โดว์สีเข้ม

“โอ๊ะนายอยากรู้เรื่องครอบครัวพี่ไปทำไมจะไปขอพี่หรอ หืม?” หญิงสาวยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วคนลาเต้ร้อนที่หลงเหลืออยู่ในแก้วมากกว่าครึ่งอย่างใจเย็น

“ไม่ใช่ครับเอาตรงๆเลยก็ได้ครับ ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาอ้อมค้อมนัก” ชายหนุ่มพูดพลางจิบเอสเปรซโซ่ให้หมดแก้วของตน แล้วจ้องมองไปทางหญิงสาวอย่างคาดคั้น “พี่กับพี่คริสมีลูกกันแล้วใช่ไหมครับ?







“นะนายเอาอะไรมาพูดน่ะ” นายองจ้องเขม็งไปทางร่างสูง “นายคงไปฟังมาผิดแล้วล่ะพี่คบกับคริสก็จริงแต่” นายองยังพูดไม่จบแต่เสียงนุ่มทุ้งสวนขึ้นมาอย่างนิ่งๆ







“ผมไม่ใช่คนหูเบาที่เชื่อคำพูดของคนใดคนหนึ่งแล้วตู่ว่าสิ่งนั้นคือความจริง” ชายหนุ่งพูดแล้วก็ลูบไล้ไปที่มือขาวของหญิงสาว “ผมลองไปสืบมาหมดแล้วล่ะครับเรื่องฮานาน่ะ” ลู่หานพูดจบก็ลุกขึ้นเพื่อเดินออกไป แต่มือเรียวบางของนายองรั้งแขนแกร่งไว้แน่น



“พะพี่ขอโทษ ขอโทษที่พี่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้พี่เลิกกับคริสแล้วไง ทุกอย่างจบลงแล้ว เพียงแค่นายกับพี่คบกัน รักกันอย่างเปิดเผย ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหาอะไรแล้ว” หญิงสาวเขย่าแขนร่างโปร่งเบาๆ








“ผมว่า













“ได้โปรดปล่อยมือจากอฟนผมด้วยครับ” เสียงทุ้มของชายหนุ่มร่างสูงที่มาใหม่ดังขึ้น ไม่นานนักมือหนาก็แกะมือเรียวบางของหญิงสาวออกจากแขนของคนรัก

“นะนายเป็นใคร” นายองพูดตะกุกตะกักเพราะยังงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น













“ผมโอเซฮุน” เซฮุนพูดแล้วก็เอามือโอบเอวลู่หานไว้แน่น






“แฟนผมเองผมว่าเราไม่ควรมาเจอกันอีกนะครับ กลับไปหาครอบครัวพี่ซะเถอะ เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดผมผิดเอง”


“นะนายหมายความว่ายังไง อย่ามาทำอย่างนี้นะ!!” แขนเล็กของนายองกระชากแขนลู่หานเพื่อให้อีกฝ่ายออกมาจากการเกาะกุมของเซฮุน แต่ดูเหมือนแขนแกร่งที่โอบเอวอยู่จะมีแรงมากกว่าแรงกระชากของหญิงสาวอยู่มาก ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดจึงมีเพียงแรงสะเทือนเล็กน้อยเท่านั้น “เราคบกันอยู่นะลู่หานพี่รักนาย แต่ทำไมนายถึงไปอยู่กับหมอนี่ล่ะ” หญิงสาวตะโกนแล้วจ้องเขม็งไปทางเซฮุน

“ผมกับพี่ลู่เซฮุนเราคบกันมาก่อนที่ผมจะไปรู้จักกับพี่ซะอีกครับ”

“เรื่องทั้งหมดผมผิดเองที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าผมรู้ว่าพี่กับพี่คริสมีฮานา ผมจะไม่ขอไปข้องเกี่ยวกับพี่เลย แม้จะเคียดแค้นมากแค่ไหนก็ตามเถอะ”

“แค้น?” นายองทวนคำที่เพิ่งได้ยิน

“ครับ พี่อาจจะไม่รู้มาก่อนก็ได้ผมกับพี่คริสเราเคยคบกันมาก่อน คบกันลับหลังพี่ซะด้วย”




“ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่พอสืบไปสืบมาก็รู้เข้า พี่คริสน่ะก็แค่อยากได้ตัวผมก็แค่นั้น แค่หวังที่จะเล่นไปตามอารมณ์เด็กผู้ชายล่ะมั้งครับ แต่ที่ผมรู้แน่ๆก็คือ พี่เขาน่ะรักพี่มากนะครับ พี่นายอง” ลู่หานพูดไปก็เจ็บไป เขายอมรับว่าตัดใจจากคริสลำบากพอสมควร แต่เขาอยากทำเพื่อความถูกต้องดูสักครั้ง







“กลับไปหาพี่คริสเขาเถอะครับ พี่คริสเขารักพี่มากนะครับ ผมขอโทษกับทุกสิ่งที่ผมได้ก่อไว้ขอโทษจริงๆครับ” ลู่หานพูดแล้วโค้มตัวลงเพื่อขอโทษ

“พี่ลู่!!” เซฮุนเห็นก็ดึงร่างเล็กไว้ แม้จะรู้สึกผิดก็จริง แต่ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นี่

“ไปซะ! ไปอย่าให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ!” เสียงหวานประกาศกร้าว 

เซฮุนได้เพียงประคองร่างเล็กออกมา “พี่ทำถูกหรือยัง”  

“ถูกแล้วครับ ที่รักของผม”

 






 

 

แปลกใจใช่ไหม? ว่าทำไมเซฮุนถึงมากับผม

เรื่องมันเกิดขึ้นตอนเช้าวันนี้สดๆร้อน ตอนที่ผมไปหาเซฮุนเพื่อปรับความเข้าใจทุกอย่าง หลังจากที่เมื่อวานผมได้ตามสืบเรื่องราวของพี่นายองอย่างลึก ก็ได้รับรู้ว่าพี่นายองนั้นได้มีความสัมพันธ์กับคริสเมื่อนานมาแล้ว เป็นความสัมพันธ์ที่ลับมาก เพราะขนาดตอนเป็นแฟนกันผมยังไม่ระแคะระคายเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ผมไม่เข้าใจว่าพี่คริสเขาทำอย่างนี้ทำไม มาขอคบกับผมทำไม แค่เล่นงั้นหรอ? ทั้งๆที่ตัวเองก็มีลูกอยู่แล้ว

และเมื่อสืบประวัติให้ดีก็รู้ว่าพี่นายองนั้นเรียนยังไม่จบก็ตั้งท้องฮานาซะก่อน จนเรื่องวุ่นไปหมด แต่พี่คริสก็รับผิดชอบ เมื่อพี่นายองคลอดก็กลับไปเรียนใหม่ พอเรียนจบก็เข้าทำงานในบริษัทของที่บ้านพี่คริส เพราะฝ่ายพ่อแม่พี่คริสเป็นผู้ใหญ่ใจดี เข้าใจอะไรง่าย แต่พี่นายองเองก็เป็นคนขยัน เรียนดี ผู้ใหญ่จึงเอ็นดูใหญ่

ถึงแม้นิสัยภายนอกจะเป็นอย่างนั้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นล่ะ? ทำไมถึงเป็นอย่างนี้

ผมไม่สามารถหยั่งจิตใจคนได้หรอกนะ แต่เรื่องนี้ผมก็มีส่วนผิดอยู่ไม่น้อย ที่คิดจะเล่นอะไรแผลงๆ ผมเลยคิดจะไปบอกแล้วจบเรื่องนี้ลงซะ

“เซฮุน” ผมเคาะประตูห้องของเซฮุนในตอนเช้าตรู่ ไม่รู้ว่าคนข้างในจะตื่นแล้วหรือยัง ผมน่ะมีกุญแจนะ แต่เมื่ออยู่ในสภาวะอย่างนี้การที่เปิดประตูพลวดพลาดเข้าไป น้องเขาอาจจะโกรธผมมากกว่าเดิมก็ได้




ก๊อกๆ

ผมเคาะประตูให้ดังขึ้น คือผมลงกดกริ่งแล้วครับ แต่แบบกริ่งเสียอะไรอย่างงี้ไง =-= แม่งมาเสียอะไรตอนนี้ฟระ และประเด็นคือถ้าเซฮุนนอนอยู่ผมไม่ต้องเคาะประตูจนมือบวมหรือไงเนี่ย รายนั้นปลุกยากๆอยู่

“พี่มีอะไร” เสียงทุ่มดังขึ้นจากข้างหลัง ผมเลยหันไปมองที่ต้นเสียง ก็พบเซฮุนที่สวมเสื้อกล้ามสีดำสบายๆกับกางเกงสีเทาขาสั้น ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไปออกกำลังกายยามเช้ามมา

“พี่มีเรื่องจะคุย”







“ผมไม่อยากคุย” เซฮุนเดินผ่านหน้าผมไปแล้วหยิบกุญแจมาไขประตู

“ขอร้องล่ะวันนี้พี่จะไปจบเรื่องนี้ซะ”


“จบ? พี่คิดว่ามันจะจบง่ายๆหรอ” เซฮุนหันมามองผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ไม่รู้ แต่สิ่งที่พี่จะทำคือไปบอกพี่นายองให้รู้เรื่อง”











“พี่รักนายนะ”



“หลังจากเกิดเรื่องพี่นอนแทบไม่หลับ หน้านายลอยขึ้นมาในทุกๆเวลา”



“พี่ผิด พี่ยอมรับ และพี่กำลังจะไปขอโทษเขา ทำให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี”

“พี่แน่ใจ?

“แน่ใจ” ผมพูดด้วยเสียงมั่นใจ เพราะเมื่อคืนผม

 

คืนวันก่อน

เมื่อผมสืบเรื่องจนได้ข้อมูลมาก เลยเลี้ยงขอบคุณพี่ชายตัวเล็กที่ช่วยสืบข้อมูลมาให้ หลังจากกลับมาที่คอนโด ผมก็วางแผนว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ อย่างแรกผมคงต้องไปคุยกับพี่คริส



ตู๊ด

“ลู่หาน? เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากปลายสาย

“ครับพี่คริส”

“นายมีอะไรหรือเปล่าถึงโทรหาพี่”







“เรื่องฮานา” พอพูดชื่อเรื่องไป คนฟังถึงกับสะอึก




“นายรู้เรื่องนี้จากไหน?



“จากไหนไม่สำคัญหรอก และที่ผมโทรมาวันนี้ผมมาขอโทษ”


“ขอโทษเรื่องอะไร? เสียงทุ้มแหบถึงกับงง ว่าทำไมลู่หานอยู่ๆก็มาขอโทษ


“เดี๋ยวพี่ก็รู้ แต่ตอนนี้พี่รู้ไปก็ไม่สบายใจหรอก ผมแค่จะมาขอโทษ”

“เอาเถอะๆ แล้วมีแค่นี้หรอ?








“พี่กับพี่นายองรักกันให้มากๆนะครับ”





“นะ คริสตะลึงอีกครั้งกับสิ่งที่ปลายสายพูดมา เขารู้ได้ยังไง?


“ผมรู้ทุกอย่างแล้ว ผมจะไม่โวยวายหรืออะไร ผมแค่ขอให้พี่รักกับพี่นายองมากๆ รักลูกของพี่ให้มากๆ เป็นครอบครัวที่แสนสุขนะครับ”







“พี่นายองเขาเลิกกับพี่แล้ว”





“ผมรู้พี่ไปคุยกับเขานะครับ บอกความรู้สึกที่มี ผมคิดว่าที่พี่นายองพูดไปคงแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น”





“ผมวางล่ะ โชคดีนะครับ”











 

“พี่รักนายนะ” ผมพูดพลางเอื้อมไปกุมมือหนาไว้



“นายไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ ขอเพียงนายเงยหน้ามามองพี่ อย่าเมินกันอย่างนี้”










“บ้า” เสียงของคนร่างสูงเอ่ยขึ้นอย่างเบาๆ แต่มีหรือคนหูดีอย่างผมจะไม่ได้ยิน

…?

ผมไม่ได้เมินพี่สักหน่อย”

“แต่ที่ทำอยู่เขาเรียกว่าเมินนะ” ผมพูดพลางก้มหน้าดูอีกคนที่เอาแต่มองพื้นอยู่นั่นแหล่ะ มองขนาดนี้เอาไปนอนกอดด้วยเลยมั้ย จะได้บอกเจ้าของตึกช่วยแงะให้ =-=







“ก็บอกว่าไม่ได้เมินไง!” เซฮุนพูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมา ผมเห็นว่าแก้มน้องเขาขึ้นสีเล็กน้อย แต่ตรงใบหูนี่แดงแปร๊ดแล้ว











                   "เขินอยู่เว้ย” พูดเสร็จก็เลียปากตัวเองอย่างที่ชอบทำ










“พี่รักนายนะ”

“รู้แล้ว บอกอยู่นั่นแหล่ะ ไม่เมื่อยปากหรอ”

“ก็พี่ระ” อึก..ผมพูดยังไม่จบประโยค ก็มีริมฝีปากหนาทาบลงมาช่วงชิงจังหวะหายใจ






จูบ










ที่ห่างเหินมันมานาน ความหอมหวานที่ยังคงเป็นรสชาติเดิมไม่เคยเปลี่ยน คิดถึงแทบขาดใจ แขนแกร่งประคองกอดร่างเล็กแน่นอย่างโหยหา จากจูบหวานละมุนกลับกลายเป็นรสจูบอันร้อนแรง พร้อมที่จะหลอมละลายให้ใจทั้งสองได้กลายเป็นหนึ่ง แขนเรียวขาวยกขึ้นคล้องคอแกร่งแล้วบดจูบต่อ ความว่างที่ช่วงท้องเกิดขึ้นทำให้ร่างกายเหมือนจะหมดแรงลงซะดื้อๆ คนตัวสูงเห็นจึงค่อยๆผละออก แล้วกระซิบข้างหูขาว







“ผมก็รักพี่ครับ รักๆๆๆๆ” ว่าจบคนตัวสูงก็เปิดประตูห้องแล้วพาร่างเล็กเข้าห้องไป











 

“พี่อยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวผมทำเอง”

 
















 

“ต่อไปนี้พี่ต้องรักผมคนเดียวนะ ไม่งั้นเดี๋ยวโดน”





















 

“โดนอะไร?





























“ผมจะให้ตายคาอกผมเลย”


























 

 














 

“กลิ่นหอมของพี่กำลังทำให้ผมคลั่งนะ”

 










































 

“อ้ามันเจ็บ”
























 

“เดี๋ยวก็ชิน”

 









 













 

@PSirataree

 







 

“เชี่ยชานผีเข้ามึงไง? ร้อยวันพันปีไม่มีทีท่าว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือขนาดนี้ มึงอยากคว้าเกียรตินิยมหรอห้ะ?” แอมเดินมาตบหัวชานยอลหนึ่งที่แล้วนั่งลงตรงข้ามมองคนตัวสูงอ่านหนังสืออย่างจริงจัง

“ก็กูคิดถึงเมียกูไงแล้วแบบช่วงนี้มันช่วงสอบมันเลยสั่งเคอร์ฟิลกูว่าห้ามโทรห้ามแชทหรือบลาๆทุกอย่าง ถ้ามันรู้มันเอากูตาย =-=

“เห้ยๆๆๆๆ ไอ้จองมิน ไอ้ชานกลัวเมียเว้ย กร้ากกกก” เอ่อด่าไปเหอะ กูกลัวเมียแปลว่ากูเคารพเมียครับ แต่อย่าให้เผลอนะมึง กูรู้นะว่ามึงกลัวเมียมากกว่ากูซะอีก ไอ้ทอมเอ้ยยย และผมได้เพียงสบถเบาๆ(?)ในใจก็แค่นั้น

“กร้ากกกก ไอ้ชานกลัวเมียๆๆ” ไอ้คุณจองมินเดินมาก็หัวเราะร่วน มึงครับอย่าพูดดังไป เดี๋ยวเมียมึงที่อยู่ข้างหลังจะได้ยินเอา









และผมก็ได้เพียงเตือนมันเบาๆ ผมคนดีใช่ไหมล้า~









“ไอ้หมวยเพื่อนมันกลัวเมียแล้วผิดไง? มึงงงงง” เสียงทุ้มห้าวที่ไม่เหมาะกับคนเป็นเคะดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็ก(เตี้ย)พร้อมฟันจอบที่สะท้อนแสงสวยงาม











“โอ้ว! วูน้อยของเฮีย เอ่อ เฮียแค่ล้อไอ้ชานเองน้า” จองมินที่เตี้ยกว่ามินวูก็กอดแขนเมียแล้วก็เอาหน้าลูบไล้อย่างออดอ้อน















บอกเลยกูสยอง = =|||










“ไม่ต้องมาวูน้อยเลย ในเมื่อเฮียไม่กลัวเมีย งั้นคืนนี้เฮียก็เตรียมตบยุงนอกห้องได้เลย!!” มินวูพูดแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม

“วูน้อยยยยย อย่าทำกับเฮียแบบเน้!~” จองมินโดดกอดจากด้านหลังคนตัวบาง

“เฮียออกไปเลยยย ไม่กลัวเมียนี่ งั้นก็ไปนอนที่อื่นเลย”

“ไม่เอา เฮียไม่กลัวเมีย แต่เฮีบเคารพเมีย เฮียรักเมียน้า”










                    ครับ
ไม่กลัวแต่เคารพ -.-














ต่างกันมากเลย









จ่ะ

 

“เอาเถอะ ยังไงเมียมึงก็อยากให้มึงได้ดีล่ะน่า แล้วมึงจะกลับเกาหลีตอนไหน” แอมเลิกมองคู่รักตัวเล็ก แล้วหันมาถามชานยอลที่กำลังอ่านหนังสือไปฟังไอ้สองคนทะเลาะกันไป

“ก็เย็นของวันสอบวันสุดท้ายแหล่ะ”

“ไม่ค่อยรีบเลยนะแล้วมึงสอบวันสุดท้ายวันไหน เผื่อนกูจะได้แวบไปส่งมึงที่สนามบิน”

“อีก 2 วันน่ะ มึงคงสอบเสร็จแล้วมั้ง”

“ใช่ กูสอบเสร็จวันมะรืนนี้ เดี๋ยวกูไปส่ง” แอมพูดแล้วก็กวักมือเรียกคริสตัลที่เดินมาจากโรงยิมหลังจากไปซ้อมเชียร์ให้รุ่นน้องเสร็จ










“ก็ดี แต่ว่าคยองจะไปด้วยอ่ามึง” คนตัวสูงเอ่ยขึ้นแล้วปิดหนังสือ







“คยอง…?” คนมาใหม่เอ่ยขึ้นแล้วนั่งลงข้างๆคนรัก







“อื้ม” ชานยอลพยักหน้าแล้วก็ถอดแว่นลง

“เอาจริงๆนะมึงกูไม่ค่อยถูกชะตากับคยองซูเลยว่ะ” แอมพูดแล้วก็หัไปหาคริสตัลพลางขอความเห็นร่วม

“ฉันก็ว่านะ เคยไดยินข่าววงในจากพวกพี่ๆเชียร์ลีดเดอร์คุยกัน ว่าคยองซูเนี่ยใช่เล่น”




“ใช่เล่น? ในเรื่องอะไร” ชานยอลได้ยินถึงกับตาโต ไม่รู้ว่าคำว่า ใช่เล่นเนี่ย มันจะมีความหมายในเชิงไหนนี่สิ

“ก็เขาว่ากันว่าที่บ้านของคยองซูน่ะ ค่อนข้างตามใจมาก อยากได้อะไรก็ได้ แม้จะต้องฆ่าคนก็ยังทำได้ เพื่อให้ได้ของที่ตัวเองต้องการมา” คริสตัลกระซิบเบาๆ เพราะไม่อยากให้ใครได้ยินเรื่องนี้อีก “แต่นี่คือข่าวลือ จริงเท็จก็ไม่แน่ใจ”





“คงไม่จริงมั้ง คยองก็ออกจะเป็นคนดี”




“แต่ระวังไว้สักนิดก็ไม่เสียหายนะมึง” แอมพูดแล้วก็จ้องเข้าไปนัยน์ตากลมของชานยอล “และสิ่งที่คยองซูอยากได้อาจจะไม่ใช่สิ่งของ แต่อาจจะเป็น










“มึง!” คริสตัลพูดแล้วก็ชี้นิ้วไปที่หน้าชานยอล

“พูดอะไรบ้าๆวะ” ชานยอลพูดแล้วก็เก็บของทุกอย่างลงกระเป๋า “คยองซูเขาคงไม่ใช่คนโรคจิตแบบนั้นหรอก” ร่างสูงพูดเสร็จก็เดินออกไปทิ้งให้แอมกับคริสตัลมองหน้ากันแบบอึนๆ















“เดี๋ยวมันก็รู้” คริสตัลพูดแล้วก็หันไปมองสองคู่รักคู่เตี้ยทะเลาะกัน









นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น