Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 13 : MAN : 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ม.ค. 57






12

 

“เฮ้ยย มึงข้าศึกจะพิชิตประตูหลังกูล่ะ เดี๋ยวมานะเว้ย” ไอ้กัมจงสะกิดผมยิกๆ แล้ววิ่งตูดบิดไปเข้าห้องน้ำสาธารณะ

“มึงนี่นะ กินปุ๊บขี้ปั๊บ ลำไส้ตรงไปและ - -“ ผมบ่นก่อนจะเอนตัวลงนอน เอาหูฟังขึ้นมาเสียบฟังเพลง

ผู้คนในสวนสาธารณะเดินไปมาแต่ไม่ถึงกลับพลุกพล่าน สายลมพัดไหวๆ กลิ่นไอดินลอยละล่องช่วยขับกล่องให้ย้อนคืนถึงเรื่องราวในอดีต ผมไม่ใช่คนที่ชอบฟังเพลงแนวตอกย้ำความรู้สึกตัวเองนักหรอก แต่ตอนนี้ทำไมเครื่องมันสุ่มเจอแต่เพลงแนวนี้นักเนี่ย ยิ่งฟังน้ำตาก็พาลจะไหลตาม







 

“อุ้ย I’m sorry” จงอินเดินออกจาห้องน้ำก็ชนเข้ากับร่างเล็กที่กำลังจะเดินตัดผ่านออกไปทางประตู เลยพูดด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งๆ จริงอยู่ว่าเป็นลูกเจ้าของสายการบิน แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศอะไรมากมายนักหรอก ถึงไปทีก็ให้ล่ามแปลให้ตลอด

I’m Okey ,no problem” คนตัวเล็กตอบด้วยภาษาอังกฤษฟังง่าย เพราะคิดว่าคนที่คุยด้วยนั้นคงไม่สันทัดด้านภาษาเท่าที่ควร

“เอ่อ..ผม เฮ้ย ไม่ใช่ …I’m really sorry

“ไม่เป็นไรครับ ผมพูดเกาหลีได้ คุณไม่เป็นไรใช่ไหม” คนตัวเล็กยิ้มร่าเมื่อรู้ว่าอีกคนพูดภาษาเดียวกับภาษาแม่ของเขา

“อ้าว หรอครับผมต้องขอโทษคุณจริงๆ ผมไม่ทันมอง อ่าจะเป็นอะไรไหม?ถ้าผมถามชื่อคุณ”

“ผมคยองซู โดคยองซูครับ แล้วคุณล่ะ?

“ผมคิมจงอินครับ^^ ยินดีที่รู้จักนะครับ” คนตัวสูงพูดแล้วก็เกาท้ายทอย

“ครับ ผมไปล่ะ” คนตัวเล็กพูดก่อนจะโค้งแล้วเดินออกไป

แต่คนตัวเล็กกลับไม่รู้ซะเลยว่าตอนเดินไปน่ะได้ควักเอาหัวใจของชายหนุ่มร่างสูงไปด้วย







 

 

“เป็นไรของมึงเนี่ย เดินกลับมาลอยเชียว” เซฮุนตะโกนหาเพื่อนผิวคล้ำที่กำลังเดินมาหาตนด้วยสายตาที่ล่องลอย ไอ้นี่ท่าจะบ้า

“คุณคยองซูววว” จงอินนั่งลงข้างเพื่อนสนิทแล้วเอาหน้าคลอเคลียกับแขนขาว

“เชี่ยยย กูขนลุก มึงคิดอะไรกับกูป่ะเนี่ยหลายรอบนะมึง” คนตัวขาวเอานิ้วจิ้มหน้าผากอีกคนแล้วดันออกไป

“อย่ามาเลยมึงกูไม่ได้คิดอะไร แต่คนที่กูคิดคือคุณคยองซู คนอะไรน่ารัก สุภาพ ใจดี แถมตายังสวยอีกต่างหาก -.,-“ จงอินพูดก่อนจะเพ้อแล้วกำมือตัวเองเหมือนสาวแรกรุ่นพบรัก = =;;

“กูว่ามึงไม่ไหวล่ะ กลับเหอะ”

“เออ

 

 










 

“อ่ะนี่จ้ะ” คุณน้าเชรินยื่นสมุดไดอารี่ที่ผมฝากเธอซื้อให้ผม ทำไมผมถึงเรียกอย่างนี้น่ะหรอ? ผมไม่อยากพูดถึงคนนั้นสักเท่าไหร่ ยิ่งพูดความรู้สึกเหล่านั้นมันจะพุ่งพล่านทั่วหัวใจผมจนอาจจะต้องกลับไปนั่งร้องไห้ฟูมฟายอีกก็ได้

“ขอบคุณนะครับ” ผมรับสมุดมาเก็บในลิ้นชักข้างเตียง ผมเอาไดอารี่มาทำไมน่ะหรอ ผมน่ะชอบระบายความรู้สึกใส่ไดอารี่นะ มันทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย แต่เล่มเก่าที่ห้องมันก็ใกล้หมดพอดี เลยฝากคุณน้าซื้อเล่มใหม่ให้เลย เดี๋ยวจากโรงพยาบาลค่อนเลี้ยงขอบคุณทีเดียว -.-

“แบคยังชอบเขียนไดอารี่เหมือนเดิมสินะ ^^ เอ้อ..แม่ซื้อขนมของโปรดแบคมาด้วย กินเลยไหม?

“กินเลยก็ดีครับ^^

 

 










 

“พี่ลู่หวัดดี~” รุ่นน้องพี่หนึ่งตะโกนทักผม ผมก็เออออโบกมือบ๊ายบายมันไป

ตอนนี้อารมณ์ผมมาคุสุดๆ เซฮุนขาดการติดต่อผมไปตั้ง 5 วันล่ะ กะจะเล่นสงครามประสาทหรือไงกัน แล้วไอ้ที่พูดนั่นน่ะ









 

/ ถ้าพี่อยากรั้งผม พี่ไม่ต้องใช้กำลังเลย พี่แค่ต้องใช้ความซื่อสัตย์เท่านั้น แต่พี่ไม่เคยมีให้ผมเลยไง ผมว่าเราควรจะห่างกันสักพักเผื่อว่าจะมีอะไรดีขึ้นก็ได้ /














ผมไม่ซื่อสัตย์ยังไง? ผมยอมรับกับตัวว่าโกหกน้องเขา ยอมคบกับน้องเขาทั้งๆที่ยังมีสถานะเป็นแฟนไอ้พี่คริสค้ำคออยู่ แต่ผมไม่ได้ไม่รักน้องเขา รักแต่ตอนนี้ผมต้องทำตามแผนที่ผมวางไว้




เอาตรงๆคือ ทุกอย่างแม่งวุ่นวายไปหมดล่ะ



 

“พี่ลู่สุดสวย” เชี่ยยย โปรดเปลี่ยนเป็นสุดหล่อได้จะดีมากเลย ใครฟระเดี๋ยวพ่อเสยหน้าให้หรอก ผมหันไปมองด้วยสายตาขวางๆ คนถูกมองเลยสะดุ้งโหยง





อ้าว..น้องจงดำ เพื่อนน้องโอเซพรุนนี่นา - - โอเคผมแค่อยากสร้างอารมณ์ดีๆขึ้นบ้าง แต่มันแป้กใช่ป่ะ =____=





“ไง” ผมหันไปทัก อย่างน้อยนั่นก็เพื่อนแฟนหรือเปล่านะ


“สภาพพวกพี่นี่แม่งโคตรน่าเป็นห่วงว่ะ”

“อะไร”

“ก็พี่กับไอ้ฮุนไง ขนาดผมพามันไปเที่ยวดูจิงโจ้แม่งยังปล่อยรังศีอำมหิตใส่จิงโจ้จนมันวิ่งหนีกันเป็นแถบเลย แล้วพี่นี่ก็อีก ตาบวมจะเท่าไอ้จื่อเทาคณะวิศวะแล้ว” แล้วมันก็ชี้มาที่หน้าผม

หลายวันผ่านมาผมร้องไห้หนักมา ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย แต่เซฮุนไปดูจิงโจ้หรอ ที่ไหนวะ? = =

“แล้วเซฮุนล่ะ”

“มันมาสายมั้ง ก็เครื่องเพิ่งจอดตอนตี 4 คงตื่นสายล่ะพี่”

“แล้วทำไมมึงตื่นเช้า”

“ผมมีที่แบตเตอรี่สำรองพี่ ว่างๆก็นอนชาร์ต ดึงมาใช้เวลาจำเป็นอย่างงี้ไง” แล้วมันก็เต้นรำอย่างร่าเริง




อิจฉามันจังนะ ลั้ลล้าดีจริงๆชีวิตวัยรุ่น











เฮ้อ~ เราก็วัยรุ่นอยู่นี่ พูดเหมือนคนแก่เลยแฮะ






“แล้วพี่อยู่คนเดียวหรอเนี่ย” ไอ้น้องกัมจงหันมาถามผมที่อยู่เหม่ออยู่

“อือ..

“เฮ้อ..เอาจริงๆ ตอนนี้ผมก็อยู่คนเดียวว่ะ” =__= มึงจะพูดทำสากกระเบือหรือไงไอ้ดำ

“เออ กูไปล่ะ ไม่อยากจะเสวนากับมึง”

“เฮ้ย ทำไมอ่าพี่ ผมไม่น่าเสวนาตรงไหน ผมออกจะมุ้งมิ้ง” แล้วมันก็ทำหน้าดอกไม่บาน

“ตรงนี้แหล่ะอิกระเทยถึก = =” ผมพูดแล้วจ้ำออกมา แหม..สยอง









 

ปึก!


ตอนที่ผมหันหลังจำอ้าวหนีไอ้จงอินออกมาก็ต้องชนกับเซฮุนที่เดินมาหาจงอินทันที

“ขอโทษ” ผมมองหน้าคนตัวสูงก่อนที่จะทำตัวไม่ถูก

“เฮ้ย ไอ้ดำ ทำไมไม่โทรปลุกกู แม่ง” แล้วก็ตัวสูงก็เดินผ่านผมไปเลย โดยไม่หันมามองแม้แต่หางตา

ห่างกันซักพักหรออย่างนี้ก็ไม่ได้ต่างจากการเลิกกันเท่าไหร่เลย

ผมหันกลับไปมอง เซฮุนก็หันมาสบตาผมพักนึงก่อนจะลากจงอินขึ้นตึกเรียนไป

“มึงจะรีบไปไหน แล้วไม่คุยกับเมียมึงก่อนไหง” ไอ้ดำดึงรั้งไว้ก่อนชี้มาทางผมที่ยินอึ้งอยู่

“กูไม่มีเมีย” แล้วเซฮุนก็เดินนำลิ่วขึ้นตึกไป

“เชี่ยไรของมึงวะ กูงง พี่ลู่ผมไปล่ะ บาย กิ้วๆ” แล้วไอ้เด็กโข่งก็วิ่งตามเพื่อนไป





 

อย่าทำอย่างนี้เลยได้ไหม?


 


 

/ เรียนเสร็จวันนี้มาคุยกันหน่อยได้ไหม? อย่าให้มันค้างคาอย่างนี้เลย เจอกันที่ร้าน XXX และพี่จะไม่ขออะไรนายอีกเลย /






ผมกดส่งข้อความไป ไม่รู้เขาจะได้เปิดดูหรือเปล่า แต่อย่างน้อยถ้าเขาเห็นก็คงสะกิดใจบ้างแหล่ะ หลายวันที่ผ่านมาผมโทรหาเขาจนสายแทบไหม้ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะปิดโทรศัพท์ตลอด ผมเลยเลือกที่จะส่งข้อความไปแทน








 

 

“นี่ชานยอล >< วันนี้เรียนเสร็จไปกินอะไรกันดีล่ะ” คยองซูเดินเดินเข้ามานั่งกอดคอคนตัวสูงที่กำลังนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่

“อื้อ” คำตอบสั้นๆจากร่างสูงเลยทำให้คนตัวเล็กสงสัย

“ทำไรอยู่น่ะ” คนตัวเล็กชะเง้อหน้าเข้าไปดูว่าชานยอลกำลังดูอะไรอยู่

ต้องพบว่าเป็นคลิปวิดีโอที่ในนั้นมีชานยอลกับคนตัวเล็กอีกคนที่เขาไม่รู้จัก พูดอะไรอยู่สักอย่างเขาฟังไม่รู้เรื่องหรอกเพราะชานยอลใช้หูฟังอยู่ แต่ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในวิดีโอนั้นคือคนสองคนกอดกันอย่างหวงแหน แล้วหลับตายิ้มซึมซับความอบอุ่นในหัวใจ

“อ่า เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ” คนตัวสูงดึงหูฟังออกหันไปหาคนข้างๆที่มองคนตัวสูงนิ่ง

“นั่นคืออะไรหรอ” คยองซูชี้ไปที่โทรศัพท์

“โทรศัพท์ไง =.=” บางครั้งปาร์คชานยอลก็ซื้อจนเกือบจะบื้อไปนะ

“ไม่ใช่ที่นายดูน่ะ อะไรหรอ”

“อ้อก่อนมาที่นี่ผมถ่ายวิดีโอกับแฟนไว้ วันไหนเราคิดถึงกันจะได้เปิดขึ้นมาดู”

“นายดูมันทุกวันเลยหรอ ทำไม่ฉันไม่ยักเห็น”

“ตอนแรกก็ดูทุกวันนะ พักหลังๆมานี้ที่ไม่ได้ดูเพราะทางนั้นขอเลิก ผมเสียใจมากจนเกือบลบทิ้งไปแหน่ะ แต่เมื่อวันก่อนน้องที่รู้จักมันมาสะกิดใจผม ผมเลยยึกขึ้นได้ว่าเรายังรักกันอยู่ ไม่เห็นจะต้องต้านความรู้สึกที่มีเลย รักก็รัก แสดงออกไปซะสิ”




“นายรักเขามากหรอ”

“อื้อ ^^ รักมากรองจากพ่อแม่และพี่สาวเลย ฮ่าๆ”

“แล้วนายจะทำไงต่อล่ะ”

“ลองวีคนี้ผมจะกลับไทยน่ะ อยากจะไปขอคืนดี”

“จะได้เรอะ” คนตัวเล็กพึมพำเบาๆกับตัวเอง

“นายว่าอะไรนะ” คนตัวสูงที่กำลังเพ้ออยู่หันไปมองคนข้างๆที่พึมพำอะไรสักอย่าง แต่เขาฟังไม่ถนัด

“เปล่าหรอก ตกลงวันนี้เลิกเรียนแล้วจะไปหาอะไรกินดี”

“อืมอยากกินไก่ทอดอ่า”

“ก็ได้ งั้นตอนนี้ขึ้นเรียนกัน จะถึงเวลาแล้ว”




“อื้มไปกัน” คนตัวสูงเก็บของลงกระเป๋าแล้วเดินตามคนตัวเล็กขึ้นอาคารเรียนไป









 

รักมากงั้นหรอตอนนี้ฉันก็รักนายมากเหมือนกันนะชานยอล




 


50%





 

“วันก่อนพี่ไปไหนมาทั้งคืน แม่พี่พาฮานามาหาฝากไว้เพราะต้องไปต่างประเทศ พี่ไม่รู้หรอ” คนตัวสูงเดินเข้าไปหานายองที่กำลังเดินเข้ามาทำงาน

“พี่มีธุระน่ะ เรื่องฮานาตอนนี้อยู่ไหนล่ะ”

“ผมฝากให้คนที่บ้านดูให้อยู่ พ่อแม่ก็เอ็นดูฮานามากเลยด้วย วันนี้ผมต้องไปเรียน”

“ขอบใจนะ งั้นวันนี้ก็ฝากอีกวัน พี่มีธุระ”

“ธุระ? ธุระอะไรของพี่นักหนา นี่ลูกพี่เองนะ”

“นั่นก็ลูกนายเหมือนกัน เรียนเสร็จก็รีบกลับบ้านไปดูฮานาด้วยแล้วกัน” หญิงสาวเดินผ่านร่างสูงไป

คริสได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อึ้งในความผิดปกติของคนรัก ที่เมื่อก่อนนายอง...

 

เป็นคนอ่อนหวานกว่านี้

นอบน้อมกว่านี้


รักลูกรักเขามากกว่านี้ 







พี่เขาเป็นอะไรไป

 

 







 

“ชานยอลนายจะไปเย็นนี้เลยหรอ” หลังเรียนเสร็จคนตัวเล็กจู่โจมมาหาผมแล้วถามเร็วๆ

“ใช่ ก็จะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆไง^^” ผมเก็บของใส่กระเป๋าแบบใจเย็นแล้วส่งยิ้มให้

“แล้วนายจะกลับวันไหน”

“อืมคืนวันอังคารล่ะมั้ง เพราะยังไงวันพุธก็มีเรียนตั้งบ่าย” ผมลุกขึ้นเดิน หวังว่าจะไปตรวจเช็คสำภาระอีกรอบ เพราะเมื่อคืนผมก็จัดไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ผมไม่อยากลืมอะไรนี่นา

“ไปนานจัง..” คนตัวเล็กหยุดเดินจามผม ก้มหน้าลง

“มีอะไรหรือเปล่า” ผมหันกลับไปมอง

“เปล่าๆ งั้นเดินทางดีๆนะ ฉันกลับก่อนล่ะ”

“อื้อ โอเค บาย” ผมโบกมือลาคนตัวเล็กอีกครั้งแล้วเดินออกจากตึก

วันนี้เป็นเย็นวันศุกร์ที่ติดกับลองวีคเกน ใครๆก็ลั่ลล้า พวกเพื่อนฝูงก็นัดกันออกทริปที่ทะเล ส่วนผมก็ขอแยกตัวบินลัดฟ้ากลับบ้านเกิดมาง้อใครบางคนก่อน

ผมจะไม่ยอมให้เราจบกันแบบนี้แน่ อ้ะ! จะว่าไปผมจะกลับบ้านยังไม่ได้โทรบอกแม่เลย เอาไงดีล่ะอืม ไปเซอร์ไพรซ์เลยล่ะกัน


 

 

08.30 . วันเสาร์


“สวัสดีครับคุณน้า ^^” ผมเดินถือถุงส้มเดินเข้ามาในบ้าน บ้านที่คุ้นตา

“อ้าว สวัสดีจ้ะหนูแบค มาเช้าจังนะ แล้วถืออะไรมาด้วยล่ะนั่น”

“ส้มน่ะครับ แม่ผมไปเที่ยวมา ได้ส้มมาเยอะก็เลยฝากมาให้คุณน้าด้วย” เด็กชายวางถุงลงบนโต๊ะรับแขกหน้าหญิงวัยกลางคน

“อ๋อ ฝากขอบใจแม่หนูด้วยนะลูก”

“ครับ^^ แล้ววันนี้คุณน้าจะไปไหนหรือเปล่าครับ”

“เปล่าจ้ะ มีอะไรหรอลูก”

“คือว่าวันนั้นเกิดแม่ผม ผมเลยอยากทำเค้กให้แม่น่ะครับ คุณน้าสอนผมทำหน่อยนะครับ” เด็กชายส่งสายตาอ้อนวอน จนทำให้หญิงวัยกลางคนอดเอ็นดูเสียไม่ได้

เด็กอะไร ช่างอ้อนนักจริง

“เอาสิ วันนี้น้าก็ว่างๆอยู่พอดี ทำเลยไหมล่ะ”

“ครับผม ^^

“งั้นตามมา แต่ว่าจะทำเค้กอะไรดีล่ะหืม?” หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นเดินนำไปที่ห้องครัว

“อ่าอยากได้เค้กที่ผลไม้ครับ จะได้ดีต่อสุขภาพด้วย^^

“อืม งั้นน้าขอดูผมไม้ในตู้ก่อน เอ้อ แบค หนูไปหยิบส้มที่หนูให้มาด้วยสิ จะได้เอามาทำเค้กด้วยเลย”

“ครับผม” เด็กชายรับคำแล้ววิ่งกลับไปที่ห้องรับแขก



 

 

“ลั่ลล้า” ผมฮัมเพลงเล็กน้อยขณะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่ห้องรับแขก “วันนี้แม่จะต้องปริ่มมากแน่ๆ >..<” ผมคิดไปมาแล้วก็ฉวยถุงส้มขึ้นมา แต่ผมหันหลังกลับไปก็เจอกับร่างสูงที่แสนคุ้นตาเดินเข้ามาหา
















ชานยอล



ใจผมเต้นตึกตักทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เหมือนขอบตาผมร้อนผ่าว น้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนมากมายกำลังเอ่อเตรียมจะทิ้งตัวลงมา




 

ผมจ้องมองร่างสูงนิ่งเงียบงัน อีกฝ่ายก็ได้แต่จ้องผมไม่วางสายตาด้วยเหมือนกัน ผมสังเกตเห็นว่าชานยอลนั้นก็มีสภาพไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก ทั้งจมูกแดงและร่างกายสูงใหญ่นั้นสั่นสะท้าน ปากหนาแต่ได้รูปเม้มแน่นเข้าหากัน แต่ไม่นานนักก็คลายออก ก่อนจะเอ่ยคำบางคำออกมา










 “แบค..











“มมึงมาได้ยังไง” ผมถามกลับไปเมื่อรู้สึกตัวได้






“กูมาหามึง” ยังไม่สิ้นประโยค มือทั้งสองที่กอดถุงส้มอยู่ก็เหมือนไม่มีแรงเสียอย่างนั้น ปล่อยให้ผมส้มมากมายร่วงหล่นลงสู่งพื้น ผมค่อยๆมองตามช้าๆ พลางยกมือที่สั่นเทาขึ้นมาดู





ทำไมกันทำไมถึงสั่นอย่างนี้





 

ผมมองคนร่างเล็กอยู่อย่างนั้น ถามว่าผมดีใจไหม?ที่ได้เจอแบคฮยอน ผมบอกได้ว่าดีใจมาก ถ้าผมกรี๊ดได้ก็คงกรี๊ดไปแล้ว แต่ผมสงสัย ทำไมแบคฮยอนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ก็แม่ผมไม่ชอบแบคฮยอนนี่ ผมไม่เข้าใจเลย หรือมีบางอย่างที่แม่ไม่เล่าให้ผมฟัง



ผมมองไปที่ร่างเล็กที่ทำส้มทั้งถุงหล่นกระจายลงพื้น แล้วก้มมองมือตัวเองที่สั่นอย่างกลับไม่เข้าใจตัวเอง หรือควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่นานก็มีเสียงที่ผมคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง

“หนูแบคมีอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมนานจัง” ผมหันกลับไปมองตามเสียงก็เจอกับแม่ ที่กำลังยิ้มแย้ม แต่พอเจอผมกลับหุบยิ้มทันทีแล้วทำหน้าตกใจแทน

“ชานยอล..จะกลับมาทำไมไม่บอกแม่ แม่จะได้ไปรับ” แม่เดินมาหาผม ส่วนแบคที่เพิ่งรู้สึกตัวก็หยิบส้มที่หล่นอยู่เต็มพื้นขึ้นมาใส่ถุง

“แม่กับแบค” ผมไม่ตอบคำถามแม่ แต่ถามคำถามที่ผมแสนจะสงสัยออกไป

“แม่” แม่เดินไปหาแบคที่ยืนขึ้นเมื่อเก็บส้มเสร็จ แล้วกอดเอวคนตัวเล็กไว้ “กับหนูแบคดีกันแล้ว”

“ทำไม?” จริงอยู่ที่ในครั้งแรกแม่ก็ชอบแบค แต่พอรู้ว่าผมกับแบคเป็นอะไรที่เกินเพื่อนกันก็ทำท่าจะไม่ชอบถึงขั้นเกลียดเลยด้วยซ้ำ อะไรที่ทำให้หายโกรธกันได้นะ

“อืม น้าเล่านะลูก” แม่ผมพาคนตัวเล็กและผมไปนั่งคุยกันที่โซฟา แล้วถามคนตัวเล็กที่นั่งข้าง แบคฮยอนก็ได้แต่พยักหน้าแล้วก้มหน้าก้มตา

“ตอนที่ลูกไปเรียนที่ออสเตรเลียน่ะมีวันนึงแม่ไปเดินเที่ยวเลยถูกรถเกือบชนโดยมีแบคเนี่ยแหล่ะมาช่วย แต่ตัวเองนั้นก็โดนรถชนไปแทนแม่แบบเต็มๆ แม่เลยคิดว่าจะมีใครที่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเราอีกบ้าง แม่เลยลดทิฐิที่มีในใจ นั่งคิดทบทวนก็พบว่า มันไม่มีเหตุผลเลยที่แม่จะเกลียดหนูแบค ทั้งๆที่หนูแบคไม่ได้ทำอะไรแม่เลยแม้แต่น้อย”

“แม่ผมรักแม่ครับ” ผมยิ้มแฉ่งแล้วถลาไปกอดคนเป็นแม่ แล้วก็แอบเนียนเอื้อมมือไปกอดร่างเล็กด้วย

“อื้ม แม่ก็รักลูก แต่ปล่อยมือก่อน แหม..แอบเนียนนะเรา”

“แฮ่ๆ ._.

“งั้นลูกก็ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไป แม่จะได้สอนหนูแบคทำเค้ก วันนี้วันเกิดแม่หนูแบคน่ะ”

“วันเกิดคุณป้าหรอครับ ^_^ งั้นผมไปอาบน้ำก่อน แล้วจะลงมาช่วย”

“ถ้าเหนื่อยก็นอนสักพักก่อนก็ได้”

“ไม่เหนื่อยเลยครับ” ผมเตรียมจะยกกระเป๋าเดินทางเดินขึ้นบันได แต่อม่กลับเรียกไว้ก่อน






“ชานยอลแบคฮยอน”

“ครับ?” ผมกับแบคถามกลับพร้อมกัน






“ไม่ต้องเรียกแม่ของอีกฝ่ายว่าป้า หรือน้าแล้วนะ เรียกว่าแม่เนี่ยแหล่ะจะได้ดูสนิทชิดเชื้อกันหน่อย” แม่พูดจบแล้วก็เดินกอดคอแบคเข้าห้องครัวไป






.///.” คนตัวเล็กก้มหน้าลงแล้วเดินตาม

O///O” ผมยืนอึ้งอยู่ที่หน้าบันได ก่อนที่จะรู้สึกตัวแล้วก็วิ่งหอบกระเป๋าขึ้นไป

 

 

 

“แบคเป็นอะไรหรือเปล่าลูกหน้าแดงเชียว -.,-“ คุณป้าวัยกลางคนเวลามีความสุขนี่ก็ช่างแซวเด็กเหลือเกิน คนที่เขินๆอยู่พอโดนแซวเข้าไป มือที่เทแป้งอยู่ก็เกือบจะปล่อยถุงแป้งหลุดมือ

“เปล่าครับคุณน้า ._.

“แหน่ะๆ บอกให้เรียกแม่ เดี๋ยวไม่สอนซะเลยนี่” คนขี้แกล้งได้ทีทำเสียงดุ จนคนตัวเล็กซะดุ้ง

“อ่าขอโทษครับ คุณแม่” คนตัวเล็กเม้มปาก วางถุงแป้งลง

“ดีมากจ้ะ งั้นต่อไปก็เทไข่ลงไปแล้วใช้เครื่องตีเอานะ” หญิงวัยกลางคนชี้ไปที่เครื่องตีที่อยู่ที่อีกมุมของครัว

“อ่าครับ” คนตัวเล็กเทไข่ตามคำสั่งแล้วเดินไปที่เครื่องตี หญิงวัยกลางคนมองกริยาเงอะๆงะๆแล้วก็เอ็นดู




Rrrrrr

เสียงโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น หญิงวัยกลางคนวิ่งออกไปรับแล้วเดินเข้ามาในห้องครัวด้วยสีหน้าซังกะตาย =____=

“นี่แบค เดี๋ยวแม่ทำอาหารแล้วฝากไปให้แม่หนูด้วยนะ เพราะสงสัยเย็นนี้จะไปด้วยไม่ได้แล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ แค่คุณแม่สอนทำเค้กให้ผมก็ดีมากแล้ว^^” คนตัวเล็กปิดเครื่องแล้วเดินถือชามแป้งมาวางไว้ที่โต๊ะกลางครัว

“จ้ะ แต่ถึงแม่จะไม่ไป แต่แม่จะให้เจ้าชานยอลไปแทนนะ” คนอายุมากกว่าพูดแล้วอมยิ้มกับอาการคนตัวเล็กที่อึ้งเมื่อได้ยินชื่อลูกชายเธอ

“อ่าเขาพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ ให้เขาไปพักเถอะครับไม่ต้องลำบากหรอก”

“ใครบอกว่าลำบาก” เสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างสูงที่สวมแว่นตาอันใหญ่เดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทางทะเล้น

“ถึงจะลำบากก็ต้องไปอยู่ดีแหล่ะจ้ะ วันเกิดแม่หนูทั้งที” คนเป็นแม่พูดขึ้นแล้วหันไปสั่งงานลูกตัวเอง “ชานยอลมาก็ดีแล้ว มาปอกผลไม้นี่มาแค่นี้ทำได้ใช่มั้ย เดี๋ยวแม่จะทำอาหารก่อนเดี๋ยวจะไม่ทัน”

“ครับผม^^” คนตัวสูงเดินไปหยิบผลไม้ที่แม่ตัวเองล้างเสร็จใส่จาน แล้วเดินไปยืนข้างๆคนตัวเล็กที่กำลังตีครีมสดอยู่

“สลัด ที่มีตั้งเยอะแยะมายืนเบียดอะไร” คนตัวเล็กพึมพำให้ได้ยินแค่สองคน

“นี่บ้านกู กูอยากยืนตรงไหนก็ยืนได้” คนตัวสูงพูดแล้วยักคิ้วที่คิดว่าหล่อมาก แต่ในสายตาอีกคนมันช่างกวนอวัยวะเบื้องล่างมากกว่า

“งั้นมึงก็ยืนตรงนี้แล้วกัน” คนตัวเล็กพูดเสร็จก็ผสมส่วนผสมลงแป้งเค้กแล้วเดินเอาเค้กไปใส่เตาอบ พอใส่เสร็จก็มาตีแป้งต่อแต่เขยิบไปยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ

พอเห็นอย่างนั้นคนตัวสูงก็ค่อยๆทำเนียนเดินไปหยิบมือโดนเดินโฉบคนตัวเล็กไปมา ขณะที่เดินผ่านก็เป่าลมที่ข้างคอ











“ไอ้สลัดผัก =-=” คนตัวเล็กพึมพำแบบคาดโทษ

















 

 

“ฮัลโหล ลู่หานมาหาพี่หน่อยได้มั้ย?

 





-

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น