Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 12 : MAN : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 264
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 พ.ย. 56





11

 

 

“แล้วถ้าผมเปลี่ยนคำถามใหม่ว่าพี่ยังรักผมอยู่หรือเปล่า?” แล้วถ้าเป็นคำถามนี้ล่ะ พี่เขาจะยอมตอบหรือเปล่า

“เราคบกันอยู่ไม่ใช่หรอ แล้วทำไมพี่จะไม่รักนายล่ะ” พี่ลู่ยิ้มขึ้นมา

“นั่นสินะครับ ฮ่าๆ” นั่นสินะ ถ้าพี่เขาไม่รักคงบอกเลิกไปแล้วนะ

ผมจะเชื่อแบบนี้ต่อไปนะครับ พี่ลู่



 

 

 

“เออนายชื่อปาร์คชานยอลใช่ไหม” ผมเดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มใหญ่อยู่คนเดียว แล้วก็เสียบหูฟังไว้

“อ๊ะ! เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?” คนตัวสูงดึงหูฟังออกแล้วหันมาหาผม

“นายชื่อปาร์คชานยอลใช่ไหม” ผมถามเขาอีกครั้ง

“อื้มผมชื่อปาร์คชานยอล คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“วันนั้นคุณทำบัตรตกไว้น่ะครับ” ผมพูดแล้วก็ยื่นบัตรคืนให้คนตัวสูง

“อ๋าผมนึกว่าหายไปแล้วนะครับเนี่ย ขอบคุณนะครับ” เขาพูดขอบคุณผมแล้วก็หัวๆสองสามครั้งน่ารัก

“ครับ ^^

“คุณชื่อ?

“ผมคยองซู โดคยองซูครับ” ผมนั่งลงที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามร่างสูง

“คุณเป็นคนเกาหลีหรอครับ”

“ครับ ^^ คุณชานยอลทำอะไรอยู่หรอครับ”

“เรียกชานยอลเฉยๆก็ได้ครับ ^^;; ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ บ่ายนี้มีเทสน่ะครับ”

“ถ้างั้นให้ผมติวให้ไหมครับ ผมเข้าใจหมดแล้ว” ผมยื่นข้อเสนอไป

“จริงหรอครับ รบกวนด้วยนะครับ” เขาโค้งอีกสองสามที ผู้ชายอะไรทั้งสุภาพแล้วก็น่ารัก ผมล่ะตกหลุมรักเขาเข้าแล้วสิ

“ไม่รบกวนหรอกครับ ผมติวไปผมก็ได้ทบทวน ประโยชน์สองต่อเลยครับ” ผมกางหนังสือและเริ่มติวให้คนร่างสูงตรงหน้า



ยิ่งมองไปชัดๆยิ่งรู้สึกใจเต้นแปลกๆ เป็นผู้ชานแท้ๆแต่กลับหน้าหวานกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก หางตาที่เชิดรั้นทำให้ตาคู่นั้นดูกลมโตยิ่งกว่าอะไร ริมฝีปากสีกุหลาบที่เป็นกระจับน่าหลงใหล ผิวหน้าที่ไม่มีแม้แต่รอยแดงจากสิว ผิวกายที่ขาวสุขภาพดีไม่ได้ซีดเซียวจนเกินไป กล้ามเนื้อที่ดูสมบูรณ์ราวกับนักกีฬาที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ ร่างกายที่สูงใหญ่น่าเกรงขาม

ผู้ชานคนนี้ช่างเพอร์เฟค



 

 

“อ้าวฮุน ไอ้ลู่มันกลับไปแล้วหรอ” คนตัวเล็กบนเตียงถามคนที่พึ่งเข้าห้องมา

“ครับ เห็นพี่เขาบอกว่ามีธุระต่อ”

“ช่วงนี้มันธุระบ่อยจริงน้า เฮ้อ ..ไปเปลี่ยนแผ่นให้หน่อย จบแล้ว” คนตัวเล็กชี้ไปที่ทีวี ภาพบนหน้าจอปรากฏชื่อมากมายเลื่อนขึ้นมา แสดงว่าวิดีโอจบลงแล้ว

“ครับๆ แล้วพี่ลู่เขาเอาเดี่ยวมาให้พี่เยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” คนตัวสูงเปิดกล่องดู

“อื้อ มันบอกว่าแก้เหงา แต่กูว่าถ้ามันให้กูดูทั้งวันกูได้ฮาตกเตียงกูอาจจะได้นอนโรงบาลต่ออีกยาว” คนตัวเล็กบ่น

“นั่นสินะครับ” เซฮุนเดินไปเปิดวิดีโอม้วนใหม่


 

 

“ลู่หาน” เสียงผู้หญิงเรียกร่างโปร่งที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างในโทรศัพท์ได้เงยหน้าขึ้นยิ้ม

“อันยองตอนค่ำครับพี่นายอง” ร่างโปรงลุกขึ้นเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนแข็งที่เพราะอาการอึ้ง และใช้นิ้วเรียวคลอเคลับกับโครงหน้าของหญิงสาว

“นนายมาได้ยังไง” หญิงสาวถามขึ้น

“ผมก็นั่งรถมาไงครับพี่” คนตัวสูงกว่ายังไม่หยุดทะเล้น ไล้มือไปตามเอวคอดอย่างหลงใหล

“พี่ซีอยู่นะอย่าเพิ่งเล่น” หญิงสาวถอยหลังออกมา



จะไม่ให้ซีเรียสได้ยังไงก็ในเมื่อลู่หานดั้นด้นมาถึงหน้าที่ทำงานของหญิงสาว ตอนนี้ใครๆก็รู้ว่านายองนั้นกำลังคบกับชายหนุ่มรูปงามนามว่าคริส หรือลูกชายคนโตของบริษัทแห่งนี้ ถ้าเกิดมีใครมาเจอแล้วไปบอกคริสล่ะก็ซวยแน่

“ผมไม่เล่นก็ได้ครับพี่สาว ผมแค่จะมาบอกว่าคืนนี้ผมไม่ได้ไปนอนกับพี่นะ ผมต้องกลับบ้าน” คนตัวสูงพูดก็จะถอยหลังหึ่งก้าวแล้วกลับมายืนท่าสบายๆ

“แต่” หญิงสาวฮึดฮัดเล็กน้อย

“อ้าผมลืมบอกพี่ไปนี่นา ถึงผมจะสนใจพี่แต่เราไม่ได้อยู่ในฐานะของแฟน เราอยู่ในสถานะของ คู่นอนเท่านั้น หวังว่าพี่คงจะเข้าใจนะครับ ผมไปล่ะ” ร่างโปร่งพูดจบก็หันหลังไป

หญิงสาวก็ทำได้เพียงยืนอึ้งอยู่ ณ ตรงนั้น

คู่นอนหรอ…?

 หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคนสนิทของเธอ แล้วฝากฝังอะไรบางอย่างลงไป ไม่นานนักก็มีข้อความบางอย่างส่งมาให้เธอ ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี

“แล้วเราจะได้รู้กัน”



 

 

ตอนนี้ผมกำลังจะกลับคอนโดแต่ก็ไม่อยากนั่งรถกลับ เลยเลือกที่ๆจะเดินเอื่อยๆไปตามทาง ตอนนี้ผมก็เดินมาถึงริมแม่น้ำฮัน แสงแดดตอนเย็นสีส้มๆดูแล้วแสนจะโรแมนติก มีคู่รักหลายคู่หลายช่วงอายุกำลังเดินเล่นกัน ปั่นจักรยาน หรือกำลังนอนตักกัน

ทำไมผมรู้สึกอ้างว้างอย่างนี้นะ

ผมมองไปที่มือข้างขวาของตัวเอง แทนที่จะมีมือเล็กของอีกคนกุมมือผมไว้ แล้วเดินจูงมือกันไป กลับพบแต่ความว่างเปล่าและอ้างว้าง

บรรยากาศแทนที่จะสวยงามกลับเป็นสิ่งที่เสียดแทงจิตใจผมอย่างรุนแรง ผมเองที่ขอคบกับพี่เขา หรือในสถานการณ์นั้นมันบังคับให้พี่ยอมคบกับผมกันแน่ พี่แค่ตอบส่งๆไปหรือมันคือความรู้สึกจริงๆของพี่กันแน่ ผมอยากรู้

สายลมที่ผัดผ่านตัวผมนี้เหมือนมันกำลังจะบอกอะไรบางอย่างให้ผมฟัง แต่ผมก็ไม่สามารถรับรู้ความต้องการของมันได้เลย อาจจะไม่ต่างกับความรู้สึกผมในตอนนี้เลยก็ได้ ผมอยากจะบอกความรู้สึกที่ผมกังวลอยู่นี้ให้พี่ลู่เขารับรู้ แต่พอถึงเวลาจริงๆก็พูดไม่ออก

ถึงแม้จะรวบรวมความกล้าถามออกไปก็เหมือนจะถูกปัดทิ้งหมด


 

ลูกบอลสีชมพูลายการ์ตูนกลิ้งมาอยู่ที่ข้างเท้าของเขา ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วก้มลงเก็บลูกบอลขึ้นมา

“ลูกบอล~” เสียงใสๆของเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่คาดว่าน่าจะอายุ 2-3 ขวบ วิ่งมาหาเขาที่กำลังถือลูกบอลอยู่

“ลูกบอลของหนูหรอคะ?” ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าลงยิ้มแล้วยื่นลูกบอลคืนให้เจ้าของ

“ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ชาย^^” เด็กหญิงยิ้มขอบคุณ

“เล่นดีๆล่ะตัวเล็ก ตกน้ำไปล่ะแย่เลย” ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วลูบหัวเด็กผู้หญิงเล็กน้อย

“ค่ะ^^” เด็กผู้หญิงวิ่งกลับไป “คุณพ่อ~” เซฮุนหันไปมองตามเสียงของเด็กผู้หญิงที่คงเรียกคุณพ่อของเขาอยู่ อยากรู้จังลูกน่ารักขนาดนี้พ่อแม่เขาคงจะหน้าตาดีไม่น้อยเลย

 

 






 

แต่เมื่อร่างสูงหันไปมองก็พบกับคริส





เด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งไปหาคริส แล้วเรียกว่า พ่อ



หรือว่า








“ว่าไงฮานา อย่าเล่นไปทางนั้นอีกนะ เดี๋ยวลูกบอลจะตกน้ำเอา”

“คุณพ่อพูดเหมือนพี่ชายตรงนั้นเลย” เด็กสาวชี้มาทางเซฮุนที่กำลังยืนมอง

คนเป็นพ่อก้มศีรษะทักทาย เล็กน้อยแล้วเดินจากไป

 




 

คริสคนๆนั้นเพิ่งจากปี 4 เองนี่ แถมยังไม่มีข่าวการแต่งงาน...



 

ว่าแล้วเซฮุนควักโทรศัพท์โทรหาพี่ชายสุดที่รัก

แอโย่วว่าไงไอ้น้อง วันนี้คริสเอ็กโซมันวาดรูปสวยหรือไงกันถึงโทรหาพี่ได้  เสียงสดใสดังขึ้นจากปลายสาย

“พี่…= =

อ่าๆ โอเคครับ มีอะไรหรอเปล่าครับหืม?

“ประวัติที่พี่ส่งมาให้ผมคราวก่อนมันครบแล้วแน่หรอ”

อืม น่าจะหมดแล้วนะ มีอะไรหรอ

“พี่ช่วยสืบให้ผมอีกทีได้ไหม อยากได้ข้อมูลเชิงลึกมากๆ ถึงกึ๋นเลยก็ดี แล้วก็หาชื่อเด็กผู้หญิงที่อายุประมาณ 2-3 ขวบที่ชื่อฮานาให้ผมหน่อย”

อื้ม มันก็ได้นะ แต่อาจจะช้าหน่อย

“ครับ ขอบคุณฮะพี่”

ได้เลย แต่ค่าตอบแทนคือต้องมาให้พี่นอนกอดหนึ่งคืน ^0^

=__= ก็ได้ แต่ไม่ใช่วันนี้”

โถ่ ._. วันอื่นก็ได้ แต่ต้องมานะ

“คร้าบบบ” แล้วเซฮุนก็ตัดสายไป




ติ๊ดๆ เสียงข้อความดังขึ้นทำให้คนตัวสูงจำต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นข้อความของเบอร์ที่ไม่รู้จัก แต่ก็ยอมกดเข้าไปดูเผื่อว่าพี่แทคเขาอาจจะสั่งให้ลูกน้องส่งอะไรมา








แต่ผิดคาด เขากลับเจอ

 

 

 


50%
 

 
 

“อ้าวเซฮุน ทำไมกลับมาช้าจัง” ลู่หานทักร่างสูงที่มาใหม่

“ผมเดินเล่นอยู่ข้างล่างน่ะ”

“อ่อ” คนตัวเล็กพยักหน้าแล้วไปสนใจทีวีต่อ

คนตัวสูงเดินเข้าไปในห้องนอนหยิบกระเป๋าเสื้อใบใหญ่ที่เขาเพิ่งขนมาอยู่หลังจากที่ตกลงคบกับลู่หาน แล้วก็เดินออกมา คนตัวเล็กบนโซฟาตกใจเล็กน้อยกับการกระทำของเซฮุน



เขาดูแปลกไป


“เซฮุนนายจะเอากระเป๋าไปไหน” ลู่หานลุกขึ้นเดินไปยืนขวางคนตัวสูงที่กำลังจะเดินออกจากห้อง

“กลับบ้าน” สองคำสั้นๆที่เปล่งออกมา ไม่ได้เจือด้วยเสียงสั่นคลอเหมือนที่คนตัวสูงรู้สึกอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นเสียงเรียบและเย็นชาจนทำให้คนฟังถึงกลับหนาวสั่น

“ทำไม ไหนนายบอกว่าจะมาอยู่กับพี่ไง วางกระเป๋าลง”

“ถอยครับ ผมอยากกลับบ้าน” เซฮุนจับไหล่ทั้งสองข้างของลู่หานแล้วดันไปข้างๆ

อยากงั้นหรอ ” คนตัวเล็กยืนทบทวนคำนั้นอย่างนิ่งเงียบ “ถ้าอยากแล้วจะย้ายมาอยู่กับพี่ทำไมล่ะ ห้ะ!?” คนตัวเล็กตะโกนลั่น

“ผมขอตัว” แล้วร่างสูงก็เดินผ่านไป




“ย้า!~ เซฮุนกลับมาพูดกันก่อน” คนตัวเล็กตั้งสติได้ก็วิ่งตามไป แล้วรั้งแขนคนร่างสูงไว้

“ถ้าพี่อยากรั้งผม พี่ไม่ต้องใช้กำลังเลย พี่แค่ต้องใช้ความซื่อสัตย์เท่านั้น แต่พี่ไม่เคยมีให้ผมเลยไง ผมว่าเราควรจะห่างกันสักพักเผื่อว่าจะมีอะไรดีขึ้นก็ได้” คนตัวสูงพูดแล้วก็สะบัดมือเล็กออกไปแล้วก้าวฉับๆออกไปอยากเร็ว

คนตัวเล็กยืนอึ้งไร้เรี่ยวแรงแม้จะเดินต่อไปเลยด้วยซ้ำ



เซฮุนนายเป็นอะไร

 

 




 

ความรู้สึกปวดหนึบแล่นเข้ามาในหัวใจผมทันทีที่ผมเห็นรูปนั้น

รูปพี่ลู่กำลังนอนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก

แม้ผมจะไม่ใช่คนขี้หึง แต่ผมก็หวงของ แม้จะกับผู้หญิงก็ตาม


เพราะอย่างนี้นี่เองที่ทำให้พี่ลู่กล้าขนาดโกหกผม แล้วจะมีเรื่องไหนอีกนะที่พี่เขาพูดจริงอีกบ้าง ผมไม่รู้เลยจริงๆ

 

 

 

 

“เชี่ยยย ฮุนมึงโทรตามกูมาทำไงวะ = =” ไอ้จงอินที่ผมโทรเรียกมันมาที่ผับนี้เมื่อชั่วโมงที่แล้วเดินมาหาผมด้วยสายตาประมาณว่า เพิ่งตื่น

“มึงเสาร์อาทิตย์จันทร์ที่จะถึงนี้มึงว่างป่ะ กูอยากไปเที่ยว”

“ทำไมไม่ชวนพี่รหัสสุดสวยของมึงไปล่ะครับ มาชวนกูหาพระแสงดาบง้าวอะไรไม่ทราบ”

“ช่างเขาเถอะ นะมึงนะ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย”

“แล้วมึงจะไปไหน”

“กูอยากไปต่างประเทศ ที่ไหนก็ได้”

“สัส มึงมีเวลา 3 วันแต่เสือกจะไปต่างประเทศ = = งั้นมึงก็ต้องเอาประเทศแถวนี้ล่ะ พม่า ลาวมาเล” มันนั่งมองผมก่อนจะสั่งเครื่องดื่ม

“เมิงงง บ้านมึงทำสายการบินอยู่ มึงก็หาไฟท์บินตรงแบบเร็วๆสิฟะ” ผมมองมันแบบกวนส้น

“เฮ้อ มึงนี่น้า แล้วพี่รหัสมึงเป็นอะไรไป เห็นมึงกับเขาตัวติดกันตลอดจนจะลืมกูล่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอก - -

“อะไรของมึงวะ เดี๋ยวกูมาโทรถามพ่อแป๊บ”

“อือ”




ไอ้กัมจงมันเดินออกไปจากร้าน ผมก็นั่งมองไปรอบๆผับ สถานที่ที่เมื่อก่อนผมแสนจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี แสงไฟหลากหลายแหวกไหวผ่านร่างกายของผีเสื้อกลางคืนที่กำลังเต้นรำอยู่กลางฟลอร์มากมาย แม้จะมืดสลัวและแออัด แต่ทุกคนก็ยินดีที่จะสนุกกับมัน เสียงเพลงอึกทึกที่ทำให้คนที่ไม่คุ้นชินอาจจะถึงกับขั้นหัวใจกระตุกได้

 

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวคนนึงนั่งลงข้างๆผม จากที่มองผ่านๆก็รู้ว่าเธอคนนี้คงโชกโชนไม่ใช่เล่น ดูจากการแต่งตัวก็พอรู้อยู่ แต่พอมองที่หน้าตากลับพบว่าเธอคงอายุพอๆกับผม เผลอๆอาจจะเด็กกว่าเลยด้วยซ้ำ

“ครับ” ผมตอบรับสั้นๆแล้วยกแก้วขึ้นดื่ม

“วันนี้มาคนเดียวหรอคะ”

“เปล่า มากับเพื่อน” ผมตอบส่งๆไป เพราะผมไม่คิดจะสนใจผีเสื้อกลางคืนเหล่านี้อยู่แล้ว นอกเสียจากมีไว้ระบายอารมณ์ก็เท่านั้น แต่วันนี้ผมน่ะหมดอารมณ์สุดๆ

“เพื่อนหรือแฟนคะ” เธอก็ยังคงซักไซ้จนผมเริ่มรำคาญ เธอน่าจะรู้นะว่าการที่ผมพูดและแสดงสีหน้าอย่างนี้หมายถึงไม่ได้สนใจเธอแล้ว ไม่ใช่เป็นการแสดงเพื่อเรียกร้องความสนใจสักหน่อย

เมื่อผมเหลือบตาเห็นไอ้ดำกัมจงเดินเข้ามาผมก็กวักมือเรียกมันและลุกขึ้นกอดเอวไอ้ดำ

“นี่แหล่ะครับแฟนผม” ผมพูดไปก่อนจะหันหนไปกระซิบอีกคนที่มีส่วนสูงเท่าๆกัน “เชี่ยมึงช่วยกูหน่อย แม่งตื้อชิบหาย”

“แต่กูเสียหายนะมึง - -“ มันหันมาพูดกับผมแล้วหันไปยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น แม่งกูก็ไม่เสียหายเลยเนอะ อย่างกับกูอยากเป็นแฟนมึงตายล่ะ ไอ้ดำ! =*=

“อ่าหรอคะ เออ ขอตัวก่อนนะคะ” แล้วเธอก็เดินจากไป ผมจึงผ่อนลมออกแล้วเดินกลับไปนั่งที่ตัวเอง “แต๊งกิ้วนะมึง แล้วได้เรื่องอะไรป่ะ”

“ไอ้ไฟท์บินก็มีอยู่หรอก แต่มึงจะไปไหนกูยังไม่รู้เลย”

“อือออสเตรเลียก็ได้ ไอ้พี่หยอยมันอยู่ เผลอๆโชคดีอาจจะเจอพี่เขา”

“ไอ้พี่หยอยคือไผ?

“แฟนพี่แบคกี้ไง -3-

“อ้อ ไอ้พี่โย่งๆหูกางๆอ่านะ กูว่าล่ะว่าพี่เขาหายไปไหน จะว่าไปช่วงนี้ก็ไม่เห็นพี่แบคเลยด้วย”

“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะมึง เอาเป็นว่ากูจะไปออส มึงไปจองไฟท์และเก็บเสื้อผ้าได้เลย กูจะไปคืนวันเย็นวันพรุ่งนี้” อ่าใช่ครับ พรุ่งนี้วันศุกร์นั่นเอง กะว่าเรียนเสร็จก็กระโดดขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว

“เออก็แล้วแต่มึงนะ แล้วมึงจะกลับเลยป่ะ”

“อือ เริ่มง่วงๆล่ะ”

“โอ้ว คุณชายฮุนง่วงนอนตั้งแต่สามทุ่มสิบ เป็นไปได้เยี่ยงไร!~” มันพูดแล้วก็เดินแต๊ดแต๋ออกไป


กูล่ะเพลียกับเพื่อนคนนี้จริงๆ = =

 

 








 

สนามบินนานาชาติออสเตรเลีย ซิดนีย์

“ในบางครั้งกูก็เบื่อการนั่งเครื่องบินนานๆซะจริง - -“ ผมบิดขี้เกียจแล้วเดินออกมาจากเกต ก็นั่งเครื่องบินตั้งแต่กลางดึก จนมาถึงนี่ก็สายๆล่ะ ถึงแม้จะได้เดินไปไหนบ้าง แต่มันก็น่าเบื่ออยู่ดี

“มึงนั่งเครื่องบินฟรีแล้วดันมาบ่นอีก ฟายยย” มันตบหัวผมไปทีนึงก่อนจะเดินเพลียๆไปหยิบกระเป๋า “แล้วมึงจะไปไหนก่อน ที่พักกูจองไว้ที่ซิดนีย์นะเว้ย”

“เออกูแค่จะมาพักผ่อน อาจจะนั่งรถเที่ยวหรือเดินเตร็ดเตร่แถวๆนี้แหล่ะ”

“แต่มาถึงออสทั้งที่มึงก็ไปดูจิงโจ้หรือไม่ก็โอเปร่าเฮาท์หน่อยก็ดีนะ” มันพูดก่อนจะเดินนำไปขึ้นรถ

“เออๆ ตอนนี้กูอยากไปเดินสูดอากาศ เอาของไปเก็บแล้วไปเดินสวนสาธารณะกับกูหน่อยนะมึง” ไอ้กัมจงหันมามองผมแล้วก็กวักมือโบกแท็กซี่

“เออ”

 

 


 

“ไอ้ชยอย ทำไมช่วงนี้มึงดูชิวๆผิดหูผิดตาวะ” ไอ้จองมินเดินเข้ามานั่งตรงข้ามแล้วก็จ้องมาที่ผม ขี้ติดหน้ากูหรอวะ - -

“กูก็เป็นของกูงี้แหล่ะ มึงคิดไปเอง” ผมนั่งเล่นเกมต่อไม่สนใจมัน

“ก็เมื่อไม่นานมานี้มึงเลิกกับแฟน ยังเป็นหมาหงอยอยู่เลย แต่พอผ่านไปไม่นานมึงก็กลับดูแฮปปี้แอนด์แอฟรี่ติงมากเลย = =” สรรพเชี่ยอะไรของมันวะ อย่าไปบอกใครเขานะเว้ยว่ามึงมีพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเป็นฝรั่ง อับอายแทนพ่อแม่มันมากเลย

“ไม่รู้สินะ” ผมยักไหล่

“เฮ้ยๆ หรือว่ามีคนใหม่มาดามใจ เห็นว่ามีคนตัวเล็กๆคนหนึ่งแวะเวียนมาหามึงบ่อยซะเหลือเกิน”

“ไม่มีอะไรสักหน่อย” ผมเอาหูฟังเปิดเพลงแล้วเสียบหูฟัง “กูไปล่ะ กะจะไปหาที่เงียบๆอ่านหนังสือสักหน่อย” ผมพูดแล้วก็ยืนขึ้น

“อะไรของมันวะ -.-“ มันบ่นนิดนึงแล้วก็โบกมือบ๊ายบาย





 

ที่เงียบๆอ่านหนังสือของผมนั้นไม่ใช่ห้องสมุดของมหาลัย เพราะมันเงียบจริงแต่แสนจะวุ่นวาย ก็มีคนมากหน้าหลายตาเดินวนเข้าวนออกมาหาหนังสืออ่านเล่นบ้าง มาเตรียมสอบบ้าง มาทำรายงานบ้างตลอดจนตามคนที่แอบชอบมา = = ไอ้อันสุดท้ายนี่แม่งน่ารำคาญที่สุด ส่วนห้องนอนผมก็ตัดทิ้ง เพราะมันเงียบจนวังเวงไป ผมแค่ต้องการหาที่ไม่ต้องเงียบมาก ลมพัดเย็นๆ สภาพแวดล้อมส่งเสริมต่อการพัฒนาสมองบลาๆ




ผมจึงมาที่นี่ไง สวนสาธารณะ


เมื่อก่อนตอนเตรียมสอบเข้ามหาลัยผมกับแบคก็ไปอ่านหนังสือที่สวนสาธารณะบ่อยๆ




แบคผมคิดถึงเขาอีกแล้วสินะ เขาแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมไปแล้วเหมือนกันนะ ไม่ว่าจะทำอะไรก็นึกถึงแบคได้เสมอ ไม่ว่าจะตอนกินข้าวก็นึกถึงแบคชอบกินอะไรกินมูมมามขนาดไหน หรือตอนนอนแบคมันก็ชอบครางหงิงๆจนบางครั้งมันก็เหมือนเป็นเสียงกล่อมให้ผมนอนหลับสนิทตลอดคืน ชีวิตประจำวันของผมล้วนแล้วมีแต่ความทรงจำที่เกี่ยวกับแบคทั้งสิ้น


ผมเลือกที่นั่งบนพื้นหญ้าริมสระน้ำขนาดใหญ่ นั่งบนพื้นมันดีอย่างนึงนะ เพราะมันนอนได้ไง  -.,- แบบอ่านหนังสือเบื่อๆก็แอบงีบไป ฮ่าๆ ฟินจะตาย =3=

 



 

“ทำไมมึงต้องมาที่สวนสาธารณะด้วยวะ = =” มันบ่นแล้วก็นั่งลงแผ่ที่พื้นหญ้า

“กูบอกมึงไปล่ะ - - มึงนั่งอยู่เนี่ยแหล่ะ เดี๋ยวกูไปซื้อของกินให้”

“เออๆ เร็วนะคะ เมียคิดถึง >3<” แล้วมันก็ส่งจูบให้ผม เชี่ยดำ กูขนลุก = =;;

“ฟายย” เลยให้น้องแอนิม้อลมันไปหนึ่งตัว -__-




ผมเดินเอื่อยๆกินลมชมวิวไป คนที่สวนสาธารณะตอนบ่ายๆนี่ก็ไม่เยอะอะไรมาก บางคนก็มาเดินเล่น บางคนก็มารอแฟน บาบงคนก็มาปิกนิกับครอบครัว

ผมเดินเข้าไปที่ร้านขายน้ำซื้อน้ำอัดลมมาสองกระป๋อง และก็ขนมอีกสองห่อ แล้วก็เดินเรื่อยๆกลับไปหาเพื่อนตัวดำ แต่สายตาผมกลับไปเจ๊อะอะไรบางอย่าง




ทรงผมอย่างนั้นมันคุ้นๆนะอืม พี่หยอยหรอ - -?




อ่า คงไม่ใช่หรอกมั้ง ตอนนี้น่าจะเป็นเวลาเรียนไม่ใช่หรอ จะมานั่งกินลมชิวๆอยู่นี่ได้ไง ผมคงอยู่กับพี่แบคจนหลอนไปเองก็ได้


และคนๆนั้นก็ล้มนอนลงกับพื้นหญ้า ถึงจะอยู่ไม่ใกล้ผมก็พอจะนึกออกได้บ้างว่าคนที่นอนแผ่อยู่นั่น เป็นคนที่พี่แบคเขาคิดถึงตลอดเวลา ผมเดินดิ่งเข้าไปหา

“พี่หยอย” ผมเดินเข้าไปยืนค้ำหัวพี่เขา

“หืม?” พี่เขาลืมตาขึ้นแล้วดึงหูฟังออก แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นผม

“เซฮุนนายมานี่ได้ยังไง”

“ผมมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ” ผมนั่งลงข้างพี่เขา

“แต่มหาลัยยังไม่ปิดเทอมนี่”

“ไม่ปิดเทอมแล้วเที่ยวไม่ได้ไง? นี่มันลองวีคนะ ผมก็เที่ยวให้สะบัดดิพี่” ผมพูดแล้วก็เอาของวางลงข้างตัว

“แล้วแบค”

“อ่าผมก็ว่าจะมาถามให้แน่ใจ พี่กับพี่แบคเลิกกันแล้วจริงๆน่ะหรอ”

“แบคเขาขอเลิกกับพี่”

“แล้วพี่ยอมเลิกทำไม” ผมถามกลับไป

“แบคบอกว่าไม่ได้รักพี่แล้ว” พี่เขาพูดแล้วก็มองไปทางสระน้ำ

“ไม่รักแล้วทำไมพี่แบคต้องนั้งเหม่อลอยทั้งวัน ยิ้มที่มีก็ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน บาดแผลที่ตัวหายช้ากว่าปกติ”

“เดี๋ยวนะ แผลอะไร?” พี่เขาหันมามองผมอย่างสงสัย พี่เขาไม่รู้หรอว่าพี่แบคถูกรถชน บ้าน่าก็แม่พี่เขามาเผ้าพี่แบคทุกวันก็น่าจะบอกไปแล้วนี่

“พี่ไม่รู้จริงๆหรอว่าพี่แบคเป็นอะไร”

“พี่ไม่รู้ เซฮุนบอกพี่มาว่าแบคเป็นอะไร” พี่ชานยอลมาเขย่าที่ไหล่ผม




“พี่แบคถูกรถชน”

“ตั้งแต่ตอนไหน?

 
 

“ก็ตั้งแต่พี่มาที่นี่ได้เดือนกว่าๆล่ะมั้ง” เดือนกว่าๆมันก็ตรงกับที่แบคโทรมาบอกเลิกกับผมน่ะสิ

“อ่า

“ผมก็ไม่รู้จะบอกอะไรให้แน่ชัดอ่านะ แต่ผมว่าพี่แบคเขายังรักพี่อยู่ รักมากด้วย”

“พี่ก็รักพี่ต้องทำยังไง”

“ไปเยี่ยมพี่แบคดิพี่ คุยโทรศัพท์กันมันคุยไม่รู้เรื่องหรอก ต้องไปเจอกัน..ให้เห็นหน้า”

“อีกสองอาทิตย์มีลองวีคเดี๋ยวพี่จะกลับไป”

“อื้มผมเอาใจช่วยพี่นะ งั้นผมไปก่อนล่ะ ไอ้ดำรอจนราหูอมแล้วมั้ง” เซฮุนพูดก่อนจะหยิบของแล้วยืนขึ้น

“แล้วเจอกัน อย่าเพิ่งบอกใครล่ะโดยเฉพาะแบค”

“อื้อ ^^

 



 

“มึงกลับไปซื้อน้ำที่เมืองไทยไง? ช้าชิบ =__=” มันหันมามองผมที่กึ่งเดินกึ่งกระโดดไปหามัน

“เออ” ผมยื่นของให้มัน

“แล้วทำไมถึงช้า เอาดีๆดิ”

“ไปเจอพี่หยอยมา”

“อ้าวจริงดิ แหมโลกกลมดีจังน้า -.-“ มันพูดก่อนจะเปิดกระป๋องน้ำอัดลม

“เออ” ผมพูดแล้วก็นอนแผ่ลงที่พื้น อ้าเรื่องพี่แบคก็ใกล้จะเคลียแล้ว











เหลือก็แต่เรื่องผมสินะ เมื่อไหร่จะจบสักที

 






-----------------------------------------------
อ่า... แล้วเมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบสักทีนะ -..-
เอาจริงๆคือหาสาระกับมันไม่ค่อยได้เท่าไหร่ = =
เค้าจะพยายามเขียนให้จบก่อนเปิดเทอม แต่คาดการณ์ไว้ว่าอาจจะไม่เสร็จแน่
เฮ้อ... เมื่อวานเกิดการดราม่าในบอท คือโดนแปมนั่นเอง
อยากจะร้องไห้ T[]T ตอนนี้เลยมาละเลงดราม่าลงฟิคแทน
อ้ากกกกก

 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น