Last man standing . hunhan,chanbaek

ตอนที่ 11 : MAN : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ม.ค. 57


 



10

 

 
 

เจ็บ

ความรู้สึกเดียวที่แบคฮยอนสัมผัสได้ในตอนนี้ แม้จะพยายามกดความรู้สึกนี้ลงไปให้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ แต่ยิ่งกดมันก็ยิ่งเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนนอนคนตัวเล็กไม่สามารถข่มตาลงได้เลย มั่วแต่คิดเรื่องเดิมๆวนไปมาไม่จบสิ้น




อยากจะลบเรื่องต่างๆออกไป แต่ยิ่งลบ ก็ยิ่งจำ

ถามตัวเองหลายต่อหลายครั้ง แต่คำตอบที่ได้มาก็เหมือนจะเข้าข้างตัวเองทุกอย่าง







 

 

รู้ทั้งรู้ว่าเขายังรักเรา

รู้ทั้งรู้ว่าที่ทำมันไม่ถูก

รู้ทั้งรู้ว่าที่ทำมันเห็นแก่ตัว

รู้ทั้งรู้ว่าที่ทำไปสุดท้ายคนที่เจ็บมันก็คือ


 เราทั้งสองคน

 







 

เขาก็ยังคงเลือกที่จะบอกเลิก ใช่ว่าคนที่ฟังอย่างเดียวเจ็บ คนพูดก็เจ็บและเจ็บมากกว่าเมื่อพูดออกไป แต่เพราะเขาอ่อนแอเกินไป อ่อนแอเกินกว่าอยู่บนความไม่แน่นอนนี้



ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจ



แต่เขาเชื่อใจชานยอลมากกว่า เชื่อว่าสักวันถ้าชานยอลยังรักเขา ชานยอลจะต้องกลับมา แต่ถ้าถึงวันนั้นแล้วจริงๆ ชานยอลเลือกที่จะเดินจากไป เราทั้งสองจะได้ไม่ต้องค้างคาใจกันอีก

ชานยอลจะได้ไม่ต้องห่วงว่าเขาเป็นอย่างไร ว่าเขาสบายดีหรือเปล่า ว่าเป็นแฟนกันแล้วทำแบบนี้มันไม่ดี บลาๆที่จะหาเหตุผล แต่ผลสุดท้ายที่ทั้งสองได้รับไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคตก็คือเจ็บ




เห็นไหม? ทุกคำตอบนั้น เข้าข้างตัวเองทั้งสิ้น

 



 

 

 

คุณเคยได้ยินเพลงนี้ไหม?


เจ็บแต่จบตอนแรกที่ผมได้ยินผมก็คิดอย่างนั้น รีบๆเจ็บแล้วจะได้จบๆไป แต่พออยู่ในความรู้สึกนี้แล้ว ผมเริ่มไม่รู้ว่ามันคือแบบนั้นจริงๆแล้ว


เจ็บก่อนจบ พอจบก็ยังเจ็บอยู่อีก และมันก็จุกไปทั้งหัวใจ

 







5%



 





“ลู่หานช่วยติดตะขอให้พี่หน่อยสิ” สาวเจ้าของผิวขาวเนียนที่กำลังพยายามใส่บราเซียของตัวเองอยู่ข้างๆเตียง หันมาขอให้ลู่หานติดตะขอให้

“ครับ^^” ชานหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวแล้วติดตะขอ ไม่เพียงแค่นั้นมือเรียวสวยที่เหมือนผู้หญิงลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของร่างบางตรงหน้าช้าๆ ผิวขาวที่มีรอยช้ำจางๆจากการร่วมรักเมื่อคืน เขายอมรับเลยว่าเป็นเซ็กซ์กับผู้หญิงที่รู้สึกดีที่สุด หลังจากที่ห่างเหินมันมานานตั้งแต่เริ่มคบกับคริส

ชายหนุ่มเริ่มไล่ลิ้นร้อนไปตามซอกคอขาวช้าๆและเอื้อยอิ่ง เรียกเสียงครางหวานๆอย่างพอใจของหญิงสาวได้ไม่น้อย

“อื้ม” มือของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดสวยช้าๆ ด้วยอารมณ์ที่ลุ่มหลง “อื้มหยุดก่อนเถอะ ถ้าเป็นรอยมากกว่านี้เดี๋ยวคริสจะสงสัยนะ” หญิงสาวพูดขึ้นทั้งๆที่ตัวเธอเองอยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่อยากให้ชายหนุ่มอีกคนรู้เข้า

“ไม่เอาน่าแค่นี้เขาไม่รู้หรอกครับ เขาก็เป็นคนทำรอยพวกนี้ไว้เหมือนกัน” คนตัวสูงยังคงดื้อเอาแต่ใจ แล้วทำภารกิจตรงหน้าต่อ

“อื้ม~~ ให้อีกนิดเดียวนะ พี่ต้องไปทำงานแล้วเหมือนกัน แล้วนายไม่ต้องไปเรียนหรอ”

“วันนี้ผมไม่มีเรียนน่ะ มาต่อกันเถอะ” หญิงสาวครางอย่างพอใจแล้วสวมกอดร่างสูงที่ซุกไซร้กับของามระหงของเธออยู่

 


 

 

“หวัดดีพี่แบค~~” วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เซฮุนมาหาแบคฮยอนที่โรงพยาบาล เมื่อคืนลู่หานส่งข้อความว่ามีงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนอาจจะไม่ได้กลับไปนอนที่ห้อง เซฮุนเลยไม่ได้สงสัยอะไรเพราะลู่หานนั้นก็เป็นคนเฟรนด์ลี่แล้วก็มีเพื่อนเยอะ จะมีงานเลี้ยงอย่างนี้ก็ไม่น่าแปลกอะไร และยังบอกให้วันนี้มาหาแบคฮยอนก่อนไปเรียน

“อ้าว วันนี้มีเรียนไม่ใช่หรอ” คนตัวเล็กบนเตียงทักขึ้นหลังจากเห็นรุ่นน้องถือถุงพะรุงพะรังเดินเข้ามาในห้อง

“ครับมีเรียนบ่าย พี่ลู่เลยบอกว่าให้มาอยู่เป็นเพื่อนพี่ก่อนเข้าเรียนน่ะ” คนตัวสูงวางถุงลงบนโต๊ะ

“ไม่เห็นต้องมาให้ลำบากเลยพี่อยู่เองได้”

“มันไม่ลำบากผมหรอกยังไงโรงพยาบาลนี้ก็เป็นทางผ่านจากคอนโดไปมหาลัยอยู่ดี มาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับพี่ดีกว่า ถึงถ้าผมไม่มาผมก็ต้องนั่งเหงาอยู่ที่คอนโดคนเดียวอยู่ดี สู้มาหาเพื่อนคุยดีกว่า -3-

“ทำไมไอ้ลู่มันทิ้งหรอไง”

“เมื่อคืนพี่เขาไปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนในคณะไม่ได้กลับตั้งแต่เมื่อคืนล่ะ”

“หืมในคณะ? มีใครเกิดเมื่อวานด้วยหรอ - -?” คนตัวเล็กเอียงคอคิด

“พี่แบคอาจจะไม่รู้จักก็ได้ครับ”

“เพื่อนลู่ทุกคนกูรู้จักครับไอ้น้อง มีเฟสมันทุกคน เมื่อวานพี่ก็เล่นเฟสอยู่ไม่เห็นมีแจ้งเตือนวันเกิดใครสักตัว =[]=

“จริงหรอพี่?

“คอมเฟิร์มถึงถ้าพี่ไม่รู้จักจริงๆ แต่พี่มีเฟสคนทั้งคณะนะมันก็ต้องรู้บ้างอะไรบ้างแหล่ะ”

“ช่างเถอะพี่ แล้วนี่พี่เป็นไงบ้างกินข้าวเช้ายัง?” ร่างโปร่งเปลี่ยนบทสนทนาเป็นการเป็นอยู่ยามเช้าของคนตัวเล็กแทน ไม่อยากจะรื้อเรื่องนั้นเพราะอาจจะทำให้ผมเจออะไรที่ผมไม่ควรรู้เข้า

ช่วงนี้พี่ลู่เปลี่ยนไป

 



 

 

“ขอโทษครับ” ร่างเล็กชนเข้ากับร่างสูงที่เดินเหม่อขึ้นบันไดมาจนร่างสูงเกือบล้มไปกองกับพื้นถ้าแขนไม่ได้รั้งราวบันไดไว้

“อ่าขอโทษครับ” เมื่อได้สติร่างสูงจึงช่วยเก็บของของคนตัวเล็กที่หล่นกระจายอยู่เต็มพื้น



“ผมต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ ผมผิดเองที่เดินเหม่อลอย” คนตัวสูงขอโทษคนตัวเล็กอีกครั้งแล้วยื่นของคืนให้คนตัวเล็กไป

“ผมก็ต้องขอโทษเหมือนกันครับ ผมรีบไปหน่อย”

“งั้นผมไปก่อนนะครับ” คนตัวสูงกล่าวลาและเดินจากไป

“เอของเขานี่นา” คนตัวเล็กหยิบบัตรบางอย่างที่ตกอยู่ตรงพื้นข้างๆเท้าขึ้นมา “ไม่มีบัตรจะลำบากแย่เลย อืมแต่น่าสนใจดีนี่”


 

เพียงชั่วพริบตาที่ผมสบตาเขา


 
 

1…




2…




3…














 

ผมตกหลุมรักเขาเข้าให้ล่ะ





















 

แล้วเราคงได้เจอกันอีกนะ


 

ปาร์คชานยอล

 

 







 

โลกเราเปลี่ยนไปทุกๆวินาที  หรือแค่เพียงเรากระพริบตา แผ่นดินที่ยืนอยู่อาจจะทรุดลงไปโดยที่เราไม่อาจรู้ตัวได้ ก็อย่างเรื่องที่ผ่านมา ผมกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่นั้นคนตัวเล็กที่อยู่อีกทวีปใกล้ๆกันก็โทรทางไกลมาหา ตอนแรกรู้สึกดีใจจนแทบจะเต้นให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่พอรับสาย


 

"อืมชานยอลหรอ" เสียงของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นจากในโทรศัพท์ ดูแห้งผากและไม่ค่อยสดใสเหมือนแต่ก่อนนัก ไม่สบายหรือเปล่านะ

“มึงโทรมาทำไม เปลืองเงินจะตายทำไมไม่ไลน์มาล่ะ”

"กูอยากได้ยินเสียงมึง" พูดอย่างนี้น่าจับฟัดจังเลยนะ

“แหมคิดถึงอ่ะสิ -…-

"อืม กูมีเรื่องสำคัญจะบอก" หรือมันมันย้ายมาหาผม เฮ้ย! นี้ใจนะเนี่ย ผมเริ่มลุกขึ้นมายืนลุ้นอย่างตื่นเต้น ว่าคนตัวเล็กปลายสายจะพูดอะไร

“อะไรหรอ อย่าบอกนะว่ามึงจะย้ายตามกูมา กูโคตรดีใจเลยนะเว้ย”

"เปล่า กูจะบอกว่า…" อะไรวะ? = =

“ว่าอะไรวะ” คนมันลุ้นนะเว้ย











"เราเลิกกันเถอะ"






               
ผมที่ยืนอยู่ค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้นทันที รู้สึกว่าขาที่ใช้เดินมาตลอด 20 กว่าปีนี้ ไม่แข็งแรงเอาซะเลย






“มึงฮาไปล่ะ เราไม่ได้เป็นแฟนกัน เลิกไม่ได้เว้ย” ใช่ไม่มีทางเลิกได้หรอก และกูก็จะไม่ยอมเลิกด้วย







"เลิกทำแบบนี้เถอะ เวลามันทำให้กูรู้ว่ากูไม่ได้รักมึง "ไม่ได้รัก? แล้วที่ผ่านมันคืออะไร ใครกันที่ทำให้มันเปลี่ยน

“นี่ผ่านมาไม่ถึงเดือนมึงเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรอ”

"ใช่ งั้นแค่นี้นะ กูเหนื่อย" เหนื่อย? แล้วกูล่ะ? มึงเห็นใจกูบ้างหรือเปล่า?

“เหนื่อยนี่มันแค่ตอนเช้า มึงไปอะไรกับใครมา” ก็แค่อารมณ์ชั่ววูบที่ทำให้ผมคิดไปต่างๆนานา ทั้งที่จิตใจจริงๆอยากจะคั้นเอาเหตุผลจริงว่าเลิกกันเพราะอะไร แต่ร่างกายตอนนี้ไร้สติเกินไป

"แล้วแต่มึงจะคิด ลาก่อน" แล้วคนตัวเล็กก็ตัดสายไป แม้จะพยายามโทรกลับหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ติด











 

คุณเคยได้ยินไหม?










กับคนทั่วไปคุยไม่เท่าไหร่ก็ลืม แต่คนที่เราปลื้ม แค่คำว่า อืม ก็จำ





และประโยคบอกเลิกนั้นมันยังสะท้อนอยู่ในหัวของผมตลอดมา



 






 

อยากจะรั้งไว้ก็ทำไม่ได้ เพราะผมคงขี้ขลาดเกินไป

อย่างที่ไอ้พวกจองมินว่า ผมต้องใช้เวลานี้เป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ในใจลึกๆผมก็ระแวงไปทั่ว

ผมนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ






 



 

 

“ว่าไงลู่” พี่คริสเดินผ่านก็เข้ามาทักผมขณะที่ผมนั่งดื่มกาแฟตอนเที่ยงอยู่ที่ร้านเดิมเมื่อวาน

“ครับ^^” ผมยิ้มแล้วก็ผายมือทางเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างเชื้อเชิญให้นั่ง

“อืม ขอบคุณแล้วเมื่อวานไปส่งพี่นายองมาหรือเปล่า”

“ไปมาครับ ทำไมหรอครับ?” ผมถามไปพลางลอบมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้า

“เมื่อคืนพี่โทรหาก็ไม่ติด เมื่อเช้าไปหาที่คอนโดก็ไม่อยู่ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบกลับ ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า” หึ

“ผมไปส่งพี่เขาถึงคอนโดนะ”

“เฮ้อ~~ แล้ววันนี้ลู่ไม่มีเรียนหรอ?

“ครับ ^^ ผมไปก่อนนะครับ” ผมวางเงินไว้ที่โต๊ะแล้วลุกออกมา

“แล้วเจอกันครับ”

“ครับ” ผมพูดทั้งๆที่หันหลังแล้วเดินออกมา



 

 

“พี่ผมไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา” เซฮุนลุกขึ้นบอกลาแบคฮยอนที่นอนดูการ์ตูนอยู่บนเตียง

“ไม่ต้องมาก็ได้ ลำบากนายเปล่าๆ ยังไงคุณแม่ของชานยอลเขาก็มาอยู่เป็นเพื่อนพี่ทุกวันนั่นแหล่ะ” แต่วันนี้ดูเหมือนจะติดธุระนิดหน่อยเลยจะมาเย็นๆล่ะมั้ง

“พี่ไล่ผมอ่อ? แต่ผมไม่ไปหรอก แบร่ ;p เดี๋ยวผมซื้อขนมมาฝาก” พูดจบรุ่นน้องร่างสูงก็วิ่งออกจากห้องไป

เซฮุนเดินอย่างสบายใจที่แกล้งคนป่วยให้หน้างอเพราะโกรธได้ เวลาลาโกรธยังกะหมาที่โดนแย่งอาหารเลย ฮ่าๆ

ขณะที่ร่างสูงเดินเข้าลิฟต์ไป ก็สวนทางกลับร่างบางที่แสนคุ้นเคยเดินออกจากลิฟต์อีกตัวพอดี แต่ก็ไม่สามารถเรียกได้เพราะประตูลิฟต์ของตนปิดลงพอดี

พี่ลู่หาน

 








 

แกรก

“อ้าวลืมอะไรหรือไง” คนป่วยบนเตียงทักคนมาใหม่ คงนึกว่าเป็นรุ่นน้องคนเมื่อกี้ที่เพิ่งเดินออกไป

“ลืม? กูเพิ่งมากูจะลืมอะไร” คนมาใหม่ถามด้วยน้ำเสียงงงๆแล้ววางกระเช้าผลไม้ลงที่โต๊ะข้างทีวี

“ลมอะไรหอบมาล่ะครับไอ้คุณลู่ ให้แต่ผัวมึงมาเฝ้ากูนะ” คนป่วยบ่นน้อยๆแล้วค่อยๆขยับตัวเล็กน้อยให้อยู่ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

“ลมบ้าหมูมั้งมึง แหมก็ให้เซฮุนมาดูแลมึงไม่ดีไง? กูมีธุระเลยไม่ว่าง”

“ธุระ? อะไรของมึง”

“เออมึงไม่ต้องรู้หรอก” ลู่หานพูดแล้วก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง “แล้วมึงเป็นไงบ้าง ดีขึ้นเยอะยัง?

“อื้อ หมอบอกอาทิตย์หน้าก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”

“ก็ดี เพราะยังไงเดือนหน้าก็สอบ เดี๋ยวกูติวให้มึงเอง”

“ขอบใจมึง รู้หรือเปล่าว่าวันผัวมึงเป็นอะไร ดูหงอยๆ”

“กูจะไปรู้หรอ เมื่อคืนกูไม่ได้กลับคอนโด”

“เห - -? แล้วมึงไปไหนถึงไม่กลับบ้าน”

“เรื่องของกู” คนที่ถูกคาดคั้นก็เน้นเสียงหนักว่าอย่ายุ่ง

“เออกูเป็นเพื่อนมึงป่ะ? เดี่ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนนะมึง โป้ง” ไอ้คนตัวเล็กบนเตียงชูนิ้วโป้งแล้วก็กอดออกทำท่างอน

ถ้ามันเป็นเด็กมันจะน่ารักมาก แต่เผอิญมันโตเป็นควายแล้วไงก็เลยดูแรดๆ = =

 



 

“เอ้อแล้วเรื่องของชานยอลเป็นไงบ้าง มึงโอเคป่ะ” ลู่หานถามคนป่วยอย่างเป็นห่วง เพราะตอนนี้มันก็ยังไม่หายดี แถมมาซึมเป็นหมาหงอยอย่างนี้อีก น่าสงสารว่ะ




บอกตามตรง แบคฮยอนเป็นคนที่แสดงอารมณ์หลากหลายแอนด์โอเวอร์มากในหลายๆครา แต่ลู่หานยังไม่เคยเห็นเพื่อนตัวเล็กคนนี้ร้องไห้เลย แม้หมาที่บ้านมันตายมันก็ไม่เคยร้องไห้ให้เห็น

แบคฮยอนเป็นพวกแข็งนอกอ่อนใน แม้จะแสดงว่าตัวเองร่าเริงขนาดไหน แต่สักวันหนึ่งน้ำตาที่อยู่ข้างในมันจะเอ่อล้นออกมาแน่ๆ เราแค่รอเวลานั้น อย่างน้อยการได้ระบายออกมาให้หมดมันก็ดีกว่าการเก็บไว้ จริงไหม?


” ความเงียบเริ่มครอบคลุมห้อง




“มึงไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่าหรอกกูเอาเดี๋ยวไมค์โครโฟนมาให้มึงทุกเดี่ยวเลยนะเว้ย มึงจะได้ดูตอนอยู่โรงพยาบาลไง มึงจะได้ฮากระจายลืมเจ็บไปเลย” ผมยกกล่องที่บรรจุแผ่นซีดีและม้วนวิดีโอวางที่โต๊ะรับแขก

เนื่องจากมีทุกเดี่ยวไมโครโฟนไงตั้งแต่เดี่ยวหนึ่งถึงเดียวเจ็ดล้าน ช่วงเดี่ยวแรกๆเป็นมรดกตกทอดจากป๊าผมที่ผมจิกมาตอนมาเรียนที่นี่ และคือนานมากไงก็เลยมีม้วนวิดีโอด้วย แต่ที่นี่จะมีเครื่องเล่นหรือเปล่าอีกเรื่องนะ -.,-

“ที่นี่ก็มีการ์ตูนดู” มันชี้ไปที่ทีวีที่ฉายการ์ตูนแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนูอยู่

“ดูอย่างงั้นไปก็ไม่ได้ทำให้มึงหัวได้ดังเท่าที่ควร มาดูเดี่ยวดีกว่า” ผมพูดแล้วเดินไปเปิดเดี่ยว 10 ขึ้นมาให้แบคดู

“มึงนี่น้า”มันบ่นผมเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรยอมนั่งดูไปเรื่อยๆ

ดูไปดูมาแทนที่ผมจะฮาแตก มันหัวเราะจนผมหัวเราะไม่ออกเลย คือบางตรงมันไม่ได้ฮาอะรขนากนั้น คุณมึงก็หัวเราะซะจัดเต็มลืมเจ็บแผลเลยนะมึง - -


ผมเลยหยิบขนมขึ้นมากิน แต่กินไปได้แค่คำเดียว ไอ้คนป่วย(ที่ตอนนี้ดูจะไม่ป่วย)ก็ฉกเอาขนมไปกินทั้งถุง

















สัด… =____=










ขอสักคำไม่มี เดี๋ยวเจอลูกถีบพี่หาญซะหรอก -*-



 


 

 

วันนี้เรียนเลิกเร็วก็จริงแต่อาจารย์กลับให้งานมาแบบลืมตาย คือถ้าจะแบบนี้ผมยอมให้อาจารย์ปล่อยช้า 1 ชั่วโมงกับการไม่มีการบ้านเลยจะดีกว่า วัยรุ่นเซ็ง - -;;

ผมแวะเข้าร้านเบเกอรี่ข้างๆโรงพยาบาลก่อนจะซื้อขนมที่พี่แบคชอบมา จะนั่งแหง่วอยู่หรือเปล่านะ แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมา

พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นคนที่ผมรู้จักดีนั่งอยู่ข้างๆเตียงคนไข้แล้วก็ขำกระจุยกระจาย ถ้าพยาบาลเข้ามาด่าผมจะทำเป็นเข้าห้องผิดนะ =____= คืออ้าปากกว้างขนาดกินหัวหมาได้เลยนะนั่น

“หัวเราะเบาๆหน่อยสิครับ เดี๋ยวพยาบาลก็มาว่าหรอก”

“โดนไปแล้วรอบนึง” พี่แบคพูดแล้วก็หันไปนั่งหัวเราะต่อด้วยระดับความเข้มเสียงเดซิเบลเท่าเดิม -__-
















คือไม่เกรงใจเลยว่างั้น..

 











 

“แล้วพี่ลู่ทำไมวันนี้ถึงมาล่ะครับ” ผมพูดแล้วก็นั่งลงที่โซฟา

“ทำไมพี่จะมาเยี่ยมเพื่อนบ้างไม่ได้หรือไง = =



“ก็ไม่รู้สินะ” ผมพูดพร้อมกับพี่โน้ตในทีวี เจ๋งป๊ะล่ะ จังหวะตรงโคตร -.-








 

=_______________= หน้าตาพี่ลู่

 

-_______________-;; หน้าตาอิพี่แบค

 





 

ทำไมอ่า? มันคือความบังเอิญที่ลงตัวดีออก -.,-

แต่ผมยังซักพี่ลู่ไม่ถึงไหนเลยนะ อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่อง

 






 

“ผมขอคุยกับพี่ลู่หน่อยดิ” ผมพูดแล้วเดินนำออกจากห้องไป ไม่นานพี่ลูก็เดินตามออกมา

“มีอะไรหรอ?

 

“แล้วเมื่อคืนพี่ไปไหนมากันแน่” ผมกดเสียงต่ำ ผมถามพี่เขาไปตรงๆ ก็ผมเป็นคนตรงๆไง ไม่รู้เรื่องที่สงสัยจะนอนไม่หลับ - -

“ก็ไปปาร์ตี้ไง พี่บอกเราแล้วนะ” พี่ลู่ละความสนใจจากทีวีแล้วหันมาหาผมแทน ถึงท่าทางจะดูสบายๆ แต่สายตาดูล่อกแล่กจนผิดปกติ ถึงจะเก่งแค่ไหนพี่ลู่ก็โกหกกับผมไม่เก่งหรอก

“หรอครับ” ถามขนาดนี้แล้วไม่บอก ก็ไม่รู้จะถามทำไมอีกยังไงคนที่ไม่คิดจะพูดอะไร ถามให้ตายก็ไม่พูดหรอก

ผมไม่ใช่คนขี้สงสัยหรือคิดเล็กคิดน้อยอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ผมไม่รู้มักทำให้ผมหงุดหงิด มันทำให้ผมดูเป็นคนโง่ที่โดนหลอกตลอด ผมอยากจะรู้แค่ว่าพี่เขาไปไหนมาพี่เขายังไม่ตอบ แม้จะคั้นเอาอะไรที่มากกว่านั้นก็คงไม่พูดอยู่ดี










 

“แล้วถ้าผมเปลี่ยนคำถามใหม่ว่าพี่ยังรักผมอยู่หรือเปล่า?



























... จุด จุด จุด ...


เป็นไงคะพี่ลู่ เจอน้องฮุนไปหนึ่งดอก -.,- 
เค้าขอโทษที่หายไปนานมว้ากกกก
ทั้งสอบและสัพเพเหระมากมายบานตะไท
รวมทั้งความตัน! ตัน! ตัน!
คือเมื่อาทิตย์แล้วเจองานแก้ฟิสิกส์ไป แทบทรุด
คือทำงานนั้นเสร็จเก่งเวิร์ดขึ้นมาโดยปริยายยย -3-

ตอนนี้บอกคำเดียวว่าตัน เลยน้อยเป็นพิเศษ -.,-
เจอกันตอนหน้าเค้าจะพยายามจัดเต็มนะตัว -3-

เพิ่งให้เพื่อนไปอ่านๆดู พบว่าผิดหลายจุด จะลองเช็คใหม่แล้วแก้นะเคอะ
แล้วก็ชื่อทวิตในตอนไหนสักตอน(เพื่อนมันบอกมาเงี้ย) ผิด
จริงๆแล้วทวิตเรา @PSirataree อันนี้นะเคอะ - -

สกรีมฟิคก็ #ลมส 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

38 ความคิดเห็น