กำเนิดราชันพันธุ์อมตะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 65,543 Views

  • 207 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,117

    Overall
    65,543

ตอนที่ 17 : บทที่ 17 จดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 509 ครั้ง
    28 ก.พ. 62

หลินหลงกลับมายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกครั้งหนึ่ง เด็กๆในขณะนี้กำลังรอเขาอยู่ที่ล็อบบี้ และทันทีที่พวกเขาเห็นหลินหลงพวกเขาก็ยิ้มออกมาก่อนที่จะวิ่งกรูกันเข้าไปหาหลินหลง หลินหลงได้แต่ยิ้มออกมา
“พี่หลินหลง พวกเขาว่ายังไงบ้าง พวกเราต้องออกไปจากที่นี่จริงๆหรอ”
ยุนอาพูดขึ้น นางจำหน้าของหลินหลงได้ ในตอนที่หลินหลงยังอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ เขามักจะอยู่เงียบๆกับตัวเองเสมอ แต่ยุนอารู้ว่าเขานั้นใจดี เขาเคยแบ่งขนมของเขาให้ยุนอากินด้วย นางจึงไม่กลัวที่จะเข้าใกล้หลินหลงเท่าไหร่นัก
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีใครจะต้องย้ายออกไปจากที่นี่แล้วละ”
หลินหลงพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่สดใส เขาต้องการจะปัดความหวาดกลัวและความกังวลไปจากใจของเด็กๆเหล่านี้ให้หมด เขาจำได้ถึงวันวานที่เขาใช้ชีวิตที่นี่ ความรู้สึกมันค่อยๆโผล่ขึ้นมาในใจของหลินหลง เขาในตอนที่อยู่ที่นี่ในหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกังวล
เด็กๆที่อยู่ในที่นี่เองก็คงจะรู้สึกไม่ต่างไปจากเขาในตอนนั้นเท่าไหร่นัก พวกเขาคงจะรู้สึกหวาดกลัว กังวล และไม่มั่นคง พวกเขาไม่มีที่ไป นอกจากที่นี่แล้วพวกเขาจะสามารถไปไหนได้ หากที่นี่ปิดตัวลงพวกเขาก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง
หลินคิดมาถึงตรงจุดนี้เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องทำอะไรสักอย่างกับที่นี่ ที่นี่คือบ้านของเขาเหมือนกับของทุกคน เขาจะต้องคุยกับบาทหลวงยูอิล
“มีใครเห็นหลวงพ่อไหม”
หลินหลงมองไปรอบๆแต่ก็ไม่เห็นบาทหลวง
“หลวงพ่อเข้าไปในห้องทำงาน”
ยุนอาพูดพร้อมกับชี้ไปที่ห้องทำงาน หลินหลงลูบหัวยุนอาเล็กน้อยก่อนที่จะบอกให้ทุกคนนั้นไม่ต้องกังวลและไปทำสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ ทุกคนดูเหมือนจะดีใจมากพวกเขาวิ่งเล่นไปทั่ว หลินหลงได้แต่ยิ้มก่อนที่จะเดินไปยังห้องทำงาน
หลินหลงเดินมาถึงยังด้านหน้าห้องทำงานแล้ว เขาก็ทำการเคาะประตู
“เข้ามาได้”
หลินหลงเปิดประตูและเดินเข้าไป เขามองไปรอบๆห้องรู้สึกว่าภายในห้องยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เครื่องเรือนเฟอนิเจอร์เก่าๆ โต๊ะไม่ชั้นไม้ที่ดุพุและทรุดโทรม หลินหลงช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจกับสภาพนี้
“เรื่องที่คุยกับคุณแตวอนเป็นยังไงบ้าง”
บาทหลวงยูอิลถามด้วยความสงสัย
“ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เขาคงไม่คิดที่จะมาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก… ตลอดไป”
หลินหลงพูดและหยุดเล็กน้อย บาทหลวงสีหน้าเปลี่ยนไปเขานั้นต้องการจะถามว่าหลินหลงทำอะไรเขาแต่หลินหลงนั้นหัวเราะขึ้นมาก่อน
“ผมไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกครับหลวงพ่อ นี่คือเอกสารและใบเสร็จ จากนี้ไปหลวงพ่อก็ไม่ต้องกังวลแล้ว คนออกเอกสารให้คิอคุณแตวอนเองเลย”
หลินหลงพูดพร้อมกับยื่นเอกสารให้กับบาทหลวงยูอิล บาทหลวงถอนหายใจโล่งอกออกมาหลังจากตรวจเอกสาร
“หลินหลง บอกกับพ่อได้ไหมว่าเธอไปหาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน”
บาทหลวงยูอิลยังไม่ลืมที่จะถามหากหลินหลงหาเงินนี้มาจากความสุจริตก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าได้มันมาจากวิถีทางที่ผิด เขาก็มีหน้าที่ๆจะสั่งสอนอบรมหลินหลงแม้ว่าเขานั้นจะออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ไปแล้ว
“หลวงพ่อไม่ต้องกังวลไปเงินพวกนี้ผมได้มาอย่างถูกต้อง ไม่อย่างนั้นทางธนาคารไม่มีทางรับเงินที่น่าสงสัยของผมแน่ๆ คือผมได้เริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนออนไลน์ เช่นการดูหุ้นอะไรพวกนี้ และดูเหมือนว่าผมจะมีพรสวรรค์ด้านนี้ด้วย เลยได้เงินมาเยอะมากอย่างที่เห็น”
หลินหลงรู้หากบอกกับหลวงพ่อไปละก็ว่าเขาได้เงินมาด้วยการพนันเขาจะต้องถูกอบรมจนหูชาแน่ๆ โกหกเพื่อให้สบายใจคงจะไม่เป็นบาปเท่าไหร่หรอกนะหลินหลงคิด
บาทหลวงยูอิลรู้สึกว่าที่หลินหลงพูดมาพอมีเหตุผล เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับการเล่นหุ้นพวกนี้มาบ้างว่ามันสามารถทำเงินได้เยอะ ถึงบาทหลวงจะรู้สึกสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดอะไรต่อ เขามองดูหลินหลงโตมาและรู้ว่าหลินหลงเป็นคนยังไง หลินหลงไม่ใช่คนที่ชอบทำความผิดอย่างแน่นอน
บาทหลวงในตอนนี้มองดูหลินหลงเขารู้สึกว่าหลินหลงแตกต่างไปจากเดิม แต่มันยังมีความเหมือนคล้ายเดิมอยู่ที่นิสัย เขาไม่ได้เปลี่ยนไปจนถึงแกนกลางของเขา แค่นี้บาทหลวงก็รู้สึกพอใจแล้ว เขารู้สึกดีใจที่เวลาที่หลินหลงประสบความสำเร็จแล้วเขาไม่ลืมที่จะกลับมาที่นี่
“แล้ว สาเหตุที่เธอกลับมาที่นี่พอจะบอกได้ไหม”
นี่เป็นคำถามที่บาทหลวงอยากถามตั้งแแต่แรกแล้ว หลินหลงหายไปนานและกลับมาอีกครั้งเขาอยากจะรู้ว่าหลินหลงกลับมาที่นี่ทำไม
“หลวงพ่อจริงๆแล้วที่ผมกลับมาที่นี่ผมมีเหตุผลอยู่ ผมอยากถามหลวงพ่อเกี่ยวกับบางสิ่ง”
บาทหลวงได้ยินที่หลินหลงพูดก็พอจะเข้าใจว่าหลินหลงนั้นต้องการรอะไร
หลินหลงรู้สึกกระอักกระอ่วน เขาอยากจะถามถึงที่มาของเขา แต่เขากลัวที่จะได้รับรู้ความจริง เขากลัวว่าความจริงจะไม่เป็นเหมือนกับสิ่งที่เขาหวังเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องรับรู้ความจริง
“เรื่องที่เธออยากรู้เกี่ยวกับครอบครัวของเธอใช่ไหม แล้วเธอเป็นใครมาจากไหน… ทำไมพวกเธอถึงไม่เข้าใจว่ามันไม่สำคัญ ที่นี่คือบ้านของพวกเธอ”
บาทหลวงยูอิลพูดพร้อมกับส่ายหัว เขาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเด็กหลายๆคน เขาไม่อยากจะเห็นใครต้องปวดหัวใจอีกแล้ว เหล่าเด็กน้อยที่นี่เสมือนกับลูกๆของเขา บาทหลวงไม่สามารถที่จะทำร้ายพวกเขาได้ เขาจะบอกกับเด็กๆที่เขารักเหมือนลูกได้ยังไงว่าพ่อและแม่ของพวกเขาจากไปแล้ว หรือไม่ก็ไม่ต้องการเขา ทุกๆครั้งที่เขาเห็นเด็กๆเจ็บปวดและร้องให้ เขานั้นเจ็บกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า
เห็นสีหน้าที่ปวดร้าวของบาทหลวงแล้วหลินหลงได้แต่หายใจเข้าลึกๆ เขาลังเลแต่เรื่องนี้สำคัญกับเขามาก เขาจะต้องรู้ให้ได้และยอมรับมัน
“หลวงพ่อผมอยากจะรู้ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ดีหรือเรื่องที่ร้าย ผมจะยอมรับมัน”
เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ บาทหลวงยูอิลได้แต่ถอนหายใจก่อนที่จะพูดขึ้น
“จริงๆแล้ว พ่อเองก็ไม่รู้ มีจดหมายที่พ่อควรจะให้กับเธอตั้งนานแล้ว แต่… พ่อกังวลเลยยังไม่ได้ให้เธอถึงตอนนี้ พ่อรู้ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัว แต่พ่ออยากให้เธอรู้ไว้ที่พ่อทำไปเพื่อตัวของเธอ พ่อเชื่อว่าเธอยังไม่พร้อมสำหรับมันในตอนนี้ พ่ออยากจะรู้ถึงแผนการที่เธอจะดำเนินต่อไปในอนาคต”
หลินหลงเข้าใจที่บาทหลวงทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวของเขา
“ผมคิดว่าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ในระหว่างนั้นผมก็ยึดอาชีพดูตลาดหุ้น หลังจากที่จบการศึกษาแล้ว ผมต้องการที่จะเปิดบริษัท ยังไงก็ตาม ผมอยากจะขออ่านจดหมายนั้นตอนนี้ได้ไหม”
หลินหลงขอร้อง แต่บาทหลวงยังยืนกรานว่าเขานั้นยังมีอายุไม่มากพอ
“เรียนหนังสือต่อที่มหาลัยเป็นตัวเลือกที่ดี มันจะช่วยทำให้จิตใจของเธอเติบโตได้อย่างเต็มที่ เธอจะได้รู้เรื่องราวของโลกมากกว่านี้ พ่อต้องขอโทษเธอด้วยนะหลินหลง แต่พ่อได้ให้สัญญาไว้ว่าจะไม่ให้จดหมายนี้กับเธอจนกว่าเธอจะโตพอ”
หลินหลงรับรู้ได้จากประสบการของเขา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนใจบาทหลวง บาทหลวงถึงจะเห็นว่ามีอายุเยอะแบบนี้แต่เขานั้นหัวแข็งยิ่งกว่าใครทั้งหมด หากเขาได้รับปากใครแล้ว เขาจะต้องทำตามมันอย่างซื่อตรงแน่ๆ
หลินหลงหลังจากที่นั้นก็คุยเรื่องทั่วไปกับหลวงพ่อ เขาบอกกับหลวงพ่อว่าเขานั้นอยากที่จะเป็นผู้สนับสนุนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ ตอนแรกหลวงพ่อปฏิเสธแต่ทว่าหลินหลงก็ทำการโอนเงินเข้าบัญชีของเขาไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลล่า บาทหลวงตรวจเงินในบัญชีถึงกับสะอึกเขารู้ว่าหลินหลงมีเงินเยอะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้
หลินออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำก็ได้ทำแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะไม่มีเงินพอด้วยงบที่เขาให้ไป เขาคำนวณว่ามันจะพอต่อไปอย่างน้อยไปต่ำกว่า 4 ปี
หลินหลงหลังจากที่ออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว เขาก็ตรงไปยังโรงเรียนเก่าของเขขา เขาต้องการจะยื่นเอกสารกับทางมหาลัย เขาจำเป็นต้องใช้เอกสารใบแสดงผลการศึกษา
หลินหลงระหว่างที่ขับรถไปยังโรงเรียนเขาก็คิดว่าเขานั้นอยากจะเข้าเรียนที่มหาลัยไหน ด้วยสติปัญญาของเขาการเข้ามหาลัยนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย เขาเชื่อว่าต่อให้เขาไปที่อเมริกาการเข้าเรียนที่มหาลัยอันดับหนึ่งอย่างฮาร์สาร์ดก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
หลินหลงอยากเรียนมหาลัยที่มันไม่ไกลมาก เขาตัดสินใจที่จะเรียนต่อที่มหาลัยในเกาหลีนี่แหละ หากเขาต้องการทำธุรกิจเขาคิดว่าที่นี่ก็ไม่เลวเท่าไหร่นัก อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ยุ่งยากเท่ากับเปิดบริษัทที่เมืองนอก ส่วนเรื่องเขาจะไปเปิดบริษัทที่เมืองนอกเมื่อไหร่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลา
หลินหลงสามารถเข้าไปในโรงเรียนเก่าของเขาได้ไม่ยากนัก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่หน้าประตูดูเหมือนจะจำหลินหลงได้ เขาปล่อยให้หลินหลงเข้าไปโดยที่ไม่ถามอะไร หลินหลงตรงไปยังห้องวิชาการเพื่อของใบแสดงผลการเรียน
และในขณะที่หลินหลงเดินออกมาจากภายในอาคารเรียนหลังจากที่ขอใบแสดงผลเสร็จแล้วนั้น เขาก็สังเกตเห็นองอูจินเดินรอบๆรถหรูของเขาอยู่ องอูจินดูเหมื่อนจะสังเกตเห็นเขาเหมือนกัน
“ไงไออ่อน คิดว่าหายไหนที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่เอง ทำไมเวลาโดนตืบแล้วจะได้ร้องให้ไปฟ้องอาจารย์อย่างนั้นรึ”
องอูจินพูดขึ้น ก่อนที่เขาจะลูบไปที่รถของหลินหลง องอูจินคงไม่มีทางคิดแน่ว่ารถนี้จะเป็นของหลินหลง
“องอูจินอย่าพูดให้เยอะมันเสียเวลา ออกไปให้พ้นซะ”
องอูจินคิ้วขมวดเข้าด้วยกัน เขามาที่นี่ก็เพราะลูกน้องของเขาเห็นหลินหลงเดินอยู่ในอาคาร เขาต้องการจะสั่งสอนหลินหลงแต่ไม่คิดว่าหลินหลงจะไม่กลัวเขาเลย องอูจินกำหมัดต้องการจะต่อยหลินหลงแต่ทว่า
หลินหลงเดินเข้าไปใกล้ๆองอูจินก่อนไม่รอให้องอูจินต่อยเขา หลินหลงใช้นิ้วของเขาดีดเข้าไปที่หัวขององอูจินอย่างแรง องอูจินรู้สึกสมองสั่นก่อนที่เขานั้นจะหมดสติไป เหล่าลูกน้องขององอูจินยืนอึ้ง พวกเขานั้นได้ยินเสียงดังเพี๊ยะ และองอูจินก็ลงไปนอนกับพื้น
หลินหลงในตอนนี้ไม่รู้สึกอยากจะหาเรื่องพวกอ่อนๆพวกนี้แล้ว ตั้งแต่เขาจัดการกับแม็คโดนัลและเรย์ที่เป็นมาเฟีย เขารู้สึกว่าพวกนี้ไม่คู่ควรกับความสนใจของเขาเลยแม้แต่น้อย หลินหลงมองไปยังเหล่าลูกน้องที่เหลือขององอูจินก่อนที่จะใช้ทักษะข่มขู่ ลูกน้องขององอูจินถึงกับถอยหลังกลัวจนฉี่ไหล หลินหลงส่ายหัวก่อนที่จะไปขึ้นรถของเขา เหล่าลูกน้องมองไปที่หลินหลงด้วยความหวาดกลัว พวกเขามองดูหลินหลงขึ้นรถหรูของเขาอย่างช่วยไม่ได้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 509 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #173 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 08:14

    ขอบคุณ
    #173
    0
  2. #156 Zerafh Elthania (@za0810925938) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 18:00
    ไม่รู้ว่าการดีดใส่นี่มันเท่ตรงไหน สำหรับผมน่าจะหวดหนักๆสักที ไม่ก็พาเพื่อนหรือจ้างคนมารุมกระทืบก็ได้ จะสะใจกว่าเยอะเลย
    #156
    0
  3. #126 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:38

    สั่งสอนมันหน่อยยยย

    #126
    0
  4. #110 Montree Accoban (@moacc2001) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:44
    เรื่องนี้แต่งเองหรือแปลมาครับ ออกฟอร์ดมันอยู่อังกฤษนะครับ เพราะเจมส์บอนด์ชอบไปหลีสาวที่นั่น ส่วนเมกาก็เป็นฮาวาร์ด ไม่ก็เยลหรือ MIT
    #110
    1
    • #110-1 umpz-novelwriter (@umpz-novelwriter) (จากตอนที่ 17)
      28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:20
      เอ้าหรอ ผิดๆ - -* งั้นเป็นฮาวาร์ดแล้วกัน ขอบคุณที่ช่วยบอกนะ
      #110-1
  5. #53 6769 (@6769) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 22:12
    @@@ ไรเตอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีมหาลัยอ็อกฟอร์ดนะครับ มีแต่มหาลัยฮาวาร์ด ที่เป็นมหาลัยอันดับหนึ่ง ส่วนมหาลัยอ็อกฟอร์ด อยู่ในประเทศอังกฤษครับ
    #53
    0
  6. #16 ลิงน้อย"ย (@0823965198) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:47
    มาต่อเร็วนๆครับ กำลังมัน555
    #16
    0