กำเนิดราชันพันธุ์อมตะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 64,162 Views

  • 204 Comments

  • 1,852 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,177

    Overall
    64,162

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 เปิดบัญชี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 466 ครั้ง
    2 พ.ย. 61

ในขณะที่บาทหลวงยูอิลและแตวอนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ข้างนอกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ได้มีรถคันหรูเข้ามาจอด รถมีสีดำทมิฬพร้อมกับเสียงท่อที่ดุดัน ที่บนตัวรถมีตราสัญลักษณ์รูปกระทิงอยู่ ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาแหลมคม คิ้วมนได้รรูปหลังจากจอดรถคันหรูที่หน้าทางเข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วก็ได้เดินลงมาจากรถ ชายหนุ่มคนนี้ก็คือหลินหลงนั่นเอง
หลินหลงได้มาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยือนบ้านเก่าที่เขาเคยอยู่ เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าบ้านหลังนี้ของเขากำลังพบปัญหาใหญ่อยู่
หลินหลงได้ย้ายออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ตั้งแต่เขาอายุได้สิบเจ็ดปี เขานานๆทีจะแวะมาเยี่ยมเยือนที่นี่บ้าง แต่หลังจากที่เขาได้ระบบมาเขาก็บินไปที่ลาสเวกัสและขาดการติดต่อกับที่นี่ เขาจึงไม่มั่นใจว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม
หลินหลงพอเดินเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เคยเป็นบ้านของเขา เขารู้สึกคิดถึงมันอย่างบอกไม่ถูก สิ่งต่างๆยังคงเป็นเหมือนเดิม มันทำให้หลินหลงโล่งใจ
“หลินหลงนั้นเธอรึ”
บาทหลวงยูอิลมองไปที่หลินหลงด้วยสายตาที่เปิดกว้าง เขานั้นแทบจะจำหลินหลงไม่ได้เลย หลินหลงในตอนนี้เปลี่ยนไปมาก เขาไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นเด็กเหมือนเมื่อก่อน แต่ให้ความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก มันดูลึกลับ
“หลวงพ่อ สบายดีไหมครับ”
หลินหลงยิ้มก่อนที่จะมองไปรอบๆ คิ้วของเขาขมวดเข้าด้วยกันก่อนที่จะจ้องไปที่ชายรูปร่างอ้วนที่กำลังสูบซิการ์อยู่ ที่นี่คือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีกฏว่าห้ามใครก็ตามสูบบุหรี่บริเวณรอบๆนี้อยุ่ แต่ดูเหมือนว่าคนๆนี้จะไม่สนใจกฏเลยแม้แต่น้อย
“กรุณาหยุดสูบบุหรี่ที่นี่ด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณที่จะทำอะไรก็ได้ตามชอบใจ”
หลินหลงพูดทำให้แตวอนนั้นโมโหขึ้นมาก่อนที่จะพูดขึ้น
“มันไม่ใช่เรื่องของแกไอหนู หึม ฉันจำแกได้ แกเคยอยู่ที่นี่มาก่อน เอาละฉันจะบอกข่าวดีอะไรให้แกฟังนะ ฉันมาที่นี่เพื่อปิดที่นี่ตามหมายศาลหนี้”
แตวอนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เดือดดาน เขายังสูบซิการ์ของเขาต่อไป
“หนี้? เท่าไหร่”
หลินหลงถามพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ก่อนที่จะใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งของเขาขยี้ไปที่หัวซิการ์ที่ติดไฟอยู่และดับมันลง
“นี่แกคิดจะทำอะไรนะ”
แตวอนรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาแต่ก็ไม่กล้าพูดมากกว่านี้ เขามองไปที่แววตาที่คมกลิบของหลินหลงก็เกิดหวั่นเกรงขึ้นมา หลินหลงแอบปล่อยจิตคุกคามเล็กน้อยออกมาในระยะใกล้ๆ เขาในตอนนี้ดูอันตรายเป็นอย่างมากในสายตาของแตวอน
“หลินหลงเธอไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้ ทำไมเธอไม่ไปคุยกับเด็กๆละ พวกเขาถามหาถึงเธอหลายต่อหลายครั้งแล้ว ตรงนี้ให้พ่อจัดการเอง”
บางหลวงยูอิลไม่คิดว่าหลินหลงจะกล้าทำแบบนั้น เขาที่เคยเป็นเด็กที่เงียบๆในตอนนี้ดูแข็งแรงและพึงพาได้ แต่ถึงจะอย่างนั้นบาทหลวงยูอิลก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้มาถ่วงหลินหลง
“หึม บาทหลวงยูอิลติดเงินกับทางเราอยู่ 60,000 ดอลล่า ถ้าแกไม่มีเงินพอที่จะจ่ายละก็ อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”
แตวอนเย้ยหยัน เขาถึงคิดว่าหลินหลงอันตรายแต่มันก็แค่นั้น เด็กกำพร้าอย่างเขาไม่มีทางหาเงินมากขนาดนั้นมาได้หรอก แตวอนมั่นใจจนกระทั่งเขาได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“ก็คิดว่าเท่าไหร่ กะอีแค่เงินแค่นี้”
หลินหลงพูดขึ้นหลังจากได้ยินจำนวน แววตาของหลินหลงในตอนนี้มีแต่ความเดือดดาน เขาก็คิดว่าเงินที่บาทหลวงติดหนี้กับธนาคารอยู่มีจำนวนเป็นล้านเสียอีก
“หลินหลง หยุดล้อเล่นได้แล้ว แล้วยิ่งไปกว่านั้นหนี้จริงๆของเราน้อยกว่านั้น จำนวนเงินที่ถูกบอกเป็นเรื่องไม่จริง อย่างไปฟังเขา”
บาทหลวงด้วยความเป็นห่วงจึงเตื่อนหลินหลง
“ไม่ต้องห่วงหลวงพ่อผมมีเงินอยู่”
หลินหลงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม บาทหลวงได้แต่ถอนหายใจเขาไม่คิดว่าหลินหลงจะมีเงิน ที่หลินหลงทำในตอนนี้คงจะเพราะแค่อยากหาทางช่วยเท่านั้น
หลินหลงหลังจากที่พูดกับหลวงพ่อแล้วก็มองไปที่แตวอนก่อนที่จะพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปแบบ 380 องศาเสียงของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“เอาละถ้าอยากได้เงินก็ตามมา ฉันต้องไปเอาเงินที่รถ”
หลินหลงพูดก่อนที่จะชี้นิ้วออกไปข้างนอกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หลวงพ่อและแตวอนช่วยไม่ได้ที่จะตามเขาออกมา และทันทีที่พวกเขาเดินตามหลินหลงออกมา พวกเขาก็ได้แต่ยืนอึ้ง พวกเขาไม่คิดว่ารถที่หลินหลงจะหมายถึงรถ…ซุปเปอร์คาร์แบบนี้
หลินหลงเปิดประตูรถหรูของเขาอย่างราบเรียบและมุดเข้าไปก่อนที่หยิบเงินปึกใหญ่ๆออกมาจากในลิ้นชักภายในรถพร้อมกับโบกไปมา
“เป็นไปไม่ได้! แกบอกมา แกไปปล้นเงินและรถมาจากใคร”
แตวอนหน้ากระตุก เขามองไปที่หลินหลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แผนของเขาจะต้องมาล้มตรงนี้อย่างนั้นรึ เด็กกำพร้าที่ไม่น่าจะมีอะไรอย่างเด็กที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขามีเงินมากมายขนาดนี้เลยอย่างนั้นรึ เรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ เขาไม่เชื่อ ไม่ว่ายังไงเขาปฏิเสธที่จะให้หลินหลงชำระหนี้นี้
หลินหลงเหมือนจะรู้ว่าแตวอนคิดอะไรอยู่เขาหาอะไรบางอย่างในรถมาม้วนๆเงินไว้ก่อนที่จะยื่นให้กับหลวงพ่อ
“หลวงพ่อทำไมไม่นำเงินนี้ไปใช้หนี้ธนาคารเสียละ ผมมีอะไรอยากจะคุยกับคุณคนนี้เสียหน่อย”
หลินหลงไม่อยากให้บาทหลวงยูอิลเห็นอะไรก็ตามที่เขาจะทำต่อไป
บาทหลวงยูอิลลังเลอยู่สักครู่หนึ่ง เขาไม่มีทางเลือกมากนัก เขาในท้ายที่สุดยังไงก็เชื่อใจหลินหลง เขารับเงินจากหลินหลงมาก่อนที่จะเดินเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาจะต้องติดต่อธนาคารเรื่องชำระหนี้นี้
หลินหลงหลังจากมองบาทหลวงยูอิลเข้าไปข้างในแล้ว เขาก็หันไปหาแตวอน
“ดูเหมือนว่าเราจะมีอะไรพูดคุยกันอยู่เยอะพอสมควรเลยนะ”
หลินหลงในตอนนี้ต้องจัดการอะไรบางอย่างกับแตวอน เขารู้ว่าหากเขาไม่จัดการกับแตวอนละก็ ต่อให้บาทหลวงยูอิลจ่ายเงินกับทางธนาคารยังไง หากแตวอนที่เป็นผู้จัดการธนาคารสามารถที่จะหาเรื่องยกเลิกเงินได้ทุกเมื่อตามต้องการ
“จะใช้ปืนจ่อหัวและขู่มันก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ด้วยซิ น่าปวดหัวดีจัง”
หลินหลงไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้เพราะมันจะเป็นปัญหาใหญ่ตามมา หลินหลงไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
หลินหลงในตอนนี้ที่ทำได้ก็มีแต่ต้องใช้ทักษะข่มขู่ผสมกับทักษะการต่อรอง เขาอยากจะรู้ว่าหากใช้ทั้งสองทักษะพร้อมๆกันผลมันจะเป็นยังไง
และทันทีที่หลินหลงทำแบบนั้น แตวอนรู้สึกเหมือนเขานั้นกำลังเผชิญหน้าอยู่กับสัตว์อสูรที่ดุร้าย แตวอนในตอนนี้ตัวสั่นเขากลัวจนสั่นสะท้านไปหมด เหงื่อค่อยๆไหลออกมาท่วมหน้าของเขา
“คุณคิดว่าเงินที่ได้มาพร้อมกับรถที่มีของผม มาจากการปล้นอย่างนั้นรึ น่าขำสินดีที่คุณมีตาแต่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้”
หลินหลงพูดขึ้นมา หัวใจของแตวอนเต้นถี่ขึ้นราวกับมันจะกระเด้งออกมาจากหน้าอกของเขา แตวอนรีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว
“เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด...”
แตวอนกลืนน้ำลาย เขาค่อยๆพูดออกมากลัวว่าสิ่งที่เขาพูดจะทำให้หลินหลงเคืองและจัดการกับเขา
หลินหลงยิ้มแหยะออกมาเขารู้สึกว่าผลของการใช้ทักษะทั้งสองไม่เลวเลย เขาคิดอะไรสักครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดต่อไป
“ดี ถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดละก็ ผมจะไม่เอาความเรื่องนี้ จะว่ายังไงดี ผมมีบางเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณ คุณผู้จัดการ พอดีผมสนใจในเรื่องการทำธุรกิจ”
หลินหลงไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงผู้จัดการธนาคาร แทนที่จะจัดการกับเขาทำไมไม่ใช้งานเขาหน่อยละ
แตวอนในตอนนี้ได้แต่กัดฟันและพยักหน้าตกลงที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจกับหลินหลง เขาไม่รู้ว่าหลินหลงจะหาเงินมาจากไหน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังของหลินหลงเป็นยังไงนอกจากรู้ว่าเขานั้นเป็นเด็กกำพร้าแล้วนอกจากนั้นเขาไม่รู้อะไรเลย
หลินหลงบังคับพาแตวอนไปยังธนาคารของเขาหลังจากที่แตวอนตกลงแล้ว หลินหลงทำการเปิดบัญชีธนาคารที่ธนาคารของเขา หลินหลงฝากเงินเข้าไปจำนวนหนึ่งล้านดอลล่า ใช่แล้วไม่ใช่วอน แต่เป็นดอลล่า แตวอนตกใจกับจำนวนเงิน เขาที่ลังเลในตอนแรกพอเห็นว่าหลินหลงสามารถฝากเงินเยอะขนาดนี้ได้โดยที่ตาของเขาไม่ขยับเลยสักนิด แตวอนด้วยสัญชาตญาณทางธุรกิจของเขาเปลี่ยนใจทันที เขาไม่คิดที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับหลินหลงแล้ว เขาเลือกที่จะทำงานร่วมกันกับหลินหลงแทน แบบนี้เขาคิดว่าเขาจะได้ผลกำไรมากกว่าการโกงที่ดินจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเสียอีก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 466 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #125 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 00:35

    ร้ายกาจจจจจจจจจ

    #125
    0
  2. #14 Kwonki (@chinkichki) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 09:52

    ออร่าบอสกำลังมา
    #14
    0