กำเนิดราชันพันธุ์อมตะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 64,208 Views

  • 204 Comments

  • 1,853 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,223

    Overall
    64,208

ตอนที่ 105 : บทที่ 105 อะไร...!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

หลินหลงและกลุ่มของอเล็กซิสในตอนนี้จ้องมองกันและกันเพื่อประเมินว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน หลินหลงถึงจะมั่นใจว่าตัวเองแข็งแกร่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะประมาท เขาบอกกับระบบให้ทำการตรวจสอบสถานะของชายหนุ่มทั้งสาม


ชื่อ...อเล็กซิส เวสเพอเรีย

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นฝึกหัด)


ชื่อ...เปรโตร มาสเฟรด

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นฝึกหัด)


ชื่อ...ดูรัน อัลเทอร์เบล

ระดับพลังมานา...เลเวล 87(นักเวทย์ขั้นฝึกหัด)


หลินหลงมีเลเวลของระดับพลังมานาเท่ากับพวกเขา แต่ที่น่าสนใจคือภายในตัวของหลินหลงนั้นไม่ได้มีแค่พลังเดียว เขามีด้วยกันถึงสามพลัง พลังลมปราณ พลังมานา และ พลังพราน่าที่จะสามารถพบได้เฉพาะกับตัวตนชั้นสูงเท่านั้น


หลินหลงพอรับรู้ได้แล้วว่าทั้งสามไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาก็รู้สึกว่าเขายังพอมีเวลาอยู่เพื่อที่จะถามหาข้อมูลที่เขาต้องการ และจุดประสงค์ว่าทำไมทั้งสามจึงจ้องเล่นงานเขา หลินหลงเพื่อความปลอดภัย เขาทำการใช้ทักษะเวทย์สร้างรูปธรรม สร้างเป็นเกราะอากาศที่หนาแน่นป้องกันยุนฮารังที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มตอนนี้


ถึงยุนฮารังจะมีอาเธน่าคอยดูแลอยู่ แต่ระวังขึ้นมาอีกนิดหน่อยคงไม่มีอะไรเสียหาย


หลินหลงหลังจากเตรียมความพร้อมทุกอย่างแล้วก็มองไปที่ทั้งสามคนก่อนที่จะพูดขึ้น


“ที่ว่าฉันมาจากทางนั้นหมายความว่ายังไง”


ทั้งสามที่ต้องการจะลงมือเดี๋ยวนั้นเมื่อได้ยินที่หลินหลงถามพวกเขามองหน้ากันและกัน


อเล็กซิสมองไปที่หลินหลงราวกับหลินหลงนั้นพูดจาอะไรที่ไร้ประโยชน์


“แกไม่จำเป็นต้องโกหก พวกเราสามารถสัมผัสพลังมานาในตัวของแกได้ ถึงพวกเราจะไม่สามารถบอกได้ว่ามันอยู่ในระดับไหน แต่ฉันมั่นใจว่าในตัวของแกมีมานาอย่างแน่นอน”


อเล็กซิสถึงจะตรวจสอบหลินหลงไม่ได้ แต่เขาก็พอจะสัมผัสได้บ้างว่าหลินหลงนั้นมีพลังมานาอยู่ในตัว


หลินหลงคิ้วขมวดเขายังไม่ได้ข้อมูลที่สำคัญเขาถามต่อไป


“ฉันมีพลังมานาก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้มาจากทางนั้น ทางนั้นที่พวกแกพูดถึงหมายถึงอะไรกัน”


หลินหลงยังคงถามต่อไป ทำให้เปรโตรที่รู้สึกอยากดูดเลือดหญิงสาวทั้งสองที่อยู่ใกล้ๆกับหลินหลงมีดวงตาที่แดงก่ำ


เขามองไปที่ยุนฮารังก่อนที่จะมองไปที่อาเธน่า เขาพูดขึ้นขัดหลินหลง


“แกไม่จำเป็นต้องพูดมาก วันนี้จะเป็นวันตายของแก และหญิงสาวทั้งสองที่แกพามาด้วยจะต้องมาเป็นทาสของฉัน ถ้าไม่อยากตายอย่างทรมานละก็ จงยอมรับโชคชะตาของตัวเองซะ”


หลินหลงส่ายหัว พวกนี้มีหน้าตาที่ดูดี แต่กับมีสมองพอๆกับพวกค้างคาว


“ตกลงฉันจะไม่ได้ข้อมูลที่ฉันต้องการใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นมันก็ช่วยไม่ได้”


หลินหลงพยักหน้าให้กับยุนฮารังและอาเธน่า


เขาหยิบบางอย่างออกมาจากภายในช่องเก็บของ สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือไม้กางเขนที่ระบบจัดมาให้


และทันทีที่หลินหลงหยิบกางเขนขึ้นมา ทั้งสามก็รับรู้ได้ถีงอันตราย ทั้งสามรีบกระโดดถอยหลังและมองไปที่กางเขนที่อยู่ในมือของหลินหลง


“นั่นมัน ไม่ผิดแน่ อาติแฟค… แถมยังเป็นอาติแฟคที่ไว้ใช้สยบมานาที่สกปรกอีกด้วย”


อเล็กซิสกัดฟันแน่น เขามองไปที่หลินหลง ก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง


“แกมาจากศาสนจักรอย่างนั้นใช่ไหม แกหลอกให้พวกเรามาติดกับ!”


หลินหลงกลอกลูกตา คิดเองเออเองทั้งนั้น เขาไม่ปฏิเสธและพูดตามน้ำไปเผื่อว่าจะได้ข้อมูลสำคัญๆมา


“ฮ่าๆ ใช่แล้วไอพวกแวมไพร์โง่เง่า ฉันมาจากทางศาสนจักรแล้วพวกแกจะทำไมฉัน ฮ่าๆ ไอพวกค้างคาวโสมม วันนี้ฉันจะส่งพวกแกลงนรกไปให้หมด”


หลินหลงแกล้งทำเป็นพูดจาราวกับคนที่เต็มไปด้วยความซาดิส เขาคิดว่าพวกคนจากศาสนจักรจะต้องเป็นแบบนี้แน่ๆหากเขามองในมุมมองตามนิยายต่างๆที่เขาเคยอ่าน แต่เขาคิดผิด


“เจ้านี่... เจ้านี่ไม่ใช่คนจากศาสนจักร พวกนั้นไม่มีทางพูดจาแบบนั้นแน่ ถึงเจ้าพวกนั้นจะน่ารังเกลียดสำหรับพวกเราที่มีมานาด้านมืด เจ้าพวกนั้นที่มีมานาแห่งแสงไม่มีทางทำตัวต่ำช้าแบบนี้แน่นอน มันเป็นตัวปลอม!”


“อะไรวะ!”


หลินหลงเผลอพูดออกมา เขานั้นเป็นครั้งแรกที่พูดวะออกมาเสียงดัง อาเธน่าได้แต่หัวเราะและพูดขึ้น


“หลงหลงไม่จำเป็นต้องหาข้อมูลกับทั้งสามคนนี้ก็ได้ เดียวนานะบอกกับหลงหลงเอง”


หลินหลงถอนหายใจ เขาตอนแรกก็อยากถามอาเธน่าอยู่ แต่เธอชอบพูดว่าเป็นความลับเขาเลยคิดว่าถึงถามไปก็ไม่ตอบเขาอยู่ดี แต่มาถึงตอนนี้เธอพูดเองแล้วว่าจะเป็นคนบอก เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องออมมืออีกต่อไป


“เอาละ ค้างคาวน้อยทั้งสามตัว ดูเหมือนเวลาเล่นละครของพวกเราจะหมดแล้ว”


หลินหลงส่ายหัวก่อนที่จะใช้ทักษะซัมมอนเอเลเม้น เขาเรียกโกเลมทั้งสี่ธาตุออกมาพร้อมๆกัน


โกเลมแห่งดิน

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นต้น)


โกเลมแห่งน้ำ

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นต้น)


โกเลมแห่งลม

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นต้น)


โกเลมแห่งไฟ

ระดับพลังมานา...เลเวล 99(นักเวทย์ขั้นต้น)


แวมไพร์ทั้งสามเมื่อเห็นโกเลมทั้งสี่ธาตุปรากฏขึ้นพวกเขาก็ได้แต่ยืนนิ่ง พวกเขามองหน้ากันและกันไม่รู้จะว่ายังไงดี โกเลมทั้งสี่ตัวแข็งแกร่งพอๆกับพวกเขา แถมยังแข็งแกร่งกว่าบางคนในกลุ่มอีก โกเลมทั้งสี่ล้อมพวกเขาเอาไว้พวกเขารับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาไม่สามารถใช้ทักษะเงาได้ พวกเขาถูกปิดกั้นทุกทาง


หลินหลงที่เห็นสภาพของค้างคาวทั้งสามตนก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะนั่งลงไปยังเก้าอี้พร้อมกับพูดขึ้น


“อัดพวกมันซะ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #189 negiharem (@negiharem) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 15:14

    ปกติพวกศาสนะจักรในนิยายจะมีแต่พวกชั่วๆ ไง พระเเอกของเรื่องไม่ได้กล่าวไว้ 55555+

    #189
    0
  2. #186 berfuk (@berfuk) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 16:27
    อยากรู้จริงๆพระเอกมันมาจากไหน
    #186
    0