กำเนิดราชันพันธุ์อมตะ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 65,544 Views

  • 207 Comments

  • 1,948 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,118

    Overall
    65,544

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 650 ครั้ง
    30 ต.ค. 61

รถเฟอรารี่สีแดงร้อนแรง ค่อยๆเคลื่อนที่มาจอดด้านหน้าร้านขายของ ประตูรถค่อยๆเปิดออกก่อนที่ชายหนุ่มหน้าตาหวานผมบลอนจะลงมาจากรถและเข้าไปข้างในร้านสะดวกซื้อ หลินหลงที่กำลังยืนอยู่ที่แคชเชียร์มองไปที่เขาก่อนที่จะพูดขึ้น

“ยินดีต้อนรับ…”

ก่อนที่หลินหลงจะได้ทันพูดจบชายหนุ่มนั้นก็ได้เดินเข้าไปยังห้องน้ำที่ถูกจัดไว้ให้สำหรับลูกค้าแล้ว หลินหลงได้แต่ถอนหายใจ และทำงานของเขาต่อไป เขายังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เวลางานของเขาจะสิ้นสุดลง

หลินหลงในปีนี้มีก็อายุได้ 18 ปีแล้ว เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆในเมืองเล็กๆที่ประเทศเกาหลี

หลินหลงเป็นเด็กกำพร้าที่โตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเขาไม่รู้ว่าพ่อและแม่ของเขาคือใคร เขารู้แค่ว่าเขามีชื่อว่าหลินหลงเท่านั้นเป็นชื่อจีนเขาไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ประเทศเกาหลีแทนที่จะเป็นประเทศจีน แต่ถึงจะอย่างนั้นมันก็ไม่สำคัญจะอยู่ที่ไหนเขาก็เป็นเด็กกำพร้าอยู่ดี เขาจบจากมัธยมปลายด้วยเกรดที่ค่อนข้างดีแต่ด้วยที่ว่าเขานั้นเป็นเด็กกำพร้าทำให้เขานั้นไม่มีเงินพอที่จะสงเสียตัวเองเรียนที่มหาวิทยาลัย เขาตัดสินใจที่จะยังไม่เรียนต่อและตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อสะสมเงิน หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะมีเงินพอที่จะสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้

“เห้ ในห้องน้ำเหม็นมาก”

ชายหนุ่มผมบลอนบ่นในขณะที่เขาเดินออกมาจากในห้องน้ำ หลินหลงได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะยิ้มให้กับชายหนุ่ม ชายหนุ่มเพียงแค่มาขอใช้ห้องน้ำเท่านั้นไม่ได้ซื้ออะไรก่อนที่เขาจะขึ้นรถหรูของเขาไปและไม่สนใจอะไรหลินหลงอีก

หนึ่งชั่วโมงนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ถึงเวลาที่หลินหลงสามารถกลับบ้านได้แล้ว หลินหลงเข้าไปในห้องของพนักงานทำการเก็บของและตอกบัตร วันนี้ก็ผ่านไปอีกวันหนึ่ง

หลินหลงเดินทางมาทำงานด้วยจักรยานคู่ใจของเขา เขาเดินตรงไปยังที่ๆเขาจอดจักรยานไว้เป็นประจำเขามั่นใจว่ามันไม่หายแน่ๆถ้าจอดไว้ตรงนั้น หลินหลงเดินเข้าไปใกล้จักรยานได้ประมาณก้าวสองก้าว สายตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างในพุ่มไม้ใกล้ๆกับที่เขาจอดจักรยานไว้

หลินหลงเอื้อมมือเข้าไปหยิบพบว่ามันเป็นลูกแก้วใสๆสีเขียวมันดูคล้ายกับพวกอัญมณีเขาไม่มีความรู้พวกนี้เลยไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆคือมันดูมีราคา

“นี่มันคืออะไรนะ… ดูเหมือนจะมีค่าพอสมควรเลยแหะ แบบนี้เราควรเอาไปส่งให้กับตำรวจ ต่อให้เราจนแค่ไหนเราก็ไม่ควรไปเอาของๆคนอื่นมาเป็นของๆตน”

หลินหลงตรงไปยังป้อมตำรวจ แต่ก็ไม่พบตำรวจเขามองไปรอบๆไม่รู้ว่าตำรวจที่ประจำป้อมไปไหน เขาได้แต่ถอดใจและเก็บลูกแก้วเข้าไปในกระเป๋าของเขาก่อน

“เดียวค่อยเอามาให้วันหลังแล้วกัน”

หลินหลงปั่นจักรยานต่อจากป้อมตำรวจกลับไปยังอพาร์ทเม้นของตน อพาร์เม้นท์ที่หลินหลงอยู่มีสภาพที่ค่อนข้างเก่า ผู้จัดการอพาร์ทเม้นท์ชอบมานั่งอยู่ด้านหน้าทางเข้าอพาร์ทเม้นท์และมักจะทักทายเขาอยู่เป็นประจำ ที่อพาร์ทเม้นท์นี้มีคนอยู่ไม่กี่คน ทำให้ผู้จัดการอพาร์ทเม้นท์สามารถจำผู้เช่าทั้งหมดได้ไหมยากเย็นนัก

หลินหลงทักทายผู้จัดการอพาร์ทเม้นก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปยังบนห้องของเขา ห้องเขาไม่ใหญ่และเก่าเหมือนกับตัวอพาร์ทเม้น เขาเดินเข้าไปในห้องก่อนที่จะเอาของไปวางไว้บนโต๊ะ และตรงไปอาบน้ำในห้องน้ำทันที

หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว หลินหลงก็ลงไปนอนบนพื้นแผ่แขนแผ่ขาออก ทำตัวของเขาให้สบายที่สุดเขารู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว

“ทำงานร้านสะดวกซื้อมันก็หนักอยู่นะ”

หลินหลงบ่นแต่ทำยังไงได้ไม่ให้ทำงานนี้จะให้ไปทำงานไหนด้วยวุฒิอันน้อยนิดของเขาเนี่ย หลินหลงในตอนนี้ไม่มีอะไรทำเขานึกขึ้นได้ว่าเขาเก็บอะไรบางอย่างมาเขาลุกขึ้นและเดินไปที่โต๊ะที่เขาวางของไว้ ก่อนที่จะหยิบลูกแก้วสีเขียวๆขึ้นมากลิ้งๆบนมือของเขา

“มันรู้สึกเย็นๆดีแหะ… แบบนี้มันน่าจะช่วยบันเทาร้อนให้กับเราได้บ้าง ถึงมันจะดูไม่ดีเท่าไหร่แต่ขอผมใช้นิดหน่อยแล้วกันถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่เก็บมันมาได้”

หลินหลงยิ้มก่อนที่จะเอาหน้าของเขาเข้าไปแนบกับลูกแก้ว มันเย็นมากจริงๆ เขาถูกๆไปที่ลูกแก้วโดยที่ไม่รู้ตัวว่าลูกแก้วนั้นส่งแสงออกมา และขนาดของมันก็เล็กลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมันแตกออก

“ห่ะ… ลูกแก้วหายไปแล้ว”

หลินหลงตกใจ เขามองไปที่มือของเขามันหายไปแบบมีมีร่องรอยอยู่เลย

หลินหลงรู้สึกใจหายไปสักครู่หนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจ เขาต้องการจะเอามันไปคืนแต่ทว่ากลับทำมันแตกไปเสียก่อน ถ้าเกิดลูกแก้วนี้มันเป็นของมีค่ามากๆละก็เขาคงไม่มีปัญญาจ่ายคืนแน่ๆ

“หวังว่าเจ้าของเขาคงไม่ตามมาทวงคืนหรอกนะ ไม่อย่างนั้นเราแย่แน่ๆ”

หลินหลงกังวลขึ้นมา และในตอนนั้นเองที่เขากำลังกังวลใจอยู่ท้องของเขาก็ร้องขึ้นมา กร๊อกกกก

“ท้องเอ๋ย ใยเจ้าจึงมาร้องตอนที่ข้ากำลังลำบากใจด้วยนะ”

หลินหลงถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชีวิตเขามันจะแย่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน หลินหลงตัดสินใจที่จะเลิกคิดเรื่องของลูกแก้วในตอนนี้และไปหาอะไรกินให้อิ่ม

หลินหลงเดินไปที่ตู้เย็นก่อนที่จะเปิดมันออกและมองหาอะไรกินในตู้เย็น ของที่มีให้กินมันก็ไม่มีอะไรมากนัก มีขนมปัง เนย แยม และก็ขนมอีกเล็กๆน้อยๆ

หลินหลงหยิบขนมปังขึ้นมาเขาต้องการกินมันกับแยมแต่ทว่าเขามองไปที่ขนมปัง บนขนมปังมีเชื้อราปรากฏอยู่ ขนมปังนั้นหมดอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลินหลงซื้อมันมาจากร้านสะดวกซื้อที่เขาทำงานอยู่ด้วยราคาที่ถูกเพราะมันใกล้หมดอายุ

“สงสัยคงต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอก ช่วยไม่ได้แหะ”

หลินหลงอยากจะประหยัดเงินแต่นานๆทีมันก็คงไม่เป็นไรถือว่าเป็นการลดความเครียดไปในตัวด้วย

หลินหลงลงมาจากอพาร์ทเม้นและทำการขี่จักรยานตรงไปยังร้านอาหารที่เขากินเป็นประจำ

“ดูซิใครมา คิดว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ไอเด็กกำพร้าจากย่านคนจน”

หลินหลงเดินทางมาถึงหน้าร้านอาหารแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าจะมาเจอกับคนที่เขาไม่อยากเจอในเวลาแบบนี้

องอูจินเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเขา มาพร้อมกับกลุ่มนักเลงที่เขามักจะใช้เวลาด้วยเป็นประจำ องอูจินเป็นนักกิฬาประจำโรงเรียนเก่าที่เขาจบมา เขาคนนี้เป็นคนที่หาเรื่องหลินหลงมากที่สุด เพราะเขาไม่มีพ่อไม่มีแม่ที่จะคอยปกป้องเขา ทำให้เขากลายเป็นเป้าระบายอารมสำหรับคนพวกนี้

หลินหลงส่ายหัวเขาไม่อยากยุ่งกับคนพวกนี้ เขาไม่สนใจและต้องการจะเดินเข้าไปในร้านอาหาร

“โซอาร์ เป็นไงบ้างสบายดีไหม”

หลิงหลงพูดถามขึ้นเขามองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในร้านคอยต้อนรับลูกค้าอยู่ โซอาร์คือผู้หญิงคนเดียวที่ทำดีกับเขา โซอาร์เป็นคนที่สวยมากๆทำให้ใครๆต่างก็ชอบนางรวมถึงเขาด้วย

“ฉันสบายดีและเธอละ”

โซอาร์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้กับหลินหลง

“สบายดี แล้วช่วงนี้เป็นยังไงมั้งทำอะไรอยู่อย่างนั้นรึ”

หลินหลงพูดตอบกับ โซอาร์หัวเราะคิกคักออกมาและรู้สึกว่าคำถามของหลินหลงนั้นตลกดี

“ช่วงนี้ก็ไม่ได้ทำอะไรมากหรอก ก็ช่วยพ่อฉันจัดการกับร้านอาหารนี่ยังไงละถามแปลกๆ ว่าแต่ว่าเธออยากจะกินอะไรไหม”

“อ่า… ถ้าอย่างนั้นฉันขอชาจังเหมียงถ้วยหนึ่งแล้วก็โชจูขวดหนึ่ง”

หลินหลงพูดพร้อมกับหยิบเงินในกระเป๋าออกมาเพื่อที่จะจ่ายเงินให้กับโซอาร์

โซอาร์รับเงินจากหลินหลงก่อนที่จะตรงเข้าไปในห้องครัวเพื่อที่จะไปส่งออร์เดอร์ให้กับพ่อของนาง

“นี่ได้แล้ว ต้องการอะไรเพิ่มอีกไหม?”

โซอาร์ถามพร้อมกับมองไปที่นาฬิกาบนผนัง หลินหลงรู้ว่าโซอาร์น่าจะรีบไปทำอะไรบางอย่าง เขาหยิบไปที่ของที่โซอาร์เอามาส่งให้ก่อนที่จะพูด

“ไม่มีอะไรแล้วละ ขอบใจมาก”

หลินหลงรับของเสร็จก็เดินออกมาจากในร้านทันที เขาเดินไปที่จักรยานของเขาตามปกติก็พบว่าองอูจินในตอนนี้นั่งอยู่บนจักรยานของเขา หลินหลงรู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว

“เห้ ไออ่อนปล่อยให้พวกฉันรอตั้งนาน แกคิดว่าฉันจะไม่รู้หรือไงว่าแกคิดอะไรกับโซอาร์ ไม่รู้จักจะมองตัวเองในกระจก คิดจะมายุ่งกับใครก็หัดดูไว้มั่งวันนี้ฉันจะแค่สังสอนแกเบาๆ”

องอูจินพูดพร้อมกับพยักหน้าเบาๆให้กับกลุ่มนักเลงของเขา

“ฉันจะคิดอะไรกับใครมันก็เรื่องของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องไปขออนุญาติใครจริงไหม”

หลินหลงพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น เขาตั้งท่าเขาดูหนังจีนกำลังภายในมาเยอะ องอูจินเคยไปสารภาพรักกับโซอาร์มาแล้ว แต่ทว่าถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ฮ่ะ… แต่มันเป็นเรื่องของฉันที่จะทำให้ใครก็ตามที่มายุ่งกับผู้หญิงของฉันได้รับรู้บทเรียน”

หลินหลงในตอนนี้ได้แต่กัดฟันทนเท่านั้น เขาสามารถจัดการคนในกลุ่มไปได้หนึ่งคนเพราะคนนั้นอ่อนกว่าใครเพื่อน แต่ทว่าองอูจินกับคนอื่นๆไม่ใช่ พวกเขานั้นเป็นนักกิฬา พวกเขามีร่างกายที่แข็งแรงและรวดเร็ว เขาแค่สู้กับองอูจินตัวๆยังจะไม่ไหวเลย นับภาษาอะไรจะไปสู้กับทั้งกลุ่ม

บทสุดท้ายคือหลินหลงนั้นถูกอัดหลายต่อหลายครั้ง หลินหลงต่อยออกไปหนึ่งครั้งแต่ถูกสวนกลับมาสามถึงสี่ครั้ง เขาทั้งถูกต่อย ถูกเตะ และถูกเข่า จนกระทั่งเขานั้นยืนแทบไหม่ไหว

“จากวันนี้ไปอยู่ให้ห่างจะโซอาร์ไม่อย่างนั้นละก็ตาหน้าฉันฆ่าแกแน่”

องอูจินหลังจากที่อัดหลินหลงจนพอใจแล้วก็โยนเขาลงไปกับพื้น หลินหลงรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย หัวของเขากระแทกไปกับคอนกรีตบนพื้นก่อนที่จะสลบไป

หลินหลงตื่นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เขารู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นเจ็บระบมไปทั้งตัว และในตอนนี้เขายังรู้สึกปวดหัวอยู่

[ติ้ง ติ้ง ระบบเริ่มต้นการทำงาน]

“ใครนะ!”

หลินหลงมองไปรอบๆ เขานั้นยังอยู่ที่ลานจอดรถที่เขาจอจักรยานของเขาเอาไว้ รอบๆนั้นไม่มีใครสักคนเดียว

[ระบบเริ่มการทำงาน... ทำการเชื่อมต่อไปยังโฮสผ่านทางกระแสจิต ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ทำการผูกเข้ากับเงื่อนไขของระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว]

หลินหลงรู้สึกราวกับว่าเขานั้นกำลังประสาทหลอน เขาหยินไปที่แก้มของตัวเองและรู้สึกเจ็บ นี่ไม่ใช่ความฝันและไม่ใช่อาการปราสาทหลอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 650 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #161 0622144669 (@0622144669) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 13:40

    ตาหน้า>ครั้งหน้า,คราวหน้า

    #161
    0
  2. #114 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:47

    น่าสนุกกกกกก

    #114
    0
  3. #9 ลิงน้อย"ย (@0823965198) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 08:39
    สนุกมากครับ
    #9
    0