CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 82 : [[,,,Chapter 65,,,]] Tragedy [50% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.ย. 58

JJ♕



65

Tragedy

 

            ท้ายที่สุดพระอาทิตย์ที่อ่อนแสงเต็มทีก็ค่อย ๆ หมดแสงไป รัตติกาลในคืนหนาวคืบคลานเข้ามาช้า ๆ อากาศบนยอดตึกหนาวเหน็บพร้อมด้วยลมแรง กลิ่นไอฝนตั้งเค้ามาแต่ไกลตามด้วยท้องฟ้าที่ร้องคะนองเป็นสัญญาณบางอย่าง

            นัยน์ตาคู่สวยของเมรินค่อย ๆ ปรือขึ้นอีกครั้งอย่างอ่อนล้าเต็มที หญิงสาวเหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงสัย...

“...”

กลุ่มชายในชุดสูทเบื้องหน้าต่างพูดกันเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เธอฟังไม่ออก แม้จะดูคล้ายกับการ์ดของครอบครัวอาคิโมโตะหากแต่ว่ากลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง พวกเขาทุกคนหน้าตาดูโหดร้าย แต่ละคนเหน็บปืนเอาไว้ราวกับพร้อมต่อสู้กับกองกำลังของใครบางคน

ทั้งมือและเท้าของหญิงสาวถูกพันธนาการด้วยเชือกหนาโดยที่มีไอชานอนสิ้นสติอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าสวยแนบไปกับพื้นอาคาร มือเท้าถูกมัดไม่ต่างอะไรกับเธอ

ทั้งที่ในท้องเล็ก ๆ นั่น...

“...ตื่นแล้วเหรอ”

น้ำเสียงคุ้นเคยของใครบางคนดังขึ้น มันคุ้นเคยมากเสียจนเมรินไม่คิดว่าจะได้พบกับเขาอีกครั้ง บุรุษเรือนผมสีดำ ดวงหน้าคมเข้มเดินเข้ามาหาเธอด้วยรอยยิ้ม

เซนยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน... หากจะแปลกไปก็ตรงที่เขามีเพียงความน่ารังเกียจและหวาดกลัวในความรู้สึกของเมริน

“พี่เซน?”

“ทำไมมองหน้าพี่แบบนั้นล่ะเมริน ทำเป็นเหมือนกับว่าเราไม่รู้จักกันไปซะได้” เซนแยกยิ้มบาง ๆ มือหนึ่งเชิดคางหญิงสาวขึ้นจนแทบแนบชิดกับริมฝีปากของตน ลมหายใจเปี่ยมไปด้วยกลิ่นบุหรี่รดรินลงบนใบหน้าสวยที่มีเพียงความหวาดกลัว

ราวกับว่าผู้ชายคนนี้คือเซนคนใหม่ที่เมรินไม่รู้จักมาก่อน...

“นึกว่าเป็นของมันแล้วจะลืมชื่อผัวเก่าแบบพี่ไปซะอีกแน่ะ...” เขาเปรยออกมาด้วยรอยยิ้มเย็น เซนมองดูแหวนหมั้นวงใหญ่ที่สวมอยู่บนนิ้วของหญิงสาว เขารู้ดีว่าเธอคงรักและดีใจกับมันมาก ทั้งที่พื้นที่ตรงนี้มันควรจะเป็นของเขาไม่ใช่อาชิตะ

“...เราไม่เคยเป็นอะไรกันแบบนั้นนะคะ!

เมรินตวาดกร้าว นัยน์ตาคู่สวยมองเซนอย่างกับจะฉีกเลือดเนื้อ เมรินรับไม่ได้ที่เซนผู้แสนดีเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ แม้ความรักในตอนนี้จะไม่มีทางหวนคืนกลับเป็นคนรัก แต่เธอก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะทำได้ถึงขนาดนี้

“...ใช่ เราไม่เคยเป็นแบบนั้น เพราะเมรินเลือกมันไง!

“...!

“เพราะพี่มันไม่มีอะไร เพราะพี่มันจนไงเมรินถึงไม่เคยสนใจ ไม่ต้องมาพูดเรื่องพรหมลิขิตอะไรไร้สาระระหว่างมันกับเมรินหรอก แค่เพราะพี่มันไม่รวยแบบมันใช่ไหม มันถึงไม่มีใครมารัก ไม่มีใครมาสนใจ! ...อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ แค่จูบเดียวของผู้ชายรวย ๆ อย่างมันก็ทำให้เมรินสนใจ... แล้วสุดท้ายก็ตกลงปลงใจกับมัน!” เซนตวาดออกมาอย่างเดือดดาล ชายหนุ่มถลังตามองเมรินด้วยความเคียดแค้น เขารู้ดีถึงเรื่องทุก ๆ อย่าง...

เขาเกลียดอาชิตะที่มันทำให้ของตายแบบเธอเปลี่ยนไป

เขาเกลียดเธอที่รักมัน รักผู้ชายที่กล้าเป็นศัตรูกับเขา รักมันซึ่งควรจะตายไปตั้งนานแล้ว เกลียดมันที่กลับคอยมาหลอกหลอนและเหนือกว่าเขาในทุก ๆ อย่าง

เขาอยากเป็นเดือน เป็นคนที่มีค่า แต่มันกลับได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัย

เขาอยากมีฐานะ อยากมีความก้าวหน้าจนยอมร่วมมือกับเซยะ แต่มันกลับไม่ต้องทำอะไรก็ได้เกิดมาในตระกูลเศรษฐี กลายเป็นนายน้อยแห่งครอบครัวยากุซ่าที่ซักวันคงได้อภิสิทธิ์ทั้งหมดไปแบบไม่เหนื่อย

แม้แต่ยามจะตาย...มันก็ยังได้มีความสุขกับเมริน

เซนเกลียดมันเหลือเกิน... เกลียดจนอยากจะฆ่าให้ตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะพอใจ...

...

“ไม่ใช่นะคะ! เมรินรักอาชิตะเพราะเพียงแค่ว่าเขาเป็นคนดีต่างหาก!

“คนดีอย่างนั้นเหรอ แล้วพี่ที่ทะเยอทะยานเพราะอยากมีทุกอย่างไปให้เมรินรักนี่ไม่ดีหรือยังไง! ทำไมเมรินไม่รักพี่! อาชิตะมันพยายามอะไร! มันก็แค่ผู้ชายอ่อนแอที่กำลังจะตาย ทำไมล่ะเมริน ทำไมต้องรักมัน!

เสียงตะคอกของชายหนุ่มดังขึ้น เซนถามเมรินด้วยความเดือดดาล

“...ก็เพราะว่าอาชิตะไม่เคยทำแบบพี่เซนไง!

เพราะคำตอบนั้นทำให้เซนเดือดจนขีดสุด ใช่! และเพราะอย่างนั้น...

“งั้นน้องเมรินก็รอดูอยู่ตรงนี้! รอดูมันตาย! เพราะถ้ามันกับอากิระหาเงินร้อยล้านมาให้พี่หนีออกนอกประเทศไม่ได้ พี่ก็จะฆ่ามันให้น้องเมรินดูว่าสุดท้ายแล้ว พี่หรือมันกันแน่ที่ควรจะยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย” เซนประกาศกร้าวท่ามกลางเสียงท้องฟ้าคำรามกระหน่ำ ชายหนุ่มเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือก่อนยิ้มร้าย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตอนนี้เซยะที่แยกกันออกไป น่าจะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วเหมือนกัน...


 

 

 

“...นะ นี่มันอะไรกันน่ะ” ความกังวลมากมายเกิดขึ้นภายในจิตใจของชายหนุ่มที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วยหลังจากที่บอกลากับฝาแฝดที่ออกจากที่นี่ไปได้ไม่นาน ร่างเล็กกว่าของคนป่วยถามขึ้นเมื่อเห็นชายแปลกหน้าตรงเข้ามาหาตน เขาพยายามลุกหนีแม้ว่าจะรู้แก่ใจดีว่าไร้ทางสู้ก็ตาม

“...ไม่มีปัญญาหนีฉันหรอก ถ้ายังไม่อยากตายก็หุบปากอยู่นิ่ง ๆ” เซยะพูดขึ้น เขายกปืนขึ้นเล็งมาที่คนตรงหน้า ใบหน้าไร้อารมณ์ใด ๆ แม้จะรู้แก่ใจว่านี่คือเด็กหนุ่มซึ่งป่วยหนักจนไร้ทางสู้แล้วก็ตาม

“...”

ร่างเล็กกว่าที่ผอมแห้งไม่ได้พูดอะไรต่อ เด็กหนุ่มหอบหายใจด้วยความหวาดกลัวแล้วพยักหน้าช้า ๆ ใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดตัวจากอาการป่วย

“...แกมันเป็นตัวแสบ! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเรื่องที่ตำรวจมันตามกลิ่นไปถึงฉันเป็นฝีมือของแกเอง ไอ้เด็กแสบอาชิตะ!” เซยะพูดต่อด้วยอารมณ์โกรธจัด เขาเดินก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวร่างของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่มุมห้อง นัยน์ตาของเด็กหนุ่มหลุบลงต่ำแต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกเวทนาคนป่วยตรงหน้าขึ้นมาสักนิด

“...”

“ถ้าไม่อยากตายก่อนเห็นหน้านังตัวเมียของแก ก็ช่วยอยู่นิ่ง ๆ แล้วตามมา” เซยะกำชับ มือใหญ่หยิบเชือกที่ติดตัวมา มัดปากและแขนของเด็กหนุ่มก่อนจะออกแรงบังคับกระชากให้คนป่วยเดินไปข้างหน้า

เลือดเนื้อเชื้อไขของศัตรูทำให้เซยะโมโหหนัก เด็กป่วยโรคหัวใจทำให้เซยะไปถึงที่หมายได้ช้ากว่ากำหนดมาก กว่าจะออกนอกประตูห้องพักผู้ป่วยมาได้ก็แสนทุลักทุเลเหลือเกิน

“...นะ แน่นหน้าอก... ดะ เดินช้า ๆ ...ได้ไหม...”

“หุบปาก อย่าสำออยให้มากนัก!

กระบอกปืนแทบได้ตบลงกับศีรษะเด็กหนุ่มหากเซยะไม่ทันได้ยั้งมือไว้ ร่างเล็กผอมแห้งในชุดคนป่วยทิ้งตัวลงหอบหนักอย่างหมดแรง มือข้างหนึ่งกุมหัวใจด้วยใบหน้าจุกเจ็บเต็มที

“...”

“สำออยนัก! ถ้าเด็กเวรอย่างแกไม่เป็นตัวเงินตัวทองให้ฉันหนี ฉันคงเอาลูกปืนสนองให้แกพ้นทุกข์พ้นร้อนนี่ไปแล้ว!” เซยะบอกเสียงเข้ม มือข้างหนึ่งกระชากหิ้วปีกคนตัวเล็กแบบไม่แยแส เขาไม่สนใจว่าอาชิตะจะเจ็บหรือเปล่า หากแต่เขาต้องการไปถึงที่หมายเพื่อจบธุระสำคัญนี้ให้ไวที่สุด

มูลค่าของค่าไถ่ตัวดีดราคาสูงขึ้นไปอีกหลายเท่า หากว่าเขาเป็นผู้ที่กุมชะตาชีวิตของผู้เป็นที่รักแห่งครอบครัวอาคิโมโตะอย่างอาชิตะ แล้วก็แน่นอนว่าเซยะฉลาดพอที่จะใช้คนตรงหน้าต่อรองในตอนที่มันยังมีชีวิต

คุณหนูผู้ตกเป็นตัวประกันไม่ได้พูดอะไรต่อแต่พยักหน้ายอมรับ เขายอมเดินตามเซยะมาแต่โดยดีจนกระทั่งออกนอกห้องพักไป ที่ด้านนอกมีเพียงร่างของการ์ดอาคิโมโตะที่นอนหมดสภาพ โทมะซึ่งอารักขานายเหนืออย่างสุดชีวิตนอนจมกองเลือดจากบาดแผลถูกแทง ดวงตาขุ่นมัวคล้ายจะสิ้นสติยังคงค้างมองประตูที่ถูกคนชั่วช้าอย่างเซยะทะลวงเข้าไปและลากชีวิตอันมีค่าที่ทุกคนยอมตายเพื่อปกป้องออกไปจากที่นี่...

นัยน์ตาสีนิลเหลือบมองโทมะด้วยท่าทีอยากลำบาก เหงื่อเม็ดโตพูดขึ้นมาเมื่อเห็นการ์ดคนสนิทถูกทำร้ายโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ อาชิตะในความคิดเซยะยังคงหันกลับมามองเพื่อนพ้องตนเองจนสุดสายตา ในขณะที่ถูกฉุดลากขึ้นบันไดหนีไฟเพื่อไปยังด้านบนดาดฟ้า...

“...”

หยดน้ำตาของโทมะที่นอนนิ่งถูกปาดทิ้งพร้อมกับบรรดาผู้เหมือนศพที่ลุกขึ้น สายตาแห่งความเคียดแค้นจากยากุซ่าระดับแถวหน้าทุกคู่จับจ้องไปตามทางในขณะที่สายโทรศัพท์ถูกต่อถึงใครบางคน...

“ดูแลตัวเองนะครับ...ตอนนี้เซยะมันกำลังตามไปแล้ว...”

 





            ดวงตะวันตกลงเหลือเพียงความมืดที่ครอบงำรอบข้าง ลมแรงพัดพาความเหน็บหนาวและกลิ่นไอความตายให้ครอบคลุมไปทั่วบริเวณ บนยอดตึกผู้ป่วยในตอนนี้เริ่มเต็มไปด้วยเหล่าชายใส่สูทในชุดดำนับหลายสิบคน แต่ละคนเต็มไปด้วยอาวุธทั้งดาบซามูไรเล่มยาวที่ดูคมกริบจนถึงปืนพร้อมกระสุนที่เตรียมมาเพื่อประหัตประหารอีกฝ่ายที่เหน็บเอวเอาไว้

            มุมตึกด้านตรงข้ามทางขึ้นดาดฟ้าถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่กักตัวประกันโดยมีเหล่าคนที่ยืนกุมอาวุธเอาไว้

            พวกมันพร้อมสังหารทั้งเมรินและไอชา...

            “...”

            โดยไม่ได้มีใครพูดอะไร ทุกอย่างก็ต้องหยุดเงียบเสียงลงเมื่อผู้มามาใหม่ก้าวขึ้นมา นัยน์ตาตี่เล็กสีดำมืดจ้องทุกผู้คนที่อยู่ที่นั่นโดยไม่อาจคาดเดาความคิดใด ๆ ได้อีกในขณะที่เขาก้าวขึ้นมาช้า ๆ พร้อมกับผู้ติดตาม

            “...นึกว่าจะให้รอนานซะอีก” เซนพูดขึ้นเบา ๆ สายตาแข็งกร้าวเหลือบมองผู้มาใหม่อย่างไม่กลัวเกรงแม้เขาจะล่วงรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้คือใคร...

            “...”

            ไม่มีเสียงใดตอบกลับมานอกจากสายตาเงียบสงบของอีกฝ่าย ชายสูงวัยรุ่นราวคราวพ่อของเขายิ้มน้อย ๆ ก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ผู้ติดตามซึ่งถือกระเป๋าใบใหญ่หลายใบก้าวมายืนด้านหน้า...

            “...นี่เป็นเงินสดจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาท... ส่วนวิธีหนีด้านล่างมีคนเตรียมรถไว้แล้ว พวกเราจะไปส่งที่ชายแดนประเทศโดยไม่มีตำรวจสอดมือเข้ามายุ่ง” บุรุษผู้มาใหม่อธิบายก่อนจะขยับแว่นใส ใบหน้าของเขาแย้มยิ้มราวกับไร้ซึ่งความพรั่นพรึงกระบอกปืนในมือเซนซึ่งเป็นเด็กหนุ่มอายุคราวลูก

            ราวกับคลื่นน้ำที่สงบนิ่งผิดกับสถานการณ์ที่กดดันภายนอก ทุกสิ่งอย่างบอกเซนให้รับรู้ถึงสิ่งที่คนตรงหน้าเป็น... คำกล่าวสรรเสริญใดไม่เท่าสิ่งที่เซนได้รับรู้ตรงหน้าที่ตอกย้ำความจริงที่ว่าเขากำลังเล่นล้อกับความตาย...

            อาสึชิ อาคิโมโตะ... นักธุรกิจอันดับโลกจากแดนปลาดิบเป็นชื่อที่เขาได้ยินมานานแล้ว แต่ทุกอย่างก็พลันเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้รับรู้อีกด้านหนึ่งของชายตรงหน้า

            “...ไม่คิดว่าคนระดับคุณจะมาถึงนี่เอง... ผมจำได้ว่าคนที่ผมนัดไปคือไอ้เกย์ปัญญาอ่อนนั่น...ไม่ใช่คุณ...”

            เซนกดเสียงลงต่ำ ชายหนุ่มรู้สึกถึงเม็ดเหงื่อมากมายที่ผุดพรายอาบร่างเขา

            “พอดีว่าฉันเป็นพ่อของอากิระ... อีกอย่างที่ฉันมาก็เพราะแค่อยากเจอเพื่อนเก่า... พ่อเธอไม่ได้อยู่บนนี้หรอกเหรอ หืม?” น้ำเสียงภาษาไทยเกือบชัดถ้อยชัดคำเอ่ยถามอีกฝ่าย ใบหน้าเปื้อยยิ้มของอาสึชิเหลือบมองไปรอบ ๆ

            “...อย่ามาพูดอะไรไร้สาระดีกว่า” เซนตัดบท

            “...หึ เป็นคนใจร้อนเหมือนกันจริง ๆ ด้วย งั้นก็เข้ามาดูของแล้วปล่อยตัวพวกลูกสะใภ้ฉันได้แล้ว”

            สิ้นคำพูด ยากุซ่าฝั่งเซนสองสามคนเริ่มเดินหน้าเข้ามา พวกนั้นชักปืนที่เหน็บไว้ก้าวเขามาอย่างระมัดระวัง ยากุซ่าทุกผู้คนย่อมรู้อยู่แล้วว่าชายตรงหน้านี้มีพิษสงมากเพียงไหน อาสึชิไม่เพียงแต่ขึ้นชื่อในอำนาจและบารมี แต่เขาถูกขนานนามในอีกชื่อว่าเป็นมังกรกระหายเลือด...

            “...ถ้านายใหญ่สั่งลุยเมื่อไหร่ฉันฉีกลูกกระจ๊อกแบบพวกแกเละแน่” คุมะกัดฟันกรอดพูดเบา ๆ กับสมาชิกของฝ่ายเซนที่เข้ามาตรวจสอบจำนวนเงินเช่นเดียวกับคิมูระที่ยิ้มเย็น

            “...ข้าเก่าเต่าคร้านอย่างพวกมึงอย่ามาพูดมาก”

            คนของอีกฝ่ายบอก ใบหน้าใต้หนวดเคราหนามองดูคิมูระด้วยสายตาเหยียด “ถ้ามึงเลือกที่จะออกมาจากเป็นหมารับใช้อาสึชิ ก็มีสิทธิ์ก้าวมาเป็นขาใหญ่แล้วแท้ ๆ”

            “ถ้ามาแล้วไร้ที่ไปแบบไอ้เซยะนายพวกแก...พวกข้ายอมเป็นหางมังกรดีกว่าว่ะ!

            “พูดงี้ก็สวยสิมึง!” เสียงอีกฝ่ายบอก  ยากุซ่าต่างถิ่นเอาปืนจ่อหน้าพวกคิมูระจนเซนที่อยู่ห่างไปพร้อมพรรคพวกรู้สึกถึงความผิดปกติ

            “พวกอาคิโมโตะตุกติก!” เสียงยากุซ่าท่าทางโหดข้างเซนสรุปในขณะที่สองกำลังรบเข้าประจันหน้ากันอย่างไม่มีฝ่ายใดกลัวเกรง ต่างฝ่ายต่างชักอาวุธออกมาหมายโจมตีอีกฝ่าย อาสึชิยิ้มเห็นถามเซนที่เป็นหัวหน้าแก็งค์มือใหม่ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

            “ยอมแพ้เถอะ... พวกเธอไม่มีทางเอาชนะเราได้ อนาคตเธอยังอีกไกล” อาสึชิยิ้มจางบอก นัยน์ตาคมเหลือบมองเซนและเหล่าลูกน้องของตนที่แสดงตัวออกมาบนยอดตึกใกล้เคียงพร้อมอาวุธปืนสำหรับสังหารในระยะไกลในขณะที่เซนทำได้เพียงกัดฟันกรอด

            “โธ่เว้ย! …

            ชายหนุ่มสบถด้วยเสียงเดือดดาลไม่พอใจ เซนรู้สึกว่าเขาและพรรคพวกไม่น่ามีทางเอาชนะความต่างชั้นของอาสึชิและเหล่ายากุซ่าจากอาคิโมโตะได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านใด ๆ เซนก็เสียเปรียบไปเสียหมด เขาคงต้องตายที่นี่เป็นแน่...

            แต่ในคราวที่ทุกอย่างกำลังสิ้นหวังนั้นเอง ร่างใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาพร้อมกับตัวประกันซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน... เด็กหนุ่มในชุดคนไข้เจ้าของเรือนผมยาวสีอ่อนจนเกือบขาวถูกมัดจนไม่อาจขยับไหว เซยะยิ้มเย็นแล้วเอามีดสั้นจ่อเหนือคอของเหยื่อเคราะห์ร้ายจนใบหน้าซีดเผือดนั้นเงยมองทุกคนอย่างสำนึกผิด...

 

 

            “...อาชิตะ!?

 

...

“ก็เอาสิ... ถ้าพวกแกทำอะไรเซน ไอ้เด็กเวรนี่ก็ไม่รอด” น้ำเสียงทุ้มของเซยะพูดขึ้นอย่างผู้ชนะ ปลายกระบอกปืนของเขาจ่อเข้ากับขมับของร่างที่ยืนนิ่งงัน มือทั้งสองถูกเชือกมืดไพล่หลังเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี

ด้วยมูลค่าของตัวประกันที่เหนือไปกว่าคนอื่น ๆ ทั้งหมด เซยะเองมั่นใจอย่างมากว่าคนอย่างอาสึชิจะไม่อาจปฏิเสธ

“...”

“ว่าไงล่ะ?” ผู้ถือไพ่เหนือกว่าพูดซ้ำ เซยะแยกยิ้มเหยียดมองดูอดีตเพื่อนสนิทของตนที่นิ่งอึ้งในภวังค์ ใต้กรอบแว่นหนาของอีกฝ่ายเหลือบมองดูตัวประกันในมือเซยะอย่างไม่เข้าใจเช่นเดียวกับพวกเมรินที่นิ่งอึ้งด้วยความเป็นกังวล

“...ผมไม่เป็นไรหรอก อย่าไปยอมพวกมัน!

“หุบปาก!

เซยะตะคอกใส่ตัวประกันอย่างเหลืออดมือใหญ่ง้างขึ้นเตรียมตบ แต่ก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อเห็นท่าทีของฝ่ายเจ้าพ่อผู้เงียบขรึมผิดแปลกไป

“ฉันจะแลกตัวทั้งสามคนด้วยเงิน 100 ล้านบาท แล้วจะพานายกับลูกชายของนายหนีออกไปให้พ้นจากตำรวจไทยตามสัญญา”

“คุณพ่อ!” เสียงสบถจากตัวประกันดังขึ้นอย่างหัวเสียอีกครั้ง นัยน์ตาตี่เล็กปราดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังรอคอยโอกาสบางอย่างด้วยความขัดใจ เบื้องหน้าของเขายังมีหญิงสาวอีกสองคนที่ถูกจับตัวมาเพื่อแลกเปลี่ยนค่าไถ่ในสภาพที่ไม่ได้แตกต่างจากเขานัก...ชั่วขณะหนึ่งที่นัยน์ตาของไอชาสบประสานมา...สายตาของเธอฉายแววไม่เข้าใจ แต่ก็ยังแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวสมกับที่เป็นเธอ เช่นเดียวกับเมริน ที่แม้ว่าจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากที่อาจมีภัยถึงชีวิต เธอกลับไม่ยอมปริปากร้องออกมา หรือว่ามีท่าทีหวาดกลัวจนสติแตกอย่างเช่นผู้หญิงทั่ว ๆ ไป...ชายหนุ่มมองหญิงสาวทั้งสองที่กลับมีท่าทีสงบได้อย่างทึ่ง ๆ ขณะเดียวกับที่ในใจก็อดชื่นชมไม่ได้ว่า 'พวกเขา' ต่างก็เลือกผู้หญิงได้ไม่ผิดจริง ๆ

“...นี่นาย...”

น้ำเสียงแผ่วเบาของเมรินรำพึงขึ้นเบา ๆ กับคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความสับสนไม่แพ้ไอชาที่นั่งนิ่งรับชะตากรรม...

สองสาวในสภาพเนื้อตัวเปื้อนดินฝุ่นมอมแม่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนาค่อย ๆ ถูกชุดกระชากให้เดินเข้ามาใกล้ หัวเข่าและแข้งขาเรียวงามของพวกเธอถูกลากถูไปจนเป็นแผลถลอก ทั้งป่าเถื่อนและไร้ซึ่งความปราณี

“พวกสารเลว!” ตัวประกันหนุ่มหันแยกเขี้ยวตะคอกใส่เซยะอย่างลืมตัว

“หุบปากไอ้เด็กเวร!” เสียงดุของเขาดังขึ้นพร้อมกับเงื้อด้ามปืนคล้ายจะตบ แต่ก็ต้องนิ่งเงียบไปก่อนด้วยไม่อยากให้เสียเรื่อง

...

“โอ๊ย! เบา ๆ สิฉันเจ็บ!

เสียงแหลมเล็กของหนึ่งในตัวประกันหลุดปากดังทำลายบรรยากาศเงียบขรึมในกลุ่มยากุซ่าที่เต็มไปด้วยอาวุธครบมือ และเสียงร้องนั่นก็ดังมากพอจะทำลายตบะของชายหนุ่มที่ถูกสั่งให้เงียบ

แค่เห็นว่าเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันก็มากไปแล้วสำหรับเขา...

“โธ่เว้ย!

“ฉันสั่งให้แกหุบปาก!” เซยะตวาดซ้ำใส่ตัวประกันหนุ่ม ชายสูงวัยหมดสิ้นแล้วกับตัวประกันที่อยู่ในกำมือ ท่ามกลางความตกใจฝ่ามือใหญ่เงื้อตบเต็มแรงใส่ใบหน้าซีดของคนป่วย

หมับ!

“...กูหมดความทนแล้ว!

เสียงเข้มที่เค้นออกมาจากไรฟันของเด็กหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับทุกสายตาที่จับจ้องมอง ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เชือกที่พันธนาการข้อมือของเขาหลุดออกจนสามารถที่จะต่อกรขัดขืนนายเหนือใหญ่อย่างเซยะได้

“อยะ อย่าบอกนะว่าแก!

มีเพียงรอยยิ้มกว้างอันแสนเหยียดหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม อากิระพลิกหักข้อมือเซยะเสียจนกระดูกอีกดังลั่นพร้อมกับปืนที่หลุดมือร่วงลงพื้น

“...หมดเวลาให้พวกมึงทุกคนพล่ามแล้ว... เสียใจด้วยนะ”

“อากิระ!

เซนแผดเสียงร้องอย่างเดือดดาลแม้จะอยู่ในการควบคุมของคนจากอาคิโมโตะ ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าท้ายที่สุดแล้ว คนที่ทำทุกอย่างพัง จะกลายเป็นคนเดียวกับที่เรียกมันมาที่นี่

“...” สายตาเย็นยะเยือกของคนถูกลาวถึงเหลือบมองเซนเงียบ ๆ แต่กระนั้นความเย็นชาและเกลียดแค้นมากมายก็ส่งถึงอีกฝ่ายได้อย่างไม่อยากเย็นนัก “นายไม่มีวันทำร้ายไอชา เมริน หรืออาชิตะได้อีก ตราบใดที่ฉันอยู่ที่นี่”

“...”

เหมือนทุกอย่างจะไปได้ดีตามแผนการที่อากิระและอาชิตะวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่ท้ายที่สุดแล้ว...

“อากี้!” เสียงของไอชาแผดร้องดังขึ้นเรียกสติชายหนุ่ม แต่เหมือนทุกอย่างจะสายไปแล้วเมื่อร่างใหญ่ของเซยะดิ้นหลุดการจับกุมไปได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกอะไรนักเมื่ออีกฝ่ายมีดีกรีเป็นถึง...

“...บัดซบเอ๊ย!” อากิระตวาดอย่างหัวเสียในขณะที่ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว การ์ดจากอาคิโมโตะกุมิมากมายกรูกันเข้ามาอารักขานายน้อยคนสำคัญพร้อมกับการเผชิญหน้าที่แท้จริงของอาสึชิและเซยะที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นโดยไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้...





 

ความขัดแย้งและทุก ๆ อย่างบานปลายอย่างไร้ทางหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของทั้งอากิระและเซนที่ขาดสะบั้น มันไม่ใช่เพียงเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยอยากรู้อยากลองที่ทะเลาะกัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นชักพาหายนะมาสู่ครอบครัวและชีวิตของคนที่เขารักด้วย...

“ทั้งหมดมันก็เพราะความดื้อดึงของน้องเมริน!” เซนพูดขึ้นด้วยแววตาเคืองแค้น ชายหนุ่มขบเม้มริมฝีปากแห้งมองดูหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธ เซนสาวเท้าที่เข้ามาด้วยความเคียดแค้น ปืนพกในมือถูกกำแน่นกระชับพร้อมสำหรับการลั่นไกให้หายแค้น

เขาไม่มีวันให้อภัยนางงูพิษอย่างเธอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว... มันไม่มีหน้าไหนเลยที่จะรักเขาด้วยหัวใจจริง ๆ

“...”

เมรินนิ่งเงียบ นัยน์ตาเล็กเบิกโพรงกว้างเมื่อเห็นปากกระบอกปืนเพ่งเล็งมาที่เธอ เซนยิ้มร้ายโดยที่ไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาช่วยทัน

“...จบกันซักที” เซนยิ้มบอก แสงแวบวาบจากเสียงฟ้าผ่าเผยให้เห็นรอยยิ้มกว้างอันแสนร้ายกาจบนใบหน้าคมของของชายหนุ่ม เซนยกปืนขึ้นจ่อบนเรือนร่างเล็กของหญิงสาวที่ไม่อาจขยับหนีไปไหน และไม่มีใครแล้วที่จะก้าวเข้ามาทัน...

ปัง!

หยดเลือดสีแดงสดไหลนองลงบนพื้นซีเมนต์หนาต้องกับสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ กลิ่นอายคาวเลือดอบอวลไปทั่วบริเวณพร้อมกับแววตาเคียดแค้นของชายหนุ่ม

นัยน์ตาสีนิลเข้มที่อยู่ในมุมมืดจ้องเขม็งมองเขาอย่างไม่พอใจ ความเย็นยะเยือกของมันทำให้เซนผงะถอยเช่นเดียวกับเมรินที่ยืนนิ่งค้าง

เธอไม่คิดว่าเธอจะเห็นภาพนี้... และไม่คิดว่าคน ๆ นั้นจะมาที่นี่...

“...เลว...” เรียวปากสีซีดจางขมเม้ม นัยน์ตาสีนิลปราดมองชายหนุ่มตรงหน้า หยาดฝนมากมายตกลงมาสู่พื้นด้านล่าง ความมืดมิดเข้าครอบงำไปทั่วบริเวณแต่เซนกับจำเขาได้ดี...

“ไอ้ลูกหมาอาชิตะ...”

คำทักทายของเซนดังขึ้นแม้จะข่มอารมณ์เจ็บปวดที่ต้นแขน กระสุนถาก ๆ ที่ถูกอีกฝ่ายยิงมานั้นไม่เจ็บปวดเลยเมื่อเทียบกับการได้เห็นหน้าของคนที่กล้าทำร้ายเขา คนที่มันทำให้เขาต้องตกต่ำและมาอยู่ในฐานะผู้ร้าย

ชุดสีขาวสะอาดของผู้ป่วยใกล้ตายเต็มทีเปียกปอนด้วยหยาดน้ำฝน เรือนผมสีเงินยาวเปียกชุ่ม อาชิตะก้าวเข้ามาด้านหน้าพร้อมกับเงาของผู้ติดตามของตน

“...” โทมะปราดสายตามองเซนอย่างเคียดแค้น นัยน์ตาตี่เล็กของเขาจ้องเขม็งมองอย่างไม่กลัวเกรงพร้อมกับปืนที่จ่อเล็งมายังร่างของศัตรูเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

“...ยอมแพ้เถอะเซน มอบตัวกับตำรวจไปซะ เพราะยังไงนายก็ดิ้นไม่หลุดแล้ว” อาชิตะเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่เขาเกาะกุมข้อมือที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวของคู่หมั้นสาวเอาไว้ แต่เซนกลับยิ้มเยาะ

“ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากของแก... ไอ้ลูกยากุซ่า...” เขาขบฟันกรอด

“...”

“ทำเป็นพูดดี จริง ๆ แกนั่นแหละที่เป็นตัวซวย ทำลายทุกอย่างของฉัน... ขนาดจะตายแล้วยังมาขวางอีก... เหอะ... ไอ้หน้าโง่ที่ลงไปช่วยน้องเมริน ไอ้เด็กเวรที่ดูถูกฉันกับทราย แย่งตำแหน่งเดือนมหาลัยฉันไปหน้าด้าน ๆ พอฉันมารับใช้มาเฟียให้สูงทัดเทียมกับแก แกก็ยังมาหลอกหลอนฉัน... จากเด็กโง่ ๆ จะตายไม่ตายแหล่ตอนนั้น ตลกดีเหมือนกันว่ะที่มันยังมีหน้ามาชูคอใส่ฉันในฐานะคนจากแก็งค์ยากุซ่า...” เซนยิ้มเยาะ น้ำเสียงไม่พอใจเชือดเฉือนคนตรงหน้า ชายหนุ่มผู้จนตรอกหัวเราะแค่นในลำคอ ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเขาเสียเหลือเกิน

“...มอบตัวเถอะเซน ทุกอย่างจะได้จบ ...แบบนี้มันไม่มีใครชนะใครหรอก!

“...จบงั้นเหรอ? นั่นสินะ...” ผู้ถูกไล่ต้อนยิ้มบาง เซนเหลือบมองคุณชายที่สูงศักดิ์ด้วยสายตาแค้นเคือง โดยที่อาชิตะและพรรคพวกไม่ทันได้รู้ตัว  สมุนของเซนเข้ามาสมทบด้วยรอยยิ้มร้าย ฝีเท้าที่ถูกเสียงโหมกระหน่ำของพายุฝนโอบล้อมพวกอาชิตะเข้ามาเรื่อย ๆ รอยยิ้มของพวกมันเด่นชัดเมื่อรู้ดีว่าเหยื่อผมสีเงินนั่นเป็นใคร

“...อะ อาชิตะพวกมัน?” เมรินเหลือบมองไปรอบ ๆ ด้วยแววตาหวาดระแวง อ้อมแขนเล็กโอบกอดร่างสูงกว่าที่ยืนพยายามหายใจลึก ๆ ข่มอาการเหนื่อย โทมะมองสถานการณ์เบื้องหน้าที่ไม่สู้ดีนักอย่างระมัดระวัง หากพลาดแม้แต่ก้าวเดียวล่ะก็...

“เราต้องรอดไปด้วยกัน...”

น้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งนั่นพยายามบอก นัยน์ตาคู่นั้นสบมองเธอเงียบ ๆ แต่มันกลับส่งความรู้สึกมากมายที่กำลังเอ่อล้นให้ออกมา เมรินไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกตัดสินใจโง่ ๆ กลับมาที่นี่ แต่สิ่งเดียวที่เธอรู้คือเขาและเธอจะต้องรอดออกจากที่นี่ไปให้ได้!

...

 

“ดูเหมือนไอ้เด็กเวรอีกตัวก็มารนหาที่แล้วสินะ” เซยะยกยิ้มเมื่อมองการต่อสู้ของพวกอาชิตะตรงหน้า ลูกน้องส่วนหนึ่งของเขาอยู่ที่นั่น และแน่นอนว่ารวมถึงเซนก็ด้วย...

“เรื่องมันเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว ฉันคิดว่านายควรจะพอได้ซักทีเซยะ... นายน่าจะรู้ตัวดี ว่าเรื่องเมื่อ 21 ปีที่แล้วมันทำให้นายกับฉันเป็นยังไง”

“...”

ไม่มีคำตอบใดกลับมานอกเสียจากรอยยิ้มอันยากเกินคาดเดาของคู่อริ เซยะปรายตามองศัตรูคู่อาฆาตของตนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจยืดยาว

“มันไม่มีคำว่าเลยเถิดหรอก เพราะมันจะต้องจบลงตรงนี้ โดยที่ฉันเป็นฝ่ายชนะ...” เขายกยิ้ม “ลูกนายมันก็โง่เหมือนนายในตอนนั้นไม่มีผิด... และยังไง ฉันก็คิดว่ามันไม่น่ารอดไปได้นานหรอก นังเด็กนั่นจะต้องเป็นของเซน ตอบแทนแบบที่แกเคยแย่งอารดาไปจากฉันยังไงล่ะ... เจ้านายที่ฉันเคยเคารพยิ่งกว่าเทพเจ้า...”

“...!

เซยะยิ้มเย็นชอบใจ นายเหนือผู้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นแค่นหัวเราะอย่างชอบใจ โดยไม่มีใครยอมใคร นัยน์ตาที่แสนเจ็บแค้นทั้งสองต่างมองหน้า ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตัดสินและลบความบาดหมางในอดีต หากแต่คือศักดิ์ศรีที่ต้องเอาชีวิตและครอบครัวเป็นเดิมพันด้วย

แต่เพราะอะไรกันล่ะ... ที่ทำให้ทั้งสองคนต่างเคียดแค้นกันได้ถึงขนาดนี้...

“อย่าทำให้เรื่องมันยืดเยื้อไปมากกว่านี้เลย”

อาสึชิปราดมองเซยะด้วยแววตาเบื่อหน่ายเต็มทน ชั่ววินาทีหนึ่งที่นายเหนือฉุดคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ในอดีต เรื่องราวความรักสามเศร้าของพวกเขาที่จบลงด้วยความเคียดแค้น...

ภาพอดีตหวนกลับมาอีกครั้งท่ามกลางหยดฝนที่ร่วงหล่น ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างช่างคล้ายคลึงกับเมื่อ 21 ปีก่อนเหลือเกิน... เหตุการณ์ที่เขาและเซยะต้องแตกหักกันเพื่อแย่งชิงคุณหญิงอารดา สาวน้อยจากเมืองไทยที่ชีวิตเธอไม่ได้ตั้งใจตกเข้าไปในวังวนของผู้นำแก็งค์ยากุซ่าและมือขวาคนสนิท

แต่กระนั้นเธอและอาสึชิก็รักกันและมีพยานรักตัวน้อย ๆ อยู่ในท้องของเธอ ในขณะที่เซยะนั้นก็แอบรักอารดาไปไม่น้อยกว่าใคร...

เขาจดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดี..

ในคืนที่รักเป็นพิษและชีวิตทุกอย่างต้องเปลี่ยนผัน...

“นึกถึงอดีตไปแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาในเมื่อแกแย่งอารดาไปจากฉัน ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นคนพบอารดาและลออก่อนแก แต่เพราะแกใช้อำนาจกดหัวฉัน ทั้งกีดกัน จนสุดท้ายอารดาก็ต้องเป็นของแกแถมยังมีหน้าหยามฉันด้วยการมีไอ้เด็กฝาแฝดนั่น!

เซยะตะคอกใส่ด้วยอารมณ์โกรธ ใบหน้าหนุ่มในเยาว์วัยเปลี่ยนเป็นชายกลางคนผู้มีแต่ความแค้นมากมายสุมกลางอกมานับยี่สิบเอ็ดปีเต็ม

“ทำไมนายไม่คิดว่านั่นคือความรักที่อารดากับฉันมีให้กัน!

“ความรักงั้นเหรอ ความรักบนความทุกข์ของฉันล่ะมากกว่า แกมันจะไปรู้อะไร วัน ๆ แกได้แต่สั่งการฉันราวกับตัวเองเป็นพระเจ้า ทั้งที่คนที่มีบุญคุณเก็บฉันที่ควรจะต้องกลายเป็นเด็กเหลือขอไปชุบเลี้ยงก็คือท่านฮิโรชิพ่อของแก! คนอย่างแกมันจะไปรู้อะไร เกิดมาก็มีแต่พ่อแม่คอยวิ่งตาม แกก็ยังทำให้ท่านฮิโรชิตรอมใจตาย แกก็คงไม่รู้สึกอะไรหรอกถ้าแกจะข้ามหัว ข้ามความรักที่ฉันก็มีให้อารดาไป!

เซยะระเบิดความเคืองโกรธออกมา ในแววตาคู่นั้นมีแต่ความเกรี้ยวโกรธ น้ำตามากมายคลอเอ่อและไหลรินรวมกับสายฝนที่ตกหนัก

อาสึชิคือพระเจ้า... คือคนที่เขาเกลียดชังอย่างมากที่สุด...

“...แล้วลออล่ะ?”

คำพูดจากนายเหนือแห่งอาคิโมโตะทำให้เซยะหยุดชะงัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นหลุบลงต่ำ เขาไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งเขาและเธอคนนั้นเป็นอย่างไร

“ฉันไม่ต้องการให้เซนได้ยินเรื่องนี้!

“เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว!” นายเหนือใหญ่แห่งอาคิโมโตะตวาดลั่น “ต้องให้ฉันพูดให้หมดไหมว่าเกิดอะไรขึ้น นายที่บอกว่ารักอารดานักหนากลับมีสัมพันธ์กับลออเพื่อนของอารดาก่อนที่ฉันจะมีลูกกับเธอซะอีก! ดูอายุของเซนและอากิระกับอาชิตะดี ๆ สิ นายกับละออรักกันมาก่อนที่ฉันจะมีลูกด้วยซ้ำ! ...นายเองหรือเปล่าเซยะที่ไม่รู้จักพอ ความริษยาของนายเกือบฆ่าทั้งอารดาที่นายบอกว่ารักนักรักหนักหนาแถมด้วยเด็กอายุครรภ์แค่ 6 เดือนในท้อง!

สิ้นคำพูดนั้นทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้เพียงแต่นิ่งอึ้ง เซนหันมองหน้าอาสึชิและเซยะสลับกันด้วยคำถามมากมาย

“หมายความว่าไง”

“...พูดขนาดนี้แล้วยังไม่รู้เรื่องอีกหรือไง เธอน่ะถูกเซยะหลอกมาที่นี่เพื่อให้สู้กับพวกเราด้วยเหตุผลอะไรกันแน่!

“...แล้วเรื่องอะไรที่ผมจะต้องบอกคนที่เป็นศัตรูแบบคุณ ทั้งคุณ ทั้งลูกของคุณ ไอ้พวกสวะนั่นต้องตายที่นี่... แล้วหลังจากนั้นผมค่อยทำตามความปรารถนาของผม” เซนกัดฟัน สายตาเคียดแค้นไม่ละออกจากอาชิตะที่ยืนนิ่งในอ้อมกอดประคองของเมริน

“ความปรารถนา...? ตามหาพ่อน่ะเหรอคะพี่เซน?

คำพูดของเมรินทำให้เซนหยุดนิ่ง นัยน์ตาคมเบิกโพลง ดูท่าแล้วเด็กสาวที่ไม่ยอมเป็นของเขาจนวินาทีสุดท้ายจะเดามันออกทุกอย่าง...

“ไม่ต้องตามหาอีกแล้ว พ่อของนาย...ก็คือไอ้สวะที่กำลังท้าทายพ่อของฉันอยู่ไง” อากิระเปรยขึ้น นัยน์ตาตี่เล็กเหลือบมองเซนอย่างผู้ชนะ สายฟ้าฟาดลงดังสวรรค์คำรามร้อง ความเป็นจริงนั้นยากเกินไปกว่าที่ใครจะยอมรับได้...

เกมกำลังจบลงอย่างนั้นเหรอ...

...

“อากิระ แกโกหก!” เซนตวาดลั่น เขาบันดาลโทษะแค้นจ่อปืนเล็งไปยังร่างของผู้ที่ถูกเรียกชื่อ หมดสิ้นแล้วซึ่งความรักของพวกเขา เหลือเพียงก้อนเนื้อตรงหน้าที่ต่างฝ่ายต่างต้องการประหัตประหาร...

อากิระฉีกยิ้มรับ ปืนในมือถูกยกขึ้นจ่ออีกฝ่ายไม่แพ้กัน สองฝ่ายในตอนนี้ต่างหยุดนิ่ง นายเหนือน้อย ๆ ของพวกเขาดูท่าจะเล่นเกมแลกชีวิตกันอย่างไม่มีใครกล้าจ่อหัวไปยุ่ง

...

 

“มาจบเรื่องของพวกเรากันได้แล้วอากิระ” เซนพูดเสียงเย็น มือเขากำปืนที่บรรจุกระสุนเต็มไว้แน่น สายตาคู่นั้นสบมองอากิระแบบไม่มีใครเกรงกลัวใคร ในขณะที่คุมะจับไอชาซึ่งดิ้นพรวดพราดนี้เอาไว้แน่น

เธอไม่อยากให้เขาเป็นอันตราย

และไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น...

ทั้งที่ทุกอย่างมาจนถึงสุดปลายทางของมันแล้ว...

 

...เสียงหัวใจของทั้งสองเต้นดังในโสตประสาท ภาพความแค้นมากมายถาโถมทั้งเซนและอากิระให้มอดไหม้ ในหัวนับถอยหลังวินาทีที่จะสังหาร ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบเชียบ แม้เพียงเสียงร้องห้ามของเซยะและนายเหนืออาสึชิผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจขวาง...

เป้าหมายของเซนคือรอยสักพระอาทิตย์สีดำบนอกข้างซ้ายของอากิระ และเป้าหมายของอากิระก็คือการปลิดขั้วหัวใจชายผู้ย่ำยีศักดิ์ศรีของเขา!

 

กลิ่นดินปืนระเบิดคลุ้งในอากาศพร้อมเสียงดังที่หยุดทุกลมหายใจที่นั่น กระสุนเม็ดหนึ่งพุ่งเฉียดเฉือนผ่านท่อนแขนขาวของอีกฝ่ายไป หยดเลือดสีแดงสดอาบไหลไปกับสายฝน

“...”

“น่าสงสารที่ปืนของนายมันไม่มีกระสุนนะอากิระ คราวนี้แหละ”

 

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับหัวใจที่แทบหยุดเต้นลงของทุกคน อาสึชิปราดถอยจากเซยะเช่นเดียวกับไอชาที่อ้าปากค้าง แววตาของหญิงสาวจดจ้องมองภาพตรงหน้า

ไม่ใช่ความตายของอากิระ แต่กลับเป็นภาพของชายหนุ่มสองคนที่แย่งชิงปืนกันอย่างดุเดือด

...

“เข้ามาขวางทำไมวะ แกคิดว่าตัวเองจะทำอะไรได้อีก!” เสียงชายหนุ่มตวาดก้อง เซนบิดมือไปมาหวังให้พ้นจากร่างเล็กกว่าที่เข้ามาขวาง ทั้งสองเยื้อยุทธ์กันอย่างไม่มีผู้ใดกลัวใคร นอกเสียจากเสียงร้องห้ามของทางฝั่งอาคิโมโตะ

“คุณหนู!” เสียงร้องของพวกการ์ดดังขึ้น ก็จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อจู่ ๆ ร่างที่อยู่ด้านหลังของพวกตนก็พุ่งพรวดเข้าไปต่อกรกับเซนที่พละกำลังและอาวุธครบมือ ชุดสูทสีดำของเซนตัดกับชุดสีขาวของคนไข้คือสิ่งที่ทั้งหมดต่อมองด้วยสายตาเป็นห่วงกังวล อาชิตะตัวผอมเล็กกว่าเซนมาก และทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นรู้ดีว่าขืนปล่อยให้เข้าไปแย่งปืนแบบนั้นมีหวังว่าฝ่ายชะตาขาดคงหนีไม่พ้นคุณหนูเล็กผู้เป็นดวงใจของทุกคนอย่างแน่นอน

“อย่าเข้ามายุ่ง!

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นห้ามพวกโทมะ มือเล็กที่แสนผอมแห้งจับกระบอกปืนในมือเซนแน่นไม่ให้เล็งมาทางตน เสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติด ๆ กัน ทว่าไม่มีใครยอมใคร

ต่อให้ไม่มีใครพูดออกมา ทั้งหมดที่อยู่ที่นั่นรู้ดีว่ามันคือแรงเฮือกสุดท้ายเต็มทีแล้ว...

“บ้าไปแล้ว!” อากิระตวาดเสียงดัง พี่ชายฝาแฝดตวาดเสียงร้องดังในขณะที่เข้ามาขวางการโรมรันระหว่างคนทั้งสอง กำลังแขนแกร่งแถมด้วยอารมณ์ร้อนกระชากตัวคนไข้ออกมา พี่ชายฝาแฝดอย่างเขาไม่แม้แต่จะมีเวลามอง ใบหน้าซีดที่เลือดขึ้นหน้าเต็มทีรีบตวาดใส่น้องชายพลางยึดจับเซนไว้กับพื้นโดยไม่มีใครยอมใคร

“พาอาชิหนีไป! โทมะ นายกับพวกคอยขวางพวกมันไว้!” เขาออกคำสั่ง

เมรินพยักหน้าก่อนจะรีบฉุดข้อมือคู่หมั้นหนุ่มแน่นแล้วพาลุกขึ้น แม้อาชิตะจะดูงุนงง แต่เขาก็รู้ดีว่าเวลานี้จะเป็นตัวถ่วงให้ใครไม่ได้อีก

“แข็งใจก่อนนะ” เธอกระซิบบอก ทั้งสองล้มลุกคลุกคลานหนีไปทางอีกด้านของดาดฟ้าซึ่งเป็นตรอกแคบ ๆ ความมืดและน้ำที่เจิ่งนองพื้นทำให้ทั้งสองก้าวไปด้านหน้าอย่างลำบาก เมรินรู้ดีว่าขีดจำกัดนั้นเริ่มหมดลงเต็มที...


____________________________________
ฮิเมะทุบไหหนักมากกก
เวอร์ชั่นที่รีไรท์ และเรียบเรียงใหม่จะอัพอีกบทความนะครับ คิดว่าคงไม่ลบอันนี้ >_<
จากนี้ไปจะไม่ดองแล้วครับ ฮ่าาา

337 ความคิดเห็น

  1. #336 Be • AFTeR (@Baby-bee) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:22
    อัพได้มั้ยคะไรท์ แงงง อยากอ่านต่อ TT
    #336
    0
  2. #333 สาวนี (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 06:35
    ติดตามมานาน .จนติดใจ...อัพด่วนนะค่ะ อยากอ่านจนถึงตอนจบ...ปล.อยากให้มีเซอร์ไพร๊ส ให้อาชิตะ และอากิระ เปลี่ยนลุคส์..ตัดผมสอยอย่างกล่อ เปลี่ยนผมสีดำ หรือนำตาลด้วยเถอะ..(แอบขัดใจตรงทรงและสีผมมากก)
    #333
    0
  3. #330 คารุ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 18:51
    เมื่อรัยจะอัพค่ะ นานแล้วนะ
    #330
    0
  4. #325 Whisperer (@phaew2544) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 18:33
    ในที่สุดก็อัพ 5555 รออ่านอยู่นะคะ
    #325
    0
  5. #324 Kashimi Nayaka (@bee-jung19) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 15:42
    คิดว่าจะไม่มาอัพจะแล้วปล่อยให้รอตั้งนาน แต่ก็ขอบคุณนะคะ มาอัพอีกเร็วๆนะคะ ^^
    #324
    0
  6. #319 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 09:58
    อ..อากิระ อย่างเท่ห์ (มโนภาพไว้ว่าหล่อมาก) ปล.อยากอ่านต่อแล้วค้ะ รีบๆมาอัพนะคะไรท์
    #319
    0
  7. #318 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:36
    ลุ้นต่อไป....รีบๆมาอัพนะคะ :)
    #318
    0