CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 81 : [[,,,Chapter 64,,,]] No More tomorrow [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ก.พ. 58

JJ♕





64

No More Tomorrow

 


 

            “ข้อมูลที่ส่งไปให้กับพวกตำรวจถูกรวบรวมมาจากผม อาชิตะ นายเมก้าเพื่อนของอาชิตะ เฮเซล แล้วก็เอแคลร์ลูกสาวนายกฯ ที่เคยชอบอาชิตะ... ในนั้นมีหลักฐานหลายอย่างที่จะนำไปสู่การจับกุมเซนและสาวไปถึงความผิดของพวกเซยะ เสียดายแค่ไม่มีหลักฐานเรื่องที่เซนพยายามฆ่าอาชิตะในค่ายอาสานั่น...”

            เสียงเรียบของอากิระพูดขึ้นเบา ๆ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อแม้จะเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาด ๆ แถมนุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนนุ่มนั้นเหลือบมองผู้เป็นพ่อที่ยืนพยักหน้าเข้าใจท่ามกลางกลุ่มผู้ติดตามในชุดสูทสีดำมากมาย

            “แล้วศรุตรู้หรือเปล่าว่าว่าคนที่ส่งไปคือลูกกับน้อง?”

            คำถามนั่นทำให้คนที่นั่งเงียบมานานก้มหน้าลง อากิระพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเหลือบมองไปทางอื่น

“...ผมคิดว่าเขารู้... ข้อมูลพวกนั้นเกี่ยวข้องและสืบมาถึงผมได้ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก สักวันตำรวจไทยก็ต้องตามกลิ่นได้ว่าผมเป็นคนก่อคดีสังหารหมู่ลูกน้องเซยะ...”

“...”

“ขอโทษที่ทำอะไรไปตามใจ แต่ผมทนไม่ได้จริง ๆ ที่พวกมันทำกับไอชาแบบนั้น... ผมยอมให้ไอ้ขี้ข้าสกปรกพวกนั้นขืนใจเมียผมไม่ได้จริง ๆ ผมขอโทษ...” อากิระพูดขึ้นเบา ๆ แววตาอ่อนล้าเหลือบมองเพดานห้องในขณะที่อาสึชิทำได้เพียงถอนหายใจ เขารู้ดีว่าว่าสิ่งที่อากิระทำไปนั้นมีเหตุผล

แต่สิ่งที่เขากลัวคืออันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกชายฝาแฝดทั้งสอง เซยะที่เขารู้จักไม่ได้ถูกจับกุมได้โดยง่าย ไม่อย่างนั้นคนระดับเจ้าพ่ออย่างเขาคงจัดการอดีตมือขวาที่ทรยศไปได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ยี่สิบเอ็ดปีก่อนแล้ว

“พ่อเข้าใจ... แต่เซยะไม่ใช่ระดับหมู ๆ หรอกนะ มันรอบคอบมากไม่ว่าจะทำอะไร ยิ่งเรื่องใหญ่แบบนี้ รอจนกว่าจะมีข่าวแน่ก่อนว่ามันถูกจับแน่ ๆ ค่อยวางใจ ตอนนี้อาคิโมโตะกำลังมีปัญหาภายใน... ไหนจะเรื่องที่น้องป่วยอีก ถ้าเกิดว่าเกิดอะไรขึ้นมาตอนนี้ไม่ว่าเราจะมีกำลังคนมากเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องสูญเสีย”

“...ผมเข้าใจครับ แต่ว่าเรื่องปัญหาภายในนั่น ...เรื่องของคุณพ่อกับคุณแม่สินะ...”

อาสึชิได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ “แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก พ่อจัดการเองได้ เอาแค่เราเถอะดูแลตัวเองดี ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้รู้ไหม ช่วงนี้ไม่ค่อยได้พักด้วยอาการจะแย่เอา”

“...ผมไม่เป็นไรน่า”

อากิระตอบเบา ๆ ก่อนที่จะยิ้มกว้างคลายความเป็นกังวลให้กับผู้เป็นพ่อที่ดูจะเคร่งเครียด ไม่ใช่ว่าเขาไม่กลัวความตาย แต่ในเวลานี้...

“ลูกคือเสาหลักของบ้านเรานะ...พ่อไม่อยากเสียลูกไปอีกคน... สัญญากับพ่อนะ”

“...”

อากิระไม่ได้พูดตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าออกมาเบา ๆ ชายหนุ่มนึกถึงความจริงที่ตัวเองยังไม่หายเป็นปกติจากโรคร้ายที่แฝงและพยายามกัดกินชีวิตที่เหลือ... อาการอาจจะกลับมากำเริบเมื่อไหร่ก็ได้ โดยความเป็นจริงแล้วเขาไม่มีวันหายหรือดีขึ้นมากกว่านี้ หากเกิดอะไรขึ้นมากับเขาอีกคนสถานการณ์ของฝั่งอาคิโมโตะก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกเซยะแม้แต่น้อย

ยิ่งในตอนนี้อาชิตะเองกำลังนับถอยหลังที่จะผ่าตัดโดยเดิมพันความเสี่ยงไว้กับชีวิตที่เหลืออยู่แล้วด้วย...

“...”

อาสึชิออกไปโดยทิ้งเอาไว้เพียงกล่องของขวัญดูมีราคากล่องหนึ่งทีวางไว้ข้าง ๆ กับยาประจำตัวของชายหนุ่มที่กำลังจะทานในไม่ช้า แต่นั่นไม่ได้ทำให้อากิระรู้สึกดีใจหรือเสียใจอะไร ชายหนุ่มยังคงอยู่กับตัวเองและความคิดที่ไม่ยอมจบสิ้นลงไป...

“...”

รอยสักมังกรตัวใหญ่เลื้อยอยู่บนแผ่นหลังเช่นเดียวกับผู้เป็นพ่อบ่งบอกเขาว่าตัวเองเป็นใครมาตลอด แม้จะเพิ่งผ่านการสักนับหลายสิบชั่วโมงมาเพียงไม่กี่วัน แต่น่าแปลกนักที่มันกลับทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย

เขาคือยากุซ่า... เป็นมาตั้งแต่ชาติกำเนิด... เป็นส่วนหนึ่งของวังวนมืดดำที่ปกครองญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของมหาอำนาจจากมุมมืดที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ชายหนุ่มไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่ามันคือชะตากรรมที่เขาควรยอมรับ และรู้ดีด้วยซ้ำว่าบางทีชีวิตที่แสนสั้นนี้เขาก็อาจจะต้องสังเวยให้กับมัน...

เซนเองก็เช่นกัน... เขารู้ดีว่าการเดินบนทางขนานที่กำลังจะชนอย่างกับรถประสานงากันนี้อาจนำมาซึ่งความตายของใครคนใดคนหนึ่ง...

 

แต่มันก็คงเป็นเรื่องดี...ที่จะปิดฉากอดีตรักอันรุนแรงป่าเถื่อนและความทรงจำเลวร้ายระหว่างเขาและเซนลง...


 

 

            “นี่มันอะไรกันวะ!

            เสียงเซยะสบถดังอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าตนกำลังตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าคนในเครื่องแบบตำรวจ นายเหนือแห่งวงการค้ายาเสพติดข้ามชาติในตอนนี้ทำได้เพียงกัดฟันกรอดไม่พอใจเช่นเดียวเสี่ยเฉินที่ยืนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

            พวกเขายอมรับว่าไม่คิดมาก่อนว่าแผนการในเวลานี้จะล่วงรู้ไปถึงหูตำรวจ และไม่คิดว่าจะถูกติดตามโดยง่ายแบบนี้

            “อย่าขัดขืนการจับกุมกุมของเจ้าหน้าที่! ตอนนี้ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว!

            เสียงประกาศดังขึ้นจากนายตำรวจคนหนึ่งที่อยู่ใกล้พร้อมกระบอกปืนมากมายที่ถูกเล็งมาที่ฝั่งของพวกเซน นี่คือเหตุการณ์แรกในชีวิตที่ชายหนุ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยและคิดว่าคงไม่มีทางรอดใดอื่น

            เซนนึกถึงคำพูดของสมและคนในครอบครัวที่คอยเตือน...

            แต่มันไม่มีโอกาสใดให้มาเสียเวลาคิดอีกแล้ว!

 

            คนของเสี่ยเฉินเปิดเกมยิงใส่พวกตำรวจก่อน ทำให้เกิดการปะทะกันเสียงดันสนั่น สองพ่อลูกทำได้เพียงหลบในตัวอาคารที่พอจะเป็นที่กันกระสุนได้ แต่ดูท่าแล้วครั้งนี้นั้นเสียเปรียบนัก

            “ไอ้เฉิน! ไอ้โง่นี่ไม่ได้ฟังอะไรเลย!

            เซยาสบถอย่างหมดอารมณ์ เขาเป็นคนที่ชักปืนเพื่อป้องกันตัว ในขณะที่การปะทะด้านนอกนั้น ฝ่ายของเขาดูจะเป็นรองฝ่ายตำรวจอยู่มาก ยากุซ่าฝีมือดีไม่ได้ถูกเรียกตัวมาที่นี่ทั้งหมดเพราะเอาแต่คอยคุ้มกันที่พัก และทั้งหมดเป็นเพราะความประมาท

            “...ผมคงไม่เชื่อใจอะไรคุณอีก แต่เอาเถอะ...” เซนที่ถือปืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบ เด็กหนุ่มมองชายตรงหน้าด้วยแววตากร้าว ปลายกระบอกปืนคู่นั้นจ่อมายังเซยะ

            “...”

            “ผมพอมองออกว่าเราจะเสี่ยงดวงหนีไปจากที่นี่ได้ยังไง ถ้าเราสองคนฉลาดพอที่จะร่วมมือกัน เราน่าจะหาโอกาสหนีไปได้ ...ความฝันคุณคือการจัดการฆ่าพวกยากุซ่านั่น ความฝันของผมก็คือเจอพ่อแท้ ๆ ตัวเองเหมือนกัน”

            “เซน... ระ เรื่องนั้น คะ คือ... จริง ๆ แล้วฉัน...”

            “ไม่มีเวลามาลังเลแล้ว! ปล่อยพวกโง่นั่นต้านตำรวจเอาไว้แล้วคุณมากับผม!

โชคยังพอมีที่ด้านหลังนั้นพอจะเป็นป่ารกและพวกตำรวจเองก็ไม่ได้มาดักทางด้านนี้ ทั้งสองจึงค่อย ๆ ลัดเลาะออกมาด้านนอกได้ผ่านทางแนวป่า ซึ่งกว่าพวกตำรวจจะรู้ตัวทั้งสองก็ห่างออกมาไกลมาแล้ว

“...เราต้องกลับไปที่กรุงเทพ” เซยะพูดขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนหลังผ่านการเดินออกมาไกล

“ทำไม”

“...เราต้องหนี...” เขาเหลือบมองทางที่จากมาด้วยแววตาตระหนกไม่น้อย เซยะถอนหายใจเหนื่อยแล้วพูดต่อ

“แกไม่มีวันกลับไปใช้ชีวิตในสังคมปกติได้แล้ว แกอาจจะถูกฆ่า ยัดเข้าคุกหรืออะไรก็ตาม! ครอบครัวแกก็อาจมีอันตราย แกต้องการแบบนั้นเหรอ!

“...!

มันเป็นเรื่องที่เซนไม่คาดฝันมาก่อน แม้เซยะจะดูเป็นตัวถ่วงที่น่ารำคาญ แต่เขาก็พูดถูก ตอนนี้เซนไม่มีทางลงจากหลังเสือได้อีก ชีวิตที่ดีของเขาพังลงแล้ว และหากไม่สู้แบบหมาจนตรอก...

เขาก็คงไม่มีโอกาสรอด

“...คุณมีแผนดี ๆ พอจะหนีหรือเปล่าล่ะ?”

 

ไม่มีคำตอบใดนอกจากรอยยิ้มกว้าง เซยะมองสบประสานสายตาเซยราวกับว่าจะบอกอะไรบางอย่าง และก่อนอื่น สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือการทำอย่างไรก็ตามให้ได้รถสักคันเพื่อที่จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้!


 

 

ดวงอาทิตย์สีแดงสดใกล้ลับขอบฟ้าเหนือดินแดนที่เต็มไปด้วยตึกสูงและความวุ่นวายเต็มที ภาพท้องฟ้าสีส้มแดงตัดไปด้วยปุยเมฆขาวสะท้อนอยู่ภายในนัยน์ตาสีนิลเข้มที่เหม่อมองโลกภายนอกภายในห้องพักผู้ป่วยอาการหนัก

ที่ด้านนอกนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารอคอยมาตลอดและไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้รับมันในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 21 ของตัวเอง...

รวมถึงการที่จะรอพบกับเธอคนนั้นก็ด้วย

...

“เมรินยังไม่กลับเหรอ ?”

คำถามแผ่วเบานั้นทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องคนอื่นหันมองหน้ากัน นัยน์ตาตี่เล็กของอากิระเหลือบมองน้องชายฝาแฝดแล้วพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ

“ก่อนออกไป ไอชาของฉันบอกว่าจะมีเซอร์ไพรซ์วันเกิดให้พวกเรา หายไปนาน ๆ แบบนี้ไม่แน่นะอาชิตะ เมรินของนายอาจจะซื้อตุ๊กตาคุมะตัวเท่าบ้านให้นายก็ได้!

“ไม่ได้อยากได้อะไรขนาดนั้นซะหน่อย” คนบนเตียงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “แล้วนายล่ะอากิระ อยากได้อะไรเหรอ วันเกิดนายเหมือนกันนี่นา” อาชิตะยิ้มจางแล้วเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนที่ผนังด้วยท่าทีสงบ ภายในห้องไม่มีเสียงรบกวนใด ๆ มีเพียงสายตาของเมก้าและเฮเซลที่จับจ้องมองเขาเงียบ ๆ มาได้พักแล้ว

แม้คนป่วยจะไม่เข้าใจนักว่าทั้งสองมาได้อย่างไร แต่เขาก็ยอมรับว่าตัวเองมีความสุขอยู่ไม่น้อยที่ได้เจอคนทั้งสองอีก

เส้นด้ายแห่งมิตรภาพที่เคยขาดสะบั้นไปแล้วถูกต่อกันอีกครั้งในช่วงเวลาสุดท้าย...

ช่วงเวลาที่ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากนี้จะได้พบกันอีกหรือเปล่า...

...

“...ขอโทษนะครับ ถ้าไม่เกิดเรื่องวันนั้นคุณก็คงไม่เป็นแบบนี้... ทั้งที่เราเป็นเพื่อนกันมาตลอด ผมขอโทษจริง ๆ นะ”

เมก้าพูดคำขอโทษกับคนที่นั่งเงียบอยู่ เขารู้ดีว่าอาชิตะน่าจะได้รับรู้มันแล้วว่าเขารู้สึกแย่มากแค่ไหนที่เป็นต้นเหตุแถมไม่กล้าแม้แต่จะมาพูดตรง ๆ แล้วปล่อให้ทุกอย่างยืดเยื้อมาเนิ่นนานแต่ความผิดบาปนั้นก็ยังอยู่ในใจไม่มีทางลบเลือน

“ฉันไม่ได้คิดมากอะไรขนาดนั้น” อาชิตะยิ้มบางตอบ ดวงหน้าขาวถอนหายใจก่อนจะเริ่มพูดต่อไป สายตาอ่อนโยนคู่นั้นเหม่อมองไปด้านนอกพลางคิดเรื่องที่จบลงไปแล้ว

“...ถ้าไม่มีนายตอนนั้น บางทีฉันอาจจะไม่ได้บอกเมรินอีกเลยก็ได้ เพราะงั้นก็ไม่ต้องคิดมากอะไรหรอก... จริงสิ แล้วเรื่องนายกับพิสต้า...”

“อา... พวกเราคงต้องปรับตัวกันน่ะครับ...”

“...”

“ความรักของพวกเราไม่ได้จบลงด้วยสถานะของการเป็นคนรัก แต่ดูโอ้รู้ไหม... ผมเองก็รู้สึกว่ามันไม่ได้แย่ตรงไหนหรอก พวกเรายังมีความฝันที่ต่างกันอยู่ เอาตรง ๆ นะครับ ผมก็ไม่ได้เสียใจเท่าไหร่หรอก...”

“...ถ้าวันนั้นฉันไม่ได้ทำแบบนั้น นายกับพิสต้าก็คง...”

“ไม่หรอกครับ อย่าคิดมากเลย คุณค่าของความรักไม่ได้จบแค่สถานะคนรักหรอก เราสองคนคุยกันแล้ว ผมน่ะว่าดู ๆ กันไปมันก็ดีไม่ใช่เหรอ”

อาชิตะได้ฟังดังนั้นก็ค่อย ๆ พยักหน้าเข้าใจในขณะที่เมก้าเองก็เหมือนจะค่อย ๆ ละความกังวลทั้งหมดเอาไว้เบื้องหลัง เขาเอื้อมมือมาจับมือผอมแห้งของคนที่เอาแต่นิ่งเงียบเอาไว้ด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับเฮเซลที่เดินเข้ามากอดเขาอีกคน

“ปลอดภัยแล้วกลับมานะครับรุ่นพี่...”

รอยยิ้มบางของคนป่วยถือเป็นคำตอบของทุกอย่าง อาชิตะกอดเฮเซลและเมก้าเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มจางโดยมีอากิระมองดูคนทั้งสองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความโล่งใจแทน

ฝาแฝดผู้พี่ปล่อยให้น้องชายตนพูดคุยกับเหล่าเพื่อน ๆ เพื่อลดความกังวลและรอเวลาจนกว่าจะถึงพยาบาลและพวกเจ้าหน้าที่จะมารับตัวเขาไปผ่าตัด ในขณะที่ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูและอ่านข้อความไปเรื่อยเปื่อยด้วยแววตานิ่งสงบ พักใหญ่แล้วที่ไอชาไม่ได้ตอบแชทเขาที่ถามไปว่าอยู่ที่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นอากิระก็ยังสามารถอ่านข้อความอวยพรวันเกิดมากมายซึ่งถูกส่งมาให้ทั้งทางไลน์และกล่องข้อความในเฟซบุคจนเขาแอบยิ้มออกมาได้เรื่อย ๆ

จนกระทั่งถึงไลน์ที่ส่งมาจากใครบางคน

ข้อความสั้น ๆ และภาพที่ผลักหัวใจของผู้รับให้ร่วงลงตาตุ่มอย่างไม่ทันคาดคิด...

“...”

“อากิระ... ก็เข้าใจนะว่าต้องงดน้ำงดอาหารอะไรก่อนผ่าตัด แต่ฉัน... หิวน่ะ” เสียงน้องชายฝาแฝดดังขึ้นเบา ๆ อาชิตะเหลือบมองใบหน้าผู้เป็นพี่ด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ แต่อากิระกลับไม่ได้แสดงท่าทางใด ๆ กลับมาดังเคย

“...มากไหม”

“ก็มากอยู่...”

เพราะคำพูดด้วยเสียงอ่อยของแฝดน้องทำให้เขายิ้มจางออกมา อากิระหันมายิ้มจางแล้วเดินมาใกล้ ๆ “...ไม่น่าถึงชั่วโมงหรอก ทนหน่อยนะ”

อาชิตะพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ นัยน์ตาอ่อนแรงจับจ้องมองดวงหน้าของพี่ชายฝาแฝดราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป

“...”

“งั้น...ฉันออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกสักพักนะ ถ้าเกิดว่ามีอะไรล่ะก็ให้คนไปตามได้เลย”

ประตูห้องถูกปิดลงโดยไร้เสียงตอบกลับของน้องชายและเพื่อน ๆ ที่อยู่ด้านใน อากิระหลุบตาลงต่ำ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาดอย่างยากเย็น...

บนดวงหน้าขาวซีดเผือดลง ไร้รอยยิ้มใด ๆ นอกจากเสียงหัวใจที่บอกเขาว่ามันกำลังหวาดกลัวและเป็นกังวล...
 

 

 

ก่อนหน้านี้ไม่กี่สิบนาที...

            โตโยต้า พรีอุสสีแดงสดค่อย ๆ ขับเข้ามาภายในอาคารจอดรถของโรงพยาบาลด้วยความเร็วไม่มากนัก ภายใต้กระจกที่ติดฟิล์มกันแดดสีดำมืดนั้นเป็นร่างของหญิงสาวหน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน เช่นเดียวกับเรือนผมยาวสีดำอันเป็นเอกลักษณ์เป็นผู้ที่ขับมันเข้ามา ข้าง ๆ เธอนั้นเป็นเด็กสาวรุ่นน้องในชุดนักศึกษาแถมในมือก็ยังถือกล่องสีขาวขนาดใหญ่เอาไว้ด้วย

            เพราะเป็นที่จอดรถชั้นแขกวีไอพีดังนั้นเลยไม่ค่อยมีรถยนต์พลุกพล่านเท่าใดนอกเสียจากรถของตระกูลอาคิโมโตะและการ์ดที่เข้ามาอารักขาเท่านั้น ไอชาถอยรถเข้าไปจอดข้าง ๆ กับรถของอาสึชิที่จอดอยู่ก่อนแล้ว

            “วันนี้รถพวกคุณคิมูระดูเยอะผิดปกติเนอะ”

            ไอชาพูดขึ้นเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มในขณะที่ช่วยกันถือของพะรุงพะรังลงมาจากรถ เช่นเดียวกับเมรินที่พยักหน้าเบา ๆ

            “นั่นสินะคะ แต่แปลกที่ตรงนี้ไม่มีใครพลุกพล่านเลย”

            “อาจจะอยู่ข้างบนกันล่ะมั้งนะ ?” ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้เอ่ยขึ้นเบา ๆ เธอค่อย ๆ ถือกล่องเค้กวันเกิดที่ตั้งใจให้กับแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับเมรินที่กอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่หลังรถซึ่งตั้งใจให้กับอาชิตะเป็นของขวัญวันเกิด

            “นั่นสินะ...”

            ไอชาพยักหน้าเข้าใจ ทั้งสองดูให้แน่ใจว่าล็อกรถจนเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะที่กำลังเดินขึ้นลิฟต์นั้นเอง...

            “คุณหนูครับ! แย่แล้วล่ะครับ!

            “คะ?”

            เป็นเมรินที่หันกลับไปมอง ร่างของบุรุษแปลกหน้าในชุดสูทสีดำแบบพวกเดียวกับคนของอากิระทำให้เมรินคิดว่าเขาเองก็คงเป็นคนของพวกตนเป็นอย่างแน่นอน ชายคนนั้นวิ่งมาด้วยอาการหอบเหนื่อย นัยน์ตาแฝงไปด้วยแววตาแห่งความตระหนกในความคิดที่เธอและไอชาแปลได้

            “ต้องรีบไปแล้วล่ะครับ ตอนนี้อาการคุณหนูอาชิตะ...”

            “อาชิตะเป็นอะไรคะ!

            เมรินถามกลับอย่างทันควัน ใบหน้าสวยหมดสิ้นรอยยิ้มเมื่อได้ยินเรื่องไม่คาดฝัน ทั้งที่ก่อนออกมาก็ดูเหมือนไม่เป็นอะไร ทำไมถึง...

            “ผมว่ารีบไปกันดีกว่าครับ ถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่ทัน” ชายคนนั้นรีบบอกพร้อมกับพวกที่เข้ามาสมทบ พวกเขาเหมือนกับคนจากอาคิโมโตะที่มีจำนวนมากแม้จะดูแปลกหน้าไปบ้างก็ตามที

            อย่างที่บอก อาสึชิเป็นยากุซ่า... และเขาเองก็มีพรรคพวกมากมาย ดังนั้นไอชาและเมรินจึงไมได้รู้สึกแปลกแต่อย่างใด

            เวลาที่เหลือเพียงแสนสั้นของอาชิตะทำให้สองสาวปักใจเชื่ออย่างง่ายดาย เมรินพยายามกระพริบตาถี่ ๆ กลั้นน้ำตาที่กำลังไหลมากมายในขณะที่คนกลุ่มนั้นอาสากดลิฟต์ให้ ภาพสุดท้ายที่เธอทั้งสองคนเห็นคือลานจอดรถที่ค่อย ๆ ถูกปิดลงด้วยประตูลิฟต์ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยสัมผัสแปลกประหลาดอันเย็นยะเยือกของผ้าที่โปะไปด้วยยาสลบ คมมีดและกระบอกปืน...

            “ติดกับแล้วล่ะ นังพวกโง่... คราวนี้แหละที่พวกแกจะเป็นตัวประกันชั้นดีให้กับท่านเซยะ”

            ไม่ทันที่ทั้งไอชาและเมรินจะได้พูดอะไร ภาพเบื้องหน้าก็ดับวูบลงไปจนหมด ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่และเค้กวันเกิดที่ตั้งใจจะให้กับทั้งอากิระและอาชิตะหลุดมือร่วงลงพื้นโดยไม่มีใครใยดีในขณะที่พวกเธอถูกชายกลุ่มนั้นอุ้มไปยังสถานที่บางอย่าง

            คนพวกนั้นไม่ได้รู้สึกสนใจเค้กวันเกิดอะไรนั่น... เพราะเขารู้ดีว่าวันเกิดของสองพี่น้องฝาแฝดคือวันที่สองคนนั้นต้องตาย แบบเดียวกับที่เคยเกิดเรื่องวุ่นวายระหว่างเมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน

“และครั้งนี้... พวกมันจะไม่มีโอกาสมีชีวิตต่อไปอีก...”

 

 

            ...

            ตั้งแต่พี่ชายฝาแฝดออกจากห้องไป ภายในห้องพักผู้ป่วยก็เงียบเสียงลง เฮเซลนั่งมองนาฬิกาเรือนใหญ่ภายในห้องเช่นเดียวกับอาชิตะที่นิ่งเงียบ ทุกวินาทีผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ในความรู้สึกของชายหนุ่มนั้นมันคือความหวาดหวั่นมากมายที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีจบสิ้น...

            “...เฮเซลมีพี่น้องหรือเปล่า?”

            “ครับ ?” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย ดวงหน้านั้นเต็มไปด้วยคำถามในขณะที่คนถูกถามได้แต่เหลือบมองด้วยยิ้มจาง

            “...ไม่มีครับ มีรุ่นพี่คนแรกที่ผมรู้สึกเหมือนมีพี่ชาย”

            “อย่างนั้นเหรอ... คือ... ไม่รู้สินะ แต่ก็ต้องมีบ้างใช่ไหมที่เราจะต้องมีสักคนแหละที่เรารู้จักเขาจนรู้ว่าเขาไม่ปกติ...”

            “...?”

            “อ่า... เหมือนกับว่าเราเห็นว่าเขามีเรื่องเครียด ๆ แล้วเขาปิดบังเราอยู่น่ะ” อาชิตะอธิบายด้วยเสียงอ่อน นัยน์ตาอ่อนล้าเหลือบมองโซฟาตัวนุ่มที่อากิระเคยนั่งเฝ้า แม้ในตอนนี้มันจะเหลือไว้เพียงอากาศอันว่างเปล่า

            “อากิระเกิดก่อนพี่ไม่กี่นาที... ตั้งแต่เด็ก ๆ ที่เราอยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกทีแค่มองหน้าก็พอเข้าใจแล้วว่าอีกคนจะสื่ออะไร อีกคนรู้สึกแบบไหน... แต่วันนี้อากิระดูแปลก ๆ ไปนะ ...จะไม่สบายหรือเปล่านะ... หรือว่ามีอะไรที่เขารู้สึกเครียดแล้วไม่อยากบอก”

            เด็กหนุ่มเหลือบมองอาชิตะวูบหนึ่งด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับเมก้าที่นั่งเงียบอยู่ก่อนแล้ว สำหรับทั้งสองแล้ว อากิระที่เคยเห็นคือผู้ชายที่ดูอารมณ์ร้อนเป็นตัวของตัวเองและที่เหนือไปกว่านั้น เขาคือผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเคยอยู่เหนือเซนในฐานะคนรักในช่วงสั้น ๆ

            แต่ในทุกวันนี้...

            “อีกไม่นานฉันพี่ก็จะไปแล้ว ...เมรินก็ยังไม่มาซะด้วยสิ รบกวนเฮเซลไปตามเขามาให้หน่อยได้ไหม...”

            อาจจะดูเป็นคำสั่งไปบ้าง แต่เฮเซลก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เด็กหนุ่มขอตัวเดินออกไปในขณะที่เมก้ายิ้มปลอบอาชิตะที่ดูเป็นกังวล เขาเข้าใจดีเพราะตัวเองก็มีน้องชายเพราะอย่างนั้น...

            คนเป็นพี่ชายก็มักเป็นฝ่ายที่ชอบคิดเสียสละ...

           

 

            ด้านนอกดูเงียบกว่าที่คิดไว้มาก หน้าห้องเหลือเพียงการ์ดอารักขาแค่สองคนส่วนโทมะและคุมะหายไป บนโถงนั่งพักเงียบเชียบไร้ผู้คนหรือแม้แต่นางพยาบาลที่เคยเดินกันขวักไขว่ เฮเซลรู้สึกราวกับว่ามันคือเมืองร้างและบางอย่างที่น่าหวาดหวั่นกำลังจะเกิดขึ้น

            แสงอาทิตย์สีส้มแดงส่องกระทบทางเดินทอดยาวไปจนสุดปลายทางพร้อมกับส่องกระทบเรือนผมยาวสีสว่างของใครบางคนที่ยืนนิ่งอยู่ รอบข้างกายอากิระถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าผู้อารักขา และเฮเซลรู้ดีว่าพวกเขาแท้จริงแล้วคืออะไร...

            “...มารบกวนหรือเปล่าครับ”

            “เปล่า มีอะไรเหรอ?” ใบหน้าของนายเหนือเหลือบมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาสงสัย อากิระกดปิดจอโทรศัพท์ให้มืดลงราวกับไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มเห็น เช่นเดียวกับพวกผู้ติดตามหน้าโหดที่คลายสีหน้าลงแล้วก้มหน้านิ่ง โดยเฉพาะโทมะ
            “อ่า เปล่าครับ แค่รุ่นพี่อาชิตะดูเหมือนจะอยากพูดอะไรกับคุณน่ะครับ เขาให้ผมมาตาม”

            ดวงหน้าซีดของอากิระขมวดคิ้วเข้มราวกับคิดอะไรบางอย่างได้ ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจแล้วยิ้มตอบ “เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะรีบไป”

            เพราะคำตอบรับที่ดูว่าง่าย ทำให้เด็กหนุ่มชื้นใจขึ้นไม่น้อย อากิระหันไปพูดภาษาญี่ปุ่นกับพวกโทมะสองสามประโยค โดยที่เฮเซลก็รู้แก่ใจดี

            อากิระกำลังมีเรื่องอย่างที่อาชิตะคิดเอาไว้ไม่มีผิด...

            แต่อะไรกันล่ะ ?

 

            “...” ตลอดทางที่เดินกลับมาด้วยกันอากิระไม่ได้พูดอะไรสักประโยค นัยน์ตาตี่เล็กดูอ่อนล้าและครุ่นคิดถึงเรื่องบางอย่าง ใบหน้าซีดเซียวลงแถมยังขบเม้มริมฝีปากสีจาง ๆ นั่น โดยมีคุมะที่แอบส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใยกันตามหลังมาด้วย

            เรื่องไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้นอย่างที่เขาสังหรณ์ใจ และบางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเซนเมื่อบ่ายวันนี้...

            “...เอ่อ มีอะไร”

            คนเป็นพี่ชายถามขึ้นกับอาชิตะที่นิ่งเงียบ นัยน์ตาสีนิลอ่อนเหลือบมองคนป่วยด้วยท่าทีสงสัย แม้มันจะซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง

            “นายนั่นแหละ...”

            “ไม่มีอะไร” อากิระตัดบทเบา ๆ เขาเดินเข้ามานั่งเงียบข้าง ๆ น้องชายด้วยท่าทีไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก

          “...เกิดอะไรขึ้นกับพวกเมริน...”

          “อาชิตะนี่นาย!

          อากิระเผลอสบถเสียงออกมาอย่างไม่คาดคิด นี่คือความจริงที่ชายหนุ่มพยายามปิดบังเพราะกลัวอาการน้องชายจะทรุดลง แต่ไม่ใช่...

            อาชิตะดูออกมาตั้งแต่แรกแล้วแบบนั้นหรือ?

            “บอกฉันมาอากิระว่ามันเกิดอะไรขึ้น...”

            “ระ เรื่องนั้น...” เพราะรู้ว่าคงไม่มีทางเลือก อากิระจึงจำพยักหน้า ชายหนุ่มหายใจลึก ๆ พยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติ มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดไม่ให้อีกคนตกใจ แต่เขาก็จำเป็นต้องเสี่ยง

เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว...

“...ไอ้เซนไม่ได้โดนตำรวจจับ ตอนนี้มันจับตัวไอชากับเมรินไปเอาไว้ต่อรองกับพวกเรา มันส่งข้อความมาบอกฉันว่าเราต้องหาเงินให้มันร้อยล้านและทำยังไงก็ได้ให้มันหนีออกจากประเทศให้เร็วที่สุด ไม่งั้นสองคนนั้นจะไม่ปลอดภัย...”

คำพูดมากมายทำให้คนบนเตียงเบิกตาโพลงได้อย่างที่คิดจริง ๆ คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ขึ้นลงภายในจอดูสั่นสั่นไหว และมันบ่งบอกว่าอาชิตะก็กำลังหวาดกลัว

“...”

“ไม่ต้องสนใจฉัน... แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้นายบอกเรื่องนี้กับใครไปแล้วบ้าง?”

“คุณพ่อคุณแม่... แต่ว่าไม่ต้องห่วง เรื่องเงินน่ะคุณพ่อให้คิมูระเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่วิธีพามันหนี... อ่า ไม่ต้องห่วงหรอก สองคนนั่นน่ะฉันจะดูแลเอง นายเองก็เข้าผ่าตัดไป รับรองทุกอย่างจะเรียบร้อย...”

อากิระพูดรัว ๆ ด้วยสีหน้าหวาดกลัวแม้จะข่มความรู้สึกนี้เอาไว้มากมายแค่ไหน ในขณะที่ความโกลาหลมากมายเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว...

“...พวกนั้นจับเมรินกับไอชาไว้ที่ไหน”

“...ดาดฟ้าโรงพยาบาล...”

สถานที่ต่างจากในหนังและละครที่เคยเจอมาทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นนิ่งอึ้งอยู่ในภวังค์ อาชิตะกัดฟันกรอดเสียงดัง เพราะไม่ใช่เพียงความปลอดภัยของทั้งสองสาว แต่ที่นี่...

“มันบ้ารึเปล่า... ที่นี่มีคนป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้อาจจะได้รับอันตรายนะ ถะ ถ้าเป็นงั้น ฉันนี่แหละคนที่ทำให้ทุกคนพลอยซวยไปด้วย!

“...! ไม่เกี่ยว นายต้องนอนรอหมอที่นี่! ฉันเป็นพี่ชายนายฉันจัดการเรื่องแค่นี้ได้!” ฝาแฝดผู้พี่ประกาศกร้าว อากิระมองหน้าน้องชายด้วยแววตาออกคำสั่ง “นายคือคนที่เป็นทางรอดของพวกเรา เราตั้งความหวังกับการผ่าตัดครั้งนี้เอาไว้มาก เพราะอย่างนั้น...”

“...” แววตาที่เคยอ่อนโยนของน้องชายเปลี่ยนเป็นเย็นชา อาชิตะฉายนัยน์ตาเย็นระเยือกมองผู้เป็นพี่ “แต่นายไม่รู้ว่าต้องทำยังไง... คิดเหรอว่าการที่ฉันอยู่ที่นี่จะมีประโยชน์กับนายหรือใคร ๆ จริง ๆ ...ฉันคือเป้านิ่งไม่ใช่หรือยังไง”

“...ระ เรื่องนั้นคือ...”

“ฉันรู้ว่าต้องทำยังไง...” ฝาแฝดผู้น้องยิ้มจาง ๆ อาชิตะเหลือบมองหน้าอากิระด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่มันคือรอยยิ้มร้ายที่สุดที่เขาเคยพบเคยเห็น

อนาคตของคนทั้งหมดตกอยู่ในห้วงวิกฤต และข้อเสนอของอาชิตะที่พูดออกมานั้นทำให้แฝดผู้พี่ถึงกับแทบผงะหงาย ทุกอย่างมีความเสี่ยง และวิธีนี้นั้น...

“อะ เอาจริงเหรออาชิตะ..:! บะ แบบนั้นมันบ้าดีเดือดเกินไปแล้ว!



 

____________________________________

อาจจะกระดึ๊บได้วันละหน่อยนะคะ
ตอนนี้คิดว่าน่าจะเป็นไม่กี่ตอนสุดท้ายแล้วจากที่ตั้งใจให้จบราว ๆ 
ตอนที่ 66 แต่เนื้อหาดันยืด เพราะงั้นอาจจะต้องหั่นแบ่งหน่อยนะคะ
ขอโทษจริง ๆ ค่ะ

ช่วงนี้สำนวนอาจจะไม่สลวยเหมือนตอนแรก ๆ 
ต้องขอโทษด้วยนะคะ เดี๋ยวถ้าอัพจนจบแล้ว
ฮิเมะกับเมล่อนจะแก้สำนวนใหม่และเนื้อเรื่องบางส่วนนะคะ

แต่ว่าคงจะไม่ได้ลบบทความนี้
(จนกว่าสมมติว่าสักวันขายออก #แต่คงไม่มีวันนั้น)

ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาติดตามนะคะ
ดีใจมาก ๆ เลย ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ
ไว้เดี๋ยวจบแล้วจะมาไล่ตอบกันยาว ๆ เลยเนอะ >_<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #317 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:27
    อาชิตะนายจะทำอะไรรรรร0.0
    #317
    0
  2. #316 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:36
    อย่าบอกนะว่าเซนส่งอะไรมาน่ะ =[]=
    #316
    0
  3. #315 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:06
    เย้!!! มาอัพแล้วๆ รีบกลับมาอัพต่ออีกนะคะ
    #315
    0
  4. #314 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 02:12
    รีบๆกลับมาอัพต่อนะคะ พี่อุคิเมล่อนนน~ กำลังสนุกเลยค่ะมันกำลังค้างอย่างแรงงงง!!!...
    #314
    0