CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 78 : [[,,,Chapter 61,,,]] Unfaithful [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ธ.ค. 57

JJ♕



61

Unfaithful

 

            “เรื่องร้าย ๆ ของพวกอาชิตะก็ผ่านไปแล้วสินะ” เสียงใสของหญิงสาวดังขึ้นเหนือยอดตึกสูงระฟ้ายามเย็นแม้เธอเองจะเพิ่งผ่านความวุ่นวายในพิธีหมั้นของว่าที่น้องเขยไปก็ตามที ช่วงเวลาที่ผ่านมาไอชารู้สึกว่าเธอเติบโตขึ้นอย่างมากพร้อมกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

            “...”

            ไม่มีคำตอบใดนอกจากการพยักหน้าน้อย ๆ อากิระละสายตาจากเอกสารบางอย่างและจอคอมพิวเตอร์ส่วนตัวภายในห้องทำงานของผู้เป็นพ่อขึ้นมามองเธอด้วยรอยยิ้ม

            “ฉันดูมีแววจะเป็นผู้บริหารได้ไหม?”

            “...เอ่อ ดูไม่ค่อยน่ะ” ไอชาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งรอชายหนุ่มที่โซฟาตัวนิ่มภายในห้อง อันที่จริงแล้วนี่ไม่ได้อยู่ในแผนที่จะออกมาทานข้าวหลังจบงานหมั้นอาชิตะด้วยกันแม้แต่น้อยหากชายหนุ่มไม่ได้รับสายด่วนจากเลขาของผู้เป็นพ่อซึ่งแจ้งรายละเอียดบางอย่าง

            “อย่างนั้นเหรอ ฮ่ะ ๆ ...โทษทีที่ให้รอนะ ดูเหมือนว่าเรื่องคอนโดที่เซนคืนมาน่ะจะมีคนขอซื้อต่อแหละ จริง ๆ เขาติดต่อมาหลายวันแล้วแต่ฉันเพิ่งมีเวลาจัดการ” เขาอธิบายเสียงเรียบ อากิระตรวจทานเอกสารในแฟ้มอีกครั้งด้วยแววตาไร้ความรู้สึกใด ๆ ทั้งที่มันเป็นของที่เขา...

            “อืม... แล้วนายไม่เสียใจเหรอ?”

            “เรื่อง?”

            คนตัวใหญ่กว่าเลิกคิ้วมอง นัยน์ตาตี่เล็กนั่นหรี่เล็กแสดงความสงสัยจนเธอซึ่งนั่งอยู่ห่างออกมารู้สึกแอบหวาด ๆ ที่จู่ ๆ ก็รื้อฟื้นเรื่องเก่า

            “ก็... มันเคยเป็นของที่นายซื้อให้เซน เป็นที่ที่มีความทรงจำหลาย ๆ อย่าง”

            “เฮ้อ... ความทรงจำเลวร้ายล่ะสิ สิ่งที่อยู่ที่นั่นมันก็มีแค่เรื่องที่ฉันหลอกตัวเองว่าเป็นเกย์ เซนเองก็เหมือนกัน... สู้ขายมันออกไปให้พ้น ๆ แล้วจำแค่เรื่องดี ๆ เอาไว้ดีกว่า ถึงจะขาดทุนก็เถอะ แต่มันก็ดีกว่าเก็บทิ้งเอาไว้เปล่า ๆ รถนั่นก็ด้วย ถ้าขายได้เมื่อไหร่ จะขายขาดทุนหรืออะไรมันก็ดีกว่าที่ฉันจะเก็บเอาไว้แล้วจมปลักกับเรื่องแย่ ๆ พวกนั้น”

            “...” ไม่มีคำตอบใดดังสะท้อนกลับมา หญิงสาวมองเขาอย่างเข้าใจในขณะที่ชายหนุ่มตัดสินใจพูดต่อพลางจิบชาอุ่น ๆ ซึ่งเริ่มเย็นเฉียบเพราะอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งเอาไว้ภายในห้องด้วยการตกแต่งให้กลมกลืนและเรียบหรู

            “พรุ่งนี้สาย ๆ ฉันคงไปส่งเธอสอบแล้วค่อยกลับมาจัดการสัญญาขาย คิดว่าทำคนเดียวก็คงเสร็จมันจะได้จบ ๆ เรื่องไปซักที จากนั้นก็ต้องหาแมว เพราะแม่บ้านที่ทำความสะอาดคอนโดโทรมาบอกหลายครั้งแล้วว่าแมวโดนทิ้งเอาไว้ เซนไม่ได้เอาไปด้วยแล้วเขาเองก็เลี้ยงดูไม่ไหว...”

            “หืม? แมว?” เสียงใสของไอชาเอ่ยทวนซ้ำ นัยน์ตาคู่งามจ้องใบหน้าซีดของชายหนุ่มอย่างสงสัย

            “หึงรึไง? จริง ๆ ก็เป็นแค่แมวที่เซนมันเคยอยากได้น่ะ ฉันเลยพามันไปซื้อแล้วก็เลี้ยงไว้ที่คอนโด แต่เซนก็ย้ายออกไปแล้วแถมไม่ได้เอาไปด้วย มันไม่มีอาหารกิน ก็คงออกลักของข้างห้องนั่นแหละ” เขาอธิบายแล้วพ่นลมหายใจยืดยาว

            “อา อืม นั่นสินะ... ละ แล้วนายจะทำยังไงต่อไปล่ะ? ...จะเอามาฆ่าทิ้งรึเปล่า?”

            “ฮ่ะ ๆ บ้า! เห็นว่าเป็นยากุซ่าแล้วต้องเถื่อนไปซะทุกเรื่องรึไงกันไอชา? ฉันน่ะก็คงเอามาเลี้ยงเองนั่นแหละ บ้านก็ออกจะกว้าง แมวตัวเดียวคงไม่ได้ทำให้เดือดร้อนกันเท่าไหร่หรอก อีกอย่าง ต่อให้แมวจะเป็นของเซน แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะต้องเกลียดมันเหมือนที่ฉันเกลียดเจ้าของมันซะหน่อยนี่นะ”

            ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้ม อากิระหยุดพักที่จะพูดต่อชั่วครู่เพื่อดื่มชาให้หมด ในขณะที่เขาเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาและรอยยิ้มของเธอที่มองเขาอยู่ตลอด

            “นายเองก็เปลี่ยนไปมากนะ...”

            “ฉันเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก... แต่เอาเถอะเนอะ  นั่งรวบรวมเอกสารครบหมดแล้ว เมลล์ก็ได้รับการตอบกลับแล้วด้วย งั้นเราสองคนไปกินข้าวกันดีกว่า ...จริง ๆ น่ะ วันนี้อยากกินอาหารไทยมากเลย”

            “กินเป็นด้วยเหรอนายน่ะ?” ไอชายิ้มแล้วหัวเราะร่าในขณะที่คนตัวสูงกว่าอย่างอากิระวางมือเบา ๆ ขยี้ผมเธอ

            “ก็ฝึกไว้ไง อีกหน่อยก็จะแต่งงานกับคนไทย ...แต่เอาเถอะ ฉันกินมาม่าเป็นแล้ว ถึงเธอจะทำกับข้าวห่วยแตกแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ ๆ”

            “หนอย...! เคยกินแล้วรึไง”

            มือเล็กไล่ตีไหล่กว้างนั้นเบา ๆ ภายในทางเดินหน้าห้องทำงานของอาสึชิซึ่งเป็นถึงประธานบริษัทแห่งนี้ ขนาดตึกสำนักงานสูงเฉียดฟ้านับหลายสิบชั้นนั้นสะท้อนแสงแดดยามตะวันใกล้ลับขอบฟ้าไปเต็มทีเหนือมหานครเมืองใหญ่ที่เข้าสู่ฤดูหนาวหนักในรอบหลายปี

            ความยิ่งใหญ่และเงินทุนมหาศาลของเครือบริษัทในตระกูลอาคิโมโตะนั้นเจริญเติบโตและเป็นที่รู้จักได้เพียงเวลาไม่กี่ปีจากรุ่นของอาสึชิที่ปลุกปั้นขึ้นมาด้วยมือตนเอง และในอนาคตอันใกล้มันจะถูกถ่ายทอดให้กับอากิระซึ่งเป็นทางรอดเดียวของครอบครัวที่จะเข้ามาดูแลทุกอย่างภายในกิจการ

            แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น ภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่งของทายาทยากุซ่าหนุ่ม ข้อความตอบกลับที่นั่งอ่านเมื่อครู่นั้นมันกลับยิ่งทำให้ความกังวลมากมายเอ่อล้นอยู่ภายในจิตใจ

            ...

            เขาและน้องชายฝาแฝดเอาข้อมูลการค้ายาเสพติดและหลักฐานการกระทำความผิดของมาเฟียข้ามชาติอย่างเซยะและคนใกล้ตัวเขาอย่างเซนไปเผยแพร่ให้กับตำรวจ... เท่ากับว่าอากิระนั้นคือคนทรยศที่เซนสมควรโกรธแค้นมากที่สุด

            หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน...

            หากเซนไหวตัวทัน...

            หากมีคนที่ ทรยศและเป็นพวกพ้องเซยะอยู่ใกล้ ๆ เขาในตอนนี้...

            มันก็คือการขว้างงูที่ไม่พ้นคอตัวเอง หากพลาดขึ้นมาแล้วล่ะก็...

 

            ไม่ใช่แค่ตัวเองหรือน้องชายฝาแฝดที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ แต่อาจจะรวมไปถึงคนที่เขารักอย่างเช่นไอชาเองก็ได้...




 

 

            [ช็อควงการ! ภาพหลุดเพียบ! เซน ภีมวัจน์ และอดีตคู่ขา ไฮโซหนุ่มลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น]
            พาดหัวข่าวซุบซิบบนอินเตอร์เน็ตถูกแสดงอยู่บนจอโทรศัพท์มือถือของร่างสูงสง่าซึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวกว้างภายในห้องพักในขณะที่เรียวปากหนานั้นค่อย ๆ พ่นควันบุหรี่สีจางออกมาอย่างหมดอารมณ์...

            [เรียกได้ว่าเป็นประเด็ดร้อนของดาราดาวรุ่งอย่างหนุ่มเซน ภีมวัจน์ ปัญญฤทธิ์เดชาที่พักหลัง ๆ นั้นเริ่มมีข่าวลือหนาหูว่าเจ้าตัวนั้นเคยมีคบหาระหว่างเพศเดียวกันกับ อากี้-อากิระ อาคิโมโตะ ไฮโซชั้นแนวหน้าของเมืองไทยที่เพิ่งเปิดตัวแฟนสาวอย่างเป็นทางการกับคุณไอชา-ศุภิสรา นฤพัฒน์พลากร ลูกสาวคนเดียวของท่านศรุต นฤพัฒน์พลากร ผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติในงานหมั้นสุดหรูของน้องชายฝาแฝดที่จัดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันนี้

            สำหรับข่าวนี้นั้นค่อนข้างมีแหล่งที่มาซึ่งเชื่อถือได้ถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของหนุ่มเซนและคุณอากิระ ซึ่งก็มีข่าวมาอีกว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ของคุณอากิระเมื่อช่วงกลางปี ซึ่งไร้ผู้กระทำผิด ทำให้ขณะนี้กลุ่มแฟนคลับของหนุ่มเซนเองกำลังขุดคุ้นประวัติของเขาเป็นการด่วน ซึ่งถ้าหากได้ข้อเท็จจริงเพิ่มขึ้นเมื่อใดนั้นหัวข้อที่เคยดราม่ากันคราวก่อนเรื่องที่ไฮโซอาชิตะ แย่งแฟนสาวของหนุ่มเซนไปนั้นก็จะชัดเจนขึ้นด้วย ซึ่งดูจากข้อมูลที่เรามีกันในตอนนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเมื่อดาวรุ่งหนุ่มกำลังพูดไม่ตรงกัน ไม่แน่ว่าตอนท้ายนั้นคดีเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แบบหลายเส้านี่จะมีคดีพลิกและดราม่าอยู่ลึก ๆ ก็ได้]

            “บ้าฉิบ...” เซนสบถเบา ๆ ก่อนจะกวาดสายตาอ่านข่าวตรงหน้าอย่างไม่พอใจนัก ไม่ใช่เพราะว่ามันกล่าวหาอะไรเขา หากแต่เป็นกลายเป็นว่ามันกำลังจะเอาความจริงของเขาและอากิระมาพูดต่างหาก ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนั้น...

            “บัดซบที่สุด!

            หมอนอิงใบใหญ่ถูกทุ่มลงพื้นอย่างไม่ใยดี เซนกระทืบเท้าปึงปังคนเดียวด้วยไฟแค้นที่สุมไหม้ในอก ภายในมือถือเครื่องใหม่นั้นมีแต่ภาพของเขาและอากิระที่เจ้าตัวไม่อาจจะลืมลงได้ อากิระสำหรับเขาตอนนั้นคือตู้กดเงินชั้นดีแต่ในตอนนี้นั้น มันผู้นั้นกลับเป็นคนที่เขาเคียดแค้นจนอยากควักเอาหัวใจออกมาเป็นที่สุด

            ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วที่อากิระและอาชิตะอยู่สูงกว่าเขา เด่นกว่าเขาในทุกเรื่อง ทั้งการเรียนและโอกาสในการที่จะศึกษาต่อ ในขณะที่เขาไม่มีอะไรเลยสักอย่าง พอได้คบกับอากิระเซนก็ยิ่งต้องพัวพันกับอาชิตะ ยิ่งได้รู้ว่าเขาไม่มีวันที่จะถมทับความห่างชั้นระหว่างเขาและฝาแฝดคู่นี้ลงได้

            จนตัวเองมาเป็นลูกน้องของมาเฟีย ก็ดันต้องมารับรู้เรื่องบ้า ๆ อีกว่าอากิระและอาชิตะจริง ๆ เป็นลูกชายและสายเลือดของเจ้าพ่อยากุซ่าที่ตัวเองไม่มีวันข้ามหัวไปได้...

            ทุกสิ่งทุกอย่างมันบีบคั้นให้เขาต้องอยู่ในฐานะผู้แพ้มาตั้งแต่แรก... โดยเฉพาะวันนี้ วันที่เมรินกลับกลายเป็นของอาชิตะโดยสมบูรณ์...

            “...”

“...เรียกไปกินข้าวด้วยกัน ทำไมไม่ไป”

            เสียงเย็นของใครดังขึ้นที่ประตูห้อง เซนเหลือบมองก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่สบายใจนักหากต้องอธิบายเรื่องยืดยาว

            “ผมไม่ค่อยอยากกิน”

            “ทำไม?”

            ชายหนุ่มเหลือบมองผู้มาใหม่อย่างระอา เซนพ่นควันบุหรี่สีจางออกจากปากอย่างเหนื่อยหน่าย “ช่วงนี้กระแสไม่ค่อยดี แถมมีคนเริ่มจะขุนคุ้ยที่ผมคบกับอากิระ อีกอย่างวันนี้น้องเมรินก็หมั้นกับไอ้ขี้โรคนั่นเสียข่าวใหญ่ข่าวโตเลยนี่”

            “คงไม่ได้อิจฉาเขาใช่ไหม?”

            “...มันเลยจุดนั้นมานานแล้วล่ะครับ สิ่งที่ผมต้องการในตอนนี้เหลือแค่อย่างเดียว... คือการได้เห็นพวกมันตาย ถ้าเอาชนะกันตอนมีชีวิตไม่ได้ ผมก็อยากให้มันตาย ๆ ไปซะ” เซนพูดขึ้นเบา ๆ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่น สายตาของเขามองดูภาพของอากิระและอาชิตะภายในโทรศัพท์มือถือด้วยความเกลียดชังเต็มที

            “...อืม ถ้านั่นคือความปรารถนาของเธอ ฉันคนนี้จะทำให้มันเป็นจริงเอง” เซยะยิ้มปลอบ มือใหญ่กร้านซึ่งจับปืนมามากมายค่อย ๆ ไล้ลูบเรือนผมของเซนอย่างแผ่วเบา โดยไม่อาจจะพูดไปว่าทั้งหมดนั้นมันเพื่ออะไร

            “...ไม่ใช่เรื่องอะไรของคุณไม่ใช่เหรอครับ ทำไมต้องทำเพื่อคนอย่างผมขนาดนั้น ...กำลังหวังอะไรหรือเปล่า?”

            “...” ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากใบหน้าเรียบนิ่งของเซยะ ชายสูงวัยกว่าถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในขณะที่เขาตัดสินใจออกไปด้านนอกโดยทิ้งท้ายเพียงคำพูดปริศนาภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

            “...”

            เซนมองไล่หลังชายสูงวัยกว่าไปอย่างไม่เข้าใจ ชายหนุ่มทิ้งก้นบุหรี่ที่ใกล้หมดเต็มทีก่อนจะเดินออกไปมองท้องฟ้าสีดำสนิทด้านนอก ดวงดาวที่มีถูกกลบไปด้วยแสงไฟจากเมืองใหญ่เหมือนเช่นเขาในตอนนี้...

            ไม่รู้หรอกว่ามันคือทางที่ถูกหรือเปล่า แต่ชีวิตคนไม่ใช่นิยาย ถ้าไม่พยายามให้ตาย ถ้าไม่เสี่ยงอะไรเลย เขาคงไม่มีวันไปถึงในจุดที่อาชิตะและอากิระอยู่... และเพราะเชื่อว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาที่ต้อยต่ำ เขาจึงต้องทำทุกทางให้มีศักดิ์และศรีเท่ากับมังกรหนุ่มทั้งสองที่กำลังจะครอบครองทุกอย่าง

            สำหรับเขาในตอนนี้... ก็มีเซยะอาสาเข้ามาจัดการทุกอย่างให้ ก็ถือว่าไม่เลวนักหรอก







 

 

            วันรุ่งขึ้น...

            ล้อแมกซ์อัลลอยด์อย่างดีของโตโยต้าพรีอุสสีแดงสดแล่นลัดเลาะเข้ามาในเขตมหาวิทยาลัยเมฮิเมะอีกครั้งตั้งแต่เช้าตรู่ บรรยากาศวันสอบปลายภาควันแรกนี้ดูคึกคักอย่างมาก ทั่วทุกสารทิศมีแต่รถยนต์ที่เริ่มเคลื่อนกันเข้ามาไม่ขาดสาย

            “อ่านหนังสือในรถรู้ไหมว่าเสียสายตา” เสียงเนิบนาบแต่ยั่วประสาทของสารถีจำเป็นดังขึ้นเบา ๆ ในขณะที่เขานั่งนิ่งรอรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ นัยน์ตาตี่เล็กนั่นเหลือบมองไอชาที่ก้มหน้าก้มตาอ่านสมุดที่เจ้าตัวจดสรุปอยู่เบาะข้างคนขับ ส่วนด้านหลังเป็นเมรินที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอ่านเอกสารประกอบการสอนไม่ต่างกัน

            “พูดมากน่า”

            “อ้าว นี่ก็เรื่องจริง” อากิระเบ้ปาก ชายหนุ่มเหลือบมองสายตาค้อนของแฟนสาวอย่างชอบใจในขณะที่เลี้ยวรถเข้าไปทางอาคารของคณะบริหาร

            “นี่ ส่งตรงข้างหน้านี่ก็ได้”

            “ตรงโต๊ะม้าหินข้างหน้าใช่ไหม?” ชายหนุ่มทวนถามอีกครั้งก่อนจะชะลอความเร็วลง รถยนต์คันใหญ่จอดเทียบไปกับขอบฟุตบาทในพร้อมกับไอชาที่เปิดประตูออกไปอย่างเร่งรีบเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก

            “เลิกกี่โมง? ฉันจะแวะมารับ วันนี้ห้ามกลับเอง”

            “อ่า ประมาณบ่ายสาม” เธอตอบก่อนออกไปอย่างเร่งรีบ อากิระเหลือบมองเรือนร่างเล็กของเธอไล่หลังไปด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นกระโปรงสั้นของเธอก็ถูกเปลี่ยนเป็นพลีทยาวเกือบถึงตาตุ่ม แต่ดูแบบนี้แล้วเขารู้สึกว่าเธอดูเรียบร้อยและน่าหลงใหลขึ้นมากกว่าเก่า

            “มันไม่ใช่แค่ฉันที่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น แต่เธอเองก็เหมือนกันสินะ...”

            “...”

            “...นี่ ถ้าไม่ไปส่งฉันจะเดินไปเองก่อนนะ?” เสียงใสของน้องสะใภ้ดังขึ้นเบา ๆ หลังจากที่ชายหนุ่มเดินกลับมาที่รถ ว่าทีคุณหมอมองหน้าเขาด้วยสายตายียวนจนเจ้าตัวอดที่จะหัวเราะไม่ได้

            “ไม่ห้าม แต่ไม่รับประกันว่าจะไปสอบทัน”

            “แหม...” เมรินเหลือบมองคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจ เธอเองก็ไม่คิดมาก่อนเหมือนกันว่าท้ายที่สุดแล้วเธอและอากิระที่ดูจะไม่มีทางญาติดีกันกลับมาสนิทสนมกันถึงขนาดนี้ได้ และทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะความอดทนและพยายามของอาชิตะที่เชื่อมโยงคนทั้งหมดกลับเข้ามาหากันอีกครั้ง...

            “ได้ข่าวว่าอาชิตะยกสมบัติให้เธอเยอะนี่” อากิระแกล้งเปรยขึ้นมาเบา ๆ

            “ไม่ได้ถามว่าฉันอยากได้มากมายขนาดนั้นหรือเปล่า” เมรินตอบเบา ๆ นัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านไปเมื่อไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ

            “รถยนต์ที่ใช้อยู่ประจำ... เงินอีกเก้าร้อยล้าน...” อากิระไล่เบา ๆ ด้วยรอยยิ้มในขณะที่เมรินถอนหายใจอย่างอ่อนแรง

            “...นายนั่นไว้ใจฉันมากไป ไม่กลัวฉันชิ่งเอาสมบัติไปแล้วทิ้งนายนั่นเอาไว้หรือไงนะ”

            “บ้า... อาชิตะเห็นโง่ ๆ แบบนั้นแต่มันดูออกนะว่าใครกันที่ดีกับมัน แม้แต่ฉันเองก็ดูออกว่าเธอไม่มีทางทิ้งมันเอาไว้ เธอเป็นคนดีมาก ก็ขนาดมันป่วยขนาดนั้นเธอยังเลือกที่จะอยู่กับมันเลยนี่นะ” อากิระพูดขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนนั่นแวบหนึ่งที่เขาเองก็ดูเหมือนกับน้องชายฝาแฝด

            “ไม่เท่ากับสิ่งที่เขาทำหรอก... ว่าแต่แล้วเรื่องนายล่ะ จากนี้จะเป็นยังไงต่อ?”

            “...ก็ฉันดรอปเรียนไปแล้วเพราะเรื่องอุบัติเหตุ ขาดเรียนเกิน แถมร่างกายตอนนั้นก็ต้องพักฟื้น จากที่ว่าอาจจะเรียนจบเทอมนี้ ก็คงเลื่อนเป็นเทอมหน้าน่ะ... อาชิตะก็เหมือนกันจริง ๆ มันเหลือแค่เทอมนี้ก็จะเรียนจบแล้วนะ”

            เมรินหลุบตาลงอย่างสงสารในขณะที่อากิระค่อย ๆ ขับรถฝ่าการจราจรที่ติดแน่นไปด้านหน้าเรื่อย ๆ ชายหนุ่มคิดถึงอนาคตทางการศึกษาที่ผิดแผนไปหมดอย่างอ่อนล้า แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว...

            “พวกนายคงพยายามกันมามาก ฉันเองก็เหมือนกัน... จะพยายามเรียนให้จบไว ๆ จะได้ดูแลอาชิตะ... เอ้อ! แล้วก็นายด้วย คนป่วยปากแข็ง...” เสียงน้องสะใภ้ใสมาจาเบาะหลังจนอากิระถึงกับขมวดคิ้วหนา ชายหนุ่มชะลอความเร็วแล้วจอดลงตรงหน้าตึกคณะแพทย์ที่เริ่มมีนักศึกษาพลุกพล่าน

            “พูดจาล้อปมด้อยแบบนี้ลงรถไปเลยไป!

            “ก็ถึงแล้วไม่ใช่หรือไง ไม่ไล่ก็ลงอยู่แล้วล่ะ ฮ่ะ ๆ” เมรินทิ้งท้ายก่อนลงไปด้วยอารมณ์ขัน แม้คำพูดพวกนี้จะเป็นสิ่งที่อากิระคิดมาตลอดชีวิตว่าคนอื่นต้องการตอกย้ำตัวเองที่มีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นเมรินนั้น... มันคือแสงแห่งความหวัง

            อากิระวนรถกลับโดยไม่ลืมที่จะต้องกลับมารับสองสาวในตอนเย็น ชายหนุ่มตรงดิ่งหมายจะกลับไปจัดการเรื่องคอนโดมิเนียมที่กำลังจะขายต่อให้เสร็จสรรพไปทีในขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น เมฆดำที่ครอบคลุมอาคิโมโตะกุมิมานานก็เริ่มเคลื่อนไหว...

 

 

            รองเท้าส้นสูงสีทองประดับคริสตัลเม็ดใหญ่เหยียบย่างไปบนพรมสีแดงภายในห้องรับรองหรูหราของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ตลอดทางที่หุ่นระหงนั้นเหยาะย่างไปมีเหล่าผู้รักษาความปลอดภัยมากมายก้มโค้งคำนับให้กับเธอ

            ชุดเดรสแหวกอกลึกสีครีมเนื้อผ้าชีฟองปลิวชายไสวไปตามแรงเดินจนท้ายที่สุด สตรีผู้สูงส่งผู้นั้นก็หยุดลงที่หน้าห้องรับรองอันเป็นเอกเทศด้านใน

            “...” ไม่มีคำพูดใดจากเรียวปากสวยที่แต่งแต้มสีนู้ดอ่อน ๆ ที่เผยอยิ้มมองผู้ที่อยู่ด้านในอยู่ก่อนแล้ว ชายวัยกลางคนผู้นั้นผายมือให้เธอนั่งลงพักพร้อมกับที่ไล่เหล่าลูกน้องออกไปด้วยสายตา

            “นึกว่าจะไม่ยอมออกมาพบกันแล้วซะอีก...”

            “ฉันเป็นคนพูดคำไหนก็คำนั้นค่ะ” เธอผู้นั้นตอบเสียงเรียบก่อนจะเหลือบมองเงาสะท้อนของตนภายในกระจก

            “คุณยังสวยเหมือนก่อนเลยรู้ไหม อารดา...”

            “พูดธุระของเรามาก่อนดีกว่าค่ะ” อารดายิ้มตอบเบา ๆ เธอเหลือบมองเซยะที่โน้มตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะค่อย ๆ ปัดเขาออกไปด้วยท่าทีไม่ได้ใจร้อน คุณแม่ยังสาวสังเกตเห็นและรับรู้ได้ดีว่าเซยะไม่อาจจะละสายตาออกไปจากเรือนร่างของเธอ สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเสน่หานั่นยังคงเหมือนกับเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนไม่มีผิด แม้ในตอนนี้ทั้งสองต่างมีครอบครัวเป็นของตัวเอง

            “เด็กที่ชื่ออาชิตะเป็นอย่างไรบ้าง?”

            “...ทรุดลงแล้วค่ะ ความดันตกลงมาก ตั้งแต่จบงานหมั้นเมื่อวานก็นอนหลับมาตลอด”

“...คิดว่าจะพอทนไหวได้ถึงตอนไหน ผมมาคิดดูแล้ว เด็กทั้งสองคนนั่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความผิดที่อาสึชิทำ... แถมตอนนี้ก็ยังต้องมาเผชิญโรคร้ายรักษาไม่หายอีก ผมอยากช่วยให้แกได้ผ่าตัดและรักษาให้ดีกว่าต้องนอนรอความตายแบบนี้ไปเรื่อย ๆ” เซยะเริ่มอธิบาย เขานั่งลงตรงข้าง ๆ กับอารดาที่นิ่งเงียบนึกถึงภาพลูกชายที่นอนไม่รู้สึกตัว

“...”

“ถ้าคุณรับข้อเสนอที่จะกลับมาเป็นของผม ผมก็จะรับเด็กสองคนนั้นเข้าตระกูลสุมิมูระ หากแกสองคนไม่ได้ใช้นามสกุลอาคิโมโตะ บางทีการทำวีซ่าเข้าอเมริกาเพื่อรักษาตัวอาจจะได้ก็ได้... เพราะคุณเองก็รู้ดีว่าอเมริกาสแกนพวกยากูซ่าเข้าประเทศขนาดไหน”

อารดาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอยังคงนึกถึงภาพลูกชายคนเล็กจนเซยะนั้นค่อย ๆ โอบกอดเรือนร่างนั้นเอาไว้เบา ๆ

“...แล้วคุณอาสึชิล่ะคะ”

“ก็ส่งเขาไปอยู่กับอาคิโมโตะ ฮิโรชิไงล่ะครับ”

คำตอบนั้นทำให้ร่างเล็กกว่าของอารดาเบิกตาโพลง เธอเหลือบมองเซยะด้วยใบหน้าไม่อยากเชื่อมาก่อน

“อาสึชิคือเจ้านายที่ชุบเลี้ยงคุณขึ้นมาจากกองเศษดิน!” เธอประกาศ “ทำไมถึงเป็นคนที่คิดอะไรได้โหดเหี้ยมขนาดนี้กัน...”

“หนึ่งชีวิตของพ่อ แลกกับลูกชายสองคน... คุณหญิงลองคิดดูดี ๆ ไม่เพียงแต่อาชิตะจะได้ผ่าตัด แต่อากิระที่ยังไม่หายเองก็จะ... คุณรู้ดีว่าเด็กสองคนนี้จะดูแลอาคิโมโตะกุมิต่อไปได้ แต่หากเป็นอาสึชิ ไม่นานก็สูญสิ้น ลูกชายก็จะพากันอายุสั้นไปหมด” เซยะอธิบายด้วยรอยยิ้มลึกล้ำ เขาค่อย ๆ ลูบแขนอารดาอย่างปลอบโยนแม้ในใจแล้ว เขาจะกำลังโน้มน้าวเธอก็ตาม

“...”

“เซนลูกชายของผม...ก็จะมีน้องชายที่เป็นฝาแฝดกัน”

“ฉันไม่คิดว่าเซนจะญาติดีกับอาชิตะหรอกค่ะ...” อารดาตอบสั้น ๆ ก่อนจะหยิบกระเป๋าทำท่าเดินหนี แต่แย่หน่อยที่เธอถูกเขาฉุดข้อมือเอาไว้ได้เสียทัน

...!

“คุณไม่มีสิทธิ์เดินหนีผมอารดา! การที่คุณมาถึงนี่มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าคุณคือนางพญาจอมทรยศของอาคิโมโตะ! หากคุณกลับไป หากอาสึชิรู้เรื่องเข้า ไม่เพียงแต่คุณ แต่อาจจะรวมถึงสายเลือดของคุณที่ไหลเวียนอยู่ในร่างไอ้เด็กแฝดนั่นด้วยที่จะไม่ปลอดภัย!

“...” อารดาขมวดคิ้วไม่พอใจ เธอรู้ดีว่ามันคือกับดัก เซยะนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ก็คิดจะเอาความรักของแม่และลูกมาเป็นข้อต่อรองอยู่แล้ว

“เป็นของผมดีกว่าเพื่ออนาคตที่ดีของเราและลูกชายของคุณ อากิระและอาชิตะจะเป็นน้องชายที่ดีของเซนได้ ผมสัญญา”

“...แล้วฉันต้องทำอย่างไรบ้างคะ ?”

อารดาถามขึ้นเบา ๆ ในขณะที่เซยะยิ้มกรุ้มกริ่ม เขาค่อย ๆ เลือนกายเข้าไปใกล้กับเธอพร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังเบา ๆ ข้างหูของเธอถึงวิธีการอันแยบยลนี้...

และเขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะทำให้เขาขึ้นไปสู่จุดที่เหนือกว่าอาสึชิใคร ๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก... ส่วนอาชิตะและอากิระก็จะเป็นเพียงตัวหมากที่ถูกเก็บและตัดสินให้ตายโดยที่อารดาไม่มีวันรู้...

ใช่แล้ว... เขาและเซนกำลังจะเป็นผู้ชนะ

            

 

 

อารดาเดินออกมาจากโรงแรมอีกครั้งด้วยท่าทีไม่พอใจเท่าใดนัก เธอไม่คิดว่าวิธีการที่เซยะเสนอมานั้นจะเป็นวิธีถูกต้อง เพียงแต่แค่คิดว่าตอนนี้เธอก็กลายเป็นคนทรยศไปแล้วจริง ๆ ไม่มีวิธีอื่นที่ดีไปกว่านี้แล้วหรือยังไงกัน...

“...”

เธอก้าวเดินมาจนถึงบริเวณที่จอดรถ มือเล็กควานหากุญแจปลดล็อกรถยนต์หรูส่วนตัวในขณะที่จู่ ๆ ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็เข้ามาครอบคลุมไปทั่วเรือนกายพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่หยุดยืนด้านหลัง

“...”

นัยน์ตาตี่เล็กสีดำสนิทเหลือบมองเธอด้วยท่าทีที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ ใบหน้าขาวจดจ้องมองมาที่เธอตั้งแต่หัวจรดเท้าจนอารดารู้สึกว่ามังกรตัวใหญ่ตรงหน้ากำลังจะเผาไหม้ทุกสรรพสิ่งรวมทั้งตัวเธอเองก็ได้

ร่างกายกำยำใต้ชุดสูทเรียบปกปิดรอยสักที่สลักความน่าเกรงขามกลางแผ่นหลัง อาสึชิถอนหายใจแผ่วเบาระงับความรู้สึกก่อนจะจับข้อมือเล็กนั่นลากเดินไปตามทาง

“คุณคะ!

“...กลับกับผม” เขาบอกก่อนจะลากพาเธอไปยังรถยนต์หรูส่วนตัวที่ขับมาเพียงคนเดียว ผู้เป็นสามีเปิดประตูเข้าไปด้านในโดยไม่มีคำพูดใดอื่นก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งให้รถออกจากตัวอาคารไปอย่างรวดเร็ว

เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มานานมากแล้ว...

“...” อารดาไม่กล้าพูดอะไรต่อบนรถที่ทะยานความเร็วไปข้างหน้า อาสึชิพาเธอออกมาตามถนนเลี่ยงเมืองสายใหญ่ในขณะที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาต้องการที่จะไปที่ไหน...

“ไอโกะ...”

“...” อารดาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองสามีของตน อาสึชิไม่ได้เรียกชื่อเธอแบบนี้มานานมากตั้งแต่อากิระและอาชิตะเกิดมา ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขานั้นกำลังเดือดดาลในใจมากแค่ไหน อาสึชิกลายเป็นคนที่เธอไม่รู้จักไปในเวลาไม่ถึงชั่วโมง...

สมแล้วกับที่เขาเป็นราชาเหนือเหล่ายากุซ่าที่ถูกเรียกกันว่าอันธพาลและผู้มีอิทธิพล

“...ทำไมต้องทรยศผมด้วย?”

“...”

เขาทายถูกมาก่อนแล้วว่าเธอจะต้องไม่พูดอะไร อารดาหลุบตาไม่กล้าสู้หน้าสามี ตอนนี้เธอทำได้เพียงเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง

“...คุณไม่ได้กำลังนอกใจผมใช่ไหม?” น้ำเสียงเรียบถามต่อ อาสึชิไม่ได้มองเธอแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่นั้นมองถนนที่โล่งเบื้องหน้าก่อนจะจอดรถลงข้างทางที่เป็นทุ่งหน้าในเขตนอกเมืองที่เงียบสงบราวกับไม่ต้องการให้ใครสักคนในอาคิโมโตะกุมิตามเขาและเธอมาได้ยินเรื่องแบบนี้...

“ไม่ใช่นะคะ!

“งั้นก็บอกมาสิ...ว่าเรื่องอะไร ถ้าไม่ยอมบอกละก็...จะให้ผมกลับไปลากคอเซยะมันมาเค้นคอถามให้รู้เรื่องเองเอาไหม?” น้ำเสียงของผู้เป็นสามีเกี้ยวกราดขึ้นมากกว่าเก่าแม้เขาจะพยายามระงับอารมณ์อยู่ก็ตามที

“อย่านะคะ! เดี๋ยวนี้คุณก็รู้ว่าเซยะมันกำลังรวบรวมพรรคพวก มันแข็งแกร่งกว่าสมัยที่เรามีอากี้กับอาชิใหม่ ๆ นะคะ... ไหนจะลูกชายของมันอีก...” เธอเล่าด้วยเสียงสั่น แต่อาชิสึกลับนิ่งเงียบ

“...คุณรู้ดีว่าพวกนั้นไม่คณามือผมหรอก แต่ถ้าไม่ให้ถามมันแล้วคุณจะให้ผมทำยังไง? บอกมาสิว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่...” ผู้เป็นสามีถามซ้ำในขณะที่เธอยังคงร้องไห้ออกมาเหมือนคนเป็นบ้า อารดาหวาดกลัวเขาเหลือเกิน ความกลัวทุกอย่างบีบเค้นหัวใจของเธอจนแทบแหลกสลาย เธอบอกเขาไม่ได้จริง ๆ ว่าทำไม...

ทำไมกันที่เธอต้องกลายเป็นหญิงชั่วสองใจในสายตาของเขา

“คะ คือ...”

“บอกผมมาเถอะ...” เขาพูดซ้ำ

“...ทั้งหมด... กะ ก็เพราะว่า...”

อารดากลั้นใจหวังสารภาพบาปทุกอย่างออกมาจนหมดกับมังกรดุ หากแต่จู่ ๆ ผู้เป็นสามีก็ต้องชะงัก นัยน์ตาตี่เล็กเบิกโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นสายเรียกเข้าจากโรงพยาบาลที่อาชิตะกำลังรักษาตัวอยู่

ใบหน้าลูกชายที่นอนสลบไสลไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่เมื่อวานแวบเข้ามาในสมองผู้เป็นพ่อ พร้อมกับลางสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก

ผู้เป็นสามีพูดสายด้วยใบหน้าเป็นห่วงลูกชายคนเล็กในขณะที่อารดาเองก็มองด้วยความเป็นห่วงทั้งคราบน้ำตา หากเป็นเรื่องของอาชิตะละก็... เธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าเธออยู่ไม่ได้แน่นอนหากว่าลูกชายคนเล็กจะเป็นอะไรไปตอนนี้

“วะ ว่าไงนะครับ! ...ครับ! ผมจะรีบกลับไปดูแกเดี๋ยวนี้ ยังไงก็ช่วยแกด้วยเถอะครับ...”

อาสึชิโพล่งเสียงออกมาแบบคนลืมตัวก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกลับไปที่โรงพยาบาลเพราะข่าวร้ายนั่น... แม้เพียงวินาทีเดียวก็อาจจะช้าเกินไปแล้วสำหรับหนึ่งชีวิตที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ประสานหัวใจของเขาและภรรยาเอาไว้ด้วยกัน...






 

----------------

หายหน้าไปนานมาก ขอโทษจริง ๆ นะคะ
ก่อนหน้านี้ฮิเมะมีเรื่องสอบเข้ามาทำให้ไม่สามารถอัพนิยายได้เท่าที่ควรจะเป็น
แต่จากพรุ่งนี้ไปก็จะว่างแล้วค่ะ ฮิเมะจะพยายามให้พาร์ทนี้จบลงอย่างไวที่สุด
และที่สำคัญวันนี้คือวันที่ 21 ธันวา เป็นวันเกิดของอากิระกับอาชิตะ
เป็นวันทที่จบจริง ๆ ในเรื่อง จริง ๆ อยากปั่นให้จบวันนี้แต่ไม่ไหวจริง ๆ 
ยังไง ขอโทษในความล่าช้านะคะ

หลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนรีไรท์โดยฮิเมะกับพี่เมล่อนนะคะ
พร้อม ๆ กับเขียนภาคต่อ :D

 

 

337 ความคิดเห็น

  1. #312 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 00:59
    ปัญหารุ่นเล็กเพิ่งจบไป ปัญหารุ่นใหญ่ก็มา ต่อด้วยปัญหารุ่นเล็กอีกครั้ง งั้นเหรอเนี่ย.....
    #312
    0