CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 7 : [[,,,Chapter 5,,,]] Expect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    24 ก.พ. 56

5

Expect

 

 

 

 

[Aicha Talk ::]

               

            หลังจากอาชิตะเลี้ยงพิซซ่าฉันกับน้องปีหนึ่งคนนั้นแล้ว ไม่รู้ทำไมนะที่ฉันรู้สึกว่าไม่เคยเห็นเขามีความสุขมากขนาดนี้นานมากแล้ว ตั้งแต่ที่พวกเรารู้จักกันมา จริง ๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดความสุขพวกเขาเลย...ก็แอบรู้สึกผิดเหมือนกันที่ดูจะเป็นส่วนเกิน...แต่น้องคนนั้นเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่าทางเธอเหมือนโดนบังคับมา...แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนะ...

 

            อาชิตะเดินนำไปยังรถของเขาที่จอดอยู่ชั้นใต้ดิน บรรยากาศตอนนี้ทั้งหนาวเย็นและเงียบสงบ ท้องฟ้าก็มืดสนิท ฉันมองนาฬิกาข้อมือและเห็นว่าตอนนี้เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว พอมาถึงที่รถฉันเลยตัดสินใจนั่งข้างหลัง ปล่อยให้น้องที่เป็นดาวปีนี้นั่งคู่กับเขาแทน

 

            “เอ่อ...พี่คะ มานั่งข้างหน้าก็ได้นะ” น้องเขาบอกฉันและยิ้มบาง ๆ แต่มันยิ่งทำให้ฉันเกรงใจนะ

 

            “ไม่เป็นไรค่ะ นั่งกันไปแหละนะ” ฉันยิ้มตอบเธอบาง ๆ ก่อนที่ทุกคนจะขึ้นมาบนรถแล้วขับออกไป...

 
 

            อาชิตะขับรถไปส่งน้องเขาก่อน เพราะปกติหอในจะปิดตอนสี่ทุ่มครึ่ง ฉันมองตามและแอบเห็นเขายิ้มให้เธอ แล้วยังมีขนมฝากให้อีกต่างหาก ฮะ ๆ อบอุ่นจริง ๆ นะนายเนี่ย

 

            “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไร” ฉันเอ่ยปากแซวทันทีเมื่อเขากลับขึ้นมา ทำเอาเจ้าตัวยิ้มกว้างขึ้นอีก

 

            “เปล่าซะหน่อย...”

 

            “ไม่ค่อยเชื่อเลยแหละ...”

 

            “ฮะ ๆ เธอมานั่งหน้าสิ  มีเรื่องจะคุยเยอะเลย” อาชิตะยิ้มให้ เอาแต่ใจจริง ๆ เลยนะ

 

            “อื้ม ๆ”

 

            ฉันเดินลงจากรถแล้วมานั่งข้างหน้า มองอาชิตะที่คอยมองตามน้องเขาไปสุดสายตา...ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะถามออกไปตรง ๆ

 

            “วันนี้ฉันรบกวนนายมากไปไหม?”

 

            คนตรงเบาะคนขับหันมามองอย่างอารมณ์ดีแล้วส่ายหน้า “บ้าเหรอ รบกวนอะไรกัน”

 

            “ฮึ...ก็ดูนายกับเขาสิ ดูออกจะสวีทหวานซะขนาดนี้” ฉันแซวยิ้ม ๆ

 

            “ไม่หรอก ยัยนั่นเกลียดขี้หน้าฉันจะตาย...เจอกันวันนั้นก็ทำน้ำจิ้มหกใส่เสื้อฉัน แล้วเรียกฉันว่าอากิระอีก...ชื่อฉันจริง ๆ น่ะยังไม่รู้จักเลยมั้ง”

 

            “ก็สมควรแล้วนี่...ก็เลยไม่รู้ว่ามีใครเขาแอบรอมาเกือบสิบปี”

 

            ฉันแกล้งแซวไป แต่เขากลับนิ่งเงียบ สายตาก็ดูหมองหม่นลงไปด้วย...เฮ้ย! ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ

 

            “มันก็จริงนั่นแหละ แต่ทำยังไงได้ล่ะ ให้มันเป็นแบบนี้อาจจะดีที่สุดแล้ว ฉันเป็นน้องชายคนที่เขาเกลียดขี้หน้านะ ฉันกับยัยนั่น...ก็ใช่ว่าจะได้เจอกันอีกนานซะหน่อย เวลาที่เหลือที่จะได้อยู่ที่นี่สั้นลงไปเรื่อย ๆ แล้ว...มันเหลือน้อยจนเลิกหวังไปแล้วล่ะ”

 

            “......” หัวใจฉันกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดและท่าทางซึม ๆ ของเขา เพราะตั้งแต่ที่เรารู้จักกันสมัยมัธยม ฉันอาจเป็นคนที่พอรู้เรื่องของเขาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาหดหู่ขนาดนี้เลย...แต่ก็เข้าใจดีนะที่อาชิตะจะคิดแบบนั้น เพราะเวลาสำหรับเขาที่ยังเหลืออยู่ที่นี่มันน้อยมาก...น้อยจนฉันเองยังแอบใจหาย

 

            “เฮ้ย อย่าเครียดสิ!...นายต้องได้กลับมาอยู่แล้ว คิดมากไปได้”

 

            “อืม...มั้ง เธอเองก็อย่าเครียดไปเลย...ฉันน่ะไม่ต้องถามก็รู้ว่าเธอเป็นอะไร...”

 

            “...แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรใช่ไหมล่ะ กับสิ่งที่ฉันคิดมันมาตลอด” พูดแค่นั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็ร่วงลงบนตัก ฉันรีบเช็ดมันเงียบ ๆ ไม่ให้เขาเห็น เพราะไม่อยากให้เขาต้องคิดมากไปมากกว่านี้ และฉันเองก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นด้วย...

 

            “ไม่หรอกน่าไอชา...ฉันว่าสักวันที่มันโดนทิ้ง มันจะกลับมาหาเธอเอง...สักวันนะ ฉันเชื่อว่าเธอนี่แหละจะทำให้มันเป็นผู้เป็นคน แล้วเวลาที่ฉันไม่อยู่...ก็ฝากดูแลอากิระด้วยนะ ฮะ ๆ มันอาจจะร้องไห้คิดถึงฉันก็ได้ ใครจะไปรู้...”

 

            “...อืม...ยังไงฉันก็รักเขาไปแล้วนี่นะ”




 

ฉันเหม่อมองออกไปนอกกระจกจนกระทั่งรถแล่นมาเทียบถึงหน้าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในที่สุด ฉันจึงหยิบกระเป๋ามาสะพายและเอ่ยขอบคุณ

 

“ขอบใจมากนะอาชิ ที่มาส่ง...”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เธอแน่ใจนะว่าไหวน่ะ...” อาชิตะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนในแบบของเขา ดูเหมือนจะรู้ทันความคิดของฉันเรื่อยเลยนะ...ฉันจึงแกล้งหัวเราะอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

“ฮะ ๆๆ ไม่ไหวอะไรของนาย นายส่งฉันถึงหน้าอพาร์ตเมนต์เลยนะ ฉันก็ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ ให้ต้องเป็นห่วงสักหน่อย แค่นี้ก็ขอบใจมาก ๆ แล้วน่า...” แต่แล้วจู่ ๆ ก้อนสะอื้นก็จุกขึ้นที่คอ ฉันจึงรีบปิดประตูรถให้และหันหลังโบกมือ พลางเร่งฝีเท้าก้าวฉับ ๆ เข้าไปข้างในตึก...ขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้มลงมาอย่างสุดกลั้น...

 

...นี่เธอเป็นบ้าอะไรน่ะ ไอชา...

 

ฉันยืนเอามือค้ำผนังลิฟต์อย่างหมดเรี่ยวแรง ขณะที่กำลังขึ้นไปยังชั้นห้าที่เป็นห้องพักของฉัน โชคดีจริง ๆ ที่ดึกมากแล้วตามที่เขาบอก รถเลยไม่ติดมากและ...ไม่มีใครเห็นสภาพน่าสมเพชของฉันในตอนนี้ด้วย...

 

ทำไมล่ะ อากิระ...

 

ทำไมนายถึงไม่เคยรู้อะไรบ้างเลย...ว่าฉันน่ะ...

 

...รัก...รักนายมากกว่านายเซนนั่นซะอีก...

 

...รัก...รักนายมากกว่าที่นายรักเซนด้วย...ฉันยอมเป็นอะไรก็ได้ในสายตาของนาย...

 

...ขอแค่ให้นายยังมีฉันอยู่ในสายตาก็พอ...

 

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง...

 

เวลาที่มีปัญหา...ก็ไม่ใช่ฉันเหรอที่คอยช่วยปลอบใจนาย อยู่ข้าง ๆ นายตลอด ไม่เคยทิ้งนายไปไหน...

 

เวลาที่เหงา...ก็ไม่ใช่ฉันเหรอที่อดหลับอดนอนมาคุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนนาย อยู่กับนายจนสบายใจแล้วหลับไป...

 

เวลาที่เศร้า...ก็ไม่ใช่ฉันเหรอที่คอยปลอบนายตลอด...

 

...ฉันรู้แก่ใจมานานแล้วล่ะ ว่าฉันกับนาย...ไม่มีวัน...

 

ฉันขอแค่คำว่า “เพื่อน”...แค่นี้ก็พอแล้ว...

 

แต่ฉันทำไม่ดีตรงไหน...

 

...ฉันทำอะไรผิดไปงั้นเหรอ...

 

นายถึงได้ทิ้งขว้างฉันอย่างไม่แยแสอย่างนี้...

 

แม้แต่โทรศัพท์สักสายที่จะถามไถ่กัน...หรือคำพูดสักคำที่จะเป็นห่วงก็ไม่มีเลย...

 

...

 

'นี่ ไอชา...ฉันจะทำยังไงดี เจ้านั่นบอกว่าเซนน่ะ...ไปตามวนเวียนยัยเด็กนั่นอีกแล้ว มันจะคืนดีกันอีกแล้ว...ฉันจะทำยังไงดี...'

 

'ไอชา...เธอ อยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ...ขอร้องล่ะ...ช่วยคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อย...'

 

'ทำไมทุกคนต้องเอาแต่โอ๋เจ้านั่นนักนะ...มีใครเห็นหัวฉันบ้างในบ้านหลังนี้...ไม่มีสักคน'

 

'ไอชา...ฉันมันแย่มากเลยใช่ไหมในสายตาของเขา...ฉันควรจะทำยังไงดี...'

 

'...ขอบใจเธอมากนะไอชา ถ้าไม่มีเธอ..ป่านนี้ฉันคงจะเลิกกับเซนไปนานแล้ว...'

 

...

 

นายเคยบอกว่ามีฉันเป็นที่พึ่งแค่คนเดียวแท้ ๆ...แต่ทำไม...

 

'ไอชา...คือ เธอกลับไปก่อนเถอะนะ ฉันมีธุระกับเซน ไปส่งไม่ได้จริง ๆ...'

          ...ฉันเกลียดตัวเองจริง ๆ 
ที่ดันไปรักคนอย่างนาย อากิระ...!


          ...

 
 

“อากิระ...นายมันบ้าที่สุด!" ฉันทรุดลงนั่งพิงประตูเมื่อก้าวมาถึงภายในห้อง ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร...

 

 

 

 

ท่ามกลางค่ำคืนแห่งความเงียบเหงาเดียวกัน เสียงน้ำล้นเอ่อจากอ่างอาบน้ำหรูหราดังมาจากภายในคอนโดมิเนียมราคาเหยียบสิบล้านกลางใจเมือง บรรยากาศยามดึกดื่นที่มีเพียงแสงไฟนับไม่ถ้วนส่องสว่างจากตึกสูงระฟ้าในบริเวณใกล้เคียง แสงหลากสีลอดผ่านกระจกใสซึ่งภายนอกไม่อาจมองเห็นภายในได้

 

            นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์แดงมาดื่ม ร่างบางครางเบา ๆ อย่างพอใจเมื่อรสหวานละมุนไหลผ่านลงลำคออย่างเชื่องช้าตามจังหวะเพลงคลาสสิกที่เปิดคลออยู่ภายนอก

 

            “น้ำอุ่นพอไหม...” เซนผลักประตูเข้ามาภายในห้อง สายตาจับจ้องแผ่นหลังขาวนวลไร้ตำหนินั้นอย่างหลงใหล รอยยิ้มปรากฏบาง ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กึ่งนั่งกึ่งนอนหันหลังอยู่ภายในอ่าง

 

            “อยากรู้เหรอ...”

 

            เจ้าของนัยน์ตาสีนิลหันมายิ้มให้ สายตาแฝงด้วยความปรารถนาร้อนรุ่มจากความต้องการลึก ๆ ภายในจิตใจ เขาผายมือให้เป็นการเชื้อเชิญแล้วขยับปากเบา ๆ ด้วยน้้ำเสียงกระเส่า

 

“...ถ้าอยากรู้ก็ลงมาเองสิ...”

 

เซนยิ้มรับอย่างพอใจเมื่อความต้องการของทั้งคู่ตรงกัน ชายหนุ่มปลดเปลื้องผ้าขนหนูที่ห่อหุ้มร่างออก เท้าทั้งสองจุ่มลงในน้ำอย่างเชื่องช้าแต่สง่างาม จนร่างบางผู้เป็นเจ้าของอ่างอดจะเคลิบเคลิ้มไปไม่ได้ ร่างทั้งสองเคลื่อนเข้าหากัน แล้วริมฝีปากก็ประกบเข้าหากันด้วยแรงปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ...

 

          ฉันรักนาย...รักมาก แม้จะรู้ดีว่านายกำลังคิดมีใคร...

 

             ทั้ง ๆ ที่สงสัยมาตลอดว่านายรักฉันแบบไหน แต่ทำไมถึงไม่กล้าเอ่ยปากถามตรง ๆ สักทีนะ...

 

          อากิระ...นายกำลังกลัวอะไรอยู่หรือเปล่า?

 
 

             แสงไฟสีส้มอ่อนค่อย ๆ หรี่ลงช้า ๆ จนเหลือเพียงแสงสลัว พอให้เห็นภาพทั้งสองกอดรัดกันอยู่รำไรในความมืดมิด พวกเขามีความสุขกันมาก...มากเสียจนไม่รู้เลยว่าใครบางคนกำลังทนความเหงาอยู่เพียงลำพัง...

 

อากิระมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก เขารักเซนมากเหลือเกิน...แม้จะรู้ดีว่าการได้คนตรงหน้ามาครอบครองเป็นดาบสองคม เพราะไม่เพียงถูกสายตาใครต่อใครประณามถึงความรักที่เป็นไปไม่ได้และไม่สมควรแล้ว เซนก็ยังดูเหมือนคิดจะคบเขาเพียงเพราะเงิน...เพียงเพราะเขาคือคนที่ให้เซนได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้ก็ด้วย...

 

 
 

 

            ขอบคุณที่พาโดด...นาย...เอ่อ...อาชิตะก็อาชิตะ

 

คำพูดที่ฟังดูห้วน ๆ และไม่ค่อยจะตรงกับใจเท่าไรนัก ประกอบกับใบหน้าบึ้งตึงที่แอบยิ้มของเธอทำให้เขาอดคิดถึงมันไม่ได้เลยจริง ๆ ชายหนุ่มระบายยิ้มอย่างมีความสุขกับเหตุการณ์ที่ผ่านไปเมื่อไม่นานนักในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง ก่อนที่นิ้วมือเรียวยาวจะเอื้อมไปหยิบกล่องรูปโคะรีแลคคุมะสีขาวชมพูภายในลิ้นชักข้างเตียงและเปิดออกอย่างเบามือ...


ภายในปรากฏสร้อยคอลักษณะคล้ายโซ่สีเงินแก่สายตาชายหนุ่ม อาชิตะยิ้มบาง ๆ และสัมผัสเบา ๆ อย่างทะนุถนอม...สีของมันหลุดล่อนตามวันเวลาที่ล่วงเลยมาร่วมสิบปี ซึ่งทำให้เขาต้องเจ็บปวดใจอยู่ลึก ๆ มาตลอดที่ไม่อาจทำสิ่งใดนอกจากยอมรับเงื่อนไขของกาลเวลานี้ แม้ว่าจะพยายามรักษามันไว้ให้คงสภาพเดิมเพียงใดก็ตาม...


นัยน์ตาสีนิลจับจ้องจี้รูปหัวใจที่มีพระเยซู ศาสดาของศาสนาคริสต์ประทับอยู่ครู่ใหญ่แล้วค่อย ๆ เก็บลงในกล่องตามเดิม เพราะกลัวว่าการสัมผัสของเขาจะยิ่งทำให้มันสึกกร่อนลงไปอีก...

 

“คิดถึงจังเลยนะ...” อาชิตะยิ้มบาง ๆ เหม่อมองนอกหน้าต่างยามดึกสงัด แล้วลุกขึ้นสาวเท้าก้าวนำร่างออกไปยังระเบียง ซึ่งอยู่เหนือสระน้ำขนาดใหญ่ภายในอาณาเขตของสวนหลังบ้าน ลมหนาวยามดึกพัดผ่านทิวไผ่และไม้ประดับให้พลิ้วไหวไปตามแรงทำให้เขารู้สึกเย็นยะเยือก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะย่างเข้าเดือนตุลาคม นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์สีนวลต้องประกายมองเหม่อบนฟากฟ้าที่ฉายสะท้อนภาพดวงจันทร์ลงบนผืนน้ำ

 

“ป่านนี้จะนอนรึยังนะ...?”

 

เขายิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอามือป้องปากแล้วตะโกนลั่น “ราตรีสวัสดิ์นะยัยเมริน~~~!!!

 

เขาหวังเหลือเกินว่าเธอจะได้ยิน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะบ้านของเขาอยู่ห่างจากหอของเธอตั้งไกล เอ่อ...แต่ถ้าจะได้ยินก็น่าจะเป็นคุณแม่ของเขาที่นอนอยู่ห้องข้าง ๆ มากกว่า...ถ้าท่านได้ยินขึ้นมาล่ะก็...

 

“อาชิตะ~!!! นี่มันดึกแล้วนะลูก!! ตะโกนบอกรักใครอยู่ได้...พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอครับคุณลูก ไปนอนซะเลยนะ”


 
            เสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่ถูกกดลงต่ำ แต่ก็เป็นเสียงดุที่เต็มไปด้วยความรัก...คุณหญิงอารดาเข้าใจหัวอกลูกชายสุดรัก จนบางครั้งเธอก็ยังอดหลุดหัวเราะเขาไม่ได้ เธอจึงเลี้ยงเขาด้วยความเข้าใจมากกว่าที่จะดุว่า
 

“ฮะ ๆ ครับคุณแม่” เด็กหนุ่มจอมทะเล้นยืนเกาะขอบระเบียงและหันกลับมายิ้มให้ ใบหน้าขาวใสพยักหน้าน้อย ๆ อย่างรับฟัง แล้วเดินตามหญิงผู้เป็นแม่กลับเข้าไปนอนบนเตียงแต่โดยดี เธอค่อย ๆ หยิบผ้านวมห่มคลุมร่างลูกชายที่นอนกอดตุ๊กตาหมีสีครีมตัวใหญ่บนเตียงให้

 

“นอนนะครับเด็กดื้อของแม่” เธอยิ้มพลางบรรจงจูบหน้าผากเขาเบา ๆ ก่อนจะปิดไฟ อาชิตะมองตามร่างนั้นจนเสียงประตูปิดดังขึ้น แล้วหัวเราะคิกคักอยู่ใต้ผ้าห่ม “ราตรีสวัสดิ์นะเมริน พรุ่งนี้ฉันจะไปก่อกวนเธออีก”

 
 

 

 

“ฮัดชิ่วววว !!!!!

 

เสียงจามดังลั่น ทำเอากองเอกสารแบบฝึกหัดปลิวว่อนกระจายลงบนพื้น เจ้าของเสียงนั้นจะเป็นใครได้เสียอีกนอกจากเมริน ผู้ที่เพิ่งจะได้ชื่อว่า 'โดดเรียนไปกับหนุ่มปริศนา' ในสายตาของพิสต้า เพื่อนร่วมห้องตัวแสบที่ลงทุนลากเก้าอี้มานั่งหัวเราะเป็นกำลังใจให้(?)

 

“ฮะ ๆ จามใหญ่เลย แปลว่าใครคิดถึงล่ะมั้ง~” เธอยังไม่วายแซวต่อ

 

“ฮึ นินทาล่ะสิไม่ว่า” เมรินยิ้ม

 

“เหรอ ตกลงเธอไปกับใครมาน่ะเมริน บอกหน่อยสิฉันอยากรู้ เอ้ย ๆ ฉันเป็นห่วง”

 

“ไม่รู้จักหรอกน่า อย่าไปสนคนบ้า ๆ พรรค์นั้นเลย เชื่อฉัน” หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มละสายตาจากกองการบ้านกองหนาพลางส่ายหน้าเอือม ๆ ให้

 

“ว้า ใครนะคนบ้า ๆ ใช่ตาเมก้าฝรั่งจ๋านั่นรึเปล่า?”

 

“ไม่ใช่หรอก เธอก็คิดได้แต่คนเดียวล่ะนะ~” เมรินแกล้งยิ้มยั่ว ทำเอาพิสต้าแทบจะหงายตกเก้าอี้

 

“ไม่ใช่แล้วล่ะย่ะ!”

 

“ฮะ ๆ” หญิงสาวอมยิ้มแล้วทำงานต่อ พิสต้าจึงลุกขึ้นเก็บเก้าอี้ก่อนจะเดินกลับไปนอน แต่ยังไม่วายทิ้งท้าย

 

“อย่าให้ฉันสืบรู้นะว่าเธอไปกับใครมา” เธอแยกเขี้ยวใส่อย่างคาดโทษและล้มตัวลงนอนตะแคง มองเมรินที่ยังคงสาละวนวุ่นวายกับกองการบ้าน

 

“ฮึ ๆ ฉันไม่บอกหรอก” เมรินยิ้มมีเลศนัยและหัวเราะคิกคักเบา ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องราวในวันนี้...

 

เฮ้อ พาฉันโดดซะงานท่วมเลย ถ้าได้เจอนายอีกนะอาชิตะ คราวนี้ฉันจะใช้นายทำการบ้านจริงด้วย!...แต่สงสัยจริง ๆ ว่านายเป็นใครกันแน่? ที่มาขโมยจูบ...แล้วพาไปเลี้ยงข้าว รุ่นพี่คนนั้นก็เป็นถึงอดีตดาวมหาวิทยาลัยเมื่อ 2 ปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ? หรือพวกนายสองคนจะเป็น...!? ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่านายต้องการอะไรกันแน่ รวมถึงเรื่องที่นายเป็นใครด้วย...!


====================================================================

 

Talk With Us !!

 
Ukihime: ขอบคุณนักอ่านทุก ๆ ท่านนะคะ

ฮะ ๆ เพราะเราเพิ่งจะได้มีบทพูด(?) หลังจากการแนะนำตัวละครจบลง ^^

ยังไงก็ฝากด้วยนะคะสำหรับเวอร์ชั่นรีไรท์นี้


สำหรับใครที่มีข้อสงสัยหรือต้องการติชม สามารถเม้นท์ทักทายพวกเราได้ที่เพจหรือบทความนี้ได้เลยนะ ^^
 
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สัญญาว่าเรื่องนี้เราจะทำให้ดีที่สุด รักนักอ่านทุกคนค่ะ


Melon: เช่นกันค่ะ ขอบคุณนักอ่านทุก ๆ ท่านนะคะที่ติดตามมาจนถึงตอนนี้ก็บทที่ 5 แล้ว

สำหรับตอนนี้ไรเตอร์สงสารไอชามาก ๆ เลยค่ะ เขียนไปก็อินไปกับเขาด้วย(?)

...เฮ้อ รักเขาข้างเดียวทั้ง ๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทมันก็ลำบากใจแบบนี้เองสินะ

แล้วตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีกกับสองคู่สุดแสบนะ? โปรดติดตามค่ะ ^^



JJ♕
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #287 Milky-Muli-Mulan (@raffee-rooof) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2557 / 12:00
    สงสารไอชาจริงๆ... ไม่รู้ว่าใครคู่ใครเลยนะเนี่ยย
    #287
    0
  2. วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 12:09
    อาชิตะเป็นโรคอะไรน่ะ? ทำไมนางเมรินไม่ยอมอ่านต่อให้จบนะ! 55555 ไอชาน่าสงสารมาก ความมุ้งมิ้งของคู่อาชิตะเมริน ทำให้ยิ้มตามเลย น่ารักมาก
    #189
    0
  3. #128 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 17:39
    ทำไม เวลาของอาชิตะถึงเหลือน้อยลง? แล้วอดีตที่คอยนึกถึงอีกล่ะ? มันมีแต่เรื่องที่น่าสงสัย

    แต่ว่า...อาชิตะนอนกอดตุ๊กตาหมีนี่จะน่ารักไปหน่า...ย
    #128
    0
  4. #75 เทพธิดาฟ้าใส (@jayjungharu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 10:28
    ฮ่าๆ อาชิตะ น่ารักจัง ง่าา  สรุปสองคนนั้นเป้นคู่เกย์จริงๆเหรอเนี่ย T^T โฮ เสียดายความหล่อ!
    #75
    0
  5. #41 MildMeloDyz (@-kunn-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:52
    สงสาร ไอชา
    ชอบ อาชิตะ น่ารักกก คิคิ <3
    ' ราตรีสวัสดิ์นะยัยเมริน~~~~!! ' ><
    เเต่ก็เเอบสงสารอาชิตะ เป็นโรคอะไรนะ
    #41
    0
  6. #18 卐UKITAKE UKIHIME卐 (@ukiukihime) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2555 / 01:03
    คห 15 #
    ขอโทษนะ แต่เค้าจิ้นไปแล้วอ่ะ ! มันห้ามใจไม่อยู่ T///T
    FC อาชิตะค่าาา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 ตุลาคม 2555 / 01:04
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 ตุลาคม 2555 / 01:02
    #18
    0
  7. #17 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 20:23
    อ้ากกก ห้ามจิ้นคู่พี่น้องนะ //ทำท่าแอนตี้เพราะสยอง   เมรินเริ่มจะรั่วแต่ก็น่ารักๆ ฮ่าๆๆ
    #17
    0
  8. #10 Fero'I (@justgirl-feroi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 23:56
    สงสารอาชิตะ ; w ; อร๊าย แต่ช่างเถอะยังไงก็ชอบอาชิตะที่สุด 5555 
    #10
    0