CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 57 : [[,,,Chapter 42,,,]] Black Sun II [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 มิ.ย. 57

JJ♕

42

Black Sun II

 

Koware sou na kurai fuan ni naru dake

กลับกลายเป็นยิ่งคิดวิตกกังวลจนหัวใจแทบแตกร้าว

Oh why Hitorijime shitaku naru no

โอ ทำไมกัน ฉันปรารถนาจะครอบครองเธอเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

Nani mo iwazu ni tada kimi no ai ga koko ni hoshii yo

โดยไม่เอ่ยคำพูดใด เพียงต้องการได้รักจากเธอมาเก็บไว้ ที่ตรงนี้





             “เขาแค่หวังดีช่วยฉันเอาไว้จากคนของนายเท่านั้นเองนะ... ทำไมนายต้องตั้งท่าเหมือนไม่ชอบเขาด้วยล่ะ?” ร่างเล็กที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในห้องพัก เรือนผมยาวสลวยของเธอในเวลานี้ถูกมัดรวบจนเห็นต้นคอขาวระหงเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวและเหนื่อยจากการดูแลทำแผลให้กับชายหนุ่มซึ่งถูกกล่าวถึง

            “...”

            ไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากสีจางที่ขบเม้ม อากิระยังคงยืนนิ่งหันแผ่นหลังขาวเปลือยเปล่าที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดเหงื่อซึ่งถูกระบายออกมา เสียงลมหายใจหอบเบา ๆ ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวที่ยืนนิ่งด้วยไม่เข้าใจ

            “เธอกับเขาคบกันมานานแล้วเหรอ?”

            “หา?” นัยน์ตาเล็กเบิกโพลงกับคำถามนั้น ไอชาอุทานเสียงสูงอย่างแปลกใจด้วยไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามแปลก ๆ นี้มาก่อน ทั้งที่เธอและอากิระอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเธอจึงแทบไม่มีเวลาคุยกับเพื่อนชายคนอื่นเลยแม้แต่น้อย

            “ตั้งแต่เมื่อไหร่?” น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามซ้ำ

            “...ฉันรู้จักเขาหลังจากนายรถคว่ำ... ทำไมเหรอ?” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ “ถามทำไม?”

            “...ก็เปล่า” อากิระยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะหันมามองเรือนร่างเล็กของไอชาที่อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มปล่อยลมหายใจอุ่นด้วยพิษไข้ให้รินรดเรือนหน้าสวยนั้นด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจตัวเอง เพื่อนสนิทสาวที่เขาเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งกอด ทั้งเล่นกันอย่างไม่ถือตัว ในวันนี้เธอเป็นของผู้ชายคนอื่นไปแล้วโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย

            “...แล้วเขาจะไม่ว่าเหรอ ที่เอาผู้ชายแบบฉันมานอนด้วย”

            “...อากิระ?”

            “ต่อจากนี้ฉันต้องทำตัวแบบไหนเหรอ? เราจะกอดกันเหมือนเมื่อคืนได้ไหม? ฉันรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่กับการที่เธอมีคนอื่น” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยท่าทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถึงจะเป็นคำถามที่เหมือนจะอยากได้คำตอบ ทว่าในแววตาคู่นั้นเขากลับรู้คำตอบนั้นอยู่ในใจดีแล้ว

            “...เอ่อ อากิระ คือจริง ๆ คุณโซลาร์เขาน่ะ”

            “ไม่ต้องพูดแล้ว...” อากิระตัดบทเสียงเข้ม ใบหน้าที่ดูอ่อนแรงของเขาหันสบประสานมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่าง ลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีดำเข้มนั้นความอ่อนแอบางอย่างกำลังฟ้องเธออยู่ลึก ๆ ว่าบางอย่างในใจชายหนุ่มกำลังเปลี่ยนไป

            “ถึงฉันจะเกลียดการเสียศักดิ์ศรีก็ตามเถอะ แต่ขอฉันอยู่กับเธอแบบนี้ได้ไหม?”

            “อะ... เอ๋?”

            ไอชาพยักหน้ารัว ๆ ด้วยรอยยิ้ม เธอมั่นใจว่าเขาคนนี้ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ ว่าคนที่เธอรักก็คือตัวเองแท้ ๆ คนที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของเธอให้กลับมาสดใสอีกครั้งก็คือเขา คนที่กลายเป็นมากกว่าครอบครัวของเธอ... แต่ก็เอาเถอะ ยังไงอากิระก็เป็นคนไม่ฉลาดตามคอนเซปต์ที่เธอตั้งเอาไว้เสมอต้นเสมอปลายล่ะนะ

            แต่... จะดีใจดีไหมนะกับคนที่เกลียดการเสียศักดิ์ศรีขนาดนั้นแต่กลับขอร้องเธอขนาดนี้

            และจะดีกว่ามากไหมนะที่ลูกคุณหนูอย่างเขาจะทำนิสัยดี ๆ กับคนอื่น

            “งั้นสัญญาได้ไหมว่านายจะไม่ทำแบบเมื่อเย็นอีก? ...คุณโซลาร์น่ะเขาไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยหรอกนะ”

            แม้จะไม่อยากพูดถึงแต่ชายหนุ่มก็พยักหน้าแต่โดยดี อากิระถอนหายใจเหมือนคนไร้ทางเลือกทั้งที่เข้าไม่เข้าใจตัวเองแม้แต่น้อยว่าทำไมกันที่เขาจะต้องยอมให้หนุ่มแปลกหน้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของไอชา

            ...หรือมันจะเป็นกรรมนะ ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำกับเธอเรื่องเซน...

            “...งั้นนายก็ไปอาบน้ำก่อนเถอะเดี๋ยวจะได้ออกมากินข้าวกัน” ร่างเล็กกว่าของเธอค่อย ๆ ผละออกจากเขาด้วยรอยยิ้มจางในขณะที่หลบสายตาชายหนุ่มที่ยังคงมอง

            “...”

            “นายทอดไข่เอาไว้นี่นา เดี๋ยวมาช้ามันจะเย็นหมด”

            อากิระปราดมองตามสิ่งที่เธอบอกก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ จนเห็นเขี้ยวขาว ใบหน้าที่เคยหงิกงอนั้นฉายแววมีความสุขแต่ไม่วายแอบประชดเบา ๆ “ฉันก็นึกว่าเธอจะไม่กิน... ว่าจะเอาไปทิ้งพอดีแท้ ๆ”

            “ทำเป็นหัวล้านใจน้อยไปได้ ไปได้แล้วน่า... หิวจะแย่แล้ว...”

            เธอบอกกับเขาเสียงใสก่อนจะดันตัวชายหนุ่มเข้าไปในห้องน้ำ แม้จะทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรแต่วินาทีนี้เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เสียแล้วว่าอากิระกลายเป็นความสุขอย่างเดียวของเธอ และเธอก็อยากให้มันอยู่ตลอดไป

            แม้สักวันหนึ่งเธอจะต้องส่งเขากลับบ้านก็ตาม...

           

            เวลาแห่งความสุขในคืนนั้นผ่านพ้นไปอย่างดีเช่นทุกวัน อากิระเปลี่ยนเป็นคนละคนกับคุณชายจอมอาละวาด ชายหนุ่มกลายเป็นผู้เสียสละลงมานอนข้างเตียงแทนถึงจะเกี่ยงกันไล่อีกคนไปนอนสบาย ๆ ด้านบนก็ตาม จากคนไม่เคยกินข้าวแกงราคาถูก ไม่เคยอดอยาก ไม่เคยต้องต้มบะหมี่ถ้วยกินประทังหิวเขากลับเปลี่ยนไปทุกอย่าง ใครจะไปเชื่อว่าอากิระคนนั้นจะกลายสุภาพบุรุษได้ถึงขนาดนี้ พร้อมกับความกังวลบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจเขา

            “...ฉันอยากอยู่กับเธอตลอดไปนะ...”

            เสียงกระซิบแผ่วเบาดังข้างพวงแก้มสวยของหญิงสาวที่หลับใหล ภายในความมืดมิดของห้องพักเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนท์กลางกรุงยามดึกสงัดไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่านัยน์ตาคู่นั้นที่เคยมีแต่ความหยิ่งผยองและจองหองจะเอ่อล้นไปด้วยอะไรบางอย่าง

            ความรู้สึกที่อากิระไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร... รู้แต่เขาไม่อยากให้ถึงเวลานั้นมาถึง ภายใต้รอยสักพระอาทิตย์ที่สลักเอาไว้บนอก หัวใจที่อยู่ในนั้นกำลังฟ้องเขาถึงความกลัวที่เขาเองซุกซ่อนเอาไว้มาตลอดชีวิต

            และไอชาคือผู้หญิงแรกที่ทำให้เขาต้องกลับไปเป็นคนขี้กลัวแบบนี้...








 

 

            งานเลี้ยงสังสรรค์ภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมชื่อดังกลายเป็นแหล่งรวบรวมเหล่านักธุรกิจชื่อดังตลอดจนผู้มีหน้ามีตาทางสังคมที่เห็นได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจบ่อย ๆ เหล่านักธุรกิจในชุดสูทสุภาพทว่าเต็มไปด้วยเหล่าผู้อารักขาทั้งคุณหญิงคุณนายในชุดราตรียาวประดับเครื่องเพชรหลากหลายขนาดพร้อมกับกระเป๋าถือราคาหลักแสน ดูเป็นสังคมที่แสนฟู่ฟ่าและน่าอภิรมณ์ที่เซนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เข้ามาที่นี่

            เสียงดนตรีบรรเลงจากวงคลาสสิกชื่อดังเล่นคลอไปกันกับเสียงสนทนาราวนกกระจอกแตกรังของผู้ร่วมงานที่แสนน่ารังเกียจสำหรับเขา ใต้แว่นตาสีเข้มร่างสูงสง่าในชุดสูทมองสอดส่ายเพื่อระวังอันตรายให้กับเซยะผู้เป็นนาย ซึ่งเซยะนั้นก็ถือเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่ไฟแรงที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเป็นปีแรก ซึ่งแน่นอนว่าการได้เซน นักแสดงวัยรุ่นที่กำลังโด่งดังมาทำงานนี้ทำให้พวกเขาดูโดดเด่นกว่าใครอื่น

            และแม้จะมีเงินมาจากธุรกิจสกปรกใต้ดิน แต่เซยะเองก็ถือว่ามีหน้าตาทางสังคมจากการร่วมหุ้นในหลาย ๆ บริษัทที่อยู่ที่นี่

             “ไม่ต้องเกร็งไปหรอก ยังไงระบบรักษาความปลอดภัยงานนี่ก็มีมากพอ” น้ำเสียงเข้มพูดขึ้นเบา  กับเขา เซยะยกยิ้มให้มือขวาหนุ่มก่อนจะจิบไวน์ราคาแพงกับนักธุรกิจร่างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้างาน

            “ปีนี้เห็นว่าอันดับสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ ยินดีด้วยจริง ๆ”

            “ก็ยังน้อยกว่าคุณพิพัฒน์นะครับ ฮ่ะ ๆ ปีนี้เห็นว่าได้กำไรเยอะพอดูเลย”

            บทสนทนาที่แผงไปด้วยหน้ากากเข้าหานั้นทำให้เซนอดที่จะรู้สึกหงุดหงิดใจลึก ๆ ไม่ได้ เหล่ามหาเศรษฐีตรงหน้าสำหรับเขาก็ล้วนแค่เป็นพวกที่มาที่นี่เพื่ออวดร่ำรวยและอันดับกันเท่านั้น

            ไม่มีใครจริงใจต่อกันและกัน... หาโอกาสบี้กันได้ก็ทำเพราะทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องของการแข่งขัน...

            “คุณเซยะเป็นนักธุรกิจที่เพิ่งเข้ามาในวงการนี้ใหม่ ๆ อาจจะไม่คุ้นเคยกับคนที่นี่” ชายคนนั้นพูดก่อนจะยิ้มมุมปากก่อนจะปราดตามองชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางนักข่าวที่รายล้อมพร้อมกับลูกน้องอารักขานับสิบซึ่งยืนหน้านิ่งเหมือนรูปสลัก

            “นั่นเจ้าพ่อของปีนี้... แต่ก็ได้อันดับต้น ๆ ของโลกมาทุกปีเห็นเขาว่ากันว่าปีนี้ธุรกิจกำลังไปได้ดีมากทั้งสัมปทานโทรคมนาคมที่ญี่ปุ่นทั้งธุรกิจอิเลคทรอนิกส์ ...พูดง่าย ๆ ก็รวยเละ”

            ถึงจะเป็นรอยยิ้มที่เชิดชูแต่เซยะก็ดูออกว่ามันมาจากความริษยา เจ้าของสูทสีครีมนวลเนื้อดีที่ดูราคาแพงหูฉี่ยิ้มให้นักข่าวช้า ๆ จนกระทั่งหันมาสบประสานพอดีกับเขา

            “...” เรือนผมสีดำตัดสั้นต่างไปจากที่เขาเคยเห็นสมัยก่อน แต่พิมพ์หน้านั้นบ่งบอกเขาว่าไม่ผิดคนแน่ สีผิวขาวสว่างของชายผู้นั้นขับให้เขามีรัศมีกว่าใคร ๆ ตัดกับดวงตาตี่เล็กเป็นประกายของชนชาติอาทิตย์อุทัย

            “อาสึชิ... อาคิโมโตะ”

            น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเล็ดลอดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะร้าย เซยะเดินแยกออกมาจากนักธุรกิจชายคนนั้นก่อนจะส่งสัญญาณให้เซนมองเป้าหมาย

            “เพื่อนเก่าที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง...”

            “พ่อไอ้อาชิตะ!”

            เสียงลอดไรฟันของบอดี้การ์ดหนุ่มดังขึ้น ทว่าเซยะกลับยิ้มอย่างพอใจ “ท่าทางแกกับฉันนี่จะมี เพื่อนเก่าร่วมกันแล้วล่ะสินะ จับตาไว้ดี ๆ ล่ะ หมาที่เดินตามหลังมันหูตาไวยิ่งกว่าสับปะรด”

            ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำเสียงนิ่ง แม้ความจริงบางอย่างของคู่อริจะถูกเปิดเผยว่ายิ่งห่างชั้นแต่ทว่าในเวลาที่อ่อนแอเช่นนี้ เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกลัว

            ทางด้านอาสึชิ ชายผู้กลายเป็นจุดสนใจของงานเองก็ดูตึงเครียดไม่น้อยและนี่อาจจะเป็นครั้งแรกในรอบปีที่เขาออกงานเพียงลำพังไร้เงาคุณหญิงอารดาผู้เป็นภรรยา

            “วันนี้คุณอารดาติดธุระกับน้องอาชิเลยมาไม่ได้ครับ” เขาตอบนักข่าวเสียงเรียบทว่ามีรอยยิ้มจางบนใบหน้า

            “แล้วเรื่องธุรกิจหลังจากนี้จะพัฒนาหรือลงทุนในด้านใดคะ? คาดว่าไตรมาสหน้าจะได้เห็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของบริษัทหรือเปล่าคะ?”

            “อ๋อ... แน่นอนครับ เราจะเปิดตัวในไตรมาสหน้าพร้อมกับโอเอสรุ่นใหม่ ที่ไทยและญี่ปุ่นจะเปิดตัวพร้อมกันครับ”

            ใบหน้านั้นยิ้มแย้มและเป็นที่รวมสายตาของทุกคนซึ่งกว่าจะหมดคำถามให้สัมภาษณ์ก็แทบไม่ได้ทักทายใครในงานยกเว้นเพียงวรินทรที่มาร่วมงานนี้ แต่จากท่าทางที่ดูเหินห่างไปของอีกฝ่ายก็ทำให้ชายหนุ่มเกิดความสงสัยไม่น้อย

            แต่คงไม่แปลกเท่าไหร่... สำหรับคนอย่างเขา...

            “นายใหญ่...” คิมูระสะกิดเสียงเบา บอดี้การ์ดอาวุโสเหลือมองดูผู้ที่ยืนจับตามองแบบไม่ไว้ใจในนักพร้อมกับคุมะที่ยิ้มเย็น

            “แค่หมาขี้เรือนตัวเดียว...ไม่ต้องตื่นกันขนาดนั้น...”

            ใบหน้าขาวยิ้มบางบอกในขณะที่ผู้ติดตามทั้งหลายก้มหน้ารับ อาสึชิปราดตามองคนที่ถูกเรียกแทนว่าหมาขี้เรื้อนน้อย ๆ ก่อนจะเดินย่างเข้าหาราวราชสีห์จังหวะเดียวกับเซยะเดินเข้ามา

            “ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่” ผู้ถือไพ่เหนือกว่าด้วยจำนวนลูกน้องชิงทักก่อน นัยน์ตาสีเข้มปราดมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย้ยหยันและกระหายบางอย่าง ซึ่งมีเพียงเซยะเท่านั้นที่รู้ความหมายของมันดี

            “...ไม่คิดเหมือนกัน... ไม่ได้เจอร่วมยี่สิบเอ็ดปี คิดว่าตายไปแล้วซะอีก...” เสียงทักทายตอบแทบทันควัน เซยะยิ้มน้อย ๆ พลางสบตาร่างตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง

            “ยินดีด้วยแล้วกันกับความสำเร็จของเครืออาคิโมโตะ... ก็อย่างว่าแหละพวกมือเปื้อนเลือดได้เส้นใหญ่อย่างคุณหญิงอารดาเข้าช่วย จะไม่รวยฉันก็ไม่รู้จะว่ายังไง... แล้วก็สวัสดี ยังไม่แก่ตายอีกเหรอคิมูระ?” รอยยิ้มร้ายปราดมองอาสึชิอย่างท้าทายในขณะที่ยั่วโมโหคิมูระซึ่งยืนนิ่งข่มอารมณ์

            “เห่าจบหรือยัง?” น้ำเสียงเรียบถาม อาสึชิปราดมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดเสียงแผ่วเบายั่ว “ถ้าฉันหงุดหงิด...หมดห้องนี้ไม่เหลือ”

            แม้จะดูเหมือนคำขู่แต่เซยะกลับรู้ว่าไม่ปลอดภัย... ประสบการณ์บางอย่างบอกเขาว่าเพื่อนเก่าคนนี้เอาชนะยากกว่าพวกรวยแต่ไร้สมองคนอื่น ๆ แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนั้น จุดอ่อนของเขากลับบอบบางเหลือเกิน...

            “ฉันฉลาดพอที่จะไม่ยั่วแก่ที่นี่... จริงสิเห็นได้ข่าวมาว่าไอ้เด็กมารหัวขน เอ๊ย ๆ ...คุณหนูลูกแฝดคนเล็กท่าทางจะป่วยหนักนี่นาอาสึชิ แหม... น่าสงสารนะทรมานมาตั้งแต่เกิดแล้วแท้ ๆ ขอให้หายไว ๆ นะ...” เซยะหยุดพูดแล้วยิ้มครู่หนึ่งก่อนจะเน้นเสียงพูดต่อ “ขอ...ให้มันหายไปจากโลกนี้ไว ๆ”

            “แก!” ภาษาญี่ปุ่นสุดหยาบดังขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ชั่วพริบตาที่ใบหน้ามีเลศนัยนั้นถูกหมัดหนักอัดจนหงายลงกับพรมสีแดง อาสึชิที่ดูเชื่องช้าตอนนี้กลับกลายเป็นคนละคน กำลังแขนแข็งกระชากคอเสื้อสูทอีกคนมาด้วยอารมณ์โกรธ

            “มีสิทธิ์อะไรมาแช่งเด็กที่มันไม่รู้เรื่องด้วย!?”

            เสียงตะคอกนั้นพาทุกสายตาจับจ้องมาที่นี่ ลูกน้องอาวุธครบมือจ่อปากกระบอกปืนเล็งหมายศีรษะในขณะที่เซนยกปากกระบอกปืนเล็งหมายอาสึชิ

            “ก็เอาสิ... นายพวกแกก็ตาย” เขาแยกเขี้ยวขาวทว่าก็ต้องลดปืนลงเมื่อคุมะที่ดูอุ้ยอ้ายชักช้าอ้อมมาดักด้านหลังด้วยยิ้มร้ายพร้อมกับคำพูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ “สิ่งที่แกทำกับนายน้อยอากิระ... ฉันเกรงว่าแกจะยังไม่ทันลั่นไกใส่นายใหญ่ หัวสมองจะกระจุยตายซะก่อน”

            “ชิ...” เซนสบถเสียงไม่พอใจในขณะที่ไทยมุงเริ่มเข้ามามากขึ้น เซยะยิ้มมองคนตรงหน้าอย่างท้าทาย “เขาก็รู้กันอยู่ดีว่าใครผิด...”

            “ฉันไม่เคยสนใจ จำเอาไว้ว่าศักดิ์ศรีของฉันมีแค่ลูกกับอารดา!

            “ถ้าอย่างนั้น... ก็รีบไปดูใจลูกชายตัวเองซะเถอะ ฮ่ะ ๆ” เสียงหัวเราะสะใจพร้อมคำพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นของเซยะทำให้คนเบื้องหน้าหน้าถอดสี ตั้งแต่รู้จักกันมา... เซยะเป็นพวกคำไหนคำนั้นพอตัว... แล้วการที่มันพูดแบบนี้...

            “...”

            “ฉันถือไพ่เหนือกว่านายอยู่” เซยะบอกซ้ำแต่มันก็ไม่ได้ทำให้อดีตเพื่อนสนิทรู้สึกหวาดเกรงแม้แต่น้อย เพียงแต่ เวลาเช่นนี้สิ่งที่เขาควรทำอาจจะเป็นการกลับไปรักษาความปลอดภัยให้ลูกชายและภรรยามากกว่า

            “...คิมูระกลับ!

            เสียงสั่งดังลั่นพร้อมกับพวกลูกน้องหนุ่มที่เก็บปืนแต่ไม่วายเอาปืนชี้หน้าคาดโทษให้กับคู่อริ คุมะผลักเซนลงพื้นด้วยไม่พอใจแล้วกำชับเสียงเข้ม

            “อย่าให้ฉันเจอไอ้ลูกหมาอย่างแกอีก”

            ร่างสูงของพญามังกรเดินนำไปที่รถหรูซึ่งติดเครื่องรอหน้างานด้วยหงุดหงิดท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ตามจับภาพเอาไว้ เจ้าพ่ออาสึชิมองเซยะคาดโทษเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่คิมูระเร่งเครื่องออกจากงานด้วยคำสั่งประกาศิต

            อาสึชิหยุดความโกรธไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะรีบต่อสายโทรศัพท์ ...แต่ไม่ว่าจะต่อสายอย่างไรปลายสายที่เป็นชื่อภรรยาสุดรักที่เฝ้าไข้ลูกชายคนเล็กกลับไม่มีผู้ใดรับ...

 

 

            รถยนต์หรูสีดำสนิทที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะจอดลงหน้าอาคารผู้ป่วยพิเศษ อาสึชิตรงดิ่งไปที่ลิฟท์ขึ้นไปชั้นบนด้วยสีหน้ากังวลเพราะรู้ดีแก่ใจว่าพวกที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าตัวอาชิตะเอาไว้มีจำนวนไม่มากนักแถมเซยะก็ยังมาพูดเรื่องที่ชวนน่าสงสัย

            นักธุรกิจหนุ่มแสดงสีหน้าร้อนรนกว่าทุกครั้งในขณะที่ลิฟต์เปิดออก ร่างสูงสง่าก้าวเท้าฉับ ๆ ไปยังห้องพักของลูกชายซึ่งเป็นห้องผู้ป่วยพิเศษที่ตกแต่งหรูหราและเป็นส่วนตัวแยกออกไปจากห้องพักทั่วไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัวเพราะความเครียด

            “สวัสดีครับนายใหญ่!

            เสียงตอนรับของการ์ดหนุ่มรุ่น ๆ ดังแทบจะประสานเสียงในขณะที่ร่างนั้นไม่พูดพล่ามใด ๆ แล้วผลักประตูเข้ามา

            “อาชิ!

            สิ่งแรกที่เขาร้องเรียกคือชื่อลูกชายคนเล็กที่ถูกข่มขู่เมื่อครู่ แต่แทนที่จะเห็นความปกติใด ๆ กลับกลายเป็นเพียงภาพเด็กหนุ่มนอนหลับสนิทกอดตุ๊กตาคุมะบนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าอ่อนแรง ดวงหน้าซีดเซียวโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อนั้นฟ้องเขาว่าสิ่งที่คนตรงหน้าเผชิญอยู่คือความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส เรียวปากซีดเซียวที่เคยมีแต่รอยยิ้มใสซื่อนั้นถูกครอบเอาไว้ด้วยหน้ากากช่วยหายใจที่มีฝ้าเกาะอยู่บางเบา อ่สึชิกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เพื่อทำใจรับภาพตรงหน้าในขณะที่เขาเดินไปหาด้วยท่าทีเป็นกังวล

            หากลูกคือหัวใจของผู้เป็นพ่อกับแม่... แค่นี้มันก็บอบช้ำเกินกว่าจะให้ใครมาทำลายแล้ว

            “...ลูกเพิ่งหลับค่ะ อย่าเพิ่งเรียกแกเลยนะคะ”

            น้ำเสียงอ่อนโยนดังขึ้นด้านหลัง อารดาเดินเข้ามาหาผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้มจางแต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานจึงไม่แปลกที่เธอจะสังเกตความผิดปกตินี้ของเขา

            “ทำไมไม่รับโทรศัพท์?”

            “เอ๋? ขอโทษนะคะ พอดีฉันตัดสินใจว่าจะนอนเฝ้าลูกที่นี่เลยก็เลยไปอาบน้ำมาน่ะค่ะ ปิดเสียงเอาไว้กลัวจะกวนลูกก็เลยไม่ได้ยินซะเอง”

            นัยน์ตาคู่งามนั้นเหลือบมองเขาด้วยความสงสัยพร้อมกับที่อารดาซ่อนเร้นอะไรบางอย่างเอาไว้ภายในท่าทางอ่อนโยนนั้น... แต่ก็นานมากแล้วที่เธอไม่เคยเห็นท่าทางร้อนรนของเขาอย่างในตอนนี้ “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

            ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรตอบ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนสายเข้าเสียก่อนพร้อมกับที่มันโชว์หมายเลขสายเรียกเข้าที่เขาไม่คุ้นเคยมาก่อน

            "สวัสดีครับ"

[หึ ๆ...เดี๋ยวนี้แค่เสียงแกก็ยังอ่อนแอขนาดนี้แล้วเหรอ อาสึชิ...] เสียงปลายสายที่ได้ยินทำเอาเขาผงะ เหงื่อเม็ดโตผุดออกมาเบา ๆ ด้วยความตระหนกเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรุกคืบเข้าหาเขาได้เร็วขนาดรู้หมายเลขโทรศัพท์

            “...แกเป็นใคร?”

            ["หึ มันไม่สำคัญหรอก... อย่าลืมสิว่าฉันเคยเป็นใคร อาสึชิ ฮ่าๆๆ...ดีใจด้วยนะที่ลูกชายของนายยังปลอดภัยดี หึ...แต่ก็คงได้อีกไม่นานหรอก จำเอาไว้! ฉันจะเป็นคนแย่งเอาทุกอย่างที่นายมีอยู่ในตอนนี้มาด้วยตัวเอง! อะไรที่มันควรจะเป็นของฉัน ฉันจะแย่งมาทั้งหมด”

“ไอ้เซยะ!” เสียงเย็นตะคอกด้วยโทสะ อาสึชิกำหมดแน่นด้วยความโกรธจัด

[นายจะต้องเจ็บปวดมากกว่าที่ทำเอาไว้กับฉันร้อยเท่า... รวมถึงไปถึงไอ้เด็กแฝดที่มันสะเออะเกิดมาในคืนนั้นก็ด้วย] ปลายสายแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างสะใจก่อนจะตัดสายทิ้งด้วยสมความตั้งใจในการก่อกวน เซยะทิ้งเอาไว้เพียงดวงหน้าขาวที่เดือดดาลของคู่กรณี

“นี่มันอะไรกันคะคุณ?”

“วันนี้ผมเจอไอ้คนทรยศ... เซยะมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราแล้วก็รู้ลึกขนาดว่าลูกกำลังไม่สบาย ทั้งที่เราเอาลูกมาเลี้ยงไกลถึงที่นี่” ผู้เป็นสามีอธิบายช้า ๆ นัยน์ตาอ่อนล้าปราดมองดูอาชิตะที่นอนหลับสนิทอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาสื่อความกังวลจากอาการที่ทรุดหนักลงของผู้เป็นลูก

“แล้วคุณทำอะไรมันหรือเปล่าคะ?”

“ไม่น่ะ... เพราะมันขู่ว่าคุณกับลูกไม่ปลอดภัย ผมก็เลยปล่อยมันแล้วกลับมาก่อน... จริง ๆ แล้วผมว่าอากี้ที่เราคิดว่าน่าเป็นห่วงตอนนี้อาจจะเป็นคนเดียวที่ปลอดภัยก็ได้นะ”

“อย่างกับคุณรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน...” ใบหน้าสวยปรายตามองเขาราวกับอยากรู้ตอบจากการหนีออกจากบ้านไปของลูกชายคนโตที่พาให้เธอแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ถึงอย่างนั้นผู้เป็นสามีกลับยิ้มมีเลศนัย

“ไม่แปลกใจหรือไงที่หนูไอชาไม่โทรมา ไม่ติดต่อเลย ...” เขาตอบช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มจางหวังให้ผู้เป็นภรรยาคลายกังวล “ถ้าอยู่กับหนูไอชาล่ะก็ ไม่ต้องเป็นห่วงลูกหรอก... ตอนนี้คุณดูแลตัวเองกับอาชิเถอะ ตราบใดที่ผมยังไม่ได้จัดการกับไอ้หมาบ้านั่น”

            “ค่ะ...”

            “คุณกับลูกคือศักดิ์ศรีที่เหลือทั้งหมดของชีวิตผมและอาคิโมโตะ...”

ท่อนแขนแกร่งโอบกอดเรือนร่างสวยราวสาวรุ่นนั้นเอาไว้ด้วยรัก ดวงหน้าที่ผ่านความหวาดกลัวมาเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายความกังวลจนเป็นปกติพร้อมกับริมฝีปากสีจางของเขานั้นค่อย ๆ ประกบป้อนอุ่นไอแห่งรักให้กันและกัน อารดาหลับตาพริ้มรับความรู้สึกนั้นด้วยความรักในขณะที่เธอโอบกอดเขาเอาไว้ นิ้วมือเรียวสวยลูบไล้เบา ๆ ที่ใต้แผ่นหลังใหญ่ซึ่งถูกสลักความน่าเกรงขามและศักดิ์ศรีนั้นด้วยความหลงใหล

สิ่งที่ผูกหัวใจทั้งสองดวงเอาไว้มันไม่ใช่เพียงเพราะจากการเจอกันตามพรหมลิขิตของพระเจ้า แต่มันคือความรู้สึกที่เหนือกว่าศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขา อารดาคือผู้หญิงคนเดียวที่เปลี่ยนโลกสีดำที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดอันน่าสะพรึงให้กลับมาสดใส และเธอก็เป็นเพียงผู้หญิงคนเดียวที่ได้ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝดที่จะสืบต่อความยิ่งใหญ่บางอย่างต่อจากเขา

            ไม่ว่ามันผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม... ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่แล้วล่ะก็ ...ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะต้องปลอดภัย

            ...

            สองร่างของสามีภรรยาอาคิโมโตะกอดรัดกันด้วยรักท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่ถูกอารักขาความปลอดภัยเข้มงวดจากการ์ดระดับสูงโดยที่พวกเขาไม่เคยล่วงรู้ว่าการกระทำนั้นอยู่ในสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของใครคนหนึ่งมาตลอด

            ร่างที่นอนนิ่งบนเตียงแม้ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยสายระโยงระยางช่วยชีวิตมากมายแต่มันไม่อาจจะพันธนาการความสงสัยบางอย่างในใจชายหนุ่มผู้เป็นลูกให้หยุดลง

            “...”

            เปลือกตาอ่อนแรงของอาชิตะค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ พร้อมกับภาพชายแปลกหน้าท่าทางไม่น่าไว้ใจซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกันที่แวะมาหาอารดาเมื่อเย็นพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างที่มีข้อแลกเปลี่ยนเป็นอายุขัยที่เหลืออยู่ของเขา...

 

 
 

            ปัญหาและอันตรายครั้งใหญ่ดูเหมือนจะใกล้ตัวไปทุกขณะ... พร้อมกับภาพและคำสัญญาที่เคยได้รับจากเมรินที่ทำให้เขาแทบคลั่งดังคนบ้าในขณะที่เวลาทุกอย่างเริ่มนับถอยหลังสู่จุดแตกหักที่เปลี่ยนอนาคตของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล...




 

            ดวงตะวันค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้าอีกครั้งในอรุณรุ่งที่อากาศเริ่มเย็นลงทุกขณะ หมอกหนาเป็นละอองไอน้ำปกคลุมท้องฟ้าทั่วกรุงเทพฯ จนแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากเมฆหมอกมืดครึ้ม ในขณะที่เรือนร่างเล็กของไอชาลืมตาตื่นจากห้วงนิทรา

            ที่จริงแล้ววันนี้เธอไม่มีเรียนหรอกแต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าการเป็นลูกผู้หญิงที่ดีนั้น การนอนตื่นสายถือว่าไม่ใช่เรื่องงามนัก โดยเฉพาะยิ่งในเวลาที่มีผู้มาขออาศัยอยู่อย่างอากิระด้วยแล้วล่ะก็...

            เสียงกรนเบาจนแทบไม่ได้ยินของอีกฝ่ายซึ่งนอนขดอยู่ข้างเตียงยิ่งทำให้นัยน์ตาคู่งามที่ตัดสินใจลุกออกไปอาบน้ำหยุดหันมองไม่ได้ ใบหน้านวลสวยของเธอยิ้มน้อย ๆ ทุกครั้งที่แอบมองอากิระที่นอนขดในผ้านวมหนาข้างเตียงนั้น โครงหน้าของเขาเนียนสง่าได้รูปรับกับสันจมูกโด่งสวย คิ้วสีดำหนาได้เชื้อชาติผู้เป็นพ่อผูกปมเบา ๆ ทั้งที่ยังหลับใหล แพขนตาคู่สวยนั้นยังคงปิดสนิทในขณะที่ริมฝีปากสีจางซีดเผยอออกน้อย ๆ

            “...มันก็เซะซี่นะ...” แม้จะพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ไอชาก็ไม่อาจจะปฏิเสธไปตรง ๆ ได้ว่าน้ำเสียงนั้นสั่นด้วยความเขินอาย ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาบางเบาและรินรดหลังมือเธอเมื่อเอื้อมเข้าใกล้เป็นจังหวะ ...โดยที่ไม่เคยรู้ตัวเลย อากิระสร้างรอยยิ้มเจือบนใบหน้าสวยนั้นที่แอบมองมานานแสนนาน...

            “...”

            “นายรู้ไหมว่านายหล่อมาก...” เสียงแผ่วเบานั้นแทบกระซิบ หัวใจหญิงสาวเต้นระรัวเหมือนกำลังทะลุออกจากอก เพียงเพราะสัมผัสบนเนื้อกายนวลของเขาปลายนิ้วเรียวลากไล้ไปมาบนเรียวปากอุ่น ๆ นั้นทั้งที่ภายในใจกับพยายามหักห้ามด้วยอาการเขินอายด้วยเป็นหญิง

            เธอรักเขาทั้งที่เขาเป็นแบบนี้...  แม้เรียวปากนั้นจะเคยถูกครอบครองด้วยเซนที่เธอแสนรังเกียจ... แม้ร่างกายที่เธอกำลังสัมผัสจะเคยถูกจองจำเอาไว้จากความรักอันลวงหลอก...

            ทั้งที่ในความจริงแล้วก่อนหน้านั้น... มันเป็นของเธอ มีเพียงแค่เธอที่อยู่ข้างกายของเขา...

 

            “...อะไรนายก็ดีนะ... เสียดายไม่น่าหลับแล้วน้ำลายไหลเลยให้ตายเถอะ!

            จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ร่างสวยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เช็ดคราบน้ำลายแห้งกรังสีขาวที่ริมฝีปากนั้นออกให้อย่างแผ่วเบาโดยไม่ต้องการรบกวนการหลับใหล ไอชารู้แก่ใจดีว่าเพราะชีวิตจริงนั้นไม่เหมือนในนิยาย อากิระที่เป็นพระเอกของเธอจึงไม่อาจจะเพียบพร้อมมากขนาดตื่นมาแล้วดูสดใสเช่นในละคร คนทุกคนก็เป็นเหมือนกันหมดแม้ว่าจะหล่อแค่ไหนก็ตาม

            ...!?

            “ทะ ทำอะไรน่ะ...”

            ร่างสูงกว่าลุกพรวดขึ้นมานั่ง นัยน์ตาตี่เล็กเบิกโพลงมองร่างที่นั่งคร่อมบริเวณหน้าแข้งตนด้วยความตกใจถึงขีดสุด หยดเหงื่อมากมายผุดขึ้นตามร่างกายราวกับเพิ่งอาบน้ำเสร็จพร้อมลมหายใจจากอาการหอบถี่จนแผ่นออกเคลื่อนไหวเร็วตามจังหวะ

            “อะ ไอชา...” ชายหนุ่มเบิ่งตาดูให้แน่ว่าเป็นเธอ มือใหญ่ของอากิระนั้นยกทาบกดแผงอกซ้ายก่อนจะค่อย ๆ ถามต่อน้ำเสียงเลิกลั่กน่าสงสาร “ธะ เธอทำบ้าอะไรเนี่ย”

            “...อะ เอ่อ... ก็... ฉะ ฉันแค่เช็ดคราบน้ำลายให้นายเองอ่ะ!” หญิงสาวตะโกนตอบแถมหลับตาปี๋ ไอชารีบชักใบหน้าแดงกล่ำหันหนีด้วยความเขินอายเพราะไม่ทันคาดคิดไปว่าเขาจะรู้สึกตัวตื่นง่ายแบบนี้!

            “หา?”

            “กะ... ก็นายนอนแล้วอ้าปาก เลอะเทอะหมอนห้องฉันน่ะสิ... มะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปลักหลับคนอย่างนายหรอก ฉัน... มะ ไม่เคยคิดะไรแบบนั้น!

            เธอรีบส่ายหน้ารัว ๆ แถมอธิบายจนลิ้นพันกัน ก่อนจะรีบลุกหนีไล่ความรู้สึกเขินอายอย่างประหลาดนี้ออกไป แต่แทนที่จะได้ลุกสมดังใจคิดกลับถูกแขนแกร่งของอีกฝ่ายคว้าตัวเอาไว้ทัน น้ำหนักแรงของแขนอากิระพาให้เธอเสียหลักล้มคว่ำจนหน้าชิดมาใกล้กับแผงอกชุ่มเหงื่อนั้น เสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขาจนผ่านออกมาถึงรอยสักทำให้เธอยิ่งร้อนใบหน้า แม้จะพยายามหลีกหนีแต่สองสายตากลับสบประสาน ภายในแววตานั้น หญิงสาวสั่นระริกกายด้วยลมหายใจหอบของอากิระที่รินรดซึ่งเป็นดั่งมนตร์สะกดร่างทั้งเธอเขาเอาไว้ด้วยกัน

            “จะแกล้งอะไรฉันรึเปล่าเนี่ย?” อากิระถามออกมาเป็นคำแรกด้วยรอยยิ้มสวย เขี้ยวเล็ก ๆ ของเขาเผยอเล็ก ๆ คล้ายหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ แต่สุดท้ายดวงตาตี่เล็กนั้นก็หลุบลงก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ปล่อยมือนั้นออก

            “จะบ้าเหรอ... ปะ... ปล่อยเลยฉันจะไปอาบน้ำ”

            น้ำเสียงใสบอกปัดเล็กน้อยในขณะที่เธอชันตัวลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวนิ่มที่แขวนไว้ไม่ไกล อากิระมองตามร่างเล็กในชุดนอนตัวบางเบาด้วยท่าทางเหมือนคนต้องมนตร์สะกดบางอย่างก่อนที่เขาจะส่ายหน้ารัว ๆ ไล่ความคิดสกปรกนั้นออกไปจนต้องเปลี่ยนเรื่องพูดแก้เก้อ

            “...อะ อาบเร็ว ๆ แล้วกันฉันหิว!

            แม้จะไม่ได้คำตอบอะไรกลับมานอกจากหน้าที่งอเล็กน้อยของเธอ แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มได้ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะรุนแรงขนาดนี้และน่าแปลกที่มันเกิดขึ้นเฉพาะแค่กับเธอ...

            กับผู้หญิงที่เขาเรียกว่าเพื่อนสนิทมาตลอดชีวิต...

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่แข้งขาอันอ่อนแรงเพราะพิษไข้ที่ไม่ได้รับการรักษานั้นพาตัวเขามาถึงที่หน้าประตูห้องน้ำ เบื้องหลังบานประตูพลาสติกทึบที่กันทั้งเขาและเธอเอาไว้ นิ้วมือเรียวของอากิระสัมผัสบานประตูนั้นเบา ๆ ด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมกันที่เขาเป็นแบบนี้ ทำไมเขาอยากให้เหตุการณ์เมื่อกี้คงอยู่ตลอดไป

            ภาพของเธอที่ใกล้ชิดเขา ลมหายใจเธอที่รดลงบนแผงอกนั้น... รอยยิ้มนั้น... ทำไมหัวใจเขาถึงรู้สึกประหลาดกับมัน ทำไมถึงฟุ้งซ่านที่ต้องการเสพสมมันมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ ...

            “...จะน่าเกลียดไหมนะไอชา... ถ้าฉันคิดว่าฉันเองก็อยากจะลอง แย่งกับเขาบ้างเหมือนกัน...”




 

__________________________
Talk With Hime
เมื่อวานเลือดกระฉอกออกจากปากจริง แต่วันนี้ความหื่นกระฉอก #ไม่ใช่ละ
อากิระทำให้ฮิเมะจิกหมอนแทบพังคีย์บอร์ดกระจายกับฉากนี้
หวังว่าทุกคนจะคิดเหมือนกันนะคะ อิ__อิ
แต่ฉากเรทอย่างว่านี่ฮิเมะไม่เอาแน่นอน อยากให้นิยายสะอาดเหมาะกับทุกวัย
แม้ในใจจะไปแล้วกับพ่อกล้ามโตซิกแพคใหญ่อากี้ก็ตาม...



ขอตอบเพิ่มเมนท์ที่ 245 นะคะ เพราะคิดว่ารีบไปนิดเลยไม่ทันอธิบาย คุณพ่อ ในที่นี้คือคุณพ่อในโบสถ์ของคริสต์ค่ะ จะคล้าย ๆ กับพระของพุทธก็ได้มั้ง แต่จะแทนตนเองว่าพ่อค่ะ ^^ ฟังดูอบอุ่นดีเนอะ

แล้วก็ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะค๊า อ่านแล้วเขินลอยได้เลย T//w//T
จากนี้ไปจะพยายามตั้งใจทำให้ดีกว่าเดิมเนอะ
พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว แต่เรียนวันเว้นวัน วันละ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ยังไงก็มีเวลาปั่นต่อเนอะ ^^ 
พรุ่งนี้จะมีรุ่นน้องแล้ว หิหิ รู้สึกแก่ T//w//T

อ๋อ แล้วก็เมื่อวานไปตอบกระทู้เจ๊มู่บอร์ดนักเขียนมาเกี่ยวกับโต๊ะทำงานนักเขียน
(เป็นนักอยากเขียนแต่เนียนตอบมาแหละ) สำหรับต้นกำเนิด CMM อยู่เม้นท์ที่ 38 นะค๊า
อนาถป้ะล่ะให้ทาย
#CMMมันเป็นนิยายบนเตียงจริงๆ




ปล. อากิระซามะกระเทยหล่อ คำนี้ฮิเมะกรี๊ดลั่นบ้านเลยนะคะ
(ฮิเมะเป็นผู้ชายนะแล้วกรี๊ดขนาดนี้ คิดดูแล้วกันว่ามันแซ่บแค่ไหน T//[]//T <3)

______
*** ขอบคุณเนื้อเพลงค่ะ ***

Flower - Let go again 
http://konohana-sakura.blogspot.com/2014/01/let-go-again-featverbalm-flo-flower.html#ixzz33kTmEQ3G

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #304 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 09:20
    อากิร้าาา~~~ นายก็มีมุมน่ารักๆเหมือนกันนะเนี่ย
    เห็นใจอาสึชิจังเลย อาชิตะสู้ๆ นายต้องหายดี><
    #304
    0
  2. #251 ~ITaSari~ (@raaak) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 00:19
    ไม่ต้องแย่งหรอกอากิระ 555
    แอบหวานเล็กน้อย น่าร๊ากกก
    ดูดีไปหมดมาสะดุดตรงน้ำลายยืด 555
    #251
    0
  3. วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 12:36
    เออ...มันไม่น่าจะสะอาดตั้งแต่ฮิเมะสารภาพว่า"ใจไปแล้ว"นะครับ // ฮิเมะเป็นผู้ชายเหรอ เป็นกระเทยไหม หล่อไหม น่ารักไหม? // โดนเตะ(ดูมันถาม)
    #250
    0
  4. #249 ~ITaSari~ (@raaak) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 20:21
    เกิดอะไรขึ้นน้า ทำไมชีวิตครอบครัวนี้น่าสงสารขนาดนี้ อุปสรรคเยอะ แต่ชอบค่ะ 555
    ตกลงอะไรกันไว้อ่ะ น่าสงสัยๆ
    ความหลังรุ่นคุณพ่อนี่ก็น่าสงสัยนะ ทำไมถึงต้องแค้นขนาดนั้น
    โอ๊ยยย น่าลุ้นทุกตอนเลยยย
    ป,ล.เหมือนตอนนี้อากิระจะโชคดีจริงๆ
    #249
    0
  5. #248 ~ITaSari~ (@raaak) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 01:00
    อากิระกับไอชา เริ่มหวานบ้างแล้ว ขำที่อากิระทำตัวไม่ถูก นิสัยเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้ว
    รู้ตัวสักทีสิว่าโง่ๆแบบนี้คือเสป็กไอชาน่ะ 555
    ฉันอยากอยู่กับเธอตลอดไปนะ <<<ก็ต้องอยู่ตลอดไปเซ่!!!!
    ฉากกระทบกระทั่งที่งานเลี้ยงสุดยอดเลย มันส์มาก(<<<อีนี่โรคจิต555)
    อาสึชิ น่าจะจัดให้หนักกว่านี้ มาพูดกันแบบนี้ หยามม!!!(ไซโคลล)
    เซน ชักจะหมันไส้นายไปทุกครั้งที่อ่านแล้วสิ
    ว่าแต่อาชิตะ กับคุณแม่จะซวยรึเปล่า ระทึกมากตอนนี้
    ไรต์แต่งเก่งสุดยอดดดดดดด!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 มิถุนายน 2557 / 01:04
    #248
    0
  6. วันที่ 5 มิถุนายน 2557 / 17:16
    อากิระซามะ เจ้าจงเป็นกระเทยหล่อต่อไปซะ ข้ารักกระเทยหล่อที่สุด! วะฮะฮ่า อาชิตะฮิเมะก็กลับไปซบอกเมรินโอวจิซามะแหละดีแล้ว (?)
    #246
    0