CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 52 : [[,,,Chapter 37,,,]] Explode [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    27 มี.ค. 57

JJ♕


37

Explode

            “ครับ... ไม่ต้องห่วงครับท่าน ผมจะตามไม่ให้คลาดสายตาเลยครับ”

            เสียงซึ่งไม่คุ้นเคยดังขึ้นเบา ๆ ภายในรถที่จอดอยู่ไม่ห่างออกไปจากร้านกาแฟหรูนัก ภายใต้กระจกหน้าสายตาของเขายังคงจับจ้องไปบริเวณร้านกาแฟซึ่งอยู่ติดกับธนาคารและย่านการค้าซึ่งผู้คนเริ่มพลุกพล่านและบดบังทัศนะวิสัย

            [ดี... ถ้ามันไปมีเรื่องกับใครหรือทำอะไรต้องเก็บข้อมูลมาให้ละเอียดนะ]

            “ได้ครับนาย... แต่ว่าคุณคนนั้นก็อยู่ด้วยนะครับ”

            [เจ้านั่น? อยู่ด้วยกันงั้นเหรอ อย่างนั้นก็ระวังอย่าให้คลาดสายตาล่ะ แล้วเรื่องสะกดรอยตามนี้จะเป็นความลับแค่ฉันกับนายเท่านั้นนะ อย่าไปแพร่งพรายให้ใครรู้เข้าล่ะ] น้ำเสียงทุ้มต่ำปลายสายพูดด้วยท่าทางเอาจริงก่อนตัดสายไป ในขณะที่ชายคนนั้นขยับเสื้อหนังทรงคาวบอยตัวหนาให้กระชับปิดบังเรือนร่างแล้วเดินออกมา ภายใต้แว่นกันแดดทรงใหญ่สีชานัยน์ตายากเดาอารมณ์ซึ่งดูเจ้าเล่ห์ลึกลับเอาไว้ไม่ให้เป็นที่สังเกตในขณะที่เขายกมือขึ้นดึงปีกหมวกคาวบอยเข้าชุดบังใบหน้าจากแดดแรงที่ส่องเข้าตา

            เพียงไม่นานเขาก็มาถึงร้านกาแฟอีกฝั่งถนนหากเพื่อหาที่พักดื่มกาแฟแต่ก็จำต้องหลบไปอีกมุมเมื่อเห็นบรรยากาศคุกกรุ่นบางอย่างในร้าน เมื่อมีชายหนุ่มสองคนกำลังยืนผจัญหน้ากันไม่ลดละ

            “เซน!” 

            เสียงกัดฟันกรอดดังขึ้นอย่างไม่พอใจจากชายหนุ่มท่าทางแต่งตัวสะอาดสะอ้านที่อยู่บริเวณด้านในซึ่งเป็นโต๊ะพิเศษ นัยน์ตาตี่เล็กเป็นประกายจ้องเขม็งมองผู้มาใหม่ก่อนหน้าชายคนนั้นโดยไม่ลดละในขณะที่ก้าวสามขุมเข้ามาหาโดยไม่มีใครกล้าห้าม

            “นายเป็นใคร?” อีกฝ่ายถามกลับในขณะที่พนักงานเสริ์ฟสาวหลายคนที่เป็นแฟนคลับดาราดังคนนี้แอบยืนเชียร์อยู่ลึก ๆ

            “จะบ้าหรือไง นี่นายต้องการเล่นตลกอะไรกันแน่น่ะเซน! จำฉันไม่ได้หรือยังไง!

            ฝ่ายถูกถามเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยทั้งที่ในความเป็นจริงเขาไม่มีทางลืมภาพคนตรงหน้า บุคคลที่เขาคิดว่าได้ตายจากไปตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว สำหรับเขา คนตรงหน้าคือสิ่งที่ต้องถูกกำจัดเพราะคือก้างชิ้นใหญ่ของอนาคต

            “...ขอโทษนะครับ ผมจำคุณไม่ได้จริง ๆ ทักคนผิดแล้วล่ะครับ”

            เซนจำต้องพูดแบบนั้นออกไป ชายหนุ่มกระแอมไอทำเสียงให้ดังราวอยากประกาศให้ชัดพลางแอบมองว่ามีนักข่าวหรือปาปารัซซี่ซึ่งจะมาแอบถ่ายรูปถ่ายคลิปเอาไว้ให้เป็นข่าวหรือไม่

            “นี่นายปัญญาอ่อนจนจำฉันไม่ได้เหรอ ต้องให้ฉันพูดเตือนสติจริง ๆ หรือยังไงว่านายเป็นอะไรกับฉัน!” ร่างเล็กกว่าบุรุษตรงหน้าตะคอกใส่ อากิระก้าวขาฉับ ๆ เดินมากระชากคอเสื้อหนาของอีกฝ่ายด้วยท่าทีเหลืออด

            “...เอ๊ะ! ก็ผมบอกว่าไม่รู้จักคุณไงครับ!” อีกฝ่ายบอกเสียงแข็ง เซนที่เพิ่งเข้ามาใหม่หวังจะดื่มกาแฟในร้านตัดสินใจเป็นฝ่ายถอยออกไปเสียเอง ในใจชายหนุ่มรู้สับสนและเกรงว่าการต่อปากต่อคำนานไปจะทำให้อากิระในสภาพสติแตกโพล่งบอกเรื่องที่ตนอยากปิดบัง

            “จะบ้าเหรอเซน... ก็พวกเรา...”

            “เลิกตามตื้อผมเถอะครับ ผมไม่รู้จักคุณ... ขอโทษนะครับถ้าคุณไม่เลิกผมคงต้องแจ้งตำรวจ” ร่างสูงกว่าเริ่มหงุดหงิดไม่พอใจในขณะที่ความอดทนของอากิระเริ่มขาดลงทุกขณะ ใบหน้าซีดกัดฟันกรอดเสียงดัง พร้อมกับหมัดที่ถูกกำแน่นจนร่างสั่นเทิ้มราวกับพยายามสะกดอารมณ์

            ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าถ้าอากิระระเบิดโทสะ... ไม่ว่าอะไรก็เอาไม่อยู่...

            “ฉันเริ่มไม่สนุกแล้วนะเซน!” เขาว่าในขณะที่เซนถอยหนี ฉันพลันร่างเล็กกว่าก็กระชากแขนนายแบบหนุ่มกลับมาแล้วทุ่มเขาลงกองกับพื้นอย่างเดือดดาลท่ามกลางเยงกรีดร้องตกใจ

            “...ฉันพยายามระงับอารมณ์มาตลอด! แต่ในเมื่อนายไม่ยอมดี ๆ เราก็มารื้อฟื้นอดีตกันต่อหน้าคนในร้านนี่แหละ!

            ไม่ว่าเปล่า อากิระถือจังหวะเก้าขามาคร่อมร่างอีกคนไว้ นิ้วมือเรียวหมายลูบไล้เรือนผมที่เคยได้หอมเช้าเย็น ทว่าครั้งนี้... ยิ่งเห็นกลัวก็ยิ่งอยากแกล้ง อากิระไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนอย่างเซนจะความจำเสื่อมไปได้อย่างไร?

            “...จำฉันให้ได้สิ” เขาว่าในขณะที่ค่อยก้มลงหมายไล้ซอกคอขาวหากแต่...

            พลั่ก !

            เหยื่อเผลอใช้หัวเขากระทุ้งท้องเข้าให้อันใหญ่จนร่างชายหนุ่มถลาล้ม โต๊ะเก้าอี้เริ่มเละไม่เป็นท่าแต่ก็ยังไม่มีใครที่มีความสามารถที่จะเข้ามาต่อกรหรือห้ามศึกได้เลย

            อีกคนก็นายแบบดัง อีกคนก็ลูกชายอภิมหาเศรษฐี... เห็นทีถ้าเป็นมวยคราวนี้คงเป็นคู่ชกที่สมน้ำสมเนื้อกันไม่เบา

            “บอกแล้วไงครับว่าไม่รู้จัก! เลิกมายุ่งกับผมเถอะ หรือคุณหลุดจากโรงพยาบาลมาครับ ผมพูดทำไมไม่ฟังเลย”

            “...!

            อากิระสะดุดนิ่งด้วยความเจ็บปวดในใจ... ไม่ใช่ว่าจำไมได้แต่เซนแค่ทำเป็นไม่รู้จักต่างหาก... ทั้งที่เขายอมตายได้เพื่อเซน... ทำทุกอย่างแต่สุดท้าย...

            ร่างเล็กกว่ากำหมัดนิ่งพยายามระงับอารมณ์โกรธ มือหนึ่งกุมบาดแผลที่ท้องซึ่งถูกเซนไว้แน่นด้วยจุกเจ็บ อากิระรู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้โวยวายไปคงไม่ได้อะไรขึ้นมา หากแต่ความรู้สึกในใจมันกลับพังทลายลงทุกครั้งกับคำพูดย้ำ ๆ ของเซน...

            เขารักมากขนาดนี้... เขาดูเหมือนคนบ้า... คนโง่งมอย่างนั้นเหรอ...

            ความรักทุกอย่างที่เคยให้... เงินทุกอย่างนับหลายสิบล้านบทที่หมดไปกับการปรนเปรอ... สุดท้ายแล้วนั้น...

            “...ออกไปจากชีวิตผมสักทีเถอะ เราไม่เคยมีความข้องเกี่ยวกัน”

            “มันจะมากไปแล้วนะเซน เดี๋ยวนี้นายมันเสแสร้งแกล้งลืมแฟนตัวเองที่ชื่ออากิระได้ลงเพราะเงินเหรอ! อยากได้เท่าไหร่? จะเอากี่ล้านให้นายไม่ต้องมาทำตัวทุเรศแบบนี้!

            น้ำตาที่มีเริ่มเอ่อล้น อากิระพยายามควบคุมโทสะเดือดดาลในใจลึก ๆ เพราะเขารู้ดีว่าการเป็นสัตว์ร้ายใส่คนตรงหน้าจะยิ่งทำให้เซนมีโอกาสแถและโกหกมากขึ้นไปอีก ตั้งแต่เรื่องอุบัติเหตุมานั้น เขาเริ่มคิดที่จะควบคุมอารมณ์มาตลอดเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก

            เขาควรมีสติให้มาก...

            “...” อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรนอกจากยิ้มน้อย เซนเดินเข้ามาหาอากิระอย่างเชื่องช้าทว่ามันแทบทำให้หัวใจของคนที่ยืนมุงสั่นระรัว เช่นเดียวกับชายแปลกหน้าที่เฝ้าดูสถานการณ์อย่างนิ่งเงียบ นัยน์ตาลึกลับภายใต้แว่นตาหนาส่องประกายพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากในขณะที่เดินออกไปตามพวกพนักงานซึ่งไม่อยากถูกลูกหลงหรือผู้จัดการว่า

            มือใหญ่ของเซนกระชากเสื้อของอากิระที่ตัวเล็กกว่าด้วยท่าทีไม่พอใจและเดือดดาล ชายหนุ่มมองจดจ้องนัยน์ตาตี่เล็กที่ฉายแววตาเจ็บปวดนั้นอย่างเกลียดแค้น จากร่างกายที่อยู่แทบจะแนบชิดกันจึงไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทิ้มกดดันของคนตรงหน้าเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่าง...



 

                เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่บริเวณสระว่ายน้ำซึ่งเลี้ยวลดล้อมรอบตัวบ้านในยามนี้เปลี่ยนเป็นสีอาทิตย์ยามอัสดง ทิวไผ่ที่ปลูกอยู่ไม่ไกลไปนักค่อย ๆ สะบัดไปตามสายลมหน้าหนาวพร้อมกับดวงไฟสว่างที่เปิดจนเห็นร่างคู่รักชายหญิงที่ยืนโอบกันแนบชิด

            “...ขอบคุณที่เธอกลับมานะเมริน” เสียงทุ้มนุ่มพูดขึ้นเบา ๆ ในขณะที่ค่อย ๆ เอาคางเกยพาดไหล่เล็กของหญิงสาวที่หยุดยืนมองเงาคนทั้งสองซึ่งสะท้อนบนผืนน้ำด้วยเปี่ยมความสุข ท่ามกลางลมหนาวที่พัดมานี้หัวใจทั้งสองดวงกลับรู้สึกอบอุ่นเสียจนไม่อาจผละห่าง

            “ขอบคุณบ้าอะไร... ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำแบบนั้น”

            “...มันเป็นอดีตแล้วนี่นะ” อาชิตะพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะโอบกอดร่างเล็กนั้นเอาไว้แนบแน่น นัยน์ตาสีเข้มทอดมองเงาคนทั้งคู่บนผืนน้ำด้วยรอยยิ้มจาง “ฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วมั้งที่เราจะเริ่มต้นในสิ่งที่เราสองคนคนจะเป็น...”

            ร่างเล็กเงียบไปก่อนที่จะเหลือบมองใบหน้าขาวที่ถือวิสาสะเกยใบบนไหล่ คิ้วคู่สวยผูกเป็นปมเล็ก ๆ

            “...”

            “เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม? เรื่องแปลกประหลาดที่พาให้หัวใจสองดวงที่อยู่คนละที่และควรต้องพลัดพรากกลับมาเจอกันอีกครั้งและอีกครั้ง... พรหมลิขิตคือสิ่งแปลกประหลาดที่เราไม่เคยรู้ว่าเรารักคน ๆ นี้ไปได้ยังไง รักจากที่ตรงไหน และรักจนให้ทุกอย่างได้แม้แต่ชีวิต... เหมือนเหมือนความผูกพันของคนคู่หนึ่งซึ่งเกิดมาเพื่อมีชีวิตอีกเสี้ยวหนึ่งให้กันและกัน...”

            เมรินนิ่งเงียบไม่พูดอะไรในขณะที่เธอหันร่างเล็กมาสบประสานสายตาคนตรงหน้าด้วยความสงสัย เธอรู้ดีว่าเขาต้องหมายถึงอะไร หากแต่ท่าทางและน้ำเสียงเอาจริงนั่นกลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นได้อย่างแปลกประหลาด

            “...ฉันไม่ได้รักเธอตั้งแต่ตอนที่เห็นเธอประกวดดาวหรอกนะ จริง ๆ แล้วเธออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่าฉันตามเธอมาตลอดเลยล่ะ ตั้งแต่สมัยเธอเป็นเด็กประถมตัวน้อยที่โบสถ์ หรือจะเป็นตอนที่เธอเป็นเด็ก ม.ปลาย แล้วมาแข่งอะไรในโรงเรียนเก่าฉัน... ฉันก็นั่งที่นั่งข้าง ๆ เธอนั่นแหละ... แล้วก็รู้ด้วยว่าเธอเคยคบกับเซน...” ชายหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม อาชิตะนึกถึงเรื่องสมัยก่อนที่ตนเองพูดถึง

            “พะ พูดบ้า ๆ ...”

            “จริง ๆ นะ เพราะอย่างนั้นไงฉันถึงได้บอกว่าฉันรู้จักเธอ อาจจะดูเหมือนโรคจิตใช่ไหมล่ะ แต่ฉันก็รู้นะว่าเธออยากจะเป็นหมอมาก เธอเป็นเด็กเรียนของโรงเรียนเธอเลยไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง... โรงเรียนเก่าเธอก็อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนนานาชาติไม่ใช่เหรอไง”

            “บ้า... เรื่องนั้นใคร ๆ ก็รู้... ฉันจะเชื่อนายได้ไงว่านายไม่ได้โกหก? ถ้าจะพูดเพราะอยากให้ฉันเขินนายล่ะก็วันหลังต้องหาอะไรที่มันพิเศษกว่านี้หน่อยสิ” ร่างเล็กบอกในขณะที่เธอหัวเราะเบา ๆ สายตาอ่อนโยนมองตอบเขาเชิงแอบตำหนิแต่เจ้าของร่างที่สูงกว่ากลับยิ้มร้าย

            “ฉันรู้ Top secret เธอนะเมริน”

            อาชิตะยิ้มร้ายก่อนจะหัวเราะออกมา นัยน์ตาสีเข้มเผยเลศนัยชัดเจนก่อนจะค่อย ๆ เลือนริมฝีปากซีดจางไปใกล้ใบหูเล็กของร่างสวยพร้อมกับเสียงนุ่มระคนแหบแห้งเบา ๆ ก่อนจะเดินหันหลังให้

            “...เธอกลัวบ่อน้ำสีดำในโบสถ์นั่นเพราะเธอเคยตกลงไป...”

          ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นข้างแก้มในขณะที่หันควับมองร่างของชายหนุ่มด้วยความสงสัย เรื่องเก่านานนมนั่นมีเพียงเธอกับแม่เท่านั้นที่รู้และเธอค่อนข้างแน่ใจว่าอาชิตะไม่มีทางรู้เรื่องนี้มาก่อนแน่นอน เพราะวันนั้นที่ไปด้วยกันเธอแค่บอกเขาว่ารู้สึกแปลก ๆ เท่านั้น

            “เดี๋ยวสิ... นายไปรู้มาได้ไงอาชิตะ!?

            ร่างสูงที่เดินออกห่างหยุดนิ่งเงียบชะงัก อาชิตะถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันมองเมรินที่เดินตามมาด้วยรอยยิ้มจาง ชายหนุ่มปลดสร้อยคอสีเงินที่คอตนเองออกก่อนจะส่งมันให้เธอแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “จะแปลกอะไร... ก็คนที่ช่วยเธอเอาไว้ในตอนนั้นคือฉันเองไม่ใช่เซน”

          อาชิตะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มลึกลับในขณะหันกลับมามองหน้าเธอ มือของเขาสาละวนวุ่นอยู่กับการจัดเสื้อยืดธรรมดาสีดำที่ใส่อยู่ให้เข้าที่หากแต่มันทำให้เธอรู้สึกใบหน้าร้อนแปลก ๆ

            “...บะ บ้าน่า”

            “เด็กหญิงเมรินจอมขี้แงที่ชอบถือตุ๊กตาหมี... เด็กที่ตามแม่ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดีอยากเป็นเพื่อนเล่นกับเด็กผู้ชายขี้โรคแล้วเรียกเขาว่า พี่อาชิแค่เวลาสั้น ๆ ที่เราอยู่ด้วยกันเธอสัญญาว่าจะแต่งงานกับเด็กผู้ชายคนนั้นด้วยการแลกตุ๊กตาหมีที่เด็กผู้ชายคนนั้นซื้อให้ และบอกว่าเธออยากเป็นหมอเพื่อเด็กผู้ชายคนนั้น...” อาชิตะเว้นหายใจในขณะที่เขาสบประสานตาเธอไม่ลดละราวกับต้องการจะบอกว่ามันคือความจริง

            “...”

            “ทุกอย่างไปได้ดี... จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอตกลงไปในบ่อน้ำนั่น... บ่อน้ำสีดำที่อยู่หลังโบสถ์ในตอนที่ทุกคนยังมิซซาเข้า วันนั้นเธอเดินไปกับเด็กผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน” น้ำเสียงตัดพ้อนั้นดังเข้าไปในโสตประสาทของหญิงสาว ภาพบ่อน้ำสีดำในห้วงความคิดผุดขึ้นมาแวบหนึ่งหากแต่เพราะมันเป็นเรื่องในเยาว์วัย ทุกอย่างในตอนนี้จึงเลือนรางเหลือเกิน...

            “นายจะบอกว่านายคือเด็กผู้ชายผมดำคนนั้นใช่ไหมอาชิตะ?”

            เมรินชิงพูดขึ้นมาก่อนในขณะที่จับแขนนั้นเอาไว้ สายตาของเธอเอาจริงจัง... แม้จะเจ็บปวดเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยลืมก็คือความรู้สึกในฝันที่ฝันเห็นบ่อย ๆ

            ...เด็กผู้ชายผมสีดำเปื้อนร้อยยิ้มที่ฉุดเธอขึ้นมาจากท้องน้ำกว้างในความฝันคนนั้น...

            โครงหน้าที่เธอไม่เคยลืม... น้ำเสียงเล็กน่ารักในตอนนั้น...

            เขาเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่สง่างามเพียบพร้อมทั้งชาติตระกูลและทุก ๆ อย่าง เรือนผมสีดำที่เธอจำได้บัดนี้กลับกลายเป็นผมสีเงินยาวถึงแผ่นหลัง... เหมือนเส้นผมบังภูเขา... ในเมื่อหน้าตาเหมือนกันเสียขนาดนี้...

            ถึงจำได้ไม่หมดก็ไม่เป็นไร...ในเมื่อหัวใจมันดันยืนยันว่าใช่ไปแล้ว...

            “...” ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันที่ร่างกายนั้นสั่นเทิ้มไปหมด น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบดวงแก้มใสจนสุดท้ายหญิงสาวก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากซุกมันลงกับเสื้อยืดตัวบางและแผ่นอกอีกฝ่าย

            บทจะหาเจอ... มันก็ง่ายเกินไป...

            นี่สินะ... พรหมลิขิต?

            “...ใครมันจะไปรู้! ถ้านายไม่บ้าจี้ทำผมสีนี้... ฉันอาจจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ก็ได้... ฮือ...”

            “...มะ เมริน...”

            “หยุดพูดไปเลย!” ใบหน้าเล็กงอหงิกในขณะที่ค้อนใส่อาชิตะที่ยืนงง “งั้นเรื่องที่นายไปบ้านฉันถูกก็ไม่ใช่เพราะถามทางชาวบ้านมาตลอดหรือเนวิเกเตอร์บ้าบออะไรในรถนายใช่ไหม? ไหนจะทางไปโบสถ์นั่นอีก สรุปก็คือนายรู้ทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้วอย่างนั้นเหรออาชิตะ!

            ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะยิ้มด้วยความขบขัน

            “เธอนึกว่ามันจะกรอกว่าไปบ้านนางสาวเมรินแล้วพาไปถูกเหรอ... อีกอย่างนะ ฉันไม่ได้จอดถามทางใครด้วย บ้านเธอมันปลีกวิเวกซะขนาดนั้น คิดว่าฉันจะกล้าจอดรถลงถามใครเล่า นาน ๆ จะมีรถผ่านมาซักทีด้วย เฮ้อ... เด็กนี่มันหลอกง่ายจริง ๆ นะ” เขาพูดต่อด้วยท่าทางขบขัน

            “...บะ บ้าเถอะ งั้นนายมันก็ยิ่งกว่าคนโรคจิตแล้วแหละอาชิตะ นะ... นี่ นายแอบตามชีวิตฉันไปถึงไหนอีกเนี่ย...”

            “แทบทุกทีที่เธอไปกับมัน... จริง ๆ วันนั้นที่ลูกชิ้นเธอหก ฉันก็แอบตามไปหาเธอนะ... ฉันไม่ได้ไปบ้านเธอถูกแค่คนเดียวแต่บ้านเซนฉันก็ไปถูก รู้มานานแล้วด้วยว่ามันคบเธอไปพร้อม ๆ กับอากิระ” เขาอธิบายแค่นั้นก็ทำเอาหัวใจหญิงสาวกระตุกวูบด้วยแอบหวาดกลัวว่าเขาจะรู้ในสิ่งที่เธอได้ทำผิดเอาไว้

            ตอนนี้เธอสับสนเหลือเกิน... อาชิตะคือคู่หมั้นเธอแถมเธอกับเขากำลังไปกันได้ด้วยดี... แต่ถ้าเขาเกิดรู้ความจริงที่ว่าเธอคือต้นเหตุของอุบัติเหตุวันนั้นล่ะ?

            “...ทะ ทุกที่เลยเหรอ”

            “จริง ๆ ก็ไม่ทุกที่หรอก ฉันไม่เคยคิดอะไรทะลึ่งกับเธอเลยนะ... เป็นไงล่ะเมรินพอรู้แล้วเธอรู้สึกไงบ้าง คงรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันจริงจังกับเธอมากนะ เธอน่ะ...เป็นคนเดียวที่คบกับฉันแต่ไม่เคยคิดหลอกฉัน... ไม่เหมือนคนมากมายที่รักฉันเพียงเพราะฉันเป็นใคร”

            “...”

            “...แต่งงานกันไหมถ้าฉันกลับมา...”

          เพียงคำพูดสั้น ๆ ที่ออกจากปากของเขาสะกดทุกอย่างให้อยู่ในห้วงภวังค์ แม้กระทั่งเข็มนาฬิกาหรือดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าต่างก็หยุดเคลื่อนไหว ระหว่างเขาและเธอมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังเป็นจังหวะเดียวกันเท่านั้น...

          น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินช้า ๆ ...ทั้งที่เธอรู้ดีว่ามันอาจจะเร็วเกินไปกับชีวิตการเป็นนักศึกษาแพทย์ของเธอ แพทย์ระบบประสาทและสมองที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าอยากลองดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต

            แต่มันไม่น่าสะกดใจเท่ากับคำว่า ถ้ากลับมา หรอก

            “...นะ นายจะไปไหน...อาชิตะ...”

            เขาเงียบ... ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยท่าทีอ่อนแรงก่อนจะก้มมองหญิงสาวด้วยแววตาซ่อนเร้นบางอย่างพร้อมกับที่ยกมือลูบไล้ดวงหน้าคนรักเอาไว้ด้วยสายตาแสดงถึงความเจ็บปวด

            “ฉันเหลือเวลาอยู่ที่ประเทศไทยอีกแค่เดือนเดียว... ก่อนที่ฉันจะต้องบินไปญี่ปุ่น มีเรื่องเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องทำมันให้สำเร็จและมีความหมายมากกับชีวิตของฉัน... ถึงจะรู้ก็เถอะว่ามันอาจจะไม่สำเร็จแต่ว่าฉันก็..” อาชิตะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่สู้ดีนักในขณะที่หญิงสาวกลับเลือกที่จะกอดเขาเอาไว้

            “...นะ นายพูดอย่างกับจะไปแข่งอะไรชิงแชมป์โลกอย่างนั้นแหละ... อาชิตะ... มันไม่มีอะไรไม่ใช่เหรอ... อยะ อย่าทำท่าอมทุกข์แบบนี้ได้ไหม... ฉะ ฉันเริ่มกลัวแล้วนะ...”

            “...” เขามองร่างที่โผเขามากอดช้า ๆ พร้อมกับสายลมหนาวที่พัดไปทั่วบริเวณทั้งที่ภายในใจอยากจะร้องไห้และหวาดกลัววินาทีที่ต้องบอกความจริงนี้เท่าไหร่ แต่ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาขนาดนี้... เขาก็คงหมดทางที่จะเลือก...

          “จริง ๆ แล้ว... คือฉันน่ะต้องไป... ...อะ อากิระ!?

          ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อจู่ ๆ พี่ชายที่น่าจะยังไม่กลับมานั้นยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า อากิระในสภาพยับเยินจ้องเขม็งร่างที่โอบกอดน้องชายฝาแฝดตนเอาไว้แน่นด้วยความเคียดแค้นอาฆาต พร้อมกับที่เขาค่อย ๆ เดินเข้ามาหาทั้งสองด้วยรอยยิ้มและเสียงแค่นหัวเราะในลำคอราวสัตว์ร้ายที่กำลังกระหายอะไรบางอย่าง!?


 

            “...ได้เซนไปคนหนึ่งแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอถึงต้องมายุ่งกับน้องชายฉัน! เธอนี่มันหน้าด้านแถมแพศยาได้สุด ๆ ไปเลยนะ!” ร่างที่มาใหม่พูดตะคอกไม่พอใจในขณะที่ส่งสายตาอาฆาตดูหมิ่นให้กับเมรินที่ยืนนิ่งตะลึงงันอยู่

            ร่างสูงใหญ่กว่าของผู้เป็นพี่ชายสาวเท้ามาใกล้เข้าไปอีกไม่เลิกในขณะที่สายตาคมเกรี้ยวโกรธนั้นจับจ้องเมรินที่อยู่ในอ้อมกอดของอาชิตะไม่ลดละ ความอาฆาตพยาบาทช่วงชิงสติสัมปะชัญญะของเขาออกไปหมดจนเหลือเพียงร่างกายของคนคลุ้มคลั่งไร้สติแยกแยะ

            เพราะเซน...ตัวเองถึงเจ็บปางตาย ต้องกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่เอาไว้หลอกใช้...

            แล้วคราวนี้... คนนี้ยังจะมายุ่งย่ามกับน้องชายเพียงคนเดียวของเขาอีกอย่างนั้นเหรอ!

            “...”

            อากิระมองหน้าน้องชายที่นิ่งเงียบ อาชิตะเอาตัวเข้ามากันเมรินด้วยความเป็นห่วง เขารู้ดีกว่าใคร ๆ ว่าอากิระกำลังโกรธและน่าจะพาลอาละวาดมาจากเรื่องอื่นเหมือนทุก ๆ ที

            “อาชิตะส่งนังนั่นมาให้ฉัน!” เขาเริ่มออกคำสั่ง สายตาโกรธแค้นปราดมองน้องชายที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไรพร้อมกับสายตาไม่พอใจทั้งที่พยายามระงับอารมณ์โกรธจัดไม่ต่างกัน

            “ฉันว่านายขึ้นห้องตัวเองไปดีกว่านะ...”

            “อาชิตะ!” เสียงสูงโพล่งออกมาอย่างไม่พอใจ นิ้วมือเรียวชี้หน้าหญิงสาวซึ่งอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้าด้วยความเดือดดาล ชั่วพริบตาที่อากิระเข้าไปจนแทบถึงตัวแต่อาชิตะกลับเอาร่างของตนมายืนขวางไว้เสียก่อน

            “อย่ามายุ่งกับเมรินของฉัน... กลับห้องตัวเองไปซะ”

            “ของนายเหรอ!? รู้อะไรบ้างหรือเปล่าว่านังนี่มันได้มาแล้วกี่คนก่อนมาถึงแก! ทำไมต้องปกป้องผู้หญิงไม่มีค่าพรรค์นี้ด้วยฮะ! หลงอะไรในตัวมัน... ไม่รู้หรือยังไงว่ามันคิดจะหลอกและปอกลอกแกน่ะ!” อากิระตวาดลั่น ร่างกายสูงใหญ่นั้นสั่นเทิ้มไปหมดความแรงอาฆาต

            “...! อย่ามากล่าวหาผู้หญิงของฉัน ...นายก็รู้ดีว่าฉันตามหาเมรินมานานแค่ไหน! แล้วรู้เอาไว้ด้วยว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับเมริน... คนอย่างนายไม่มีวันห้ามฉันได้หรอกอากิระ!

            ความอดทนนั้นเริ่มหมดลง อาชิตะตอนนี้เริ่มมีน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ สองพี่น้องเริ่มทะเลาะกันเสียงดังขึ้นทุกทีอย่างไม่มีใครเกรงใคร แต่จากมุมมองที่เมรินได้เห็น เธอรู้สึกว่าครั้งนี้นั้นอาชิตะอาจจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้...

            “ผู้หญิงของนาย?” แฝดผู้พี่ขึ้นเสียงสูงก่อนจะหัวเราะในลำคอราวคนเสียสติพร้อมพ่นน้ำลายเย้ยหยันน้องชายตนด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่รู้อะไรบางอย่าง

            “...แกมันก็แค่ควายโง่ที่โดนหลอกใช้เท่านั้นแหละ! จะบอกอะไรดี ๆ ให้นะว่านังนี่มันเป็นผู้หญิงที่ไปกับไอ้เซนวันที่เกิดอุบัติเหตุตอนนั้น! มันนี่แหละที่เป็นตัวการให้ฉันเกือบตาย! แล้วมันก็เป็นตัวการให้ไอ้เซนทรยศฉัน! แกคิดว่ามันจะรักจะซื่อสัตย์กับแกได้จริง ๆ เหรอฮะอาชิตะ!?

            ในที่สุดความจริงก็หลุดออกมาจากปากอากิระ ผู้เป็นพี่หัวเราะชอบใจพลางมองหน้าน้องชายที่นิ่งเงียบชะงักไปทันทีที่ได้ยิน อาชิตะส่ายหน้าช้า ๆ ราวกับเขาไม่ยอมรับ วูบหนึ่งที่เขาปรายตาเจ็บปวดและสับสนหันกลับมามองเมรินที่ได้แต่ยืนเงียบน้ำตานองด้านหลัง

            “ไม่จริง... อย่ามาใส่ความเมริน เรื่องที่ไปกับไอ้เซน เมรินจะไปทำไมในเมื่อยัยนี่รักฉัน! เมรินมีฉันแค่คนเดียวมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้! ...รู้ไว้ด้วยนะอากิระว่านายไม่มีวันใส่ความผู้หญิงที่ฉันรักได้หรอก ฉันรักเมริน เชื่อใจเมริน... คนอย่างเมรินไม่มีวันทรยศฉัน!

            น้ำเสียงนุ่มก้าวร้าวขึ้นทุกที สายตาโกรธของอาชิตะปราดมองพี่ชายตนเองด้วยความเกลียดชังที่เข้าครอบคลุมทุกที่ในหัวใจ ความเคารพและสายใยของฝาแฝดเริ่มขาดสะบั้นลงช้า ๆ เมื่ออากิระปากกล้ากล่าวหาผู้หญิงที่เป็นหัวใจของตัวเอง

            ในเมื่อร่างกายก็ไม่ได้แตกต่าง ทำไมจะต้องให้ความเคารพกับคนอันธพาลแบบนี้ด้วย?

            “แกมันโง่... หลงมันจนหัวปักหัวปำไม่รู้ถูกผิด!

            “หุบปาก! ต่างอะไรกับแกล่ะอากิระ? น้องมันจะโง่ก็ไม่แปลกนี่ ก็ในเมื่อพี่มันก็ทำเหมือนกัน... อย่านึกว่าไม่รู้นะว่านายเคยไปหาเรื่องผู้หญิงของฉันแถมขู่เผาบ้านเขา นายมันก็ทำอะไรเพราะหลงไอ้เซนตาบอดเหมือนกันแหละ... น้องบ้าผู้หญิง... พี่มันจะบ้าผู้ชายก็แฟร์ดีนะ... อั่ก!?”

            พูดยังไม่ทันจบฝ่ายน้องชายมือใหม่ฝีปากกล้าก็ถูกกำปั้นของอีกฝ่ายต่อยโดนเข้าอย่างจัง อาชิตะเสียหลังล้มหน้าจูบพื้นไม้ระแนงริมสระอย่างมันทันตั้งตัวในขณะที่คนรับใช้ที่เห็นเหตุการณ์ร้องเสียงดังเพราะตกใจ

            “อย่ามาอวดดีกับฉัน...” อากิระบอกในขณะที่ส่งสายตาดุใส่ แต่เมื่อเห็นว่าอาชิตะล้มลงไปแล้วเวลานี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าจัดการกับเมรินที่ตนเกลียดแค้นมานาน

            ถ้าเพียงผู้หญิงแพศยาคนนี้หายไป... คนทุกคนก็จะไม่ต้องตกสู่วังวนแย่งชิงกันแบบนี้...

            ถ้าไม่มีผู้หญิงที่ชื่อเมริน... อาชิตะก็อาจจะอยู่กับเขาได้นานขึ้น...

            “...” เมรินนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออกเมื่อในที่สุดอากิระก็เข้ามาถึงตัว เรี่ยวแรงมหาศาลส่งผ่านความเกลียดชังจากสัมผัสบีบคั้นที่ข้อมือ...

            “...สามปีก่อนฉันเคยคิดมาตลอดว่าฉันอยากฆ่าตัวตายไปให้พ้น ๆ เพราะเธอ เธอมันเด็กผู้หญิงแพศยาที่มาแย่งเซนของฉันไป แล้วฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าระหว่างที่คบฉันมันจะยังกลับไปยุ่งกับเธออีก... เธอนี่มันหน้าด้านดีนะ สลับรางยังไงเหรอ? ถึงได้มีเวลาว่างมาหลอกน้องฉันอีกได้น่ะ! คนไหนรวยจะเอาให้หมดเลยใช่ไหม! ...ไม่ละอายใจเหรอกับสิงที่ตัวเองทำลงไปน่ะ คบได้จริง ๆ เหรอกับคนที่มันหน้าเหมือนศัตรูของเธออย่างฉัน?”

            แค่คำถามเดียวก็ทำเอาเจ็บจุกในอก สิ่งที่อากิระพูดมันมัดตัวเธอแน่นทุกอย่าง... ทั้งที่ไม่เคยเจตนาแต่การกระทำที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน... ก็มัดเธอแน่นลงในบ่วงกับดัก...

            เถียงอะไรก็ฟังไม่ขึ้น...

            “...คือฉัน...”

            “เถียงไม่ออกใช่ไหม!” อากิระย้ำราวคนชนะ

            “แต่เรื่องวันนั้นที่ฉันไปกับเขาก็เพราะฉันต้องการถามเรื่องอาชิตะต่างหาก!” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยความเหลืออด สายตาปวดร้าวเหลือบมองอาชิตะที่ยืนเงียบทำอะไรไม่ถูก แม้จะรักแค่ไหน... ก็คงต้องถึงเวลาแล้ว...

            “เพราะนายเข้ามาทำดีกับฉัน ฉันถึงได้สนใจว่านายเป็นใคร... จนต้องยอมไปถามพี่เซนวันนั้น แล้วฉันก็คือคนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ ฉันคือต้นเหตุให้อากิระสติแตกขับรถไล่เบียดจนเกิดเรื่องจริง ๆ ...ทั้งหมดนี้ก็เพียงเพราะฉันอยากรู้ว่านายเป็นใครเท่านั้น จริงอยู่ว่าตอนนั้นฉันชอบนายเพราะท่าทางที่เป็นคนดี และถึงตอนนี้ฉันจะรักนายแบบที่นายรักฉัน... แต่ฉันก็คือคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนั้นจริง ๆ ...และถ้าให้เดาที่นายเกือบตายในค่าย ก็คงมาจากฉันนี่แหละอาชิตะ...”

            นัยน์ตาสีเข้มสั่นระริกพร้อมหยดน้ำตาอุ่น ๆ ที่ไหลลงมาอาบแก้ม ภายใต้ใบหน้าเรียบไร้อารมณ์นั้นความรู้สึกทุกอย่างในตอนนี้กลับตีกันไปหมด เขาไม่เคยต้องเตรียมใจมาก่อนว่าจะต้องมารับรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย...

            “...งั้นเหรอ”

            “เพราะอย่างนั้นแหละ ฉันเป็นผู้หญิงไม่ดีอย่างที่พี่ชายนายบอก...” เมรินย้ำทั้งน้ำตาไม่ต่างกัน เธอคิดว่าหลังจากวันนี้... คนตรงหน้าก็คงไม่รักหรืออยากจะพบเธออีกแล้ว แต่ถ้ามันจะเป็นไปเพราะบาปกรรมของทั้งสองคนแล้วล่ะก็...

            “...หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้วเมริน... เธอคือของ ๆ ฉัน ยังไงก็คือของฉัน” ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะหันควับไปส่งสายตาโกรธแค้นให้กับพี่ชาย เขี้ยวทั้งสองกัดกันกรอดบ่งบอกว่าเลือดในกายพร้อมที่จะต่อสู้ “แต่กับคนที่มันทำลายผู้หญิงของฉัน... ฉันไม่มีวันให้อภัย”

            “อาชิตะ...”

            “ไม่ต้องมีแล้วก็ได้มั้ง...คำว่าพี่น้องน่ะ”

            พูดได้แค่นั้น แขนของคนตัวเล้กกว่าก็กระชากคอเสื้ออากิระที่ยืนนิ่งไม่ทันได้ระวังตัวให้เข้ามาใกล้พร้อมปล่อยหมัดใส่ใบหน้าพี่ชายตัวเองช้า ๆ อย่างจังจนเลือดกลบ ทางด้านพี่ชายเองก็ไม่อยู่เฉย อากิระอาศัยความไวและพละกำลังที่มากกว่าผลักอีกคนถลาไปชนกับผนังปูนของตัวบ้านท่ามกลางเสียงร้องห้ามของบรรดาคนรับใช้ที่ยืนตกตะลึง

            “น้องชายที่มันโง่แล้วโง่อีกอย่างแกฉันก็ไม่อยากมีแล้วเหมือนกัน!

            จังหวะการต่อสู้ยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ เนื่องจากไม่มีใครยอมใคร อากิระกระชากเรือนผมยาวของคนตัวเล็กด้วยความแค้นในขณะที่อาชิตะซึ่งตัวเล็กกว่าก็พยายามปัดป้องและหาโอกาสเล่นงานผู้เป็นพี่

            ต่างผลัดกันรุกรับอยู่ไม่นานเลือดก็โชคร่างทั้งสองฝ่ายราวกับสัตว์ร้ายเหมือนกันไม่มีผิด อาชิตะเริ่มคว้ากระถางต้นไม้อันเหมาะมือมาถือกะจะตบเข้าที่ศีรษะแฝดพี่ส่วนอากิระที่รู้ทันก็สะบัดออกพร้อมความโกรธแค้นเลือดขึ้นหน้าจนบีบคอน้องชายซึ่งถูกล็อกตัวให้นอนอยู่ด้านล่าง

            “นี่มันอะไรกันทำไมมากัดกันเหมือนหมาอย่างนี้!

            เสียงกังวานของอาซึชิที่รีบตามมาประกาศก้อง ผู้เป็นพ่อแสดงอาการโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในมือมีดาบคาตานะเล่มยาวติดมืดมาด้วยและไม่น่าเชื่อว่าคุณพ่อใจดีอย่างอาคิโมโตะ อาสึชิจะกล้าชักมันออกมาชี้หน้าลูกชายสุดรักทั้งสอง

            “หยุดทำกริยาเหมือนสัตว์ป่าถ้าพวกแกยังอยากที่จะอยู่ในอาคิโมโตะและเรียกฉันว่าพ่อ!

            “...” ไม่มีเสียงใครตอบกลับมา อากิระหันมองผู้เป็นพ่อด้วยความขัดใจ ชายหนุ่มรู้ดีว่าอาสึชิจะต้องเอาจริงอย่างแน่นอน

            แต่... เอาจริงแล้วยังไง?

            “...” อาชิตะไม่ได้พูดอะไรนอกจากเสียงหายใจหอบรุนแรง สายตาโกรธชังนั้นหันกลับมองผู้เป็นพ่ออย่างรู้สึกผิดหากแต่เขาคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยการจับแยกเป็นแน่

            ไม่เคยมีใครก่อกวนเขาจนตบะแตกและอาละวาดได้ขนาดนี้มานานมาก... อยากฆ่า... อยากทำลาย... ประหัตประหารทั้งที่รู้แก่ใจว่านั่นคือฝาแฝดตนเอง...

            “...”

            “เกิดมาพร้อม ๆ กันแท้ ๆ ผ่านความตายมาเหมือน ๆ กันแท้ ๆ แต่พวกแกกลับ...” อาสึชิยังคงพูดต่อไปเรื่อยในขณะที่อารดาซึ่งเป็นสภาพยับเยินของลูกชายทั้งสองที่เข้าประหัตประหารกันเองถึงกับลมจับจนต้องมีคนประคองไปพัก ตอนนี้บรรยากาศคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายความโกรธของผู้เป็นพ่อในขณะที่เดย์ไลท์วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น

            “เมริน! พี่โทรหาตั้งสามสิบสี่สิบสายทำไมไม่รับ?”

            ชายหนุ่มที่เข้ามาใหม่โอบกอดร่างเล็กที่สั่นระรัวด้วยความกลัวไว้แน่น นิ้วมือเรียวที่สั่นเทิ้มราวคนเป็นไข้ชี้มองร่างอาชิตะและอากิระที่กดรัดกันไม่มีใครยอมปล่อยใครอยู่กลางพื้น แผลแตกที่ริมปากของผู้เป็นพี่มีเลือดออกค่อนข้างมาก เช่นเดียวกับน้องชายที่ช้ำไปทั้งร่างจากการปะทะ ที่ปากของอาชิตะมีรอยเลือดอากิระเปรอะเปื้อนซึ่งเกิดจากการกัด ดูอย่างไรก็ต่างจากสติสัมปชัญญะของของมนุษย์ทั่วไป

            ขนาดเกิดมาจากท้องเดียวกัน... เลือดในกายแบบเดียวกัน... หน้าตาเหมือนกัน... ลืมตาดูโลกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน... พอความบ้าคลั่งโกรธแค้นเข้าครอบงำก็มองกันและกันเป็นศัตรู

            “...อากิระ... นะ นี่นาย...”

            “แกพาฉันไปเจอกับไอ้สารเลวเซน...” อากิระพูดขึ้นโดยไม่หันมองเพื่อนสนิท น้ำเสียงความแค้นและเจ็บปวดนั้นเปลี่ยนเป็นสะอื้นไห้

            “ฉะ ฉันไม่ตั้งใจ...”

            “แกไม่รู้หรอกว่ามันทำอะไรกับฉัน! แล้วนี่อะไรอีก... นายเองก็ติดใจนังชะนีเมรินอีกคนใช่ไหมถึงได้ทิ้งฉันไว้ที่ร้านนั่น!” อากิระหันถามอีกคนด้วยแววตาเคียดแค้น เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่แต่เพื่อนสนิทตนก็ติดหลงกลไปกับความมากรักของเมริน

            “...หุบปาก...สวะ...ของนายซะ...”

            อาชิตะซึ่งหมดแรงเต็มทีพูดขู่ ร่างเล็กของเขาโชกไปด้วยเหงื่อเม็ดโต ชายหนุ่มหอบหายใจช้า ๆ ก่อนจะหันมองเมรินที่อยู่ในอ้อมกอดของเดย์ไลท์

            เธอไปกับคนอื่นต่อหน้าเขาจริง ๆ ...

            แต่มันก็อาจจะดีกว่ามายืนเสี่ยงอันตรายจากอากิระที่ตรงนี้...

            “...ไปซะเมริน หนีออกไปให้พ้นจากที่นี่!

            “จะบ้าเหรออาชิตะ...” ร่างเล็กถถามทั้งน้ำตาในขณะที่เดย์ไลท์ตัดใจดึงร่างน้องสาวออกมาให้พ้นจากระยะที่อากิระจะสามารถมาถึงตัวได้เช่นเดียวกับอาสึชิซึ่งยืนขวางกดดันทั้งสองให้ปล่อยคลายออกจากกันแต่เหมือนจะเป็นไปไม่ได้เมื่ออาชิตะยิ่งจับผู้เป็นพี่เอาไว้แน่นเพื่อปล่อยช่องว่างให้ผู้หญิงคนเดียวที่เขารักหนีรอดออกไป

            “...มึง!” อากิระซึ่งไม่สามารถขยับได้สบถเสียงแข็ง สายตาโมโหดุมองน้องชายที่ทำตัวขวางมือขวางเท้า อาชิตะปล่อยให้เมรินหนีไปได้ทั้งที่ก็รู้ว่าเมรินได้ทำผิดกับเขา

            “บ้าหรือควาย! ปล่อยมันไปทั้งที่มันทรยศแกน่ะเหรอ!

            “ความรักของฉันไม่ต่างกับที่แกทำเพื่อไอ้เซน...” ร่างที่นอนอยู่ข้างล่างพูดขึ้นเบา ๆ อาชิตะดูอ่อนแรงลงมากและมันก็อาจจะเป็นเพราะเพราะเริ่มคลายความกังวลเรื่องความปลอดภัยด้วยในขณะที่อาสึชิมองดูทั้งสองคนด้วยสายตาดุและเกรี้ยวโกรธกว่าเดิม

            “...หมดเรื่องคนอื่นน่ารำคาญสักที... เหลือแต่ที่ฉันต้องชำระบัญชีพวกแกสองคนพี่น้อง... โดยเฉพาะแก อากิระ! บอกมาซะว่าไอ้ผู้ชายที่ซื่อเซนนั่นมันอยู่ที่ไหน!

            ผู้เป็นพ่อพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น ในขณะที่ดึงจิกร่างลูกชายขึ้นมาตบหน้าฉาดใหญ่ “ฉันผิดหวังในตัวแกมากกว่าใคร ๆ แกที่น่าจะได้เป็นทางรอดของบ้านเราเพียงคนเดียวกับทำตัวชั้นต่ำแบบนี้! ผู้หญิงดี ๆ มีให้แกเลือกมากมายแต่แกกลับไปเอากับเกย์! ...ก่อความวุ่นวายให้คนอื่น ระรานคู่หมั้นของน้องชายตัวเอง! แกมันเป็นพี่ที่ไม่ควรเกิดมา...” เขาบอกทั้งน้ำตาที่คลอ อาสึชิโยนไอโฟนเครื่องเก่าของอากิระที่เจ้าตัวเชื่อมาตลอดว่าหายไปโดนใบหน้านั้นอย่างจังด้วยแรงโกรธ

            “...”

            “ฉันเห็นแล้วทุกอย่าง... แล้วก็ผิดหวังในตัวแกมาก...”

            “คะ... คุณพ่อ... คือผม...”

            “หุบปาก! อย่ามาเรียกฉันว่าพ่ออีก ต่อไปนี้อยากไปไหนก็ไปเลย ไปให้พ้นจากที่นี่... ฉันกับอารดามีลูกชายคนเดียวก็คืออาชิตะ! แล้วไม่ว่าอาชิจะเป็นอะไรฉันก็จะไม่เสียใจที่เลือกเด็กคนนั้น... ...อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าแกอีกอากิระ!

            นายเหนือแห่งบ้านอาคิโมโตะตะคอกด้วยแรงโกรธพร้อมกับผลักร่างของอากิระลงกับพื้นด้วยไม่ไยดี ก่อนที่จะเดินกลับไปหาอาชิตะที่นั่งพิงกำแพงพูดไม่ออกกับการกระทำนั้น... ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ตามแต่การตัดหางปล่อยอากิระไปนั้นมันก็มากเกินไป...

            “โอ๋มันเข้าไป... รักมันเข้าไป! ...ก็ได้ งั้นผมก็จะไปตายให้พ้น ๆ ...” อากิระประกาศกร้าวในขณะที่เดินออกไปด้วยท่าทีจริงจังโดยที่ไม่มีลูกน้องคนใดกล้าขวางเขา ผู้เป็นพี่ชายเก็บงำความเจ็บปวดนี้เอาไว้ทั้งน้ำตาโดยที่ตั้งใจไว้ว่าให้เป็นให้ตายอย่างไรก็จะไม่ขอมองหน้าอาชิตะอีก

            ทว่า...

            หมับ!

            สัมผัสที่อบอุ่นกลับฉุดดึงเขาเอาไว้อีกครั้ง อาชิตะหอบหายใจช้า ๆ หลังจากที่วิ่งมาหาคนเป็นพี่ รอยยิ้มแสดงความโล่งใจแล้วค่อยพูดต่อ

            “อยะ ...อย่าไปนะ...พี่...”

            น้ำเสียงอ่อนแอเหมือนคนจะขาดใจยั่วโทสะร่างสูงกว่าที่หยุดนิ่งตะลึงได้ไม่น้อย อากิระยิ้มเย็นในขณะที่เขาหันกลับมามองน้องชายตัวเองที่วิ่งตามมาจนหอบตัวโยนท่ามกลางท่าทีเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อ

            มันไม่ควรเป็นแบบนี้... ทำไมล่ะ... ทำไมคนที่ทุกคนรักถึงไม่ใช่เขา...

            ทำไมคนที่แข็งแกร่งถึงไม่ใช่คนที่ถูกเลือก... ทำไมกัน...

            “...ตายไปซะเถอะแกน่ะ ! อย่าทำให้ฉันเกลียดแกไปมากกว่านี่ไอ้เด็กขี้โรค!” น้ำตาที่ไม่ควรจะไหลเอ่อรินล้นออกมาอาบแก้ม อากิระสะบั้นมือที่จับเขาเอาไว้ออกด้วยความเกลียดชังโดยไม่รู้เลยว่าร่างนั้นจะเสียหลักตกลงไปในสระว่ายน้ำซึ่งเป็นส่วนที่ลึกและลงไปตามตัวลำบาก ...ภาพที่สะท้อนนัยน์ตาของเขาออกมาจึงมีเพียงร่างของฝาแฝดที่ขอความช่วยเหลือแล้วจมดิ่งขาดอากาศลงไปเท่านั้น...

            ท่ามกลางผืนน้ำสีดำมืดมิดยามค่ำ... การแก่งแย่งและความเข้าใจผิดของพี่น้องได้นำหายนะครั้งใหญ่มาเยือนชีวิตพวกเขา ร่างหนึ่งยืนไร้สติเหม่อลอยเพราะความรักที่ถูกช่วงชิง... ส่วนผู้ที่อ่อนแอกว่าก็จำต้องสังเวยมันด้วยชีวิต...

            สายสัมพันธ์... ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน... แต่ในยามที่ขาดสติแล้วนั้น...

 

            มันก็มักนำมาด้วยโศกนาฏกรรมที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล...


 

______________________________
TALK WITH HIME

นะ... นี่ทุกคนจะไม่ถีบฮิเมะใช่ไหมคะ TAT
ข้อหาต้นฉบับดิบเกินไป ต้องขอโทษนะคะ เผางานมากเกิน แหะ ๆ ...
ยังไงเดี๋ยวจะกลับเข้ามาเช็คสำนวนและคำผิดนะคะ
ตอนนี้เป็นอะไรที่ดราม่าแบบ Non-Stop มากจนไม่อยากละไปเขียนเรื่องอื่นเลย(?) 
แต่สัญญานะว่าจะทำให้ทุกคนปวดตับน้อยที่สุด TT

ก็อาจจะเข้ามาอัพอีกทีน่าจะวันพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนนะคะ
ส่วนวันศุกร์ถ้าไม่ไปช่วยงานที่คณะเกี่ยวกับคล้าย ๆ Open House ของ ICT
ก็อาจจะปั่นได้ทั้งวันเลยแหละ T/////T


ปล. อย่าลืมนะคะว่านี่คือเจ็ดปีก่อนในอดีต
ปล2. ขอบคุณรัว ๆ สำหรับคะแนนโหวตตัวละครแบบรัว ๆ ค่ะ
ปล3. พูดกับฮิเมะได้นะคะ อย่าให้ฮิเมะพูดคนเดียวเลยมันเขินอะ
ปล4. เดี๋ยวมาต่อนะคะ ใครเดาพล็อตได้หรือรู้สึกยังไงเม้นท์ติชมได้ค่ะ
ปล5. ตอนหน้าเอาไอชามาดีมั้ยนะ คิดถึ๊งงคิดถึงงง
 

และ <3 สวัสดีคุณ ~ITaSari~ ค่ะ
อ่านทีเดียวรวด 37 ตอน เขินมากเลย ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับเรื่องหมื่นวิวค่ะ ฮิเมะลองแล้ว ก็ไม่ทันเหมือนกันเลย
ขอบคุณมากมายนะคะ มีอะไรสามารถเม้นต์ติชมได้ค่ะ
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวอุคิเมรั่วนะคะ



ฝันดีโคริแรคคุมะกอดค่ะทุกคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #302 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 20:44
    ตอนนี้อ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ ความรักนี่มันน่ากลัวจริงๆ สามารถทำร้ายพี่น้องด้วยกันเองได้T^T
    #302
    0
  2. #232 ~ITaSari~ (@raaak) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 22:48
    ทิ้งอากิระเลยหรอ อสึชิโหดเหมือนกันนะ
    สงสารทั้งอาชิตะ ทั้งอากิระ ทั้งเมริน ทั้งเดไลท์(โดนเพื่อนเกลียด)
    ทั้งอารดา(เป็นลม) ทั้งอสึชิ(เสียใจกับลูก) ทั้งคนใช้(ช็อคกับการทะเลาะ) (เอาเข้าไป สงสารหมด โฮ~)
    พี่น้องทะเลาะกันนี่น่ากลัวมากเลย
    เดไลท์มาแบบห่วงเมริน แต่คนอื่นยังไม่รู้ว่าเป็นพี่น้องกัน....ชีวิต!
    ตอนนี้อาชิตะนายเป็นคนดีมาก สุดยอด ช่วยคนรัก แล้วก็ไม่อยากให้พี่ไป ชอบตอนที่ไปรั้งอากิระไว้อ่ะ
    แล้วอาชิตะตกน้ำ....งานงอกเเล้ว?
    ลุ้นค่ะ สนุกมากค้าาาา

    #232
    0
  3. #231 ~ITaSari~ (@raaak) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 01:28
    พึ่งมาอ่านค่ะ ชอบมากเลยยย
    ฝากตัวด้วยนะค่ะ (พึ่งจะมารายงานตัว TT)
    หมื่นวิวแค๊ปไม่ทันอ่ะ 555 เข้ามาก็หมื่นกับอีก40แล้ว ค่ะ
    ตอนนี้อาชิตะจะบอกได้หมดรึเปล่า อากิระมาพอดีแบบนั้นน่ะ ลุ้นๆ
    ป.ล. เดี๋ยวว่างๆจะกลับมาเม้นท์ให้ทุกตอนนะค่ะ ช่วงนี้ติดภารกิจหนัก (กะว่าจะอ่านซ้ำแล้วตามเม้นให้น้า)

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 มีนาคม 2557 / 01:29
    #231
    0