CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 50 : [[,,,Chapter 35,,,]] Subconscious [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 มี.ค. 57

JJ♕


35

Subconscious

            นอกระเบียงกว้างชั้นบนของบ้านหลังใหญ่เมรินยังคงมองทอดสายตาออกไปข้างนอกอย่างไม่เข้าใจกับทุก ๆ อย่างที่ผ่านมาอย่างรวดเร็วในชีวิตทั้งเรื่องครอบครัวและพี่ชายที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่มาตั้งแต่เธอเกิดและไหนจะเรื่องความสัมพันธ์ที่พังทลายลงของเธอและอาชิตะ

            ทุก ๆ อย่างนั้นผ่านเข้ามาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย... จนบางครั้งก็คิดไปว่านี่คือความฝันตั้งแต่วันที่เซนเข้ามารับเธอหลังจากที่แยกออกมาจากอาชิตะและเอแคลร์...

            คืนนั้น... ในรถของเซน...

          “...พี่เข้าใจดีนะว่าเมรินรักผู้ชายคนนั้นไปแล้ว พี่ไม่ว่าหรอกนะถ้าเกิดว่าเมรินในตอนนี้จะคิดว่าพี่น่ะมายุ่งเรื่องของเมรินกับเขา แต่ว่าจริง ๆ แล้วพี่น่ะ...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มดูใจเย็นกว่าทุกครั้งในขณะที่เซนค่อย ๆ จอดรถของตนภายในบริเวณสวนสาธารณะที่เงียบสงัดแถบชานเมือง

          เพียงเพราะเขารู้ดีและต้องการที่จะไม่ให้ใครเห็นน้ำตาของเธอในยามที่กำลังอ่อนแอ...

          “...”

          “...จะมองพี่เห็นแก่ตัวก็ได้ที่กลับมาทั้ง ๆ ที่เป็นคนที่ทำให้น้องเมรินรู้สึกแย่มาตลอดกับสิ่งที่พี่ทำเพื่อจะสร้างตัวเองในทางที่ผิด ๆ ...โดยที่พี่ก็ไม่ทันคิดเหมือนกันว่ามันจะทำให้พวกเราที่เป็นคนรักกันในตอนนี้กลายเป็นแค่พี่น้องกันไปได้น่ะ”

          เซนเป็นคนเริ่มพูดก่อนหลังจากที่เป็นฝ่ายมองเมรินซึ่งนั่งเงียบอยู่บริเวณเบาะข้างคนขับ นัยน์ตาคู่สวยในตอนนั้นที่เขาได้เห็นครั้งแรกบัดนี้กลับทดแทนไปด้วยรอยคราบน้ำตา ตั้งแต่รับเธอที่ดูเหมือนคนไร้ชีวิตขึ้นรถมา ก็มีเพียงแค่คำพูดสั้น ๆ ที่บอกว่าไม่เป็นไรแค่ไม่กี่ประโยคเท่านั้น

          จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้รู้มาก่อนว่าเธอกำลังมีเรื่องผิดใจกับอาชิตะ แค่เพียงเพราะครั้งหนึ่งเซนและเมรินเคยสนิทสนมกันในฐานะคนรัก มันจึงไม่แปลกนักที่เขาจะพอดูออกและเดาได้ง่าย ๆ จากท่าทางเหมือนคนอมทุกข์และสายตาเจ็บปวดเมื่ออาชิตะขับรถออกไป

          เขายอมรับว่าตัวเองเคยทิ้งเมรินไปกับอากิระ... แต่นั่นมันก็เป็นแค่เพียงการหาประโยชน์เท่านั้น... และแม้ว่าเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเงินและฐานะแต่กับเมริน...

          คนชั่ว ๆ อย่างเขาก็ไม่เคยคบผู้หญิงซ้อนกันถึงสองคนแบบนี้มาก่อน...

            แต่จะไปแปลกอะไร... ก็อีกคนเขาเป็นถึงลูกคุณหญิงคุณนายนี่นะ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยนั้นแล้วนี่นา... ลูกคุณหนูผู้มีชาติตระกูลสูงส่ง น่าหลงใหลไปด้วยรูปลักษณ์และทรัพย์สิน ทว่าอีกมุมหนึ่งนั้นอาชิตะก็ซ่อนบางอย่างเอาไว้ บางอย่างที่ไม่น่าไปกันได้กับสิ่งที่เป็นเขา

            แต่นะ... อาจจะมีแค่เขาที่คลุกคลีกับอาชิตะอีกคนอย่างอากิระก็ได้ที่มองออก...

          ...แต่กับเมริน... แค่เรื่องเอแคลร์ที่เข้ามานี่มันก็คงเกินพอกว่าจะต้องมารับรู้อะไรอีกแล้วก็เป็นได้... แต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะเริ่มพูดปูทางไว้ เพราะไม่ต้องการที่จะให้เธอต้องมาเสียใจอะไรอีกแบบในวันนี้ เพราะไหน ๆ เขาก็ไม่ต้องการใช้ประโยชน์อะไรจากอากิระเพื่อเมรินอีกแล้วนี่

          “...” ไม่มีคำพูดใดดังขึ้นมาในความเงียบงัน เท้าเล็กเปลือยเปล่าคู่นั้นไล้ไปมาบนพรมหญ้าอย่างเลื่อนลอย เมรินถอนหายใจบนชิงช้าตัวเก่าที่ผูกเอาไว้ใต้ต้นไทรหนาของสวนสาธารณะยามดึกดื่น ไอโฟนสีขาวที่เคยติดตัวอยู่ถูกปล่อยทิ้งลงพื้นหญ้าเมื่อเสียงเรียกเข้าจากเบอร์เดิม ๆ พยายามโทรหา

          “...” นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงเก็บมันแล้วยื่นให้

          “น้องเมรินของพี่ไม่เป็นเด็กทิ้งของใช้แบบนี้นะ...” เขายิ้มก่อนจะค่อย ๆ นั่งชันเข่าลงต่อหน้าเธอ ทั้งที่ก็คิดได้อยู่ว่าของราคาแพงแบบนี้คนที่ซื้อมันให้ใครง่าย ๆ คงมีแค่อาชิตะเท่านั้นแต่มันก็ทำให้เขาคิดถึงเมรินสมัยก่อน

          “ขอโทษค่ะที่เมรินทำตัวงี่เง่า...”

          “อย่าคิดมากเลยน่า... พี่เข้าใจน้องเมรินนะ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ... อยากระบายก็ปล่อยมันออกมา...” เขาพูดขึ้นช้า ๆ ในขณะที่ยื่นมือปาดน้ำตาที่เอ่อล้นนั้นด้วยความรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองถูกบีบคั้น...

          มันถึงเวลาแล้วไม่ใช่เหรอที่เขาควรจะทวงคืนรอยยิ้มและวันเวลาที่หายไปกลับคืนมา... ที่ตรงนี้ไม่มีอากิระ... ไม่มีอาชิตะอีกต่อไปแล้ว... มีแค่เขาที่มีทุกอย่าง พร้อมที่จะทำให้เมรินมีความสุข

          แม้จะได้มาเพราะเดินทางผิดไปบ้างก็ตาม...

          “...แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม คนที่บอกว่ารักมากนักหนาถึงทำอย่างนั้นลง... ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าอาชิตะจะเปลี่ยนไป ทั้งที่เราสองคนเคยสัญญาอะไรมาตั้งมากมาย... รวมถึงเรื่อง...”

          “แต่งงานและเป็นของกันและกันสินะ...”

          “พะ พี่เซน...?”

          “ตอนที่ทะเลาะกับอาชิตะ ...มันหลุดออกมาพอดีน่ะ พี่เห็นหมอนั่นใช้คำพูดแทนน้องเมรินตอนโกรธว่า เมียก็เลยพอเดาได้น่ะ แต่นะก็อย่าไปนึกถึงคนแบบนั้นเลยถ้าน้องเมรินจะต้องมาทุกข์ใจแบบนี้”

          ...

          แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้น... เมรินก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยังอยากที่จะเจอกับอาชิตะอีกเพราะอย่างน้อย... ตลอดเวลาที่ผ่านมาหญิงสาวก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันเป็นความผิดของเธอด้วย

            แปลกดีเหมือนกัน ทั้งที่เซนก็ดูเป็นคนดี แต่เขากลับไม่สามารถแทรกเข้ามาระหว่างเธอและอาชิตะได้... ทั้งที่เธอก็ให้โอกาสเขาแล้วแท้ ๆ

            ...

            ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวกับหลาย ๆ อย่าง เมรินจึงหยุดความคิดนั้นลงก่อนจะเริ่มเดินเข้ามาสำรวจไปรอบ ๆ ห้องที่เดย์ไลท์บอกว่าเป็นห้องของเธอเองซึ่งถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์อย่างดีแถมด้วยเครื่องใช้มากมายทั้งโทรทัศน์จอแบนติดผนังหรือแม้แต่โคมไฟระย้าสวยงามทั้งที่เธอไม่เคยแม้แต่จะได้มาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ...

            มันเป็นเหมือนความฝัน...

            “...ใช่ ทุก ๆ อย่างคือความฝันอย่างแน่นอน...”

            ก๊อก ๆ ...

            “ขอเข้าไปได้ไหม...” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นนอกห้อง แม้จะยังไม่ชินเท่าไหร่นักแต่เมรินก็รู้ดีว่าต้องเป็นเดย์ไลท์อย่างแน่นอน

            “ค่ะ...”

            ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มจาง ๆ แถมสุภาพเรียบร้อยจนไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือคนเดียวกับที่เคยพบกันตอนนั้น ร่างสูงโปร่งใส่ชุดนอนเรียบ ๆ ที่ดูไม่เข้ากันกับบุคลิกก่อนจะตัดสินใจพูดคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวครั้งแรก

            “ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าเธอจะเป็นน้องที่ตามหา” เขาเปิดประเดินก่อน “...เพราะอย่างนั้นถ้ามีเรื่องกลุ้มใจ... พะ พี่ก็ยินดีให้คำปรึกษา...”

            “เอ๋? มาง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”

            “อะไรกัน... ก็แค่เห็นเครียด ๆ น่ะ อีกอย่างก็อยากให้มีความสุขด้วยเพราะวันนี้เป็นวันแรกเลยที่ครอบครัวของเธออยู่กันครบหน้า จะมาเครียดเรื่องผู้ชายมันก็ไม่ถูกใช่ไหมล่ะ”

            “...ระ รู้ได้ไง...”

            นัยน์ตากลมโตมองอีกคนอย่างแปลกใจก่อนที่จะฟังเขาเงียบ ๆ ในขณะที่เดย์ไลท์หัวเราะร่า

            “ก็นะเธอคบอยู่กับน้องชายฝาแฝดของเพื่อนสนิทฉันนี่ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ เพราะงั้น... ตอนนั้นฉันเลยเผลอคิดไปว่าเธอมากับอากี้ จริง ๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอ แต่นะ ถ้ามีเรื่องที่เครียดกันแบบนี้ ทำไมไม่ลองคุยกันล่ะ?”

            “...”

            “เธอเห็นตัวอย่างแล้วนี่นาเรื่องของคุณพ่อกับคุณแม่น่ะ เพราะความเข้าใจผิด ทุกอย่างมันถึงได้ลงเอยแบบนี้...แล้วตัวเธอเองล่ะเมริน เธออยากเป็นแบบนั้นเหรอ?” ผู้เป็นพี่ทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะค่อย ๆ หยิบโทรศัพท์ของหญิงสาวที่วางอยู่ขึ้นให้

            “โทรไปเคลียร์กันซะสิ...”

            “...แต่ว่าเมริน...”

            “...จะมัวมาทำตัวเหมือนผู้หญิงไทยในละครตลอดเวลาไม่ไหวหรอกนะกับผู้ชายมุ้งมิ้งขี้นอยด์แบบนั้น ไปคุย ๆ กันซะจะดีกว่า ป่านนี้นอนร้องไห้บ้านน้ำท่วมไปแล้วมั้งน่ะ” เดย์ไลท์บอกก่อนจะเดินออกไปทิ้งเมรินให้ยืนนิ่งงงกับคำพูดของชายหนุ่ม

            คนนอกนั้นอธิบายหรือสอนเรื่องหัวใจให้ใครคงไม่ได้ เหมือนกับเซนเองที่ไม่ว่าจะทำคะแนนแค่ไหนแต่เมื่อไม่ใช่ก็คือไม่ใช่...

            ...คราวนี้มันก็คงอยู่ที่หัวใจของคนสองคนแล้วล่ะ

 

 

          ...

            “...จะไปพรุ่งนี้แล้วจริง ๆ เหรอ”

            ตุ๊กตาที่ยืนเงียบไร้ชีวิตมานานบริเวณริมสระน้ำริมสวนหน้าบ้านค่อย ๆ ขยับปากพูดเบา ๆ อีกครั้งพร้อมกับแววตาอ่อนล้าที่ปราดมองเอแคลร์ที่แวะมาหาซึ่งนั่งเงียบอยู่บนโต๊ะม้าหินซึ่งตั้งประดับข้าง ๆ ภายในมือของหญิงสาวถือกระเป๋าใบเดิมที่เขาเคยซื้อให้ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีหากแต่ในเวลาที่เป็นครั้งสุดท้ายแบบนี้...

            มันกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่ถูก...

            “...ค่ะ แคลร์ตัดสินใจมาได้สักพักแล้วน่ะค่ะว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเรียนสายนี้ ก็เลยคิดว่าจะไปเลย... อีกอย่างแคลร์ก็ทำผิดเรื่องพี่อาชิกับน้องเมรินไว้ด้วย ขอโทษนะคะที่วุ่นวายแล้วทำให้พี่อาชิต้องเสียใจ”

            “...” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาท่ามกลางความเงียบงัน อาชิตะปราดมองท้องฟ้าที่กำลังมืดครึ้มด้านบนด้วยความสงบ เพราะจากวันที่เรื่องเลวร้าย ๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นกับเขามันก็ก็ทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคนที่เคยแข็งแกร่งและเป็นที่ต้องการในมหาวิทยาลัยกับกลายเป็นผู้ชายร่างกายผ่ายผอมไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและความหวังคนหนึ่งเท่านั้น

            “แคลร์ขอโทษนะคะ...”

            “ไม่ใช่ความผิดของแคลร์หรอกน่า... พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยนะ”

            “...แม้ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันพี่อาชิยังเป็นคนแบบนี้อีกนะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสบนัยน์ตาสีเข้มนั้นด้วยรู้ดีแก่ใจกับท่าทางหลอกลวงของอีกฝ่าย สำหรับเธอแล้ว... นี่คือคืนสุดท้ายและการเจอกันครั้งสุดท้าย แล้วทั้ง ๆ ที่มันเป็นแบบนั้นแต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอกลับ...

            แม้แต่ครั้งสุดท้ายพวกเราก็ยังเป็นไปได้แค่พี่น้องสินะ...

          ไม่แปลกใจเลยล่ะ... เพราะพวกเราไม่เข้ากัน ไม่ว่ายังไงก็คงมากไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว...

          ...

          อาชิตะยิ้มออกมาน้อย ๆ ครั้งแรก...

            “นั่นสินะ ก็คงแบบนี้ล่ะมั้งสุดท้ายพี่ถึงเหลืออยู่ตัวคนเดียว... ขอบคุณนะเอแคลร์สำหรับความรู้สึกดี ๆ ทุกอย่างที่ทำให้พี่มาตลอด...”

            “อย่าพูดแบบนี้สิคะ...แคลร์ใจหายนะ”

            รุ่นน้องพูดขึ้นเบา ๆ ในขณะที่เงยหน้ามองคนตรงหน้า ตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน อาชิตะดูเปลี่ยนไป จากผู้ชายที่ดูเข้มแข็งในตอนนี้กลับยิ่งซุบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งพวงแก้มที่เคยใสแม้ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องประทินผิวกลับดูซูบซีดไม่ต่างจากคนป่วยหนัก แต่ก็ไม่แปลกหรอกในเมื่อเขาต้องเจอความกดดันจากทุก ๆ อย่างทั้งปัญหาเรื่องคนรักและเพื่อนซึ่งมองเขาเป็นคนอื่นไปแล้ว

            “คิดมากน่า... เดี๋ยวเดือนหน้าพี่ก็ต้องกลับญี่ปุ่นแล้วเหมือนกัน คงมีอะไรต้องทำอีกเยอะก่อนจะถึงวันนั้น แล้วพอไปที่โน่น...” ชายหนุ่มหยุดพักหายใจครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำสนิทเบื้องบนแล้วตัดสินใจพูดต่อช้า ๆ “...บางทีก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ติดต่อหรือเจอกับทุกคนอีก”

            “แม้แต่น้องเมรินน่ะเหรอคะ...”

            “...”

            “...เมื่อตอนเย็นคุณหญิงเล่าให้แคลร์ฟังหมดแล้วล่ะค่ะว่าพี่อาชิจำเป็นต้องไป... แต่ถึงมันจะมองไม่เห็นโอกาสในตอนนี้แต่ก็อย่าหมดหวังนะคะ ต่อให้พวกเราจะเป็นได้แค่พี่น้องกันในท้ายที่สุด แต่พี่อาชิคือวันพรุ่งนี้... ไม่ใช่ของแคลร์คนเดียว แต่เป็นวันพรุ่งนี้ของทุก ๆ คน... พระเจ้ากำหนดชีวิตพี่อาชิตลอดไปไม่ได้หรอกค่ะ” ร่างเล็กยิ้มร่าเพื่อพยายามปลอบคนตรงหน้าด้วยความสดใสทั้งที่ในใจรู้สึกเหมือนอะไรมันเอ่อขึ้นมาจุกอก

แต่ถึงอย่างนั้น... น้ำตาอุ่น ๆ ที่ไม่ควรไหลก็กลับเอ่อรินออกมาเต็มไปหมด...

ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่ากำลังกลัว... กลัวว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้กอดผู้ชายคนนี้...

“ปลอดภัย แล้วกลับมาให้ได้นะคะ...”

เพียงแค่นั้นก่อนที่เอแคลร์จะตัดสินใจผละออกจากอาชิตะ เธอเลือกที่จะจดจำลมหายใจอันอ่อนโยนไว้เพียงเท่านี้ทั้งที่ภายในหัวใจก็ยังแอบต้องการที่จะเก็บเขาเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าการจากลาครั้งนี้คือครั้งสุดท้ายแล้ว

เขาไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้นนอกจากเดินไปส่งเธอขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนักด้วยแววตายากเกินคาดเดาความรู้สึกก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจขับรถออกไปโดยทิ้งเขาเอาไว้ด้านหลัง แต่ถึงอย่างนั้นเอแคลร์ก็มั่นใจว่าเธอได้ฝากฝังทุกอย่างที่จะมีประโยชน์ต่ออาชิตะในอนาคตไว้ที่เฮเซลซึ่งเป็นน้องรหัส...

 

อากาศหนาวเย็นยะเยือกของฤดูหนาวพัดผ่านมาอีกครั้งพร้อมกับสายลมที่หวนกลับมาอีกครั้งพร้อมกับการเดินทางที่กำลังเริ่มต้นขึ้น อาชิตะยังคงขีดฆ่าตัวเลขในปฎิทินเหมือนทุกวันท่ามกลางความเดียวดายพร้อมกับตุ๊กตาโคะรีแรคคุมะที่มีความลับบางอย่างของเขาซ่อนอยู่

และในตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น... พร้อมกับเลขหมายของคนที่คุ้นเคยที่เขาเฝ้ารอมาตลอด

“...”

[...อาชิตะ คือฉัน... ฉันรู้ว่ามันดูน่าเกลียด แต่ว่า...พรุ่งนี้นายช่วยกลับมาเจอฉันอีกสักครั้งได้ไหม... ให้ฉันได้ขอโทษนายกับความงี่เง่าของฉัน...]

“...”

[...ฉันรู้ใจตัวเองแล้ว ว่าคน ๆ นั้นมันไม่มีวันเป็นใครคนอื่นนอกจากนาย...อาชิ...]

 



 

ทั้งที่ตอนนั้นผมกำลังสับสนแต่ผมก็แอบภาวนา

ให้พวกเรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

แม้ว่าในตอนนี้ผมเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวก่อนที่

ความทรงจำอันยาวนานของผมจะจบสิ้นลง...

ความทรงจำครั้งสุดท้ายที่มีค่าและ

ทำให้ผมตัดสินใจขอเลิกกับเมริน

หญิงสาวที่เป็นเหมือนหัวใจและเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องทนอยู่กับ มัน

 

 


 

            ตัดกลับมาสู่ห้วงเวลาสามปีต่อจากตอนนั้น ...ที่ประเทศญี่ปุ่น

            “ไม่อร่อยเหรอ...” ผมพูดขึ้นเบา ๆ หลังจากที่หยุดคิดถึงอดีตที่ผ่านมาชั่วครู่ก่อนจะยิ้มมองคนตรงหน้าที่ยังไม่ยอมทานอะไรเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เรากลับมาเจอกันอีกครั้งสำหรับเมรินแล้วผมยอมรับเลยว่าเธอเปลี่ยนไปมากเพราะจากรอยยิ้มมีความสุขสมัยที่เราเป็นแฟนกันใหม่ตอนนี้มันได้จางหายไปหมดแล้ว

            “...” เธอไม่ตอบอะไรผมกลับมาหนำซ้ำยังมองออกไปนอกหน้าต่างอีกด้วยโดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม วันนี้คือวันที่สามแล้วที่ผมกับเธอได้เจอกันแต่น่าแปลกที่เธอเหมือนไม่เคยเห็นผมในสายตาเลย

            ทั้งที่ทุก ๆ คนก็รู้ใช่ไหมว่าผมกับเธอเคยรักกันมากแค่ไหน...

            “อิ่มแล้วเหรอ...” อากิระที่ยืนอยู่ข้างหลังถามขึ้นแทนในขณะที่มันเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วแตะไหล่ของเธอเบา ๆ โดยทำเหมือนไม่สนใจความรู้สึกของผมซึ่งเธอก็พยักหน้าแล้วตอบเบา ๆ

            “ค่ะ... อิ่มแล้วค่ะ ขอโทษนะคะ”

            “งั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ออกไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม เธอเพิ่งมาอยู่ที่นี่คงไม่คุ้นเคยกับอะไรดี ฉันจะพาออกไปเอง”

            ดูมันพูดสิ... ผมทำได้แต่มองพี่ชายตัวเองที่จูงมือเมรินยืนขึ้นเบา ๆ โดยที่แหวนหมั้นสีเงินสว่างที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายมันก็ยังเป็นของผมอยู่แท้ ๆ

            เธอพยักหน้าตอบอากิระไปเบา ๆ ทิ้งไว้แต่ผมที่ได้แต่มองทั้งสองคนที่กำลังจะเดินออกจากห้องนี้ไปด้วยกัน ตลอดสามวันที่ผ่านมาเหตุการณ์ทุกอย่างวนลูปอยู่อย่างนี้โดยที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น โลกของพวกเขาเหมือนไม่มีผมอยู่เลย..

            มันได้เปลี่ยนเป็นโลกใบใหม่ที่มีเพียงพี่ชายฝาแฝดของผม เมริน และผู้ชายคนนั้น...

            อากิระพาเมรินออกไปเดินเล่นข้างล่างโดยที่ผมตัดสินใจแอบเดินไปมองอยู่ห่าง ๆ ใบหน้าของเธอดูเศร้าสร้อยแต่ก็ยังยิ้มและหัวเราะได้ ประโยคที่พูดกันกลายเป็นเรื่องการเรียนที่กำลังจะเริ่มต้นและเรื่องของอากิระที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ และแม้ว่าจะแอบเอ่ยชื่อผมขึ้นมาบ้างแต่มันก็แค่เอามาตอกย้ำในความอ่อนด้อยของผมเท่านั้นแหละ


            ความอ่อนด้อยงั้นเหรอ...ที่ทำให้ผมกลายเป็นเศษเกินในตอนนี้...

            ความผิดอะไรที่ทำให้ถูกละเลยความสนใจทั้งที่เราสองคนรักกันมาก...

            และทุก ๆ อย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจแบบนี้...

            ถึงเวลาที่ต้องเฉลยทุก ๆ อย่างที่พวกเราซ่อนเอาไว้ซึ่งมันทำให้พวกเราเป็นแบบนี้แล้วใช่ไหม...

 

 

เวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้...ช่วงเวลาสุดท้ายของผมและเมริน

บาปแห่งการโกหกของพวกเรากำลังตามสนองเราสองคนแล้ว



_________________
TALK WITH HIME

หายไปนานมากเลย สวัสดีนะคะ T__T
หลังจากที่ดูฟีคแบ็คในตอนที่แล้วรู้สึกว่าพล็อตเรื่องนี้มีจุดโหว่ที่ยังทำให้งง ๆ กัน
ฮิเมะต้องขอโทษมาก ๆ เลยนะคะ T/\T แล้วคุย ๆ
กันไว้ว่าอาจจะทำการรีไรท์แยกพาร์ทของแต่ละคู่ในเร็ว ๆ นี้
(แต่นะมาทำเอาใกล้จบรู้สึกแบบ... แหะ ๆ)

ฮิเมะจะลองไปคิดวิธีที่จะไม่เกิดผลกระทบมากดูนะคะ
ตั้งใจว่าจะไม่ลบฉบับนี้แล้วทำต่อเรื่อย ๆ
เพราะเสียดายของเก่าเหมือนกัน แต่สัญญาว่าจะทำอีกอันให้ดีมากขึ้นค่ะ
(กำหนดเวลานั้นยังไม่ได้ตายตัวค่ะติดสอบมากมาย)

...สำหรับตอนนี้อาจจะฟิน หรือ งง ยิ่งกว่าเก่านะคะ 
แต่รับรองว่ามันกำลังจะผ่านไปแล้ว แหะ ๆ _ _
สำหรับพาร์ทตัวหนังสือสีน้ำเงินคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงค่ะ
เรื่องนี้อย่าเพิ่งลืมนะคะว่ามันคือการย้อนอดีต

แต่... มันก็น่าสงสัยใช่ไหมล่ะคะ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาชิตะและเมรินคืออะไรกัน

...วันนี้ดูวกวนและพูดงงมาก ขอโทษจริง ๆ ค่ะ
แล้วหลังมิดเทอม ฮิเมะจะเอาตอนใหม่ที่น่าหายงงมาฝากกันนะ

ขอบคุณที่อ่านและยังติดตามค่ะทุกคำแนะนำ
คำติชม คือ กำลังใจและแรงผลักดันที่สำคัญของพวกเราค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #301 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 19:14
    ความจริงใกล้จะเปิดเผยแล้วววว~~~
    #301
    0
  2. #229 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 11:11
    นึกว่าจะไม่อัพต่อแล้ว =3= กลับมาอีกทีมันเกิดอะไรขึ้น ? =0=
    #229
    0
  3. #228 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 09:20
    โอ้ววว เวลาสามปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นน่ะ =[]= ไรท์สู้ๆนะ
    #228
    0