CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 4 : [[,,,Chapter 2,,,]] Slight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 มี.ค. 56

2
 Slight




 

 

[ Merin says :: ]  


“เฮ้ย! เมริน!? เธอไปกัดกับใครมาน่ะยับเยินเชียว!! เสื้อก็มีแต่น้ำจิ้มอ่ะ!!” เสียงใสแหลมสูงแล่นเข้าหูฉันทันทีที่มาถึงห้องพัก ยัยพิสต้าวิ่งเข้ามาหาฉันท่าทางตกใจ ขณะที่มืออีกข้างถือบะหมี่ถ้วยเอาไว้

“ตาบ้านั่น...” ฉันส่ายหน้าแล้ววางกระเป๋าลงบนโซฟาสีครีมหน้าทีวี หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนจึงนั่งลงข้าง ๆ ฉันพร้อมเสียงซดบะหมี่

“เหรอ ใครอ่ะ...สภาพเธอเหมือนตกบ่อน้ำจิ้มมาเลยนะ ยี่ห้ออะไรเนี่ยฉุนสุด ๆ ไหลเยิ้ม ๆ เลยด้วย!!

อากิระ...ถึงเราจะไม่ได้พบกันเป็นปีแล้ว ตั้งแต่เรื่องคราวนั้นเกิดขึ้น...แต่นิสัยแย่ ๆ ของนายก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเลย นายยังเป็นพวกเจ้าอารมณ์ที่ใครขัดใจเป็นไม่ได้อยู่ดี...ทั้ง ๆ ที่ฉันอุตส่าห์หนีมาขนาดนี้แล้วยังจะตามมาราวีกันอีกนะ...

“แค่พวกเจ้าอารมณ์น่ะ...ฉันทำน้ำจิ้มหกใส่ แต่เขากลับอาละวาดซะจนคนมุงกันใหญ่...ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอโทษก็ขอโทษแล้ว แต่เขาก็ยังอาละวาดไม่หยุด...”

“อ๋อ...” เธอพยักหน้าหงึก ๆ แล้วซดบะหมี่ทีเดียวจนหมดถ้วย

“ฉันเองก็มีเรื่องแย่ ๆ จะเล่าเหมือนกัน คือฉันลงไปซื้อก๋วยเตี๋ยวใต้หอ แต่ตาบ้าฝรั่งจ๋านั่นมารยาทแย่มาก! ขับรถเฉี่ยวฉันจนถุงก๋วยเตี๋ยวหลุดมือแตกกินไม่ได้เลยล่ะ...”

            “เอ๋ ตาบ้าอะไรเหรอ?”

            “ตาฝรั่งรุ่นพี่ปีอะไรไม่รู้ จู่ ๆ ก็ขับรถพุ่งมาทางฉัน ฉันเกือบโดดหลบไม่ทันแน่ะ!” พิสต้าสีหน้าเอาจริงเอาจังมาก...แบบนี้ฉันยิ่งเป็นห่วงนะ...

           “ขับรถประสาอะไรก็ไม่รู้! สงสัยพ่อแม่ซื้อใบขับขี่ให้แหง ๆ ขับแบบนี้น่ะชนควายตายได้เลยนะ!” เธอเล่าต่อพลางหยิบขนมปังคำโตมาเคี้ยวตุ่ย ๆ ฉันเลยรีบรินน้ำเย็นให้ เพราะห่วงว่าจะติดคอไปเสียก่อน

            “ใจเย็น ๆ น่า...แล้วตอนนั้นเธอเดินอยู่ตรงไหนเหรอ?”
 

            พิสต้ายิ้มทะเล้นตอบฉันอย่างภูมิใจ “อ๋อ ตอนนั้นน่ะเหรอ...ฉันเดินอยู่กลางถนนล่ะ!”

            “ยัยพิสต้า!~~~~” ฉันแทบจะบีบคอรูมเมทตัวแสบให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เฮ้อ ทำเอาเราห่วงแทบตาย แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะร่วนแล้วยิ้มเหม่อลอยคล้ายคนโรคจิต(?)

            “จะยังไงฉันก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ตาบ้าฝรั่งจ๋านั่นหน้าตาดีเป็นบ้าเลย!“

            เฮ้อ...เธอนี่ก็นะ...

“...เอาน่าเมริน! ซีเรียสไปแล้ว รอดมาได้ก็ดีแล้วน่า ภาวนาว่าอย่าได้เจอกันอีกเล้ย~~

มันก็จริงนะ ขออย่าได้เจอกันอีกเลย...อากิระ นายจะจำได้ไหมว่านอกจากเรื่อง 'เขา' แล้ว นายก็ยังคอยหาเรื่องเสียดสีฉันมาตลอด...ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่สนใจอะไร เขา แล้วแท้ ๆ

“อื้ม ฉันก็คิดแบบนั้นน่ะ...”

“อื้อ...เอ้อ! นี่ ๆ ฉันลืมบอก วันนี้ฉันได้ยินประกาศเรียกประชุมนักเรียนทุนน่ะเมริน พรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า...” ว่าแล้วพิสต้าก็รีบหยิบกระดาษใบหนี่งที่เธอยัดไว้ในลิ้นชักข้างเตียงมาให้ ฉันพลิกดูสองสามทีก่อนจะพับเก็บให้ดี...ก็กระดาษนี่มีค่ามากนะ เพราะพิมพ์จากหมึกไร้สารเคมี เก็บเอาไปพับถุงขายกล้วยปิ้งยามอับจนก็ยังได้!

“อืม ขอบใจมากนะ แค่ไปนั่งฟังบรรยายเดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะ”

“อื้อ...” พิสต้าพยักหน้าตอบแล้วเอาบะหมี่ถ้วยไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะหันขวับมามองฉันเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้...!

“เฮ้ย ๆ เมริน!! ตัวเธอเปรอะน้ำจิ้มนี่ ไปอาบน้ำเลย!!

ไล่ไม่ไล่เปล่า ยัยรูมเมทตัวแสบถือไม้กวาดมาไล่ฉันล่ะ...ฮือ ฉันไม่ใช่คนทำสกปรกซะหน่อย ถ้าจะโทษก็โทษนายอากิระอะไรนั่นสิ!ฉันรีบกุลีกุจอหยิบผ้าขนหนูที่ตากไว้ริมระเบียงเดินเข้าห้องน้ำไป แต่ยังแอบชำเลืองมองรูมเมทสุดโหด ที่ยืนหัวเราะร่าชี้ไม้กวาดมาทางฉันอย่างพอใจ

เอ่อ ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะว่าทำไมหอในแท้ ๆ ถึงได้ดูดีขนาดนี้ ทั้งแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น ทีวี ไมโครเวฟ บลา ๆ ถึงได้เยอะขนาดนี้ เพราะที่นี่คือมหาวิทยาลัยนานาชาติเมฮิเมะ ส่วนใหญ่จึงมีแต่พวกไฮโซและเด็กแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศมาเรียน เพราะค่าลงทะเบียนเรียน ค่าหน่วยกิต ค่านั่นค่านี่ ปีหนึ่ง ๆ ร่วมหกเจ็ดหลักเลยล่ะ! แต่ก็เพราะเงินอุดหนุนปีละนับหมื่นล้านนี่แหละ ทำให้ฉันต้องขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่สบายขนาดนี้ ได้ทุนเรียนฟรีแล้วยังได้อยู่หอในไฮโซอีกต่างหาก ฮะ ๆ



……………..



            สายฝนยังคงโปรยละอองลงมาเรื่อย ๆ จากท้องฟ้าสีขุ่นมัวยามค่ำคืน การจราจรในกรุงเทพฯ ยังเป็นสิ่งที่หลายคนเบื่อหน่ายกับจังหวะการเคลื่อนรถที่เชื่องช้าเนิบนาบ ยิ่งโดยเฉพาะกับเขา...ชายหนุ่มผมยาวสีเงินจรดบั้นเอวที่มัดลวก ๆ ไว้ข้างหลัง...หลังจากนั่งเงียบมานาน ในที่สุดใบหน้าขาวใสก็ออกอาการขัดใจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนคิ้วขมวดเป็นปม

            “จะติดไปถึงไหนเนี่ย กลิ่นน้ำจิ้มตลบไปทั่วรถฉันแล้วนะ!” เสียงสบถด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นเบา ๆ หลายคนอาจนึกว่า 'ลูกคุณหนู' อย่างเขาต้องรักสะอาด เพราะถูกน้ำจิ้มลูกชิ้นหลายสิบไม้ราดเสื้อจึงไม่แปลกถ้าเขาจะรู้สึกเดือดพล่าน...

            แต่เปล่าเลย...สิ่งที่เขาไม่พอใจกลับไม่ใช่เรื่องนั้น...

            นอกกระจกรถหรูราคานับล้าน สายฝนเริ่มทวีกระหน่ำลงมาเรื่อย ๆ อย่างไม่ปรานี ภาพเก่า ๆ จึงถูกย้อนให้เล่นวนซ้ำไปมาอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงแค่ไม่กี่นาทีสั้น ๆ ที่ได้พบกัน แต่กลับทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก...อาจเพราะความคิดถึง เพราะเขาก็ไม่ได้เจอเธอมาร่วมปีแล้ว

            แล้วเพราะอะไรกันล่ะ...ที่เขาต้องหงุดหงิดเมื่อพบเธออีกครั้ง...

มันจะมากไปแล้วนะ อากิระ!!

ถ้อยคำดุดันของเธอยังคงก้องในหัวของเขา...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับเป็นเสียงอะไรบางอย่างที่ตอกย้ำ...ตอกย้ำความรู้สึกของเขาลงไปอีก ทั้งสายตาและท่าทางดุดันเอาจริงเอาจังที่จ้องมองเขา เพราะเธอจำ 'ใครคนนั้น' ในแง่ร้ายอย่างฝังลึก โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์จะแก้ตัวอะไรได้เลยแม้แต่น้อย...มันเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจสำหรับคนคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่บนจุดกึ่งกลางในค่ำคืนที่เกิดเรื่องวุ่นวายบ้า ๆ นั่น

 แต่สำหรับเขาแล้ว...มันทรมานใจยิ่งกว่าที่ไม่เคยมีความทรงจำอะไรในสายตาของเธอเลย...

 


 

วันรุ่งขึ้น

เสียงฝีเท้ารีบเร่งดังขึ้นบนทางเดินภายในตัวอาคาร หญิงสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยนานาชาติชื่อดังยังคงเร่งสาวเท้าฉับ ๆ เพื่อไปให้ทันประชุมสำคัญ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายสะบัดแกว่งไกวจนยุ่งเหยิง อาการรีบร้อนนั้นทำให้เพื่อนในคณะเดียวกันอดที่จะแซวไม่ได้

“รีบไปไหนน่ะเมริน ประชุมนักเรียนทุนมันเริ่มไปแล้วไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงทางเดินเอ่ยทักเธอ

“แฮ่ก...แฮ่ก...จะไม่ให้รีบได้ไงล่ะ สายอีกแล้วนี่นา...” เธอหยุดยืนหอบและตอบกลับด้วยท่าทางเป็นมิตร นี่อาจเป็นบุคลิกเด่นของเธอที่ทำให้ทุกคนต่างเอ็นดูน้องเล็กและเพื่อนคณะแพทย์คนนี้มาก เพราะไม่เพียงเธอจะเป็นนักเรียนดีที่ได้รับทุนของที่นี่ แต่ด้วยความน่ารักและอัธยาศัยดีก็ยังทำให้เธอชนะใจผู้คนมากมาย และได้เป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยควบตำแหน่งดาวคณะแพทยศาสตร์ในปีนี้อีกด้วย...

“แหม จ้ะ ๆ รีบไปเถอะ วันนี้เขานัดประชุมรวมทุกชั้นปี ทั้งมหาลัยของเราเลยนี่”

“อ่า...อื้ม เข้าใจแล้วล่ะ งั้นเราไปก่อนนะไหม ไว้เจอกัน...” เธอว่าพลางรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ชั้นสามของมหาวิทยาลัย ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เหล่านักเรียนทุนนับร้อยนับพันคนที่นั่งอยู่ต่างก็หันมาจ้องเธอเป็นตาเดียว

 “แหะ ๆ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวเกาศีรษะเบา ๆ แก้เก้อ ก่อนที่ใครบางคนจะดึงเธอให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างริมสุดของแถว

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เมริน...” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเบา ๆ เธอจึงหันไปมอง สายตาทั้งคู่จดจ้องอย่างไม่คาดคิดว่าจะพบกัน ก่อนที่ชายหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มสดใสจะยิ้มให้เธออีกครั้งหนึ่ง แต่มือใหญ่ ๆ ของเขายังไม่ปล่อยออกจากข้อมือเล็กของเธอ ขณะที่เธอเริ่มไม่พอใจ

“...พี่เซน ปล่อยเถอะค่ะ”

“แหม นึกว่าจำพี่ไม่ได้แล้วซะอีก สมัยที่เราเจอกันตอนอยู่โรงเรียนเก่า เมรินก็ยังตัวเล็กอยู่เลยนี่นะ” ร่างสูงพลันนึกถึงอดีตเมื่อครั้งเป็นรุ่นพี่สอนการบ้านให้เธอสมัยเรียนชั้นมัธยม แต่เมรินกลับนั่งนิ่งด้วยสีหน้ากดดัน...ไม่อยากจะนึกถึงสักเท่าไร เพราะเธอก็รู้สึกไม่ดีกับเรื่องในวันนั้น...เสียดายจริง ๆ ที่มันจบลงไม่สวย

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คนอย่างพี่เซนใคร ๆ ก็ลืมไม่ลงหรอก...”

“แหม ดีจังนะ” ชายหนุ่มผมสั้นสีดำปั้นยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “วันนั้นพี่โทรหาก็ไม่ติด เมรินเลิกใช้เบอร์นั้นไปแล้วเหรอ”

“...โทรมาทำไมเหรอคะ?”

“ก็แค่คิดถึงน่ะ ยังไงซะเราก็อดีตคนเคยรักกัน พี่ก็แค่อยากจะทำทุกอย่างให้มันเหมือนเดิม...” เซนเปรยขึ้น สายตาเหม่อมองเพดานห้องประชุม

“เหรอคะ...”

“.....”

“.....” เธอนั่งนิ่งและแสร้งมองไปยังเวทีข้างล่างอย่างสนใจ ขณะที่อาจารย์หลายคนกำลังชี้แจงกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า...

“เอาเถอะ ไหน ๆ ก็ไม่มีเวลาคุยกันแล้ว วันนี้ให้พี่ไปส่งไหมเมริน? มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะแยะเลยล่ะ” แต่เซนยังคงพูดต่อ เพราะเขารู้ดีว่าเธอยังฟังอยู่...

“ไม่ว่างหรอกค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะคะ แต่พี่กลับกับคุณอากิระเถอะค่ะ เขาคงรออยู่”

เพียงคำพูดสั้น ๆ ของหญิงสาวทำเอารุ่นพี่ปีสามคณะนิเทศศาสตร์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ไม่กล้าแม้จะพูดอะไรอีกต่อไป เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าการทอดสัมพันธ์กับหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยสนิท มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว...เพราะเธอยังไม่ลืมเรื่องคืนนั้นระหว่างเราทั้งสามไปเลยจริง ๆ...

 

เมรินเดินออกจากห้องประชุมพร้อมเอกสารอีกแผ่นในมือ เนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ของนักศึกษาทุน ซึ่งปีนี้ต้องไปร่วมเข้าค่ายปลูกป่าสามวันสองคืนที่ต่างจังหวัด...จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะยิ่งในฐานะที่เธอเป็นดาวคณะและดาวมหาวิทยาลัย เธอก็อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง
 

ใครจะรู้บ้างว่ากว่าจะได้สิทธิ์นักศึกษาทุนของที่นี่ไม่ใช่ง่าย ๆเลย เพราะต้องดีเด่นทั้งกิจกรรม การเรียน และการบำเพ็ญประโยชน์ด้วย หลายคนกว่าจะได้มาก็ต้องอ่านหนังสือจนเลือดตาแทบกระเด็น เธอเองก็เช่นกัน...เพราะฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย จึงไม่สามารถรับผิดชอบค่าเรียนเหยียบหกเจ็ดหลักของที่นี่ได้แน่นอน การเป็นนักศึกษาทุนจึงเป็นสิ่งที่เหมาะกับเธอ ที่ใฝ่ฝันจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาทและสมอง และเพราะต้องวิ่งหางานพิเศษทำเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวนี่เอง ทำให้เธอต้องเหนื่อยกว่านักศึกษารุ่นเดียวกันหลายเท่าตัว แต่สำหรับเมรินแล้ว การเรียนหนัก ๆ ก็อาจช่วยให้ลืมเรื่องเก่า ๆ ไปได้บ้าง...แต่คราวนี้มันคงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องพานพบพวกเขาอีกครั้ง...

 


แสงแดดยามบ่ายส่องลอดลงมาตามช่องว่างของใบไม้บริเวณหน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ สายลมเย็นพัดมาเอื่อย ๆ ขณะที่หญิงสาวสองคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะม้าหิน ใบหน้าหมวยของพิสต้าชักสีหน้าหงุดหงิด ไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก เมื่อมองโรงอาหารที่คนแน่นจนแทบไม่มีอะไรขาย

“โอ้ย อะไรมันจะหิวขนาดนี้เนี่ย!

“ก็มันไม่มีที่จะนั่งนี่นา หิวก็ทนหน่อยนะ เดี๋ยวคนก็ค่อย ๆ ซาไปเองน่ะ”

เมรินปลอบด้วยเสียงเอือมระอา เธอเองพยายามไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทั้ง ๆ ที่เอามือกุมท้องไว้ด้วยความหิว แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เห็นใจพวกเอาเสียเลย

จ๊อกกกกกกกกก

เมรินสะดุ้งสุดตัวแล้วมองคนโต๊ะข้าง ๆ ที่หันมองเธอเป็นตาเดียว แม้แต่พิสต้าก็ยังหัวเราะคิกคักไปด้วย เพราะคนที่บอกว่าอย่างไรก็ต้องทน ๆ ไปก่อนกลับมีหลักฐานมัดตัวก่อนใคร

“คราวนี้เราสองคนจะไปเบียดคนในโรงอาหารกันได้ยัง?”

“อื้ม ๆ ไปก็ไป” เธอรีบตัดบทด้วยความขายหน้า สองเท้าจ้ำอ้าวเข้าไปในโรงอาหารเพื่อต่อแถวซื้ออะไรก็ได้ที่ยังมีจำหน่ายอยู่ เพราะหวังจะประทังท้องที่ร้องด้วยความหิวลงบ้าง สองสาวเดินฝ่าฝูงคนมากมายที่เบียดเสียดกันแน่น ขณะที่พิสต้าชนเข้ากับอะไรเข้าบางอย่าง...

ตุ้บ!!

อะไรบางอย่างตกลงบนพื้นขณะที่หญิงสาวก้มลงเก็บด้วยความรีบเร่งและกระวนกระวาย เพราะหากมัวชักช้า เธออาจถูกเหยียบเพราะฝูงชนมากมายนี่ก็ได้?...แต่ด้วยความเร่งรีบนี่เองทำให้เธอหยิบบางอย่างติดมาด้วยโดยไม่รู้ตัว...

“อยู่นี่เอง! คุณหัวขโมย”

เสียงไม่คุ้นเคยดังไล่หลังสองสาวที่พยายามเดินปลีกออกมาเพราะทนความเบียดเสียดไม่ไหว ร่างทั้งสองหันกลับไปอย่างแปลกใจและพบเจ้าของเสียงที่ดูแปลกหน้า เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่จ้องทั้งคู่ตาไม่กระพริบ ขณะที่สมองของพิสต้าประมวลผลจนแน่ใจแล้วอ้าปากค้าง...

“นายคนเมื่อวาน” เธอนึกถึงถุงก๋วยเตี๋ยวที่แตกกระจายกลางท้องถนน

“คุณ...คนเมื่อวานนี่นา?”

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีไพลินเองก็มองเธออย่างไม่คาดว่าจะได้พบกันอีก ใบหน้าเขาเผยยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นบ้าง...เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขกว่าวินาทีแรกที่หันไปมอง

“อ้าว! สวัสดีนะครับคุณเมริน” เขาหันไปยิ้มและทักทายเมริน แม้สำเนียงภาษาจะไม่ค่อยชัดเท่าไร แต่สองสาวก็ฟังออก เมรินจึงยิ้มตอบแล้วพยักหน้า

“สวัสดีค่ะคุณเมก้า ว่าแต่คุณรู้จักพิสต้าด้วยเหรอคะ?” เธอมองทั้งสองอย่างอึ้ง ๆ เพราะคาดไม่ถึงว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน

“ไม่รู้จักน่ะครับ ฮะ ๆ”

“ใช่ ก็ไม่รู้จักหรอก แต่นายนี่แหละที่ขับรถเฉี่ยวถุงก๋วยเตี๋ยวฉันเมื่อวาน!”

ใบหน้าหมวยชักสีหน้าบูดเบี้ยวน้อย ๆ ชายหนุ่มผมสั้นสีบลอนด์ทองจึงรีบก้มหัวขอโทษพลางยิ้มแหย ๆ เพราะไม่อยากให้สาวเจ้าออกอาการโกรธ เมรินมองทั้งคู่แล้วยิ้มกว้าง

“แล้วเธอรู้จักนายนี่ได้ไงอ่ะ”

“อ๋อ ก็เพราะฉันกับเขาเรียนจิตวิทยาเซคเดียวกันน่ะเลยรู้จักกัน เขาเรียนอยู่ปีสาม คณะศิลปศาสตร์” เมรินอธิบาย

“อ๋อ อื้อ” พิสต้ามองเมก้าด้วยหางตาแล้วนึกขึ้นได้ถึงที่มาที่ไป

“แล้วนายวิ่งตามมาทำไม?”

อีกฝ่ายยิ้มพลางลูบหัวตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยท่าทางขบขันมากจนใบหน้าและจมูกขาว ๆ แต้มสีแดงระเรื่อ แต่ท่าทางนั้นกลับยิ่งสร้างความงุนงงให้พิสต้ามากขึ้น

“ก็คุณหยิบขนมของผมมาน่ะสิครับ” นิ้วมือเขาชี้มายังถุงขนมที่เธอกอดเอาไว้ พิสต้าจึงก้มลงพิจารณาก่อนจะหน้าแดงซ่าน นึกถึงความมือไวของเธอที่เผลอหยิบติดมา

“กะ...ก็แค่หยิบติดมาน่ะย่ะ”

“ครับ~ คงหิวใช่ไหมครับคุณสองคน”

สองสาวพยักหน้าทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ชายหนุ่มจึงเอ่ยปากชักชวนให้ทั้งสองมาทานขนมด้วยกัน แต่แม้จะพยายามชวนคุยสักเท่าไร พิสต้าก็ยังแอบเคืองเขามากทีเดียว ทว่าเมก้ากับเมรินกลับคุยกันอย่างถูกคอ

“อ่า ผมต้องไปแล้วน่ะครับ เสียดายจังเลย...ผมนัดดูโอ้ไว้ที่ห้องสมุดน่ะครับ” เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ สีดำมันวาวนั่นบ่งบอกถึงราคาและภูมิฐานของผู้สวมใส่ เพราะครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของกิจการหมู่บ้านจัดสรรมูลค่าร่วมหลายพันล้านที่จังหวัดปทุมธานี

“อ่า ค่ะ โชคดีนะคะ” เมรินยิ้มส่ง ขณะที่พิสต้าเมินเฉย

“เอ่อ ครับ...ผมไปนะครับคุณพิสต้า” เขาพูดอย่างเกรงใจ

“ย่ะ...เอ่อ ขอบคุณที่เลี้ยงขนมนะ” พิสต้าค่อย ๆ พูด รอยยิ้มก็ค่อย ๆ ปรากฏที่ใบหน้าอิ่มเอิบนั่นด้วย

“ครับ แล้วเจอกันใหม่นะ”

เขาลุกขึ้นเดินจากไป...จากที่ไกลแสนไกล ทั้งสองยังคงมองเพื่อนใหม่คนนี้อยู่เรื่อย ๆ ขณะที่สายลมเย็นชื่นใจของฤดูหนาวค่อย ๆ พัดมาอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มกลับมาสดใสต้อนรับสิ่งต่าง ๆ มากมายที่จะเกิดขึ้นจากนี้...

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ สายตาทอดยาวไปไกลแสนไกล หวนนึกถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามา...

“บางทีนะ...ฉันว่าฉันมีความสุขที่จะอยู่ที่นี่ล่ะ แล้วเธอล่ะเมริน? เธอมีความสุขที่จะลืมอดีตไหม...?”

 

====================================================================================

 

Introduce New Characters !!


 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"เพราะฉันสวยและรวยมาก!"
 

ชื่อ :: พิชญ์สิตา รัตนชลาธร
ชื่อเล่น :: พิสต้า (Pista)
วันเกิด :: 1 กรกฎาคม

อายุ :: 19
คณะ :: ศิลปศาสตร์ สาขาวิชาญี่ปุ่นศึกษา (Japanese studies)
มหาวิทยาลัย :: นานาชาติเมฮิเมะ (Meihime International University: MIU)
ความสัมพันธ์ :: รูมเมทน่ารักแสบซ่าของเมริน


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"ใบหน้าเศร้ามันไม่เหมาะกับคุณ...
ผมจะพยายามทำให้คุณมีความสุข...
จากนี้ตลอดไปเลยนะครับ เพราะว่าผมรักคุณ"


ชื่อ :: เมก้า คาเซะ (Mega Kaze)
ชื่อเล่น :: เมก้า (Mega)
วันเกิด :: 20 สิงหาคม
อายุ :: 21

คณะ :: ศิลปศาสตร์ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
(Library and information science)
มหาวิทยาลัย :: นานาชาติเมฮิเมะ (Meihime International University: MIU)
ความสัมพันธ์ ::   เป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในวิชาจิตวิทยา (Psychology)
เซคชั่นเดียวกันกับเมริน ทั้งคู่เลยได้รู้จักและสนิทสนมกัน,
เป็นคู่กรณีขับรถเฉี่ยวถุงก๋วยเตี๋ยวของพิสต้า 
 


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



 

 

JJ♕
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #261 luisme (@luisme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 14:56
    อารมณ์ยังกระตุกๆนิดนึง อยากให้ปรับให้ลื่นกว่านี้หน่อย
    ขออากิระเพิ่มค่ะ เราชอบหนุ่มเริ่ด จะเอานางอีกกกก 555
    #261
    0
  2. วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 11:46
    จะเชียร์พี่เซนนะ ถ้าพี่เซนไม่ทำร้ายเมรินในตอน 1 อ่า 55555 ยังมีบางประโยคที่อ่านแล้วรู้สึกขัดๆ ตาอ่ะค่ะ อยากให้ลองอ่านซ้ำแล้วก็ปรับนิดหนึ่ง ^^
    #186
    0
  3. #125 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 23:14
    คำเตือน! หากท่านกำลังหิว แล้วได้อ่านบทนี้และบทก่อนหน้า ท่านจะหิวยิ่งขึ้นไปอีก มันเริ่มต้นจากลูกชิ้น มาที่บะหมี่แก้ขัดก๋วยเต๊๋ยว ตามต่อด้วยขนมปัง และลงท้ายด้วยแบ่งขนมกันกิน ไม่หิวแล้วจะทำยังไงไหว (ฮา ขำๆนะคะไรท์เตอร์)

    เอาจริงชอบพิสต้านะ ดูแสบๆ กวนเล็กน้อย พอน่ารัก ส่วนเมก้าขอตามอ่านอีกนิดตอนนี้ยังเดาไม่ถูก
    #125
    0
  4. #72 เทพธิดาฟ้าใส (@jayjungharu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 10:10
    หนุ่มๆเรื่องนี้เยอะมากเลยค่ะ ฮ่าๆ ลุ้นอีกตามเคย มันต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ ติดตามค่า ^^








    #72
    0
  5. #59 S★HUSKY (@april_art) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 02:47
    พิสต้า แอบโหดนิดๆ ซ่าหน่อยๆ เหมือนกันนะเนี่ย #จงใจตั้งชื่อให้น่ารักขัดกะบุคคลิกของนางหรือเปล่าเนี่ยไรท์เตอร์
    #59
    0
  6. #38 MildMeloDyz (@-kunn-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:24
    พิสต้า ก่ะ เมก้า น่ารักทั้งคู่เลย ^ ^
    #38
    0
  7. #14 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2555 / 20:11
    พิสต้าน่ารักแอบเถือน(?)ทานเก่งนะเนี่ย ชอบคนนี้ อวยคนนี้ <3
    #14
    0
  8. #7 Fero'I (@justgirl-feroi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 22:58
    อาชิตะกับเมริน เมก้ากับพิสต้า อร๊ายยย -///-
    #7
    0