CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 28 : [[,,,Chapter 20,,,]] Hotarubi II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 มิ.ย. 56

JJ♕




 

20

Hotarubi II

           



 

“หึ ตรงเวลาแบบนี้ค่อยสมกับที่เป็นพ่อค้าหน่อย...”

หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ซึ่งแฝงตัวอยู่ในพุ่มไม้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาคู่นั้นที่แลดูดุดัน กับรอยยิ้มมีเลศนัยที่ฉายอยู่บนใบหน้าหยาบกร้าน เสียงพุ่มไม้เล็ก ๆ ไหวไปมาด้วยแรงลมเบา ๆ ก่อนจะเกิดเสียงเค้นหัวเราะพอใจในลำคอ เมื่อชายฉกรรจ์ได้ตรวจสอบสิ่งของบางอย่างจากผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น พันธมิตรคนใหม่เสร็จสิ้น

“...” เจ้าของเรือนผมสีดำยังคงนิ่งเงียบ มีเพียงรอยยิ้มร้ายที่แสยะขึ้นบนใบหน้าช้า ๆ เมื่อก้มมองดูกระเป๋าเงินในมือ ก่อนจะรีบตัดบทเมื่อกิจกรรมแลกเปลี่ยนบางอย่างสิ้นสุดลง “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อน”

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา มีเพียงสายตาของชายฉกรรจ์ผู้มีใบหน้าตาดุดันที่ยังจ้องมองเขาอยู่ไม่วางตา เซนค่อย ๆ เบี่ยงตัวหลบออกจากกลุ่มคนมากมาย แต่แล้ว...

หมับ!

“ปล่อย...” เขาตวัดมองด้วยหางตาคม

ภายใต้เงามืดของป่าเขา รอยยิ้มร้ายจากเจ้าของมือที่จับแขนของเขาอยู่กลับฉายแววเป็นมิตร ก่อนที่ร่างใหญ่จะกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำอันแผ่วเบา

“แกกับ ‘เจ้านั่น ท่าทางคล้ายกันจริง ๆ หึ...ฝากบอกมันด้วยล่ะว่าถ้าของมันดี คราวหน้านายของพวกฉันจะสั่งเพิ่มอีกสองเท่า” เจ้าของแววตาดุดันมองเซนด้วยท่าทีมาดมั่น แม้จะปล่อยมือไปแล้วแต่จากที่ไกล ๆ เขาก็ยังคงมองเซนอย่างพอใจลึก ๆ ชายหนุ่มที่เคยต้องลำบากหาเลี้ยงปากท้องครอบครัวเพียงลำพัง ซ้ำยังถูกลูกเศรษฐีเหยียดหยามดูแคลน แต่นับจากนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

 

“ทำไม...ถึงทำแบบนี้”

ภายในเต็นท์ขนาดย่อมอันเงียบสงบ มือเล็กของเมรินหยิบผ้าขนหนูมาชุบน้ำจากในถังไม้ ซึ่งเธอเพิ่งจะไปตักมาจากธารน้ำตกหลังค่ายมาบิดพอหมาด ก่อนจะค่อย ๆ เช็ดลูบบนใบหน้าซีดเซียวของร่างที่ยังคงหลับใหลอยู่อย่างเบามือ หลังจากที่เมื่อคืนนี้เธอกับไอชาได้ช่วยกันพยุงร่างของเขาเดินลัดเลาะมาจนถึงเต็นท์ของพวกเธอ

“...” แน่นอนว่าไม่มีเสียงใดตอบกลับมาจากร่างที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เธอ แม้จะดูอ่อนเพลียไปมาก แต่ท่าทีขณะหลับของเขานั้นกลับดูผ่อนคลายราวกับไม่เคยเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นเมื่อคืน แพขนตายาวเรียงเป็นระเบียบ ขณะที่นัยน์ตาคู่นั้นหลับพริ้มอย่างผ่อนคลาย ซึ่งภาพที่เห็นนี้ยังทำให้ใครบางคนที่ทอดสายตามองอยู่อดที่จะรู้สึกเขินจนหน้าร้อนผ่าวไม่ได้

แต่ถึงจะเขินสักแค่ไหน ความรู้สึกผิดบางอย่างก็ยังค้างคาในใจอยู่ดี...

อากิระประสบอุบัติเหตุ...และต้นเหตุที่แท้จริงมันก็เป็นเพราะเธอ...

“...อาชิตะ...ขอโทษนะ เพราะฉันคนเดียวนายถึงต้องมาพัวพันไปด้วย” หญิงสาวรำพันเบา ๆ และกุมมือซึ่งมีแต่รอยช้ำและบาดแผลของอีกคนมาแนบไว้ข้างแก้มใส เมรินปล่อยให้น้ำตาและความรู้สึกอัดอั้นในใจไหลรินลงมาช้า ๆ เพราะความเจ็บปวดจากสิ่งที่ได้กระทำลงไป

อากิระเกือบต้องตายก็เพราะนาย...ไอ้ชั่วเซน! รถคันนั้นมันซื้อให้นายแท้ ๆ แต่นายกลับ!’

เสียงตวาดของเขาดังก้องซ้ำไปซ้ำมาภายในหัวของเธอ ร่างเล็กสับสนและกดดันเมื่อถูกความรู้สึกที่หลากหลายประเดประดังทับถมเข้ามาจนไม่อาจหักห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลได้ หยดแล้วหยดเล่าที่หลั่งรินลงบนมือขาวซีด...มือที่ไร้เรี่ยวแรงและเริ่มอ่อนกำลังลงคู่นี้...

“อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะเมริน อาชิตะต้องปลอดภัยแน่...” ไอชาพยายามปลอบ แต่ในมุมมืดนั้นเธอก็รู้แก่ใจดีเกี่ยวกับเรื่องของเขา เรื่องที่เธอรู้ดีว่าอาชิตะจะต้องไม่อยากบอกเมรินเด็ดขาด...

“ค่ะ...หวังว่านะ” ร่างเล็กพยักหน้ารับเงียบ ๆ ก่อนจะซุกตัวลงนอนข้าง ๆ เขา นิ้วมือเล็กสัมผัสแผลแตกริมฝีปากอย่างเบามือด้วยความเป็นห่วง เธอรู้สึกข้างในใจมันแทบจะระเบิดออกมาเมื่อเห็นสภาพของเขาครั้งแรก ยากที่จะทำใจเชื่อเหลือเกินว่าเซนจะเป็นคนแบบนี้...เมรินไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเธอไม่ได้ตามไปจนเจอ ป่านนี้เขาจะมีสภาพอย่างไร...

เพราะชีวิตนั้นล้วนแต่มีความไม่แน่นอน...หากก้าวพลาดไปสักก้าวเดียวล่ะก็ เธออาจจะต้องเสียใจไปตลอดชั่วชีวิตเลยก็ได้...

“นอนเถอะ...แล้วพรุ่งนี้เรื่องที่นายถามฉัน ฉันจะตอบนายเอง ฉันมั่นใจแล้วล่ะ”

เสียงกระซิบแผ่วเบาหายไปในความมืดมิด ริมฝีปากบางค่อย ๆ จุมพิตริมฝีปากซีดเซียวที่ร้อนผ่าวเพราะพิษไข้อย่างเป็นห่วง แม้จะเป็นการกระทำที่ดูไม่สมกับเป็นเธอ แต่เมรินก็ไม่สนใจอีกแล้ว หัวใจของหญิงสาวกระซิบบอกเธอด้วยเสียงอันแผ่วเบา ทว่ามันกลับหนักแน่นยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ว่าเธอกำลังจมลงสู่ห้วงของความรัก...

ไอชามองทั้งคู่อย่างนิ่งเงียบ แล้วตัดสินใจเดินออกมาด้วยใบหน้าสงบจนยากจะคาดเดาความรู้สึกได้ เธอเหลือบมองอาชิตะแวบหนึ่ง ขณะที่หยดน้ำใส ๆ จะรินไหลลงอาบแก้มในความเงียบงัน

บางสิ่งที่เธอรู้ดี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจพูดมันออกมาได้...

เพราะมันเป็นความลับที่มีเพียงอากิระ เธอ และเซนเท่านั้นที่ล่วงรู้...

 

หลังจากที่ไอชาออกมาสูดอากาศข้างนอกได้สักพักแล้ว เธอก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ดูแลชายหนุ่มอยู่เพียงลำพัง ขณะที่เมรินออกไปตักน้ำใส่ถังไม้เพื่อมาเช็ดตัวให้เขา คำขอร้องของเขาซึ่งมีสติเลือนรางทำให้ไอชาอดที่จะรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ล่วงรู้ความจริงบางอย่างอยู่เต็มอก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอสมควรจะพูดมันออกมา

นิ้วมือเรียวไล้ไปมาบนหน้าจอโทรศัพท์อย่างเหม่อลอย ร่างเล็กถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบท่ามกลางยามดึกอันเงียบสงัด บรรยากาศชายทะเลนั้นไม่ได้ช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ความวังเวงกลับทำให้หญิงสาวรู้สึกเปล่าเปลี่ยวใจมากขึ้นอย่างประหลาด ไอชารู้สึกว่าบนโขดหินที่เธอนั่งรับลมอยู่นี้ บางครั้ง...มันก็กว้างเกินกว่าที่จะนั่งคนเดียวและมันก็หนาวเกินกว่าที่จะใช้สองมือโอบกอดไหล่ของตัวเองเพื่อประทังความหนาว การนั่งมองพระจันทร์เพียงลำพังนั้นทำให้เธออดคิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ ไม่ได้...

ทำไมถึงชอบออกมาดูพระจันทร์ล่ะ?’

...อืม ก็เพราะมันสวยไง แสงของพระจันทร์น่ะสว่างดีนะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร้อน ฉันเลยชอบมองพระจันทร์เด็กสาววัยสิบหกย่างสิบเจ็ดเอ่ยขึ้นช้า ๆ บนดาดฟ้าของอาคารเรียนหรูหราภายในโรงเรียนนานาชาติชื่อดังกลางใจเมือง สายลมฤดูร้อนพัดมาเอื่อย ๆ พอให้เย็นชื่นใจอยู่บ้าง

เจ้าของเรือนผมดำขลับที่ถูกถักเป็นเปียไว้ข้างหลังยิ้มร่าพลางหันมามองผู้ที่ตั้งคำถาม ซึ่งในตอนนี้ขมวดคิ้วหนาเป็นปมอย่างรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก

แต่แสงของพระจันทร์จริง ๆ ก็ได้มาจากพระอาทิตย์นั่นแหละ มนุษย์โลกไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าขาดพระอาทิตย์หรอกร่างสูงแย้งเบา ๆ ก่อนจะแยกยิ้มจนเห็นเขี้ยวขาวพลางมองบรรยากาศแสงสีในงานเทศกาลของโรงเรียนที่จัดอยู่เบื้องล่าง

อืม...ท่าทางนายจะชอบพระอาทิตย์เอาจริงเอาจังเลยนะอากิระ

เด็กหนุ่มยิ้มร่าแล้วยื่นมือมาดึงผมเปียยาวของเพื่อนสาว ก่อนจะกระซิบตอบอย่างมั่นใจ ไม่รู้จริง ๆ น่ะเหรอว่าอากิระแปลว่าพระอาทิตย์?...พระอาทิตย์น่ะสำคัญที่สุดในระบบสุริยะเลยนะ! ถึงมันจะดูร้อนแรงไปบ้าง แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยคลายหนาวได้แหละ เพราะงั้นฉันเลยเป็นคนที่สำคัญที่สุดไง ฮ่า ๆๆ

แหวะ หมั่นไส้จริง ๆ นายมันก็แค่ชื่อเหมือนเท่านั้นแหละ หลงตัวเองชะมัด...แค่นี้ก็ทำมาคุยโว อย่าคิดว่าโลกนี้จะขาดนายไม่ได้สิ ตาคนหลงตัวเอง ฮะ ๆ

ร่างเล็กแสร้งทำใบหน้าเหยเก แต่ทั้ง ๆ ที่แววตาดูจะเหนื่อยใจกับท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องของอีกฝ่าย แต่เธอก็ไม่อาจปกปิดรอยยิ้มและดวงหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นได้มิด ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะตอบจากเด็กหนุ่มได้อย่างง่ายดาย

คอยดูไปเถอะไอชา แล้วเธอจะเสียใจถ้าไม่มีฉัน เพราะอย่างน้อยคณิตกับวิทย์น่ะเธอก็ต้องคิดถึงฉันเป็นคนแรกอยู่แล้ว ฮะ ๆ

แปะ...

หยดน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงอย่างเงียบเชียบท่ามกลางความมืดมิด...

“ใช่ อากิระ...นายเป็นคนสำคัญ...ไม่ใช่แค่ในห้องเรียนหรอก แต่มันหมายถึงทุก ๆ อย่างของฉันเลย ขอร้องล่ะ นายจะต้องปลอดภัยนะ...นายจะต้องหายแล้วกลับมาหาฉันสิ จะกลับมาหัวเราะสมเพชฉันในตอนนี้ก็ได้ แต่ยังไงฉัน...ฉันก็คิดถึงนายจริง ๆ นะ ฉันรักนายมาก...มากจนต่อให้สักวันนายจะรู้ว่าฉันคิดยังไงกับนายแล้วก็เถอะ...ต่อให้จะต้องโดนเกลียด ฉันก็จะไม่ว่าอะไรหรอก ฉันขอแค่นายกลับมา...ขอร้องล่ะ ช่วยกลับมาสักทีเถอะอากิระ...กลับมาช่วยอาชิตะน้องชายของนายให้พ้นจากเงื้อมือของเซนที...ก่อนที่ทุก ๆ อย่าง...มันจะสายเกินไป...”

 

 

แสงแรกของดวงตะวันซึ่งบ่งบอกถึงยามเช้าวันใหม่ค่อย ๆ สาดทอขอบฟ้าอีกครั้ง น่านน้ำทะเลใสอันกว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหูลูกตาส่องประกายสว่างไสว ราวกับกระจกที่สะท้อนภาพของผืนฟ้าและต้องประกายแสงสีส้มจาง ๆ จากดวงตะวันสุกใส สายลมยามต้นเหมันตฤดูค่อยพัดโชยมาเบา ๆ อีกครั้งอย่างอ่อนโยน แว่วเสียงนกน้อยร้องขับขานประสานกับเกลียวคลื่นทะเลที่ซัดสาดกระทบเข้าหาชายฝั่ง คลอเคล้ากันราวกับท่วงทำนองแห่งการเริ่มต้นวันใหม่อันสดใสของเหล่าสรรพสิ่ง

นัยน์ตาสีนิลปรือขึ้นช้า ๆ ก่อนจะกวาดมองไปรอบ ๆ เต็นท์หลังเล็กอย่างงุนงง มือใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยผ้าพันแผลค่อย ๆ ยกขึ้นมาปิดปากหาวแล้วยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจ แต่ก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อความรู้สึกเจ็บระบมแล่นไปทั่วทั้งร่างจนทำให้ต้องทิ้งตัวลงนอนนิ่ง ๆ

“โอ๊ย!

ขณะที่สมองของเขาพยายามประติดประต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น สายตาก็พลันเห็นร่างเล็กที่นั่งชันเข่าฟุบหลับอยู่ไม่ไกลออกไปนัก

“เมริน...?”

“อาชิตะ!

เสียงใสดังตอบทันทีอย่างปลื้มปีติ หญิงสาวโผเข้ากอดร่างที่นอนอยู่อย่างเป็นห่วง ความรู้สึกกังวลเริ่มคลายลงได้บ้าง ขณะที่ปล่อยน้ำหูน้ำตามากมายให้หลั่งไหลพรั่งพรูลงอาบนองสองแก้มนวลจนเปียกปอนรอยยิ้มสวยนั้น

“นายไม่เป็นไรแล้ว...ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม!?...นายเจ็บมากไหม? เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่าฉันจะได้ทำแผลให้...นายหิวอะไรไหม ฮือ...ฉันดีใจที่สุดเลยที่นายไม่เป็นไรน่ะ”

แทบฟังไม่รู้เรื่องเลยกับคำพูดของหญิงสาวที่ร้อนรนด้วยความดีใจ เมรินยังคงกอดเขาไว้แน่น ท่าทางดีใจเหลือล้นนั้นราวกับเด็ก ๆ ที่ได้ของรักของหวงชิ้นสำคัญกลับคืนมา

“มะ ไม่เป็นไร...ขอบคุณที่ช่วยเอาไว้นะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มแหบพร่าเพราะพิษไข้เอ่ยขึ้นแผ่วเบา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า ขณะที่มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้เรือนผมของอีกฝ่ายให้คลายกังวล

“อื้ม ๆ ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่นายไม่เป็นอะไรฉันก็ดีใจจะแย่อยู่แล้วล่ะ...ตอนนี้ยังเจ็บตรงไหนอีกไหม เป็นยังไงบ้าง?”

“...ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หายน่า”

ถึงแม้เจ้าของใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยรอยช้ำเป็นจ้ำแดงจะบอกอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถปิดบังสภาพร่างกายที่โทรมลงอย่างมากจนเห็นชัดได้อีกแล้ว เรียวปากสีชมพูจาง ๆ นั้นกลับซีดเซียวไร้สีเลือดฝาดจนแทบจะดูเขียวคล้ายผู้ป่วยหนัก ไหนจะเพราะพิษไข้ที่ขึ้นสูงจนทำให้รู้สึกหนาวสั่นนี่อีก...

“อืม...งั้นนายนอนก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปบอกอาจารย์ให้ว่านายไม่สบาย เพราะเมื่อคืนมันดึกมากแล้ว ฉันก็เลยไม่กล้าปลุกท่าน...”

“อย่านะ! ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันไม่สบาย”

“ทำไมล่ะ? นี่นายโดนจ้องจะเอาชีวิตนะ” เมรินรีบท้วงเสียงดังอย่างข้องใจ

“ใช่ แต่เราไม่มีหลักฐานอะไรนี่นา...แล้วอีกอย่างพวกเธอเองจะพลอยซวยไปด้วยเพราะฉันเปล่า ๆ น่า”

“ฉันไม่ได้กลัวว่าจะซวย แต่ฉันไม่อยากทนเห็นนายเป็นอะไรไป เข้าใจไหมตาทึ่ม!

อาชิตะมองคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน นิ้วมือเรียวที่ไร้เรี่ยวแรงขยับขึ้นเขี่ยแก้มอีกคนเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มสุดฝืน...สิ่งที่เขาเฝ้าฝันมาตลอดนั้นกำลังจะกลายเป็นความจริงในไม่ช้าแล้ว แต่ทว่ามันก็ทำให้นึกถึงความจริงบางอย่างที่ไม่อาจจะทำเป็นลืมไปได้ขึ้นมาด้วย

เราแพ้เซนอย่างหมดท่า...

แล้วคนอย่างเรายังจะมีหน้ามาพูดว่าจะปกป้องเมรินได้อีกงั้นเหรอ?

“พูดอะไรบ้างสิ อย่าเอาแต่ยิ้มแบบนั้น ฉันใจคอไม่ดีนะ” ใบหน้านวลบูดเบี้ยวไม่พอใจ แต่มันก็เรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากเขาได้ อาชิตะค่อย ๆ พยุงร่างลุกขึ้นนั่งอีกครั้งพลางโอบร่างเล็กไว้หลวม ๆ ในใจนั้นหวังเพียงให้เธอคลายกังวลเกี่ยวกับเขาลงบ้าง

ดูท่าทางเมรินจะยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเรามากเท่าที่คิดสินะ...มันก็ดีแล้วล่ะ

ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละดีแล้ว แล้วเอาเวลาที่เหลือไปจัดการเรื่องเซนจะดีกว่า...

“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะเมริน ถ้าไม่มีเธอฉันคงจะตายไปแล้วล่ะ”

นัยน์ตากลมเบิกโตขึ้นอย่างตกใจกับคำพูดที่ไม่ทันคิดหน้าคิดหลังของเขา ว่าที่คุณหมอรู้สึกว่าหัวใจกระตุกวูบ...แต่ไหนแต่ไรแล้วที่เธอไม่ชอบให้ใครมาพูดถึงเรื่องความเป็นความตายแบบนี้...โดนเฉพาะคนที่เธอรัก...

“อย่าพูดแบบนั้นนะ มันไม่ได้ช่วยทำให้นายดูเท่ขึ้นไปหรอก”

“อ่า...ก็ไม่ได้หวังจะเท่ซะหน่อยน่า ช่วงนี้ฉันก็น่ารักมากพออยู่แล้วนี่”

“ใช่! เอ้ย! ไม่ใช่ ๆ อา...เอาเถอะ พูดกับนายแล้วฉันประสาทจะหลุด...งะ งั้นฉันจะออกไปหาอะไรมาให้นายกินแล้วกัน นายจะได้ไม่ต้องพูดอะไรมากอีก” ร่างเล็กว่าตะกุกตะกักพลางเบี่ยงตัวออกมา เมรินได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักระรัว...เพราะลมหายใจแผ่วเบาที่ร้อนระอุเพราะพิษไข้รินรดต้นคอเธอ ทำให้อดรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างกายไม่ได้

“แหม...” อาชิตะยิ้มน้อย ๆ พลางมองร่างเล็กที่เดินจากไป ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกคลายกังวลไปได้บ้าง แม้ว่าจะมีบางเรื่องที่ยังติดค้างอยู่ภายในใจก็ตามที

               

 

                เสียงฝีเท้ารีบเร่งดังขึ้นในแนวชายป่า ชายหนุ่มในเสื้อยืดสีดำตัดกับกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลเข้มกวาดตามองไปรอบ ๆ บริเวณที่เมื่อคืนเคยเป็นลานสังหารโหดมาก่อน มือใหญ่ก็ปาดเหงื่อที่เกาะพราวบนใบหน้าคมไปพลาง

                “ศพมันหายไปได้ยังไงวะ!

                เซนนั่นเอง เขาสบถอย่างขัดใจเมื่อพบว่าลานกว้างซึ่งน่าจะมีศพของอาชิตะที่โดนซ้อมจนกระอักเลือดเป็นลิ่ม ๆ นอนหมอบกระแตอยู่บนพื้นเมื่อคืน บัดนี้กลับหายไปอย่างไร้วี่แววใด ๆ

“...รุ่นพี่คงถูกเสือลากกินไปแล้วมั้งครับ” อีกเสียงบอกเชิงแสดงความเห็น

“เป็นไปไม่ได้ ที่นี่มันป่าติดทะเลนะจะมีเสือได้ยังไง! ทั้งที่มันก็โดนซ้อมขนาดนั้นแท้ ๆ มันน่าจะไม่รอดแล้วนี่นา” เซนเอ่ยอย่างคร่ำเครียด ก่อนจะนั่งยอง ๆ ก้มลงมองรอบที่เกิดเหตุซึ่งยังคงหลงเหลือคราบเลือดแห้ง ๆ เกรอะกรังอยู่บนยอดหญ้า

“ผมว่านะครับ พวกเราอาจจะทำเกินไปก็ได้ รุ่นพี่อาชิตะน่ะ...ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้มีพิษสงร้ายอะไรเลยนี่ครับพี่เซน”

“เฮเซล! แกมันไม่รู้อะไรก็เงียบไปเถอะ!” ผู้เป็นรุ่นพี่ตวาดด้วยท่าทางเครียดจัด ไวเท่าความคิดที่เซนลุกพรวดขึ้นมากระชากคอเสื้อผู้เป็นรุ่นน้องอย่างแรงด้วยความลืมตัว

“พี่ไม่สนใจว่าเฮเซลจะเต็มใจล่อมันมาฆ่าหรือเปล่า! แต่ก็จำใส่หัวเอาไว้ว่ายังไงนายก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดฆ่ามันไปแล้วน่ะ เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้าคิดจะตุกติก แม้แต่เฮเซลพี่ก็ต้องกำจัด!

ร่างเล็กกว่าถึงกับหน้าถอดสีทันทีเมื่อได้ฟัง...เฮเซลรู้ชัดแล้วว่า...

เขากำลังเข้าข้างคนผิด!

“...คะ ครับ...”

“ดี! ตอนนี้พี่คิดว่าคงมีคนมาช่วยมันเอาไว้ เราอาจจะลงมือโจ่งแจ้งไม่ได้ ยังไงก็คงต้องทำเนียนเอาไว้ก่อน แล้วหาโอกาสเหมาะ ๆ อย่าปล่อยให้มันกลับไปได้ถึงกรุงเทพฯ เด็ดขาด!

“ทะ...ทำไมล่ะครับ?”

เฮเซลถามอย่างสงสัย ร่างกายสั่นเทาอย่างหวาดกลัวคนตรงหน้า คนที่ชักพาเขาให้กระทำความผิดจนเผลอถลำลึกลงไปด้วย...

“เพราะมันรู้แล้วว่าฉันอยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายฝาแฝดมันยังไงล่ะ!

เซนหลุดปากพูดอย่างไม่พอใจ ขณะที่ปรายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาร่องรอยต่อไป ชายหนุ่มเริ่มคิดได้ว่าคนที่ช่วยอาชิตะเอาไว้ อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขาไม่อยากให้มารู้มาเห็นเรื่องนี้ที่สุดก็เป็นได้...ระหว่างนี้เขาคงต้องทำอะไรหลายต่อหลายอย่าง เพื่อก่อร่างสร้างตัวให้ประสบความสำเร็จและหารายได้จุนเจือครอบครัวให้มากขึ้น รวมถึงพ้นจากเงื้อมือของครอบครัวอาชิตะที่อาจจะใช้อิทธิพลใหญ่โตมาจับเขาเมื่อรู้ว่าเขาเองที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังการตายของอากิระและพยายามฆ่าอาชิตะด้วยอีกคน

 

สองหนุ่มที่อยู่กลางป่าลึกขณะนี้ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ภายใต้เงามืดหลังพุ่มไม้จะมีร่างเล็กที่แอบตามมาจนได้รับรู้ความจริงหมดแล้วทุกสิ่ง ไอชากัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ นัยน์ตาสีเข้มจิกมองเซนด้วยความโกรธแค้นที่ฝังลึกกว่าเดิม เมื่อเธอรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุสาหัสปางตายของอากิระ...จะเป็นฝีมือของเซนที่เขารักที่สุดนี่เอง!

“เรื่องนี้มันไม่จบง่าย ๆ หรอกนะเซน” ร่างเล็กพึมพำเบา ๆ ก่อนจะหมอบตัวลงต่ำกว่าเดิมเมื่อร่างนั้นเดินเลียบเข้ามาใกล้ แม้จะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับเธอ แต่ไอชากลับรู้สึกดีที่ได้ตามมาจนรู้ความจริงชัดเจน เพราะอย่างน้อยที่สุดแล้ว เธอก็รู้ว่าเซนคงไม่มีทางยอมจบทุกอย่างลงง่าย ๆ แน่นอน

เรื่องนี้ชักจะไม่ชอบมาพากลแล้วสิ...ทำไมเซนจะต้องฆ่าอาชิตะด้วย?

เราคงต้องรีบไปเตือนแล้วล่ะ ไม่งั้นมีหวัง...

 

ร่างเล็กรีบย่องฝีเท้าอย่างว่องไวออกจากบริเวณป่ารกชัฏทันทีเมื่อได้จังหวะเหมาะ สองเท้าเล็กรีบก้าวข้ามผ่านลำธารกว้างและดงไม้เลื้อยที่ขึ้นใต้โคนไม้ใหญ่นานาพรรณสูงตระหง่าน กลิ่นอายความร่มรื่นของต้นไม้ทำให้เธออดรู้สึกสดชื่นและเคลิบเคลิ้มไปไม่ได้ แต่นี่มันไม่ใช่เวลาชมธรรมชาติหรอกนะไอชา!

ในที่สุดร่างเล็กก็ก้าวพ้นแนวชายป่าออกมา เธอมองไปรอบ ๆ และพบว่าได้กลับเข้ามาในอาณาบริเวณค่ายของมหาวิทยาลัยอย่างปลอดภัยแล้ว ไอชาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และในขณะนั้นเอง...

“พี่ไอชาไปไหนมาเหรอคะ?” รุ่นน้องปีหนึ่งเอ่ยทักด้วยสีหน้าสงสัย เพราะเธอไม่รู้เลยว่ารุ่นพี่คนนี้เพิ่งจะหนีตายออกมาจากเงื้อมือของเซน

“อะ อ๋อ พี่ไปห้องน้ำมาน่ะ” รุ่นพี่สาวจำใจโกหกพลางเกาศีรษะแก้เก้อ “จะไปปลูกป่ากันเลยใช่ไหม มา ๆ พี่ช่วยถือต้นกล้า”

ถึงส้มจี๊ดผู้เป็นรุ่นน้องจะยังสะกิดใจกับท่าทีแปลก ๆ ของไอชาอยู่ก็ตาม แต่เธอก็ยังช่วยรุ่นพี่สาวสวยทำงานอย่างแข็งขัน ไอชามองกลุ่มนักศึกษามากมายบนชายหาดที่ในตอนนี้ยังคงไร้วี่แววของเมรินกับอาชิตะ...ร่างเล็กมองไปรอบ ๆ อย่างอุ่นใจว่าอย่างน้อยเขาก็คงไม่ฝืนร่างกายออกมาเดินท่อม ๆ อีกเป็นแน่

ร่างเล็กถอนหายใจอีกครั้งอย่างคลายกังวลขณะที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้น แต่บนหน้าจอไอโฟนสีขาวนั้นกลับไม่แสดงหมายเลขโทรศัพท์ บ่งบอกว่ามันคงเป็นเบอร์ส่วนตัวของใครสักคน หรืออาจจะเป็นโทรศัพท์สาธารณะจากที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้

                “...สวัสดีค่ะ”

[ไอชาเหรอ นี่ฉันเองนะ...]

แค่เพียงได้ยิน จู่ ๆ หัวใจหญิงสาวก็เต้นระรัวด้วยความหวั่นไหว...มันช่างเหมือนกับเสียงของคนคนนั้นเหลือเกิน เหมือนจนแทบจะไม่ออก ราวกับว่าเขาคือ...

“เอ๋ นี่ อย่าบอกนะว่านายคือ...”

[ใช่ ฉันไง...อากิระ]

เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงที่ยืนยันว่าเขาเป็นคนที่เธอกำลังคิดถึงอย่างสุดหัวใจ น้ำหูน้ำตามายมายก็หลั่งไหลลงอาบแก้มนวลทั้งสอง...เขากลับมาแล้ว...ทว่าความคิดของชายหนุ่มที่รอดพ้นจากความตายนั้นก็ยังไม่อาจมีใครได้ล่วงรู้

 

______________________________________________________TALK WITH HIME
สวัสดีค่ะ ฮิเมะป่วยจนเปื่อยมาอีกแล้ว 'w'/
ช่วงนี้เป็นหวัดและหลาย ๆ อย่างค่ะ ต้องขออภัยที่ช้าไปนิดนะคะ TT
ตอนนี้มีใครได้กลิ่นแอบหวานไหมคะ T//T เพราะสาวเมรินเหมือนจะเริ่มมีใจให้คุณอาชิตะซะแล้วสิ
แถมเซนเองก็รู้ซะแล้วด้วยสิว่าอุบัติเหตุของอากิระนั้นเกี่ยวข้องกับตัวเมรินเองด้วย
เรื่องราวความรักที่แสนอลวนยุ่งเหยิงจะจบลงอย่างไรกันนะ...?

แล้วอากิระที่โทรกลับมาคิดอะไรอยู่กันแน่ >_< ยังไงก็ฝากด้วยนะคะสำหรับตนล่าสุดนี้
สามารถเม้นต์แสดงความเห็นให้กำลังใจกันได้ค่า ฮิเมะไม่กันดะ ><


สุดท้าย (แต่ไม่ได้ท้ายสุดนะอ้าว!) ขอบคุณทุกคอมเมนต์ให้กำลังใจและนักอ่านทุก ๆ คนนะคะ
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ปล. ฮิเมะวาดภาพมาฝากค่ะ ติชมกันได้นะ =///=





[22-6-2013  4:08 PM]  Verifiled by Melon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 11:19
    ลุ้นมากเลยค่ะ >__< อาชิตะนี่นารีอุปถัมภ์จริงๆ 5555
    #206
    0
  2. #118 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 21:47
    ไรเตอร์พักผ่อนเยอะๆนะคะ :) อยากให้เมรินกับอาชิตะสมหวังกันเร็วๆจัง แล้วอากิระโทรมาทำไมหว่า?
    #118
    0
  3. #116 Sakurai Winter (@zzz31) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 22:30
    โอ้ว พ่อพระอาทิตย์กลับมาแล้ว >_<
    แอบลุ้นตอนไอชาวิ่งออกมาจากป่า เหอ ๆ
    #116
    0
  4. #115 bee nj (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 17:06
    :O สนุกๆจริง อัพต่อนะ รออยู่
    #115
    0
  5. #114 มังกรเดียวดาย (@dragoonrote) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 19:55
    ไอ่ย่ะ! ยังไม่ตายจริงๆด้วยแฮะ จัดไปวัยรุ่น!
    #114
    0