CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 23 : [[,,,Chapter 17,,,]] Secret

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 พ.ค. 56

JJ♕

17

Secret 


 

 

 

[เรื่องที่ขอให้ช่วยน่ะ...อย่าลืมนะ]

            “ไม่ลืมแน่นอนครับ ผมจะรีบจัดการอย่างด่วนเลยล่ะ

[อืม...ดีแล้วล่ะ เอ้อ ฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีเรื่องอยากจะถามนายมานานแล้ว...]

            “เอ๋...? เรื่องอะไรเหรอครับ?”

ชายหนุ่มผู้มีผิวอมชมพูระเรื่อรับกับผมรองทรงสีบลอนด์ทองเงาสง่าถามอย่างงุนงง เขาขมวดคิ้วก่อนจะทิ้งร่างลงบนโซฟาตัวใหญ่ด้วยหัวใจที่เต้นรัวตึกตัก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนใบหน้า เมื่อจู่ ๆ ได้ยินว่าอีกฝ่ายมีคำถาม

เพราะกังวลเหลือเกินว่าคู่สนทนาจะต้องคลางแคลงสงสัยใน ความลับของเขาเข้าสักวัน

  [ก็นามสกุลของนายน่ะเมก้า นายเป็นอเมริกันแต่ทำไมถึงใช้นามสกุลญี่ปุ่นล่ะ?]

  “ฮะ!? เรื่องแค่นี้เองเหรอครับดูโอ้

  [อืม ใช่...แล้วทำไมเสียงสั่นแบบนั้นล่ะ?]

            “ก็ แหม เปล่าหรอกครับ...ผมแค่แปลกใจว่าทำไมจู่ ๆ คุณอาชิตะก็ถามน่ะครับ แบบว่า มัน...เอ่อ...มันคนละประเด็นกับเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้เลยน่ะครับ ผมก็เลยงง

  [อ๋อ อื้ม ฉันแค่อยากรู้น่ะ]

            “ฮะ ๆ ครับ จริง ๆ แล้วแด๊ดกับมัมผมเป็นอเมริกันทั้งคู่เลยครับ แต่ว่าทั้งสองคนออกจากบ้านมาสร้างฐานะด้วยกันเองตั้งแต่อายุสิบหกน่ะครับ แล้วพอไปอยู่ที่ญี่ปุ่นก็เลยได้นามสกุลนี้มา ฮะ ๆเขายิ้มและหัวเราะเบา ๆ แต่ทว่ามันกลับสร้างความงุนงงให้ปลายสายยิ่งขึ้น

            [เอ๋ ยังไงเหรอ? เปลี่ยนนามสกุลเองน่ะเหรอ?]

            “อ๋อ ใช่ ๆ แบบนั้นแหละครับ ฮามากเลยครับ เพราะแด๊ดผมอ่านคันจิไม่ออก พอไปเจอคำว่า คาเซะก็เลยถามเขาว่านี่แปลว่าอะไร เขาก็บอกว่าสายลมน่ะครับ แด๊ดชอบมากเลย เพราะมันหมายถึงอิสระของแด๊ดกับมัมด้วยน่ะครับ ผมเองก็ชอบนะ แต่ที่จริงนามสกุลนี้มีมาตั้งแต่สมัยผมยังไม่เกิดแล้วล่ะครับ

            [ว้าว...] ปลายสายอุทานเบา ๆ อย่างสนใจเหมือนเด็ก ๆ ทำเอาเมก้าที่ได้ยินถึงกับหัวเราะชอบใจ เขากลอกตาครุ่นคิดไปมาก่อนจะเอ่ยปากถามบ้าง

            “ว่าแต่คุณเมรินสบายดีเหรอครับ?”

[...]

“ดะ ดูโอ้ครับ? ได้ยินรึเปล่าครับ?”

[อ๋อ อะ อื้ม ๆ ได้ยิน ๆ เมรินน่ะเหรอ...อ่า ก็สบายดีมั้งนะ]

ทันทีที่ได้ยินคำตอบ เมก้าก็ยิ้มอย่างพอใจ ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงเมรินที่เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะไปใช้ชีวิตในค่ายปลูกป่านั่นได้อย่างไร แต่ก็พออุ่นใจที่มีอาชิตะไปด้วย

“ดีจังครับ ดูแลคุณเมรินด้วยนะครับ”

[...มันก็แน่อยู่แล้วนี่นา] น้ำเสียงเย็นชาจากปลายทางตอบกลับมา ทำเอาเมก้าถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะเขารู้ดีว่าคนคิดมากและขี้หึงอย่างอาชิตะเป็นพวกอารมณ์ร้อน ถ้ายิ่งถามอะไรเซ้าซี้

เอ่อ แล้วดูโอ้ทำอะไรอยู่เหรอครับ

[อ๋อ ก็เข้าค่ายปลูกป่าอะไรนั่นไง ตอนนี้กำลังจะมีปาร์ตี้เปิดงานเล็ก ๆ น่ะ ฉันเลยกลายเป็นดีเจไปซะงั้น ฮะ ๆ] เหนือความคาดหมายกับคำตอบ แถมน้ำเสียงเย็นชานั้นดูจะไม่ขุ่นมัวเหมือนเดิม ซ้ำยังหัวเราะเบา ๆ ออกมาด้วย ทำให้เมก้าลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็อดแปลกใจกับคำตอบนั้นไม่ได้อยู่ดี

เอ๋!? คุณอาชิตะน่ะเหรอครับ?” เขาย้อนถามด้วยเสียงที่สูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่อีกฝ่ายตอบรับด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ

[อืม แต่ฉันทำอะไรไม่ค่อยได้หรอกนะ ฮะ ๆ แค่มีคนบอกให้เป็น ก็เลยต้องยอมเป็น ๆ ไปน่ะ]

อ้อ ครับ...

[อาชิตะ ทำอะไรอยู่น่ะ...] เสียงทุ้มอันไม่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย ทำให้เมก้าขมวดคิ้วสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร เสียงถอนหายใจเบา ๆ ก็ดังขึ้นก่อน

[เอ่อ ฉันต้องวางแล้วล่ะ ไว้คุยกันใหม่นะ ยังไงก็อย่าลืม เรื่องนั้นล่ะเมก้า เพราะในอนาคตมันจะสำคัญกับพวกเรามาก ๆ เลย]

ครับ เข้าใจแล้วครับ ผมไม่ลืมแน่นอน

สัญญาณปลายสายนั้นได้ตัดลงไปแล้ว แต่ความคิดของชายหนุ่มยังคงวนซ้ำอยู่กับเรื่องเดิม ๆ เขาเหม่อมองเพดานห้องก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้งอย่างไร้อารมณ์พอนึกถึง เรื่องนั้น’…บางครั้งเขาเองก็รู้สึกลังเลใจ เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังจะทำต่อจากนี้ไป มันไม่สมควรและไม่ถูกต้อง แต่เพราะเป็นเรื่องที่พัวพันกับใครหลายคน หากเขาไม่ทำ...ก็คงต้องกลายเป็นผู้แพ้ไปตลอด...

นิสัยไม่ค่อยน่ารักเลยนะครับ ดูโอ้เดี๋ยวนี้...อืม แต่ยังไงก็เพื่อนผมล่ะนะ

...เรื่องที่อุตส่าห์ขอร้องมานี่ ถึงจะอันตรายก็เถอะ แต่ในฐานะเพื่อนรักอย่างคุณ ผมจะปฏิเสธตอนนี้ก็คงใจดำไปแล้วล่ะ...และถ้าคนที่มาขอร้องเป็นผม ผมก็รู้ว่าคุณเองก็ไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน...ต่อให้อันตรายแค่ไหน แต่ถ้าเป็นคุณอาชิตะที่ยอมรับในตัวผม...ต่อให้ไม่ขอร้อง ผมก็จะต้องทำอยู่แล้วนี่นะ

ก็พวกเราเป็นเพื่อนคนสำคัญกันนี่ครับ

 

ทันทีที่ความคิดสับสนจบลง ชายหนุ่มก็เดินมาถึงห้องนอนส่วนตัวพอดี เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบกล่องของขวัญสีชมพูอ่อนขนาดใหญ่ที่บรรจงห่อไว้อย่างดีออกมา นัยน์ตาสีไพลินเปล่งประกายฉายแววเป็นสุข ขณะที่พลิกมันไปมาอย่างตื่นเต้น กล่องใบนี้เมก้าลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อมอบให้กับ ผู้หญิงที่เขาชอบมากที่สุดเนื่องในวันสำคัญของเธอ

“จะชอบไหมนะ...ต้องชอบสิ ก็ในนี้น่ะผมใส่...”

ก๊อก ๆ

“พี่ครับ อยู่ไหม?

เสียงคุ้นเคยของผู้มาใหม่ทำเอาเมก้าสะดุ้งน้อย ๆ แล้วรีบซ่อนกล่องของขวัญสุดรักสุดหวงเอาไว้ใต้กองผ้าห่มผืนหนา เขาไม่อยากให้ใครมาเห็นเข้าเลยจริง ๆ

ก็มันเป็นของขวัญจีบสาวครั้งแรกในชีวิตของเขานี่นา!

“อยู่ ๆ รอเดี๋ยวนะ กำลังเปิด”

ผู้เป็นพี่ขานรับแล้วรีบตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตู เมก้าแอบระแวงว่า แลนด์มาร์คน้องชายสุดรักจะมาเห็นเข้าจริง ๆ พอคิดแบบนั้นเขาก็รู้สึกเขินจนเผลอแสดงอาการออกมาทางสีหน้าโดยไม่รู้ตัว

“ทำอะไรอยู่เหรอครับ?”

ร่างที่สูงเพียงไหล่เอ่ยถามเบา ๆ นัยน์ตาก็จ้องมองสีหน้าแดงระเรื่ออย่างมีพิรุธของพี่ชายไม่วางตา

“เปล่า กำลังจะอาบน้ำน่ะ อาบน้ำ ๆ”

เมก้าพยายามคิดข้อแก้ตัวในเวลาอันรวดเร็ว เขาคิดเพียงว่านึกอะไรได้ก็ตอบ ๆ ไปก่อน...แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเขาเอาเสียเลย

“พี่เพิ่งจะอาบน้ำไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่นา?”

เหมือนจะลืมไปสนิทว่าน้องชายสุดรักของเขาดันเป็นพวกจำแม่นทุกรายละเอียด ร่างสูงจึงได้แต่กลืนน้ำลายเบา ๆ พลางกลอกตาไปมา

“พี่ร้อนไง ร้อนมาก!...”

“หา ฝนจะตกแล้วนะครับพี่? พี่ไม่สบายแล้วมั้งเนี่ย” น้องชายวัยมัธยมปลายตั้งข้อสันนิษฐาน มือก็รีบยื่นมาแปะหน้าผากผู้เป็นพี่แล้วทำหน้าบูด ก่อนจะถอนหายใจ

“ก็ไม่เห็นร้อนเลยนี่”

“ก็ไม่ได้เป็นหวัดนี่...เอ้อ ว่าแต่เรียกพี่ทำไมเหรอ?”

“อ๋อ เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร แค่แลนด์จะชวนพี่เล่นฮอนด้วยกันน่ะ แด๊ดออกไปข้างนอกก็เลยไม่มีเพื่อนเล่นเลย พี่ว่างอยู่ใช่ไหมล่ะ? มาฮอนกัน ๆ”

ไม่ว่าเปล่า น้องชายร่างเล็กที่ถอดแบบจากเขามาอย่างไม่ผิดเพี้ยนก็รีบฉุดแขนเมก้าให้ออกมาเล่นด้วยกัน ขณะที่ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ เกมส์ต่อสู้ออนไลน์และความรุนแรงเป็นอะไรที่เขาเคยสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เขาควรจะกลับไปนั่งชื่นชมเจ้ากล่องของขวัญสีหวานนั่นต่อไม่ใช่เหรอ?

“เอ่อ...คืนนี้พี่มีธุระน่ะ ขอโทษนะ...” ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบบอกปัดและก้าวขาฉับ ๆ เดินเข้าห้องอย่างว่องไว ก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูในเวลาอันรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงแลนด์มาร์คที่ยืนนิ่งมองด้วยความงุนงง

พี่เมก้า...ไม่เคยมีความลับกับผม...

พี่เมก้า...พี่กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ครับ?

ใครกันจะมารักพวกเรา ถ้าพวกเขารู้ว่า...

เด็กหนุ่มได้เพียงแต่มองประตูไม้สีขาวควันบุหรี่ที่ถูกปิดลงอย่างฉงนใจ แต่อย่างเขาจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อก็ไม่ต่างอะไรจากเมก้าเลยแม้แต่น้อย...ความลับที่ทั้งสองพี่น้องเก็บงำเอาไว้นั้น ยิ่งทำให้พวกเขาห่างไกลออกไปจากคนอื่น ๆ ในสังคม ถึงแม้ว่าอาชิตะจะรับได้และเข้าใจเป็นอย่างดี แต่สองพี่น้องกลับไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่จะเข้าใจ และจะรับ ปมด้อย ของพวกเขาได้เลยแม้สักคนเดียว

 

ภายในห้องนอนอันเงียบสงัดและมืดสลัว ร่างสูงของเมก้าทรุดลงพิงข้างเตียงนอนหลังใหญ่ ตามด้วยเสียงถอนหายใจยาวดังขึ้นช้า ๆ บ่งบอกถึงความหนักใจที่ก่อตัวจากความเป็นจริงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“...จะรับได้จริง ๆ เหรอ...นี่ผมจะไม่ถูกคุณรังเกียจแน่เหรอครับ อดีตของผมน่ะ...”

...แปะ

หยดน้ำใสค่อย ๆ เปรอะเปื้อนกล่องของขวัญในมือ ก่อนจะจางหายไปช้า ๆ เมฆฝนก้อนดำทะมึนมหึมากำลังก่อตัวอยู่นอกบานกระจกหน้าต่าง สายลมแรงพัดเอาเศษใบไม้ให้ปลิวว่อนไปมาราวกับจะเสกให้มันเต้นรำอยู่ภายในค่ำคืนอันเงียบสงัดนี้ แสงสว่างจากหลอดไฟดวงเดียวบนเพดานห้องที่ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปผสมผสานกับไทยอย่างลงตัวกระพริบถี่สองสามทีก่อนจะดับลง

ทิ้งให้ทั้งห้องว่างเปล่า...และไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังร้องไห้..

แต่เมื่อมีแสงสว่างเล็ก ๆ จากโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่ใกล้ ๆ สว่างวาบขึ้น พร้อมเสียงแจ้งเตือนไลน์ ชายหนุ่มก็เอื้อมมือไปหยิบมาดูอย่างไม่ใส่ใจ แต่ก็ต้องหลุดยิ้มดีใจออกมาเมื่อเห็นข้อความนั้น...

เมก้า นายว่างไหม...ฉันมีอยากคุยกับนาย มีเรื่องเยอะเลยที่อยากเล่าให้ฟัง

 

 

            มหานครกรุงเทพฯ ที่เคยมีแสงสียามราตรีและไม่เคยหลับใหล บัดนี้ราวกับถูกมนต์ดำสะกดให้อยู่ภายใต้กลุ่มเมฆดำหนาที่ก่อตัวปกคลุมท้องฟ้าจนไม่เหลือแสงดาวใด ๆ อีกต่อไป...ราวกับกำลังจะถูกกลืนหายเข้าไปในท้องของความมืด แสงสว่างวาบจากฟ้าแลบตามด้วยเสียงดังกระหึ่มทั่วทุกบริเวณใกล้เคียง แต่กลับไม่ได้ทำให้ร่างที่นั่งเงียบอยู่บนเตียงผู้ป่วยตกใจกลัวแม้แต่น้อย

            ชายหนุ่มผมยาวสลวยสีเงิน รับกับผิวขาวราวเกล็ดหิมะยังคงสวมเสื้อตัวบาง ที่ถูกผูกทบในแบบกิโมโนสีเขียวซีดจนเกือบขาวอย่างไม่เรียบร้อยนัก เผยให้เห็นสายระโยงรยางค์วัดสัญญาณชีพจรที่ติดอยู่ใกล้แผงอก ที่ต่อเข้ากับเครื่องแสดงผลข้างเตียง และส่งสัญญาณดังติ๊ด ๆ เป็นจังหวะ

“อาหารเย็นมาแล้วนะคะ”

พยาบาลสาวร่างสูงระหงวัยยี่สิบต้น ๆ เจ้าของนัยน์ตากลมโตสวยได้รูป รับกับโครงหน้ามนรูปไข่ ผมสีน้ำตาลประกายยาวถูกรวบไว้ข้างหลังและครอบมวยอย่างเรียบร้อยภายใต้หมวกสีขาว ข้อแขนเล็กเรียวราวกับนางแบบค่อย ๆ เข็นรถที่มีฝาครอบสีเงินมันวาวอย่างดีเข้ามาภายในห้อง เธอหยิบจานและวางมันลงบนโต๊ะ ซึ่งจัดไว้สำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างชำนาญ สายตาคมปราดมองร่างที่เพิ่งลุกขึ้นได้ ก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“มื้อนี้เป็นข้าวต้มค่ะ เพราะว่าคุณเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่นาน ทานอาหารอ่อน ๆ ก่อนจะดีที่สุดนะคะ”

“...” ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงยังคงนิ่งเฉย นัยน์ตาสีนิลเหม่อลอยไปไกลราวกับไม่ต้องการรับรู้สิ่งใด เพราะที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจที่เธอพูดเลยแม้สักอย่าง...

“คุณอากิระคะ?”

“...ไม่หิว เอาออกไป” เสียงเรียบเฉยดังขึ้นเบา ๆ โดยไม่แม้แต่จะหันมามองหน้า

“ไม่ได้นะคะ คุณต้องทานค่ะ ไม่งั้นจะไม่มีแรง”

“บอกให้เอาออกไป...”

“แต่...” พยาบาลสาวอึกอัก พลันก็นึกถึงชื่อเสีย(ง)ที่สุดจะเอาแต่ใจของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในหมู่พยาบาลวีไอพีว่า คนไข้อุบัติเหตุที่เพิ่งถูกส่งออกจากไอซียูเมื่อไม่กี่วันก่อน ฤทธิ์พยศไม่ใช่ระดับธรรมดา เพราะแค่วันเดียวก็ต้องเปลี่ยนพยาบาลดูแลไข้ไปแล้วถึงสามคน

“ฉันบอกว่าไม่หิว” น้ำเสียงเริ่มถูกกดลงต่ำ ขณะที่เธอเองก็พยายามระงับอารมณ์สุดชีวิต

“ทานหน่อยเถอะนะคะ มาค่ะ ฉันจะป้อนให้ ทานสักคำก็ยังดี”

นิ้วเรียวหยิบช้อนอนามัยออกมาแล้วค่อย ๆ ตักข้าวต้มที่เริ่มเย็นลงจนรับประทานได้พอดีด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวรู้ดีว่าเขาน่าจะหิว เพราะตั้งแต่อาหารมื้อเช้าที่ถูกส่งเข้ามา ก็ถูกนำกลับออกไปในสภาพเดิมทุกจาน ไหนจะร่างกายที่บอบช้ำหนักแบบนี้...ถ้าไม่ทานอะไรเลยแล้วจะมีเรี่ยวแรงอยู่ได้ยังไงกัน?

แต่ก็ยังไม่ทันที่พยาบาลสาวจะได้ทำอะไร ร่างนั้นก็หันขวับมาตวาดลั่น

“อยากกินก็กินเองเถอะ! น่ารำคาญ!! ออกไปให้พ้นเลยนะ!!

มือข้างขวาที่ถนัดที่สุดฉวยหยิบถ้วยข้าวต้มไปอย่างคล่องแคล่วจนพยาบาลสาวไม่ทันตั้งตัว อากิระแสยะยิ้มก่อนจะเอียงถ้วยราดใส่ร่างที่กำลังนิ่งตะลึงงันอยู่ด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด

“กรี๊ดดด!

เสียงกรีดร้องแสบหูดังขึ้นทันทีเมื่อข้าวต้มร้อนชโลมรดกาย พยาบาลสาวสะบัดตัวเร่า ๆ หวังให้ของเหลวและเศษอาหารหลุดร่วงออกไปด้วยความตระหนกตกใจ หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าคนไข้ของเธอจะมีพฤติกรรมโมโหร้ายและป่าเถื่อนราวกับสัตว์ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งถูกช่วยให้หลุดพ้นจากความตายมาแท้ ๆ

“มันจะมากไปแล้วนะคุณ! ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ...”

“ใครต้องการ?” น้ำเสียงเย็นชาแทรกขึ้นอย่างไม่พอใจ ท่าทางหยิ่งยโสกับนัยน์ตาแข็งกร้าวปราดมองเธออย่างเดือดดาล...ราวกับฝีเข็มนับพันที่เสียดแทงลึกเข้ามาภายในใจเธอ

“ถ้าไม่ได้สั่ง อย่าสะเออะเสนอหน้าเข้ามาที่นี่อีก! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน...”

สิ้นเสียงประกาศกร้าวจากร่างบนเตียงที่แสยะยิ้มเย็นให้ พยาบาลสาวก็รีบก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของที่เกลื่อนกระจายเต็มพื้นออกไป เธอไม่กล้าแม้แต่จะสู้สายตาอีกฝ่ายที่กำลังอาละวาดอยู่ มือเล็กสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องทั้งน้ำตา ทิ้งไว้เพียงผู้ป่วยที่ยังคงเดือดดาลอยู่ในใจจนแทบระเบิดออกมา

เขาไม่ชอบอุดอู้อยู่ในห้องแคบ ๆ...ไม่ชอบความรู้สึกที่เหมือนความทรงจำบางอย่างหายไป ทั้ง ๆ ที่พยายามจะนึกถึง...และไม่ชอบที่สุดที่ถูกทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง ไร้เงาฝาแฝดที่เคยเข้าใจและอยู่เป็นเพื่อนมาตลอด

อากิระนึกถึงใครบางคน และเฝ้าครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ที่เขายังนึกอะไรไม่ออกเลยแม้สักอย่าง ในหัวสมองมันว่างเปล่า...ต่อให้จะพยายามคิดสักเท่าไร คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความกดดันที่บีบคั้นให้ปวดทรมานศีรษะมากขึ้นเท่านั้น

“ทำไม...!!! ทำไมถึงนึกอะไรไม่ออกนะ!!!

เสียงกรีดร้องทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นอย่างทรมาน มือผอมเกร็งกุมศีรษะที่มีผ้าพันแผลพันไว้อย่างแน่นหนา อาการปวดทรมานร้าวเข้าเนื้อกระดูกจนน้ำตาหยดใสเกาะพราวที่หางตา ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามในคืนเดือนมืด อากิระยังคงร่ำร้องหาใครสักคนที่จู่ ๆ ก็หายออกไปจากความทรงจำ ใครคนนั้นที่เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสัตว์ร้าย...ใครคนนั้นที่ทำให้เขาทรมานเจียนตายจากการตกหลุมเพลิงพิศวาส...จนยอมได้แม้กระทั่งเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก

ร่างกายที่บอบช้ำดิ้นพราดไปมาอย่างเจ็บปวดทรมานจนต้องยอมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงในที่สุด ใบหน้าซีดเซียวหอบเบา ๆ แล้วเหม่อมองเพดานสีขาวอย่างหมดอาลัย จู่ ๆ ภาพของคนคนนั้นก็กลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง รอยยิ้มและใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่แทบจะกลืนกินและหลอมละลายอากิระ จากศัตรูคู่แค้นแปรเปลี่ยนกลายเป็นคนรัก...

เซน...ฉันจำนายได้แล้ว นายอยู่ที่ไหนกันนะ...ช่วยมาหาฉันที่นี่ที...

ฉันคิดถึงนายจนทนต่อไปไม่ไหวแล้ว...

กลับมาเถอะนะเซน...ยกโทษให้ฉัน...

ฉันขอร้อง...

 ....

ร่างสูงที่เต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสนอนถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเชื่องช้า ใบหน้าบูดเบี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงอ้อมกอดอบอุ่นของคนรัก แรงเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยที่อาละวาดมาทั้งวันกำลังจะหมดลง อากิระพยายามชันตัวขึ้นและเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์สีขาวที่วางอยู่ในลิ้นชักข้างเตียง แต่ทว่ามันกลับถูกวางอยู่บนโต๊ะแทน...

อาชิตะ?...เอาไปเล่นเกมเหรอ?

ผู้เป็นพี่ชายลอบถอนหายใจ แม้จะไม่ชอบที่น้องชายสุดรักเป็นพวกซุกซน หยิบมันออกไปเล่นทั้ง ๆ ที่ของตัวเองก็มี แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะในตอนนี้สิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดคือโทรหาเซน...ผู้ชายที่เขารักมากที่สุด...

 

 


            “มีความล้งความลับซะเหลือเกิน ”

เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นบริเวณเรือนพักริมหาด ซึ่งบัดนี้สว่างไสวด้วยแสงไฟยามค่ำคืนที่ส่องเป็นแนวทางเดินไปจนสุดลูกหูลูกตา ทิวสนแกว่งไกวรับกับแสงเดือนหงายและโคมไฟเรืองระยับที่สะท้อนแผ่นน้ำผืนกว้าง

หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนยืนรับลมบริเวณเฉลียงเรือนชาน ก่อนจะดึงผ้าคลุมไหล่ให้กระชับตัวแน่นขึ้นอีก เพราะแรงลมหนาวที่เข้าปะทะ มือหนึ่งก็ถือโทรศัพท์เอาไว้แน่น นัยน์ตาคมทอประกายเพราะข้อความที่ส่งคุยกันไปมาเป็นเรื่องของเธอและคนที่ชอบ...

ฉันชอบนะ...คนนั้นน่ะที่เคยเล่าให้ฟัง

คนไหนเหรอครับ คุณพิสต้า

...คนนั้นไง ที่บอกวันนั้นน่ะ เขากับฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเลย

เหรอครับ...

อืม... เขาน่ารักใช่ไหมล่ะ?

...

ข้อความสุดท้ายจากไลน์หายไปเมื่อประมาณสิบห้านาทีที่แล้ว...

พิสต้าทิ้งร่างลงบนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ ลมหายใจเฮือกใหญ่ที่ถูกถอนออกมาลอยไปกับสายลม...ตั้งแต่เธอกลับมาที่นี่ก็ไม่ได้ติดต่อกับเมรินอีกเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้หญิงสาวจะเป็นยังไงบ้าง จะมีก็แต่เมก้าที่เป็นที่ปรึกษาของเธอได้บ้างบางเวลา

“คิดถึงเธอนะยัยเมริน ไม่ติดต่อกลับมาเลย ตาเมก้าก็ดันไม่ตอบซะนี่”

ร่างเล็กได้แต่รำพึงออกมาเบา ๆ ขณะที่รู้สึกว่าใครบางคนมาหยุดยืนอยู่ข้างหลัง ไวเท่าความคิดที่เธอหันกลับไปแล้วภาพของผู้มาใหม่นั้นก็ฉายสะท้อนบนดวงตา...หญิงสาวเงยหน้ามองร่างนั้นอย่างตะลึงงัน สลับกับก้มมองของบางอย่างที่อยู่ในมือของเขา...

“นะ นี่นาย...มาได้ยังไง?”



_______________________________TALK WITH HIME

แอดติดแล้ว สละสิทธิ์แล้ว ^^; เมื่อวานว่าจะลงตอนใหม่แต่มัวแต่ยุ่งธุระแอดเลยล่าช้าไปนิดนะคะ
ขออภัยจริง ๆ ค่ะ เมื่อคืนมีนักอ่านมาเม้นในเพจด้วย ดีใจมากๆ >_<// อยากให้ติดต่อหลังไมค์บ้างนะ

สำหรับตอนนี้ ทุกคนอาจจะมองว่าฮิเมะโรคจิต(?) ไปนิดนะคะสำหรับบทอากี้ แต่อยากบอกว่าชอบมาก ๆ เลย
ช่วงนี้แต่ละตอนออกช้ามากกก เพราะว่ารีไรท์และรีไรท์ปรับโครงเรื่องแล้วก็แก้ไขปมรายทางให้มีเพิ่มค่ะ

เรื่องนี้เราเน้นปมนี่เนอะ ^^; เพราะงั้นเราจะทำให้ทุกคนที่ติดตามอ่านแล้วลุ้นเหมือนได้นั่งรถไฟเหาะเลยแหละ #ห๊ะ
แต่สัญญาว่าตอนหน้าจะแอบหวานนะ =..= ไม่อยากสปอลย์อ่ะ เอาเป็นว่ารอตอนเต็ม ๆ ของตอนที่ 18 กันนะ^^/

ปล. คิดว่าจะทำหน้าตอบเม้นต์ดีไหม? ถ้าครบร้อยเม้นต์เมื่อไหร่ฮิเมะอยากทำหน้าตอบเม้นต์แบบอลังการงานสร้าง(?) เลยล่ะ เพราะงั้นเม้นต์ติชมกันได้นะคะ ถ้าเห็นตรงไหนที่เขียนผิดหรืออย่างไร แจ้งกันเข้ามาได้ค่ะ
พวกเรา Friendly ไม่ดุแน่นนอน ^^



7 MAY 2013 [0:20] แก้รูปภาพและรูปแบบ / [13:58] แก้คำผิด
10 MAY 2013 [20:37] อัพครบ 100 %

23 MAY 2013 [10:18 PM] Edited and Verified by Melon
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #151 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 20:27
    ชอบคู่พิสต้ากัยเมก้านะ แต่ว่าชักจะงงๆตกลงอากิระความจำเสื่อมหรือ? หรือจำแค่ตอนนั้นไม่ได้ ฮือ...สงสารไอชา
    #151
    0