CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 17 : [[,,,Chapter 12,,,]] Decision

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    18 มี.ค. 56

JJ♕

12


Decision



“ฮึ่ย! พูดแล้วขัดใจชะมัดเลย เมรินนะเมริน ทำไมถึงไปกับนายนั่นง่าย ๆ แบบนั้น!” เสียงใสสบถก่อนจะทรุดตัวนั่งบนม้าหินหน้าตึกคณะศิลปศาสตร์อย่างขัดใจเธอตั้งใจจะชวนเพื่อนสาวไปทานข้าวด้วยกัน แต่กลับเห็นเมรินขึ้นรถไปกับเซน...ชายหนุ่มที่ทำให้พิสต้ารู้สึกตะขิดตะข่วนใจอย่างประหลาด

“คุณเซนน่ะ...เขามารับคุณเมรินถึงหน้าห้องเลยครับ” เสียงทุ้มเนือย ๆ ตอบรับ นัยน์ตาตี่เล็กจึงปราดมองคนข้างตัวแล้วส่ายหน้าน้อย ๆ

“ไม่ไหวเลยล่ะ เอาตรง ๆ นะ ฉันไม่ค่อยชอบนายพี่เซนอะไรนั่นเลย ดูน่ากลัวพิลึกยังไงก็ไม่รู้ แถมเมรินเองก็ยอมไปกับนายนั่นง่าย ๆ ด้วย...ก่อนหน้านี้ไปกับนายหล่อตี๋ซามูไรนั่นออกจะบ่อย แต่เดี๋ยวนี้ยังไปกับนายเซนคมลึกถึกลับนี่อีก...เฮ้อ ฉันกลัวเมรินจะเสียการเรียน ไม่ก็เป็นขี้ปากยัยพวกปากกรรไกรจริง ๆ นะ”

“ฮะ ๆ คุณพิสต้าเรียกชื่อแต่ละคนฮาสุด ๆ ไปเลยนะครับ...”

“นั่นมันไม่ใช่ประเด็นย่ะ! ว่าแต่นายเถอะ จริง ๆ แล้วเป็นเพื่อนสนิทกับนายหล่อตี๋ใช่ไหม?” สายตาคมที่ปราดมองมาทำให้เมก้าค่อย ๆ พยักหน้ารับช้า ๆ

“ครับ ก็สนิทกันตอนปีหนึ่งน่ะครับ สมัยนั้นผมยังไม่มีเพื่อนเลยสักคน แล้วก็มาเจอกับเขาพอดีครับ คุณอาชิตะช่วงนั้นโดดเด่นมาก ๆ มีแต่คนสนใจและอยากเป็นเพื่อนกับเขา อาจเพราะว่าเขาเป็นเดือนด้วยมั้งครับ แถมมีข่าวลือหนาหูอีกว่าเป็นลูกชายมหาเศรษฐีชื่อดัง แต่ครั้งแรกที่เจอกันผมกลัวเขามากเลยครับ คุณอาชิตะในตอนนั้นน่ะ...” ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงอดีตครั้งวันวาน

พิสต้ามองเขาอย่างสนใจ เธอเองก็แอบสงสัยมานานแล้วถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง

“แล้ว...ยังไงเหรอ”

“ผมต่างจากเขาที่เป็นที่สนใจเพราะหัวอ่อน แกล้งง่าย พอผมถูกรุมทำร้าย คุณอาชิตะก็โผล่มาพอดี...”

“อ๋อ นายนั่นเป็นฮีโร่ของนายว่างั้น?”

เมก้ามองเธอแล้วยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาศีรษะ “เปล่าเลยครับ แต่คุณอาชิตะกำลังจะมีเรื่องกับพวกนั้นพอดีน่ะครับ ฮะ ๆ แต่ผมไปขวางเท้าเขาก็เลยถูกช่วยไว้ แล้วให้ผมอยู่นิ่ง ๆ อย่าเกะกะ”

“หา...” หญิงสาวพยายามกลั้นหัวเราะ แม้จะสัมผัสได้ถึงท่าทางไม่สู้คนของอีกฝ่าย แต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยกับความจริงใจของเขา

นายหัวอ่อนนี่ดู ๆ ไปก็น่ารักนะ ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรกับเขาเลย...

“เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ แต่เรื่องเมรินเราจะเอายังไงกันดีล่ะ? ยัยนั่นน่ะดูสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เพื่อนของนายก็รักจริง ส่วนนายเซนนั่นก็เป็นแฟนเก่า แต่ดันไปคบกับพี่ชายหล่อตี๋ที่เป็นเกย์ ที่เมรินเกลียดเข้าไส้อีก เฮ้อ...”

“คุณอากิระใช่ไหมครับ?”

“อ่า...เอ้อ อาอะไรสักอย่างนั่นแหละ ฉันลืมไปแล้ว รู้แค่ว่าเป็นพี่ชายนายหล่อตี๋ เห็นว่าเป็นฝาแฝดกันน่ะ” ร่างเล็กครุ่นคิดอย่างหนัก แม้จะไม่สามารถจดจำเรื่องราวทั้งหมดได้ตั้งแต่วันที่อาชิตะบอกตัดสัมพันธ์กับเมริน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกและยืนยันได้คือเขาคนนั้น...รักเพื่อนสนิทของเธออย่างจริงใจ

“ครับ ผมเองก็อยากให้พวกเขากลับมาคืนดีกัน คุณอาชิตะกับคุณเมรินน่ะ...”

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปยังนัยน์ตาคู่นั้น ทำเอาคนตรงหน้าใจเต้นระส่ำระสายคะ คุณพิสต้า...

“หา? อะไรยะ” หญิงสาวผงะมองเขาอย่างงุนงง มือเล็กก็สางผมไปพลาง

“คะ คุณพิสต้า...สะ สบตาผมด้วย!

“ฮะ!?แค่นี้เนี่ยนะที่ทำนายตกใจเวอร์ซะขนาดนั้น ฉันแค่สบตานายเพราะว่าเรากำลังคิดแบบเดียวกันต่างหากล่ะ นายท้วมทึ่ม!” เธอว่าเสียงดังแต่กลับเสมองไปทางอื่น...ความใสซื่อของเมก้าบางทีก็ทำให้เธอคิดไปไกลเสียแล้วสิ

พิสต้า...เป็นบ้าอะไร? ตอนนี้หน้าที่เธอคือช่วยยัยเมรินต่างหาก!

หญิงสาวนิ่งเงียบและเริ่มทำตัวไม่ถูก มือเล็กจึงเก็บกระเป๋าแล้วลุกขึ้น เมก้าก้มมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาใกล้เที่ยง

“ตอนนี้เราเป็นหุ้นส่วนกันแล้วสินะครับคุณพิสต้า งั้นไปหาอะไรทานกันไหมครับ ถ้าว่างน่ะ? เพราะผมว่ายังไงแคนทีนก็คงเต็มเหมือนเดิม”

“หา! ฉันกับนายเนี่ยนะ? สองต่อสอง!?”

“ครับ สองต่อสอง”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยตาบ้า!...อาแต่ถ้าจะไปก็ดีนะ จะได้สะกดรอยตามนายเซนนั่นด้วย เผื่อนายนั่นทำอะไรยัยเมรินเพื่อนฉัน แล้วก็ฝากบอกนายหล่อตี๋เพื่อนของนายด้วย ถ้ารักเขาแต่ไม่ยอมมาปกป้องเองน่ะ ระวังคนไม่ดีจะพาเพื่อนฉันไปซะก่อนไม่รู้ด้วย” เธอว่าแล้วลูบมือปัดกระโปรงพลีทที่เปื้อน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินนำไปยังลานจอดรถนักศึกษาใต้ตึกคณะศิลปศาสตร์

มินิคูเปอร์สีเหลืองเขียวสดใสค่อย ๆ โผล่พ้นจากซอยทันที เมื่อมาสด้าหกสีดำที่เซนเป็นผู้ขับแล่นขึ้นไปบนลานจอดรถของศูนย์การค้าชื่อดัง กระจกใสข้างที่นั่งค่อย ๆ ถูกเลื่อนลงช้า ๆ ปรากฏหญิงสาวใบหน้าหมวยข้างคนขับที่บัดนี้สวมแว่นตาสีดำอยู่ เพราะกลัวว่าจะมีใครจำเธอได้

“ทางสว่างย่ะ ยัยเมรินโดนนายเซนลากไปแล้ว”

“ฮะ ๆ งั้นเราก็ตามโลดครับ” ชายหนุ่มคนขับตอบก่อนจะนำรถไปจอดสังเกตการณ์อีกด้านหนึ่ง แล้วทั้งคู่ก็รีบวิ่งลงจากรถอย่างคล่องแคล่ว ประหนึ่งเป็นนักสืบที่กำลังตามจับผู้ร้ายอยู่หรือสตอล์กเกอร์ก็ไม่ปาน

'ฟังนะครับ ภารกิจของเราคือการจับตามองนายเซนกับคุณเมรินเท่านั้น เพราะเราไม่รู้นี่ครับว่าเขามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ถ้าเห็นเขาทำไม่ดีไม่ร้ายกับคุณเมริน เราจะได้ช่วยกัน หรือไม่ก็โทรให้คุณอาชิตะมาช่วยทันไงครับ'

'แจ๋วๆ ดีเลยล่ะ เผื่อนายนั่นทำอะไรเพื่อนฉัน เฮ้อ เมรินเองก็เหมือนกัน กล้าไปกับคนแบบนี้ได้ยังไง นี่! งั้นฉันเตรียมสเปรย์พริกไทยไปด้วยดีกว่าเผื่อจะช่วยได้ นายเองก็อย่าให้คลาดสายตาล่ะ'

ทั้งสองคนเดินตามเมรินกับเซนอยู่ห่างๆ จนมาถึงร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในชั้นเกือบจะบนสุดที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้ยิ่งรู้สึกตะขิดตะข่วนใจมากขึ้น และเกรงว่าจะเกิดอันตรายอย่างบอกไม่ถูก

“ห่วงจังเลยอ่ะ” พิสต้าที่เข้าไปเบียดอยู่หลังหุ่นตี๋โก๊ะขายข้าวมันไก่(?)ส่งเสียงกระซิบดังออกมา

“เหมือนกันเลยครับ” เมก้าหันไปกระซิบตอบแล้วพยักหน้าเบา ๆ หลังจากนั้นไม่นานนักที่เป้าสายตาสำคัญของพวกเขาก็เดินออกจากร้านไปยังห้องน้ำชายที่อยู่ห่างไปไม่ถึงยี่สิบเมตร หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนจึงพยักหน้าหงึก ๆ ส่งสัญญาณให้เขาไล่ตามหลังเข้าไป

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของเมก้าค่อย ๆ ไล่ตามเซนไปโดยไม่ลืมเว้นระยะห่าง แสงไฟสีขาวนวลส่องให้เห็นภาพชายหนุ่มผมสีดำที่กำลังจ้องกระจกซ้ายทีขวาที ใบหน้าคมเข้มที่จัดว่า หล่อเหลาเอาการของเขาบัดนี้แลดูเกลี้ยงเกลาสมเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยร่วมชิงตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีก่อน

เซนมองเงาสะท้อนของตนในกระจกด้วยท่าทีพอใจ สองสามวันก่อนหน้านี้เขาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากโมเดลลิ่งชื่อดัง นักปั้นดาราและดาวดวงใหม่ในวงการให้ทดลองถ่ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำสูตรใหม่ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และงานนี้คาดว่าจะสามารถทำรายได้ให้เขามานั่งใช้ นอนใช้ได้ถึงเจ็ดหลักเลยทีเดียว จนชายหนุ่มอดกระหยิ่มเปรียบเทียบในใจไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดตนที่เป็นแค่อันดับรองชนะเลิศของเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีก่อนแท้ ๆ แต่กลับมีโมเดลลิ่งชื่อดังมาทาบทามและสนใจมากกว่าใครบางคนเสียอีก

ฉันว่านะคะ หนูไอชากับอากี้นี่เขาดูสนิทกันดีจังเลยบนทางเดินของตึกผู้ป่วยพิเศษอายุรกรรมชาย เสียงเรียบใสถูกเอ่ยออกมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ฉายแววเป็นสุข เธอมองร่างสูงกว่าซึ่งเดินอยู่ข้าง ๆ กันแล้วยิ้มให้

นั่นสินะ ผมก็ว่าอย่างนั้น...เห็นมาเฝ้าไม่ยอมห่างเลยผู้เป็นสามีพยักหน้าเห็นด้วย ในมือเขาพะรุงพะรังด้วยถุงอาหารและเครื่องดื่มที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อบริเวณชั้นล่างของตึกนั่นเอง

สองสามีภรรยาบ้านอาคิโมโตะรู้สึกเป็นมิตรกับไอชามาก เพราะตั้งแต่ที่เธอได้ข่าว หญิงสาวก็รีบมาทันที พวกเขาเห็นเธอร้องไห้กระวนกระวายเจียนขาดใจอยู่รอมร่อ ยิ่งเฉพาะกับอารดา เธอรู้สึกเอ็นดูไอชามากเสียจนกระทั่งว่าอยากได้หญิงสาวเป็นสะใภ้ เพราะไอชาเป็นถึงลูกสะใภ้ในอุดมคติของเธอเลยทีเดียว

...แน่นอนว่าอากิระย่อมเป็นที่ภาคภูมิใจของทั้งพ่อและแม่อย่างมาก...

ก็คงต้องดูๆไปใช่ไหมคะคุณ

อืม...ผู้เป็นสามีพยักหน้าอีกครั้ง มือใหญ่ค่อย ๆ โอบไหล่ภรรยาหลังจากที่เธอคลายกังวลเรื่องอาการของอากิระลงบ้างแล้ว ทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วยพิเศษที่มีป้ายชื่อติดไว้ว่า อากิระ อาคิโมโตะและเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ ก่อนจะตกตะลึงกับภาพที่เห็น...

...ภาพหมอและพยาบาลมากมายในชุดสีขาวต่างรายล้อมอยู่รอบเตียงที่มีร่างชายหนุ่มหลับสนิทไม่ไหวติง...ทั้งสองหยุดมองไอชาที่นัยน์ตาบวมแดงก่ำ...น้ำตาที่ซึมรอบแพขนตาของหญิงสาวยังไม่ทันเหือดแห้งดี เมื่อเธอก้าวออกมาจากห้องนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นพวกเขา...

“คะ...คุณพ่อคุณแม่...”

“อากิระเป็นอะไร!?” เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นข้างแก้มผู้เป็นพ่อ สายตาจ้องมองภาพเบื้องหน้าอย่างกังวลระคนตกใจ

“อากิระเขา...” ริมฝีปากของหญิงสาวตรงหน้าขยับช้า ๆ อย่างแผ่วเบา พลันหยดน้ำตาที่ล้นเอ่ออยู่นานก็ไหลพรั่งพรูลงมา เธอรีบปาดมันอย่างลวก ๆ แต่กลับยิ่งสร้างความสงสัยระคนตกใจให้กับสองสามีภรรยามากขึ้น ร่างสูงจึงตัดสินใจรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้กลุ่มแพทย์ที่กำลังรุมล้อมร่างนั้นด้วยความเป็นห่วงลูกชายคนโต ในใจก็ได้แต่ภาวนาขออย่าให้อะไร ๆ เลวร้ายไปมากกว่านี้เลย

สายลมหนาวปลายเดือนตุลาคมพัดมาอีกครั้ง นิ้วมือเล็กหอบหิ้วถุงข้าวมันไก่สองห่อมาด้วยใบหน้าอิดโรย บ่งบอกถึงการเรียนและการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยอย่างหนักมาตลอดทั้งวันหญิงสาวร่างเล็กครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดในช่วงกลางวันที่ผ่านมา ขณะที่สองเท้าก้าวออกจากลิฟต์ไปตามทางเดิน ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดจากในกระเป๋ามาสแกน และผลักประตูที่มีป้ายไม้ขนาดเล็กติดอยู่ ซึ่งเขียนว่า 'ห้อง 1036'เข้าไป

“กว่าจะมาได้นะ ฉันรอจนหิวไส้กิ่วแล้วอ่ะเมริน” เสียงเล็กเอ่ยทักทายก่อนจะแกล้งล้มตัวลงนอนบนเตียง เพื่อสื่อความหมายว่า 'ฉันหิวจนจะเป็นลมอยู่แล้วนะ' ในชุดนอนสีครีมเนื้อดี เธอเอ่ยแซวเพื่อนร่วมห้องสาว ก่อนจะรีบรับถุงข้าวมาด้วยท่าทางยิ้มแย้มอารมณ์ดี

“ขอโทษนะพิสต้า ฉันเพิ่งทำงานเสร็จน่ะ วันนี้เหนื่อยมาก ๆ เลย”

“อื้อ งั้นก็พักเถอะ วันนี้ที่ร้านคนเยอะมากเลยเหรอ?”

“ก็ปกติดีนะ แต่ฉันเหนื่อยยังไงไม่รู้สิ อะไร ๆ ก็ดูขัดใจไปหมดทุกอย่างเลยล่ะ...” หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดอาลัย แต่พิสต้ากลับมองร่างนั้นแล้วยิ้มบาง ๆ ออกมา “ฉันว่าฉันพอรู้”

“เอ๋? หมายถึงอะไรเหรอ? ถ้าจะพูดถึงเรื่อง 'วันนั้น' ล่ะก็ ฉันเพิ่งหมดไปเองนะ”

“หึ ใครเขาคิดแบบนั้นกันล่ะ ฉันน่ะแค่คิดออกว่าอาจจะเพราะเรื่องนี้ก็ได้~” เพื่อนสาวคนสนิทออกอาการกระดี๋กระด๋ายกใหญ่ เธอรีบหันไปหยิบโทรศัพท์และยื่นให้อีกฝ่ายทันที เมรินเพ่งมองก่อนจะเผลอยิ้มออกมา เมื่อพบว่ามันคือคลิปประกวดเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีที่แล้ว...

นิ้วมือเล็กเรียวค่อย ๆ สัมผัสปุ่มเล่นคลิปวิดีโออย่างแผ่วเบา ภาพนิ่งจึงเปลี่ยนเป็นภาพเวทีขนาดใหญ่ ซึ่งมีนักศึกษาชายหลายต่อหลายคนยืนเรียงอยู่บนนั้น แต่ละคนก็ล้วนจัดว่ามีรูปพรรณสัณฐานที่หล่อเหลาและมีบุคลิกที่ดีทั้งสิ้น ขณะที่กล้องค่อย ๆ ซูมถ่ายโฉมหน้าผู้เข้าประกวดไปทีละคนอย่างช้า ๆ เมรินจ้องมองใบหน้าของแต่ละคน ที่บางครั้งก็รู้สึกคุ้น ๆ ว่าเหมือนเคยพบเจอตามคณะนั้นคณะนี้ ก่อนจะแอบอมยิ้มนิด ๆ เพราะแต่ละคนเมื่อสองปีก่อนนั้นกับในตอนนี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกินจริง ๆ

ในที่สุดภาพก็หยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าขาวใส แม้แสงไฟแฟลชจะส่องมากเท่าไร แต่ก็ยังคงเห็นคิ้วเข้มหนาอันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างดี ร่างสูงอยู่ในชุดนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาสาว ๆ ซึ่งมีทั้งเพื่อนร่วมคณะและรุ่นพี่ด้วย แต่ท่าทีสบาย ๆ แตกต่างจากคนอื่นที่ปั้นยิ้มแข่งกัน ราวกับว่านี่คือเวทีประกวดนางสาวไทยอย่างไรอย่างนั้น

“นะ...นายอาชิตะ?”

“อื้อ” พิสต้าอมยิ้มและพยักหน้ามองเมรินที่กำลังดูต่อไปเรื่อย ๆ ขณะที่จอฉายภาพเซนและอาชิตะในวัยเยาว์ ซึ่งทั้งสองคนต่างดูเจิดจรัสบนเวทีมากกว่าเดือนคณะอื่นเป็นไหน ๆ

[มาถึงช่วงคำถามสำคัญแล้วครับ สำหรับผู้เข้าประกวดเดือนมหาวิทยาลัยนานาชาติเมฮิเมะของเรา คาดว่าน้อง ๆ ต้องตื่นเต้นกันแน่เลยใช่ไหมครับกับคำถามของค่ำคืนนี้]

รุ่นพี่พิธีกรในรายการพูดขึ้น ชายหนุ่มแว่นหนายิ้มพลางมองน้อง ๆ ว่าที่เดือนมหาวิทยาลัยทั้งหลายซึ่งยืนท่ามกลางเวที ที่บ้างก็ยิ้ม บ้างก็โบกมือให้บรรดาแฟนคลับที่มาเชียร์ตัวเอง

[เอาล่ะครับ ไม่ต้องตื่นเต้นไป ตอนนี้เราจะสุ่มหมายเลขนะครับ คำถามของเรามีคำถามเดียวและน้องที่ได้สิทธิ์ตอบคนแรกคือ...หมายเลข 1 น้องภีมวัจน์ ปัญจฤทธิ์เดชา หรือน้องเซนครับ!] พิธีกรหันมองเด็กหนุ่มที่เดินก้าวออกมาด้านนอก ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเซนมองกรรมการด้วยสายตามั่นใจ

[ครับ...คำถามนะครับ ถ้าคุณได้เป็นเดือนมหาวิทยาลัยเมฮิเมะของเรา คุณจะปฏิบัติตนอย่างไรให้สมกับที่เป็นเดือนครับ?]

[ครับ ขอบคุณนะครับสำหรับคำถาม เอ่อ...อา...ในฐานะที่ผมเป็นเดือนคณะนิเทศศาสตร์นะครับ ผมก็จะทำตัวเป็นตัวอย่างและประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยของเราครับ ในฐานะที่ผมเป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัย ผมก็เชื่อว่าผมสามารถที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีได้แน่นอนครับ] ทันทีที่ตอบเสร็จ เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังลั่นขึ้นบริเวณด้านล่างเวที ใช่แล้วล่ะ...นี่เป็นคำตอบที่ดีมาก ๆ และดีกว่าหลายต่อหลายคนที่ตอบกัน

ทุกคนต่างผลัดกันตอบด้วยเหตุผลที่ดีแตกต่างกันออกไป จนกระทั่งเหลือคนสุดท้าย...ร่างสูงกับท่าทีสบาย ๆ ไร้ซึ่งความตื่นตัวกับการประกวด

[เหลือคนสุดท้ายแล้วสำหรับว่าที่เดือนมหาวิทยาลัยของเราในคืนนี้...น้องอาชิ อาชิตะ อาคิโมโตะจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารครับ คำถามก็คือ...คุณจะปฏิบัติตนอย่างไรให้สมกับที่เป็นเดือนมหาวิทยาลัยครับ?]

ใบหน้าขาวรับไมค์มาอย่างสบายอารมณ์ ซึ่งดูจากท่าทางแล้ว เจ้าตัวไม่ได้สนใจว่าตนเองจะได้หรือจะชวดตำแหน่งเลยแม้แต่น้อย

[ครับ ขอบคุณนะครับสำหรับคำถาม...ถ้าผมได้เป็นเดือนล่ะก็ ผมก็คงทำตัวแบบนี้เหมือนเดิมแหละครับ ไม่เข้าใจเลยครับว่าทำไมเป็นเดือนแล้วต้องเปลี่ยนไป ก็ในเมื่อเดือนมหาวิทยาลัยก็เป็นแค่ตำแหน่งที่ยกย่องนักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้นเอง] อาชิตะทำท่าคืนไมค์ให้กับพิธีกร แต่เหมือนกับพระเจ้าท่านยังไม่เข้าข้าง เพราะคำตอบของเขากลับดันเป็นที่สนใจของทุกคน

[คุณอาชิตะ ในความคิดคุณน่ะ การได้รับตำแหน่งเดือนมีความสำคัญมากน้อยเท่าไรครับ? ผมแปลกใจและสงสัยมากกับพฤติกรรมของคุณที่ต่างจากเพื่อนคนอื่น ๆ บนเวที]

อาชิตะมองทุกคนก่อนจะยิ้มออกมา เขาเองคงยังไม่รู้ว่าจากที่ไกล ๆ มีสายตาไม่พอใจของเซนผู้มั่นใจมองอยู่

[ผมไม่ทราบครับและตอบไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าผมควรทำตัวเป็นปกติครับ ถ้าใครจะชอบหรือจะเกลียดผม...ผมก็อยากจะให้เขาชอบและเกลียดจากสิ่งที่ผมเป็นมากกว่า ฮะ ๆ ผมแค่คิดแบบนั้นน่ะครับ]

ชั่วพริบตาเมื่อสิ้นเสียงคำตอบนั้น ทั้งเวทีก็นิ่งสงบลง กลุ่มคณะกรรมการต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะว่าในตอนนี้ตัวเต็งที่คาดว่าจะได้รับตำแหน่งก็โผล่ขึ้นมาสูสีอีกคนแล้วสิ! เซนมองอาชิตะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยหางตาอย่างไม่พอใจมาก ขณะที่ร่างนั้นกลับไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำลังมีใครมองอยู่ เขาคิดเพียงแต่ว่าเรื่องน่าเบื่อนี้ควรจะจบลงสักที

...เมรินหยุดคลิปวิดีโอไว้เพียงแค่นั้น ก่อนที่หยดน้ำตาใส ๆ จะค่อย ๆ ไหลรินออกจากนัยน์ตาบวมช้ำอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามจะลืมเขาให้ได้ แต่ความรู้สึกนั้นมันกลับไม่เคยจางหายไปเลย...ยิ่งได้มาเห็นทั้งเขาทั้งเซน ในใจของหญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด

“ฉันว่าเธอน่าจะดูต่อให้จบนะ บางทีอะไรบางอย่างอาจจะทำให้เธอแน่ใจก็ได้”

พิสต้าสัมผัสปุ่มเล่นคลิปต่ออย่างแผ่วเบา นัยน์ตาคู่นั้นมองเมรินอย่างปลอบโยนแล้วยิ้มอบอุ่นให้...

หลังจากที่ตัดสินกันอย่างคร่ำเครียด ในที่สุดพิธีกรก็ถือรายชื่อผู้ที่กำลังจะได้รับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยขึ้นมาบนเวที สายตาของพิธีกรมองกระดาษใบนั้นก็ยิ้มออกมาให้กับชายหนุ่มคมเข้ม

[อาจจะเป็นอย่างที่หลายคนคาดกันไว้นะครับ สำหรับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยปีนี้ที่ค่อนข้างตัดสินกันยากมาก เพราะน้อง ๆ แต่ละคน นอกจากจะหล่อแล้วก็ยังตอบคำถามกันได้ดีอีกด้วย...แต่ว่าคณะกรรมการก็ต้องตัดสินเลือกเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นครับ...สำหรับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยนานาชาติเมฮิเมะในปีนี้ ขอแสดงความยินดีให้กับ...น้องเซน ภีมวัจน์ ปัญจฤทธิ์เดชาจากคณะนิเทศศาสตร์ด้วยครับ!] สิ้นเสียงที่ประกาศผล เสียงตบมือก็ดังลั่นไปทั่วเวทีและฝูงชนด้านล่าง เซนยิ้มให้ทุกคนอย่างพอใจ ขณะที่อาชิตะเองก็ยิ้มแล้วตบมือให้ เจ้าตัวดูร่าเริงผิดกับคนอื่น ๆ ที่แอบผิดหวังอยู่ลึก ๆ ในใจ

แต่ในขณะนั้นเอง...เมื่อทั้งหมดเริ่มทยอยลงมาจากเวทีและแยกย้ายกันกลับ อาชิตะเองก็เดินกลับไปยังที่นั่งของกลุ่มเด็กคณะของตัวเองที่โห่ร้องต้อนรับด้วยความยินดี เขาจำเป็นต้องเดินผ่านเซนที่ยืนยิ้มแป้นให้กับชมรมหนังสือพิมพ์ เพื่อถ่ายภาพคู่กับเหล่าคณะกรรมการ และท่านอธิการบดีที่ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย

“อาชิตะ เธอเองก็มาถ่ายด้วยกันสิ” ท่านอธิการบดีเอ่ยขึ้น ก่อนจะขยับแว่นหนาแล้วยิ้มให้ ชายหนุ่มจึงจำใจเดินเข้าไปข้าง ๆ ทางฝั่งซ้ายมือของท่านด้วยท่าทางเรียบร้อยกว่าเดิม เซนมองแล้วก็สบถเบา ๆ อย่างขัดใจ

จนกระทั่งการถ่ายรูปผ่านพ้นไป อาชิตะที่กำลังจะเดินออกจากตรงนั้น แต่ใครบางคนกลับดึงแขนเขาไว้แล้วบีบอย่างแรง

[โอ๊ย...เซน? ฉันเจ็บนะ]

[เฮอะ! แพ้ฉันแล้วสินะไอ้อ่อน เป็นยังไงล่ะ ดูสภาพสิ อิจฉาใช่ไหมล่ะถึงได้พยายามทำตัวเรียบร้อย ไม่เห็นเหมือนตอนที่ยืนอวดดีบนเวทีเลย]

[...ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฉันไม่ได้สนใจผลการประกวดหรอก แค่ท่านอธิการมีน้ำใจกับฉันก็แค่นั้น ท่านเป็นผู้ใหญ่ยังไงก็ต้องเคารพ เซน...ฉันไม่เข้าใจนะว่าทำไมนายถึงไม่ค่อยชอบหน้าฉัน? เอ้อ...เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกันนะ ฉันเหนื่อยมากเลย...ขอตัวก่อนนะ]

แทนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายผ่านไป แต่เซนกลับถลึงตามองเขาอย่างไม่ชอบหน้ายิ่งขึ้นไปอีก

[แพ้แล้วไม่มีทางสู้มากกว่า...ฮะ ๆ]

[จะว่าแบบนั้นก็ตามใจนายนะ ฉันขอตัวก่อนล่ะ] อาชิตะยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ต้องการต่อความยาวสาวความยืดแล้วเดินเลี่ยงออกมา แต่ดูเหมือนเซนจะยิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่ ชายหนุ่มหัวใจพองโตด้วยความสุขแสดงกิริยาฮึกเหิม แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสะพานไม้ที่ตกแต่งให้ทอดข้ามทางลำธารเล็ก ๆ บนเวทีค่อย ๆ พังลงทีละขั้น ๆ และเริ่มสั่นโคลงเคลงจนทั้งสองร่างยืนทรงตัวแทบไม่ได้

[หลบไปสิ!] อาชิตะมองหน้าเซนที่ดูจะหวาดกลัวไปไม่น้อยกว่าตน เขาตัดสินใจออกแรงผลักร่างกำยำกว่าออกไป เซนจึงถลาตกจากบันไดสะพานแล้วนั่งก้นจ้ำเบ้าบนพื้นหญ้า...ส่วนตัวอาชิตะกลับไม่มีโอกาสวิ่งหนีแล้วตกลงไปพร้อมกับสะพานที่พังลง

โครมมม!!!

ทั้งหมดที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปจากเวทีประกวดรีบวิ่งมาดูที่เกิดเหตุทันที ทั้งกรรมการและท่านอธิการบดีต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น ภาพในจอเองก็สั่นไหวเล็กน้อย และมีคำอธิบายว่ากล้องนี้เป็นกล้องมือถือที่มีนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์คนหนึ่งถ่ายเอาไว้โดยตลอด

ภาพอาชิตะถูกรุ่นพี่สองสามคนในคณะประคองขึ้นมาจากน้ำในสภาพเปียกปอนดูไม่ได้ เขาหอบหายใจเบา ๆ ด้วยท่าทีตกใจและเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ยังรีบเดินเข้าไปหาเซนที่นั่งเจ็บก้นที่ถูกกระแทกอยู่บนพื้น

[เซน...นายโอเคนะ?]

[นายผลักฉันลงมาแบบนี้ยังจะมีหน้าถามอีกเหรอฮะ! นี่ฉันเป็นถึงเดือนมหาลัยนะ แล้วยังเหลือสัมภาษณ์อีก! แต่ดูที่นายทำฉันสิอาชิตะ!!!] เซนตวาดอย่างหัวเสีย เขาปัดมืออีกฝ่ายแล้วดันร่างของตัวเองขึ้นมาปัดคราบดินและเศษต้นไม้ใบหญ้าที่เปรอะเปื้อน ก่อนจะมองคาดโทษชายหนุ่มด้วยแววตาเกรี้ยวโกรธ

[คุณไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม? เดือนมหาวิทยาลัยคนใหม่ของเรา] เสียงต่ำของท่านอธิการบดีเอ่ยถามขึ้น ทุกคนที่มองอยู่ก็ต่างพากันเงียบและไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น...

[ครับ...ไม่เป็นไร วันหลังผมจะไม่เสียหน้าเพราะเรื่องแบบนี้อีกแล้ว]

น้ำเสียงจิกกัดของเซนดังขึ้น ใบหน้าคมฉายแววไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปข้างท่านอธิการบดีและคณะกรรมการ นัยน์ตาจิกมองคนที่ยืนสั่นเปียกปอนอยู่อย่างอดสมเพชในใจไม่ได้

[ไม่เป็นไรใช่ไหม เดือนมหาวิทยาลัย...?] คำถามนั้นซ้ำดังขึ้น เซนมองร่างใหญ่ทรงอำนาจข้าง ๆ ตนอย่างแปลกใจ เพราะสายตานั้นไม่ได้มองมาที่เขาเลย

[ท่านอธิการครับ...ผมตอบไปแล้วนะครับ]

นัยน์ตาของชายสูงวัยจึงค่อย ๆ หันมามองเซน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ให้แล้วส่ายหน้า [ภีมวัจน์...การประกวดเดือนของเราน่ะ เราไม่ได้คัดเลือกนักศึกษาที่หน้าตา ที่บุคลิก หรือที่การตอบคำถามดีเพียงอย่างเดียวหรอกนะ...แต่มหาวิทยาลัยของเราต้องการเดือนที่มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย และมีเหตุผล ครูคิดว่า...อาชิตะ อาคิโมโตะจากคณะไอซีทีคนนั้นคือเดือนมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบตามที่เราตั้งไว้ทุกอย่าง]

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วบริเวณพร้อมทั้งเสียงโห่ร้องยินดี กล้องตัดไปที่ใบหน้าของอาชิตะที่ดูงุนงงและเหนื่อยล้า แต่ก็ยังยิ้มขอบคุณทุกคนบาง ๆ แล้วตัดเป็นข้อความขึ้นทับภาพนั้นว่า เดือนมหาวิทยาลัยนั้น...การตัดสินบนเวทีไม่ใช่ที่สิ้นสุด พวกเราเชื่อว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่คู่ควรกับตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยของเราอย่างไม่ต้องสงสัย อาชิ อาชิตะ อาคิโมโตะแล้วจอภาพก็มืดสนิทก่อนที่คลิปวิดีโอนั้นจะจบลง

...

เมรินนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ขณะที่มือเล็กยังคงถือโทรศัพท์ของพิสต้าค้างเอาไว้อย่างนั้น ในเสี้ยววินาทีนี้เองที่เธอได้เห็นถึงการกระทำ และนิสัยอีกด้านหนึ่งของอาชิตะและเซน ทำให้เธอกลับยิ่งรู้สึกสับสนและกดดันมากขึ้น เธอเองก็รู้มาตลอดว่าเซนนั้นอันตรายมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะทำกับอาชิตะมากมายขนาดนี้ เบื้องหลังการประกวดเดือนมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีที่่แล้ว และตำแหน่งที่ได้มาของอาชิตะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เธออึ้งและคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง

เขาไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งเลยอย่างนั้นเหรอ...

ฉันเชื่อว่าหลังดูจบแล้วเธอเองก็ต้องคิดแบบฉันเมรินพิสต้าพูดด้วยน้ำเสียงต่ำอย่างจริงจัง ใบหน้านั้นจับจ้องเธอด้วยท่าทีแปลกไปจากเดิม

พิสต้า...

ฉันแค่อยากให้เธอดู เผื่อเธอจะได้ตาสว่าง...เรื่องตำแหน่งเดือนของอาชิตะ พูดตรง ๆ ว่าฉันเองก็เห็นด้วยว่าผลการตัดสินนี่ถูกแล้ว นายนั่นเป็นคนดี ตรงข้ามกับเซนที่พาเธอไปนั่นไปนี่...เรียวปากเล็กเอ่ย และคำพูดนั้นเองก็ทำให้คนตรงหน้าดูสลดลงไปไม่น้อย

“...”

ถ้าเธอเลือกที่จะให้โอกาสเซน ฉันว่าเธอเองก็อย่าลืมให้มันกับอาชิตะด้วย ถ้าเธอคิดว่าเธอยังไม่รู้จักเขาดี เพราะตอนที่ฉันดูคลิปแอบถ่ายนี้ครั้งแรก ฉันเองก็ตกใจไม่น้อยไปกว่าเธอเลยล่ะ

อา นั่นสินะ...แล้วฉันจะทำยังไงดี ก็นายนั่น...เขาตัดสัมพันธ์ ไม่อยากยุ่งกับฉันไปแล้ว ต่อให้ฉันจะไปวิ่งตามเขากลับมาน่ะ ฉันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้หรอกพิสต้า...ไม่ได้เลยจริง ๆ

น้ำตาหยดหนึ่งเอ่อล้นออกมาจากดวงตาบวมช้ำ...และค่อย ๆ หยดลงบนตักหญิงสาว

อืม...ฉันเข้าใจร่างหมวยนั่งนิ่งคิดอะไรไม่ออก เธออยากช่วยเพื่อนรักให้หลุดพ้นจากวังวนนี้เหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เธอก็ยังคิดหาวิธีดี ๆ ไม่ได้เลยในตอนนี้

มือเล็กค่อย ๆ ลูบหลังเมรินอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบใจ... ฉันว่านะ เธอลองไปขอโทษเขาดีไหม?”

“...ขอโทษงั้นเหรอ?

ใช่...ไม่มีอะไรสายไปสำหรับคำว่าขอโทษหรอกนะเมริน เชื่อฉันพิสต้ายิ้มให้กำลังใจ ก่อนที่ท่อนแขนเรียวเล็กจะโอบกอดเพื่อนสาวเอาไว้...หยดน้ำตาอุ่น ๆ รินรดลงบนแผ่นหลังของเธอ หญิงสาวรู้ดีว่าเมรินกำลังทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหนกับความรู้สึกที่หัวใจกำลังมีเจ้าของที่คลุมเครือถึงสองคน...และมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะตัดสินใจว่าใครเป็นเจ้าของมันกันแน่ ในเมื่อชายคนหนึ่งก็เคยเป็นถึงคนรักเก่าที่กลับมาขอคืนดี ส่วนอีกคนก็เป็นชายหนุ่มผู้อบอุ่นและแสนดี ที่คอยมอบแต่เสียงหัวเราะให้โดยตลอด


TALK WITH HIME

ขอโทษสำหรับความล่าช้าในตอนที่ 12 ค่ะ
สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่ฮิเมะเขียนเองและเป็น
ต้นฉบับสด ๆ
ซึ่งยังไม่ได้มีการอิดิทเนื้อหาและคำศัพท์นะคะ เนื่องจากเมล่อนไม่ว่างค่ะ
ยังไงหากเจอคำผิดหรือไวยากรณ์ตัวใดที่ผิดพลาด ตลอดจนสำนวนภาษายังไม่ลื่นไหล
ฮิเมะ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

อาทิตย์ที่ผ่านมาติดสอบ ส่งโปรเจ็ค รวมถึงงานหลายๆ อย่างค่ะ
ต่อจากนี้จะอัพอย่างเต็มที่และสุดความสามารถนะคะ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับทุกๆ คนที่เข้ามาอ่าน จะเม้นต์หรือไม่เม้นยังไงก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ปล. เรื่องนี้ดำเนินมาถึง 40% แล้วค่ะ ต่อจากนี้เนื้อหาจะเข้มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ
ปล2. อ่า จะคอยเช็คคำผิดและอิดิทเองนะคะ ถ้าเด้งแจ้งเตือนอัพบ่อย ต้องขออภัยด้วยค่ะ



TALK WITH MELON

ขออภัยในความล่าช้าของการอิดิตด้วยนะคะ T_T;;
ช่วงนี้ต้องออกมาใช้เน็ตข้างนอกค่ะ แล้วก็ยุ่ง ๆ ตลอดเลยทุกวัน ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ
เพราะมีปัญหาเรื่องเน็ตมากเลยค่ะ เน็ตที่หอใช้ไม่ได้แล้ว เพราะว่าย้ายมาที่ใหม่
แถมยังใช้ได้แค่บางจุดด้วย T__T ฮือ~~
แต่ก็จะพยายามมาก ๆ นะคะ! เข้าใจว่าทุก ๆ คนรออ่าน CMM กันอยู่เหมือนกัน
อา...ยังไงฉันจะพยายามเพื่อทุก ๆ คนนะคะ ^^

ขอให้ช่วยติดตาม CMM และเป็นกำลังใจให้พวกเราสองคนต่อไปนะคะ
เป็นกำลังใจให้อาชิตะ เมริน เมก้า พิสต้า ไอชา อากิระ ฯลฯ ด้วยก็ได้นะคะ >//< แล้วแต่จะจิ้น 55

ขอบคุณทุก ๆ คนสำหรับการติดตามมาจนถึงตรงนี้ค่ะ
ขอบคุณจากใจจริงค่ะ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #291 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 01:03
    โหยยย~ ซึ้งง่าT^T อาชิตะนายเป็นคนดีอะไรอย่างนี้...
    #291
    0
  2. วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 15:46
    รู้ธาตุแท้พี่เซนแล้วก็เลิกยุ่งซ้าาา~ มาหาอาชิตะกันเถอะ >__<~ พิสต้ากับเมก้าดูน่ารักแปลกๆ เหมือนสลับเพศกันยังไงก็ไม่รู้ 5555555
    #197
    0
  3. #144 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 13:52
    ตอนนี้มีฮานะไรท์เตอร์ แถมยังแอบมีให้ลุ้นว่าอากิระจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า แต่ก็ขอเถิดนะอย่าเป็นอะไรไปเลย และที่สมใจที่สุดก็คือเมรินได้รู้สักทีว่าคนอย่างเซนน่ะเป็นยังไง (แล้วจะกลับมาตามต่อนะจ๊ะไรท์เตอร์)
    #144
    0
  4. #109 Sakurai Winter (@zzz31) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 20:40
    เม้นท์สองตอนรวบ แบบไม่ยาว

    อากิร๊าาา!!! อากิระจะเป็นอะไรรึเปล่า อย่าเป็นอะไรไปนะ เค้าลุ้นจนตัวโก่งแล้ว T^T
    สงสารไอชา น้ำตาหลั่งรินเมื่อเห็นถ้อยคะนึงในการ์ด เราเข้าใจเธอนะ TT

    อิตาเซน แก๊!!! เกลียดมานน (อินมากอ่ะ ><)

    โห๊ะ เมก้า&พิสต้านี่ดูเข้ากันดีพิลึกแฮะ คนนึงแอบเปรี้ยวหวานอ่อน ๆ คนนึงจัดจ้าน
    หากเอามารวมกันคงน่ากินไม่ใช่น้อย (เห๊ะ! นี่ฉันหิวรึเปล่าเนี่ย)

    ส่วนอาชิตะ นายก็ใช่ว่าจะน่ารักอย่างเดียวเสมอไป ยังมีมุมน้อยใจแบบแรง ๆ 
    ส่วนตัวแอบชอบอาชิตะในมุมนี้ >_<

    ส่วนเมริน สู้เค้านะลูก

    สู้ ๆ นะจ้ะน้องสาวทั้งสอง อินจนติดแล้ว อรั้ย ><
    #109
    0
  5. #87 เทพธิดาฟ้าใส (@jayjungharu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2556 / 14:24
    สนุกมากๆเลยค่ะ สู้ๆ
    #87
    0
  6. #52 SweetCoffee+ (@-kunn-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 19:14
    จะรอนะคะ ^^
    #52
    0
  7. #51 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 23:27
    ข้าวมันไก่ตี๋โก๊ะ 5555
    #51
    0