CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 16 : [[,,,Chapter 11,,,]] Loss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 ก.พ. 56

JJ♕

11


Loss

 






 

   ร่างกายกำลังจมดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกัน?
   
   หายใจไม่ออก...!

   ฉันขมวดคิ้วแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดไปทั่วทั้งร่าง...

   ทำไม...อะไรกัน? ความรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวนี่น่ะ


   ฉันพยายามลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นแล้วกวาดมองไปรอบ ๆ

   ทว่าสิ่งที่พบกลับมีเพียงสีดำ...และความมืดสนิท...


   ...ที่นี่ที่ไหน!?

   คำถามแรกผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงอย่างหวาดกลัวกับสถานที่อันไม่คุ้นเคย...

   ร่างกายก็ยิ่งถูกดูดให้จมดิ่งลึกลง...ลึกลงไปเรื่อย ๆ...


   นี่ฉัน...กำลังจะตายงั้นเหรอ...?

   อึดอัดจัง...ทรมาน...!

   ...

   ความรู้สึกของคนที่เผชิญหน้าอยู่กับความเป็นความตายคือแบบนี้เองสินะ

   แต่ว่าฉันน่ะ...จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่จริง ๆ น่ะเหรอ...?

   ...

   เอาเถอะ...อาจจะดีก็ได้...ฉันแค่ไม่อยากทนกับความรู้สึกอึดอัดนี่อีกต่อไปแล้ว...

   ...พอคิดได้แบบนั้น เปลือกตาที่หนักอึ้งก็เริ่มปิดลงอย่างง่ายดาย...



   แต่ขณะที่กำลังจะปิดสนิทลงนั้นเอง...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น...


   "นี่...บอกให้ตื่นขึ้นมาไง...ลุกขึ้นมาสิ!"


   จะเรียกทำไมกัน...ฉันอยากนอน ปล่อยให้ฉันนอนเถอะ...

   "ลุกเดี๋ยวนี้นะ! ตื่นขึ้นมาคุยกันสิ!" 

   เฮอะ!...เอาแต่ใจชะมัดเลย...

   ...ฉันเหนื่อยขนาดนี้แล้วยังจะให้ลุกขึ้นอีกงั้นเหรอ...

    แต่ว่า...เธอเป็นใครกัน?



    "ยัยบ้า!! ฉันสั่งให้ลุกยังไงล่ะ"
 

    ขีดความอดทนของฉันหมดลงขณะที่เปลือกตาค่อย ๆ ปรือมอง...

    แต่ภาพเบื้องหน้ากลับเลือนรางและพร่ามัว...

มีเพียง
แสงสีชมพูขาวประกายเจิดจ้าปรากฏแก่สายตา

...แตกต่างจากความมืดมิดเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง...

...ฉันจะพยายามเพ่งมองใบหน้าเด็กคนนั้น แต่สิ่งเดียวที่เห็นก็คือเรือนผมสีดำ...

...เธอเป็นใครกัน!?...

...

 

 

          “ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย...?”

            เสียงงัวเงียดังอู้อี้ในลำคอของร่างเล็กที่ค่อย ๆ ชันตัวลุกขึ้นมานั่ง นิ้วมือเรียวเกาศีรษะและสางเรือนผมดัดลอนที่ชี้ฟูยุ่งเยิงไม่เป็นท่าให้พอเข้าที่เข้าทางพลางขมวดคิ้ว หญิงสาวขยับสายชุดนอนผ้าแพรสีชมพูกลีบกุหลาบตัวบางที่ตกไปคล้องหัวไหล่ขาวให้เข้ารูปเข้าทรง เธอสัมผัสได้ถึงเหงื่อที่ประปรายเรือนร่างราวกับเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนัก

            เมรินถอนหายใจพลางลุกเอื่อย ๆ ไปเปิดม่านหน้าต่างห้องหรูให้พอมีแสงสว่างลอดผ่านเข้ามา สายตาทอดมองชีวิตมากมายที่จอแจในยามสาย ทว่าจิตใจกลับหมกมุ่นครุ่นคิดเพียงเรื่องเดิม ๆ...

            ตอนนั้นรู้สึกอย่างกับว่าจมน้ำแน่ะ...หายใจไม่ออกเลย เป็นบ้าอะไรนะเรา

         นี่เมื่อวานฉันคงไม่ได้ร้องไห้จนเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหมเนี่ย...?

            อะไรบางอย่างทำให้หญิงสาวข่มความรู้สึกหวาดกลัวไปไม่ได้ แม้ว่าในความทรงจำของเธอจะปฏิเสธว่าไม่เคยเกิดเรื่องราวนั้นขึ้น เพราะเมรินก็เคยเป็นอดีตนักว่ายน้ำของโรงเรียนเก่า แล้วจะเป็นไปได้หรือที่เธอจะเคยจมน้ำแต่กลับจำอะไรไม่ได้เลย? โดยเฉพาะเสียงเด็กผู้ชายในความฝันนั่นก็ด้วย เมรินมั่นใจมากว่านอกจากเซนแล้ว เธอก็ไม่เคยพบเจอเด็กผู้ชายคนไหนอีกเลย จนกระทั่ง...

            เฮ้อ...ก็คงฟุ้งซ่านไปเองสินะเรา...รวมถึงเรื่องนายอาชิตะด้วย

         ฉันเป็นน้องชายของอากิระ...

            เมรินทึ้งหัวตัวเองเบา ๆ ทันทีที่กลับไปคิดเรื่องของอาชิตะอีกครั้ง...ทั้ง ๆ ที่ชื่อก็คล้าย หน้าตาก็เหมือนกันราวกับแกะ แต่ทำไมเธอกลับคิดไม่ถึงนะ! ร่างเล็กสบถเสียงแผ่วเบาในลำคออย่างเสียประสาทแล้วเดินฉับ ๆ คว้าผ้าขนหนูผืนนิ่มตรงไปอาบน้ำ

          'นักศึกษาแพทย์อย่างฉันไม่ได้ว่างมากที่จะเอาแต่นั่งคิดเรื่องฝันไร้สาระ หรือเรื่องผู้ชายคนนั้นซะหน่อย!' ว่าที่คุณหมอสาวบอกตัวเองในใจอย่างมาดมั่นและเอื้อมมือใส่กลอนประตูห้องน้ำ ขณะที่เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

 

          เสียงปากกาถูกขีดเขียนขยุกขยิกลงบนสมุดอย่างว่องไวดังขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาร่วมชั่วโมงแล้ว ภายในคาบเรียนจิตวิทยาที่ต่างคนก็ต่างขะมักเขม้นตั้งใจเรียนเต็มที่ ตรงข้ามกับเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองที่นั่งอยู่แถวหลังสุดของห้อง ซึ่งงีบหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ แม้แต่ศีรษะนั้นก็ยังคาดหูฟังราคาแพงสีขาวที่มีสัญลักษณ์รูปตัวบีสีแดงอยู่อีกด้วย ร่างนั้นพึมพำไม่ได้ศัพท์เบา ๆ พลางกระชับเสื้อกันหนาวสีเขียวอ่อนเข้าหาตัวมากขึ้น เพราะไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ภายในห้องโถง เขาหลับสนิทและระบายยิ้มบาง ๆ จนกระทั่ง...

            ตุบ!

            เสียงบางอย่างดังขึ้นไม่ไกลจากตัวนัก ชายหนุ่มจึงค่อยปรือตามองและพบหญิงสาวคนคุ้นเคย ซึ่งรีบกระหืดกระหอบนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ถัดจากเขา

            “วันนี้สายหน่อยนะครับ”

            ใบหน้าเปื้อนยิ้มมองเธอที่นั่งนิ่ง หญิงสาวหันมามองก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เป็นการตอบรับ แต่เพียงแวบเดียวก็รู้...เมก้าดูออกว่าเธอกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แน่นอน

            “เอ่อ...มีอะไรระบายได้นะครับ” เขาพูดขึ้นเบา ๆ ขณะที่มือใหญ่แบ่งขนมป๊อกกี้รสกล้วยหอมที่แอบซื้อมา(?)ให้เธอด้วย

            “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”

            รอยยิ้มฝืนบาง ๆ ฉายบนใบหน้านั้น ทำให้ชายหนุ่มได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ ก่อนจะรีบทำงานให้เสร็จทันเวลา โชคยังดีที่วิชานี้ค่อนข้างง่ายสำหรับเขา ทำให้บางครั้งก็เผลอหลับไปบ้าง แต่อย่างไรก็จะประมาทไม่ได้ เพราะชายหนุ่มยังต้องจดงานไว้เผื่อเพื่อนสนิทซึ่งขาดเรียนไปโดยไม่ได้บอกกล่าวอะไรกัน

            จนถึงการเช็คชื่อท้ายคาบ เก้าอี้ของ 'เขา' ก็ยังคงว่างเปล่า...

            “เมก้า คาเซะ”

            “มะ มาครับ..!

            “เมธาวรินทร์ พรพิพัฒน์ตระกูล”

            “มาค่ะ”

            อาจารย์หนุ่มที่เพิ่งเรียนจบปริญญาเอกมาหมาด ๆ มองเธอแล้วถอนหายใจเบา ๆ “วันหลังมาให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ เป็นอันว่ากิจกรรมในคาบเรียนวันนี้คุณไม่ผ่าน...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกก่อนจะไล่ชื่อนักศึกษาไปเรื่อย ๆ...

            “อาชิตะ อาคิโมโตะ”

            ร่างเล็กสะดุ้งเบา ๆ ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น...ชื่อที่ไม่คิดว่าจะต้องมาได้ยินมันอีก เมรินมองไปรอบ ๆ ห้องแต่ก็พบเพียงนักศึกษารุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ความเงียบงันเป็นคำตอบให้รู้ว่าคนคนนั้นไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้...

            “ขาดสามคาบติดกันแล้วนะ ครั้งนั้นก็มาเรียนคาบหนึ่งแล้วหายไปสองคาบ เพื่อนยังเรียนอยู่ใช่ไหม?”

            “เอ่อ ครับ ๆ” เมก้าที่ถูกถามเพราะอยู่ชั้นปีเดียวกันรีบตอบ “อาทิตย์ที่แล้วเขาเป็นลมน่ะครับ โดนหามไปห้องพยาบาล...”

            อาจารย์หนุ่มหรี่ตาลงและขยับแว่นเล็กน้อย พลางนึกถึงอดีตเดือนมหาวิทยาลัยซึ่งมีกิตติศัพท์ในหมู่อาจารย์ดี ถึงการขาดเรียนชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยาก และทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะเปิดเทอมได้ไม่นาน เขาก็ยังขาดเรียนเสียจนแทบไม่เห็นโอกาสที่จะสอบผ่านวิชานี้อีกตามเคย

            “อืม...งั้นช่วยไปบอกเขาด้วยนะว่าเขาขาดไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งคาบหน้าก็มีสอบด้วย ผมหวังว่าจะเห็นเขามาเข้าเรียนตามปกตินะ ถ้าเพื่อนคุณมีปัญหาอะไรก็บอกให้เขามาคุยส่วนตัวกับผมได้...น่าเสียดายนะ เด็กอนาคตดี ๆ ผมไม่อยากให้เขาต้องตกวิชานี้เป็นครั้งที่สามหรอกนะ”

            เมก้าพยักหน้ามาดมั่น

            “ครับ ผมจะบอกให้นะครับ...”

            “อืม...บอกให้เขาเอาอย่างคุณบ้าง คุณเองก็ตกซ้ำซ้อนเหมือนกันแต่ก็ยังมาเข้าเรียน ครั้งนี้ถ้าตั้งใจอ่านหนังสือและทำงานส่งให้ครบยังไงก็ผ่าน...ผมเข้าใจว่าพวกคุณน่ะเป็นวัยรุ่น แล้ววิชาพวกนี้มันก็ต้องอาศัยความเข้าใจ ทฤษฎีบางอย่างก็ต้องท่องต้องจำ แต่ผมก็ไม่อยากเห็นคุณมาทนนั่งเรียนซ้ำให้อายพวกรุ่นน้องอีกรอบหรอกนะ”

            นัยน์ตาบอบช้ำมองเมก้าอย่างสงสัย หญิงสาวครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในห้องทดลองเคมี ทั้ง ๆ ที่เรียนต่างกันคนละสายโดยสิ้นเชิง แต่เขากลับทำการทดลองของคณะแพทยศาสตร์ได้ จึงเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่เจ้าตัวจะไม่เคยผ่านวิชาจิตวิทยา เธอครุ่นคิดและเหม่อมองเมก้าที่อยู่ข้าง ๆ อย่างลืมตัว

            “เอ่อ อายจังครับที่คุณเมรินรู้ว่าผมตกมาตั้งสองปี แหะ ๆ”

            “อะ เอ่อ...ค่ะ”

            “ที่จริงแล้วปีแรกผมยังไม่ชินกับหลาย ๆ อย่างของที่นี่น่ะครับ ก็เลยโดดยาวเลย พอมาปีสองผมก็ต้องกลับอเมริกา เลยต้องทำเรื่องดรอปเรียนไว้ ส่วนคุณอาชิตะเห็นว่าเขาไม่สบายวันสอบพอดีทั้งสองรอบน่ะครับ โชคไม่ดีเลย...” หนุ่มฝรั่งอธิบายให้เมรินฟังเสียจนหมดเปลือก โดยที่เขาไม่ได้ล่วงรู้แม้แต่น้อยว่าการพูดถึงอาชิตะจะไปสะกิดแผลใจหญิงสาวเข้าอย่างจัง

            ผ่านไปสักพักเมก้าจึงทำทีลุกออกมาเข้าห้องน้ำ แต่ในหัวของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องที่ถูกไหว้วานมาและตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ต่อสายหา 'เพื่อนสนิท'

            “ดูโอ้ครับ อยู่ไหนครับน่ะ?”

            [บ้าน...] เสียงปลายสายอู้อี้ราวกับเด็กเล็กที่ถูกปลุกให้ตื่น ทั้ง ๆ ที่ยังงัวเงีย ทำให้เมก้าอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เพราะดูท่าแล้วเขาจะไม่ได้รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยสักนิด

            “อ๋า~ ทำไมไม่มาเรียนล่ะครับ?”

            [ฉันเหนื่อย อยากนอน...]

            “ไม่สบายรึเปล่าครับ? คาบหน้าคุณอาชิตะขาดไม่ได้นะครับ มีสอบนะ”

[ไม่ขนาดนั้นหรอก ไม่ได้เป็นมาก สอบเหรอ? อืม ๆ...ฉันจะไปนะ] ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและหัวเราะเบา ๆ

เมก้ามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วครุ่นคิดบางอย่างขึ้นได้...บางอย่างที่แปลกไปเมื่ออาชิตะไม่อยู่...

“...วันนี้ผมเห็นคุณเมรินเขาดูเศร้า ๆ น่ะครับ อยากให้ดูโอ้มาปลอบใจเขาจัง...”

[แล้วยังไงเหรอ...?]

นัยต์ตาสีฟ้าเข้มเบิกโพลงอย่างแปลกใจกับน้ำเสียงที่ฟังดูไร้เยื่อใยเมื่อเขาเอ่ยชื่อเมรินออกไป ดูโอ้...ก็ไหนดูโอ้บอกผมว่ารักคุณเมรินเขายังไงล่ะครับ...?

[ตอนนี้ฉันไม่ได้รัก! นายเลิกพูดชื่อยัยเด็กนั่นให้ฉันฟังซะทีเถอะเมก้า ฉันกับยัยนั่นน่ะไม่มีทางไปด้วยกันได้หรอก! นายไม่รู้จริง ๆ เหรอว่ายัยนั่นเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพี่ชายฝาแฝดฉัน!!...ต่อให้รักแล้วยังไงล่ะ!? นายน่าจะรู้อยู่แก่ใจว่ายัยนั่นไม่แม้แต่จะจำชื่อฉันได้เลยด้วยซ้ำ! เอาแต่คิดว่าฉันเป็นอากิระ ทั้ง ๆ ที่ฉันรักยัยนั่นมากแค่ไหน!!...ทั้งๆ ที่ฉัน...รอยัยนั่นมาตลอด...แอบรักมาตลอด...] ปลายสายแค่นเสียงกระแทกกระทั้นอย่างไม่พอใจ กิริยาที่แปลกไปจากทุก ๆ ครั้งทำให้เมก้าเองก็รู้สึกสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย

“คุณอาชิตะ...?”

[...] ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ตอบกลับมา เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองจึงถอนหายใจเบา ๆ เพราะคิดว่าปลายสายคงโกรธเขาไม่ใช่น้อยเลย...ต่างจากอาชิตะที่เขารู้จักราวกับคนละคน ทั้ง ๆ ที่รู้จักกันมาตั้งหลายปีแท้ ๆ เมก้าพยายามครุ่นคิดถึงสาเหตุซึ่งทำให้อาชิตะ คนที่แสนดี อบอุ่นและอ่อนโยนโกรธได้ถึงขนาดนี้...

“ขอโทษครับ...”

[ขอโทษทำไม...! นายเกี่ยวอะไรด้วยงั้นเหรอ ก็เปล่า!]

“ถึงผมไม่เกี่ยว แต่ผมก็ไม่อยากเห็นคุณอาชิตะไม่สบายใจนี่ครับ พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ!

[...เมก้า...ฉัน เอ่อ...ฉันขอโทษนะ...อ...อึก!!]

“คุณอาชิตะ! เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”

[...มะ ไม่เป็นไร ๆ...] น้ำเสียงนุ่มที่ฟังดูอ่อนโยนของเขาตอบเมก้ากลับมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ฟังดูอ่อนแรงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาอย่างถี่หอบ เสียงหายใจตื้น ๆ อย่างอ่อนแรงนั้นทำให้เมก้ายิ่งรู้สึกเป็นห่วงเขามาก...

เขาเคยเห็น...ในวันงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีก่อน อาชิตะก็เป็นแบบนี้...ร่างกายที่ดูไม่ค่อยกำยำประกอบกับสีผิวซีดขาว ซึ่งคงไม่ค่อยได้ออกจากบ้านมาตากแดดตากลมสักเท่าไรนั้นล้มพับลงไป หลังจากที่ถูกบังคับให้เดินขบวนพาเหรด และถูกหามเข้าโรงพยาบาลอย่างด่วนยังคงติดตาเขาจนถึงทุกวันนี้

“แน่ใจนะครับ มียาแก้หอบอยู่ใช่ไหมครับ?”

ปลายสายหัวเราะเบา ๆ อย่างเหนื่อยอ่อน แม้ท่าทีนั้นจะทำให้เพื่อนสนิทแอบฉงนใจอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็ยังรู้สึกอุ่นใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้เป็นอะไรมาก ชายหนุ่มจึงตัดสินใจวางสายเพียงแค่นั้น เพื่อให้เพื่อนสนิทได้พักผ่อน ขณะที่มุ่งหน้าเดินกลับไปยังห้องเรียนอีกครั้ง...

ผมรู้นะว่าคุณอาชิตะรักคุณเมริน ต่อให้จะปฏิเสธว่าไม่ได้รักก็เถอะ...

แต่ผมก็ดูออกว่าหัวใจของพวกคุณสองคนน่ะ จริง ๆ แล้ว... 

 “ไง...”

ร่างสูงใหญ่กำยำเบื้องหน้าทำให้เมก้าต้องหยุดฝีเท้ามองอย่างแปลกใจ เขารู้จักคนคนนี้ดี...เซน ภีมวัจน์ ปัญจฤทธิ์เดชาชายหนุ่มอดีตเดือนคณะนิเทศศาสตร์ที่แม้จะอยู่ชั้นปีเดียวกับเขาและอาชิตะ แต่ก็เรียกได้ว่า 'ไม่กินเส้นกัน' ตั้งแต่สมัยที่เข้ามาใหม่ ๆ

คนไม่กินเส้นกัน...มาทักกันแบบนี้...

“เรียกผมเหรอ?”

“ก็เรียกนายนั่นแหละ...สามปีแล้วยังฟังภาษาไทยไม่คล่องอีกรึไง? ทำเป็นเงอะงะไปได้” เซนสะบัดเสียงใส่ นัยน์ตาสีเปลือกมังคุดมองอย่างเย้ยหยันคนตรงหน้า

“...งั้นเหรอครับ ก็ไม่แปลกหรอกครับ คนไม่รู้จักมักจี่กันแท้ ๆ แต่กลับมาเรียกมาทักกันแบบนี้” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระกลับไป ริมฝีปากยิ้มเบะเบี้ยวเชิงท้าทาย

“ว่าแต่ทักทำไมล่ะครับ มีอะไรเหรอครับ?” เขาเอียงคอถามต่อ สายตามองคนตรงหน้าที่จ้องตอบตาเขม็ง

“อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย หึ! ใครจะไปมีธุระกับลูกแหง่อย่างนายล่ะ”

เมก้ามองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ แต่เขารู้ดีว่าการต่อล้อต่อเถียงนั้นจะยิ่งมากความ เพราะคนพาลอย่างไรก็ยังหาเรื่องต่อล้อต่อเถียงได้อยู่ดี

“ฮะ ๆ เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ พวกผมน่ะไม่ใช่หมาหมู่บ้ากำลังนะครับ...แล้วต่อให้คุณอาชิตะจะเป็น 'บอส' ผมแล้วยังไงเหรอครับ? ผมว่าเขาก็เหมาะสมดีอยู่แล้วนี่ครับ ทั้งหน้าตา ชื่อเสียง ฐานะ หรือแม้แต่ความสามารถ...ใช่ไหมล่ะครับคุณเซน...”

Shit!

“โอ๊ะ ๆ ไม่สุภาพนะครับ อย่า Shit ดังสิครับ ฮะ ๆ เดี๋ยวคุณเมรินมาเห็นเขาจะมองไม่ดีนะ” นิ้วชี้ของเมก้าสัมผัสริมฝีปากตัวเองเบา ๆ แล้วแสร้งมองเข้าไปในห้องด้วยท่าทางยียวน ก่อนจะเดินกลับเข้าไปอย่างเมินเฉยคนตรงหน้าที่กำลังโกรธเกรี้ยว

“ไอ้ฝรั่งหลงเมือง...!

เซนจึงได้แต่สบถไล่หลังไป ก่อนจะรีบสาละวนจัดเนคไทและเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เนื่องจากได้เวลาเลิกคาบพอดี ชายหนุ่มข่มความไม่พอใจไว้ลึก ๆ แล้วปั้นยิ้มรอหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากห้องมา

“เหนื่อยไหมเมริน?” เซนรีบทักด้วยท่าทีเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอเดินออกมา เขามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างมีความสุข...วันนี้เมรินอยู่ในชุดนักศึกษาพอดีกับหุ่นเพรียวเล็กสมส่วนของเธอ มือข้างหนึ่งสะพายกระเป๋าสีฟ้าอ่อนใบไม่ใหญ่มาก ส่วนมืออีกข้างก็หอบหนังสือเรียนไว้แนบอก

“ไม่หรอกค่ะ” เธอยิ้มตอบเขา แต่เมื่อชายหนุ่มมองสบตาเธอ เขาก็ขมวดคิ้วไม่พอใจทันที

...เพราะขอบตาที่เต็มไปด้วยรอยแดงบวบช้ำจากคราบน้ำตา...

“เมรินร้องไห้เหรอ ใครมันกล้าทำเมรินของพี่เป็นแบบนี้!?

“ปละ เปล่าค่ะ ไม่มีใครทำเมรินหรอกค่ะ...เอ่อ พี่เซนไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ เมรินแค่นอนฝันร้ายน่ะค่ะ...”

“ฝันร้ายเหรอ... ร่างสูงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือใหญ่ไปโอบเธอไว้เบา ๆ หวังจะปลอบโยน “ไม่เป็นไรนะ มันก็แค่ฝันน่ะเมริน...อย่าเก็บมาคิดมากเลย”

ร่างเล็กในอ้อมกอดนิ่งเงียบ เธอมองมือใหญ่นั้นก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“อย่าเลยค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน มันไม่เหมาะ”

“...อืม” ร่างสูงชักมือออก สีหน้าแสดงความฉุนเฉียวเล็ก ๆ ขณะที่พาเธอไปยังลานจอดรถอยู่ใต้ตึกคณะมนุษยศาสตร์...เมรินถอนหายใจเบา ๆ ทำไมกันนะที่ภาพเดิม ๆ ในฝันกลับยังตามหลอกหลอนไม่เลิก...

“พี่เซน...เมรินฝันว่าตัวเองจมน้ำ แล้วก็กำลังจะตาย...” เธอค่อย ๆ เปิดปากเล่า

“หืม?”

“จริง ๆ นะคะ...มันเหมือนจริงมาก ๆ เลย เมรินได้กลิ่นของน้ำด้วย...รู้สึกแน่น ทรมานไปหมด แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายเรียกด้วยค่ะ...” อิทธิพลของฝันร้ายเริ่มกลับมาครอบงำเธออีกครั้ง...มือเล็กเกาะกุมกันไว้หวังปลอบใจตัวเอง

“...ไม่แปลกหรอก...” เซนปิดประตูรถก่อนจะค่อย ๆ กุมมือของเธอเอาไว้

“ทำไมล่ะคะ?” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เธอสงสัยเหลือเกินเกี่ยวกับเหตุการณ์ในความฝันนั้น...ราวกับว่ามันเคยเกิดขึ้นกับเธอจริง ๆ ที่ไหนสักแห่ง...

“ก็ตอนเมรินอายุสิบขวบ...เมรินจำได้ไหม? ที่เมรินเล่นซนจนตกสระน้ำที่โบสถ์น่ะ...” เซนถาม นัยน์ตาสีเข้มเป็นประกายสบตาเธอ ก่อนที่ร่างใหญ่จะเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า...ปล่อยให้ลมหายใจของเขาและเธอเข้าใกล้กัน...ใกล้กันไปอีก...

“พะ...พี่เซน...”

ร่างเล็กผงะได้สติคืนมา เธอรีบถอยหนีเพื่อหลบเลี่ยงการสัมผัสของริมฝีปากที่ห่างกันเพียงคืบจนหลังพิงแนบกับกระจกรถ...เมรินหลุบตาลงหายใจหอบอย่างรู้สึกหวาดกลัวลึก ๆ ภายในใจ

“เมริน...จะ จำไม่ได้...” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วเบาและส่ายหน้าช้า ๆ...เธอลืมไปหมดสิ้น...คงเพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจดจำ...

เซนมองเธออย่างขัดใจ ชายหนุ่มยึดไหล่สองข้างของเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง...

“ก็พี่ไง...! พี่นี่แหละที่ช่วยชีวิตเมรินตอนที่เมรินจมน้ำน่ะ...พี่ดำน้ำลงไปอุ้มเมรินขึ้นมา เมรินจำไม่ได้จริง ๆ เหรอ...?”

“จริง ๆ...เหรอคะ...”

หญิงสาวอึกอักเล็ก ๆ ในใจยิ่งสับสนหนักกว่าเก่า...สรุปว่านั่นคือเรื่องจริงสินะ...

ถ้าเป็นตอนเด็ก ๆ เราก็มีแค่พี่เซนคนเดียว...เด็กคนนั้นก็ผมสีดำนี่นา?

ก็คงจริงล่ะมั้ง...ให้ตายเถอะ แล้วทำไมถึงยังรู้สึกติดใจอะไรอยู่อีกล่ะ เมริน...

 

            เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบ หญิงสาวว่าที่อนาคตคุณหมอนั่งเงียบอยู่บนรถของเซน ซึ่งกำลังแล่นมุ่งหน้าไปยังศูนย์การค้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก

            “ยังมีอะไรไม่สบายใจอีกเหรอเมริน?” ชายหนุ่มฝั่งคนขับที่อยู่ในชุดลำลองเอ่ยถามเบา ๆ สายตาเขามองอย่างเป็นห่วงสลับกับถนนตรงหน้า

            “เปล่าหรอกค่ะ”

            “แน่ใจนะ? ไม่สบายอะไรรึเปล่า...” เขาพยายามถามต่อ แต่หญิงสาวเบาะข้าง ๆ ยังคงเงียบกริบ ทั้ง ๆ ที่เธอกับเซนรู้จักกันมานานมากจนถึงขั้นเคยคบหากันในฐานะแฟน...ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้เธอคงจะดีใจมาก เพราะนาน ๆ ทีเขาถึงจะว่างพาเธอไปเที่ยวสักครั้ง แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไป...ยิ่งกับการกระทำของเขาเมื่อครู่นี้แล้ว...

            ข้างทางอันคุ้นเคย...วันที่เธอถูกลากขึ้นไปบน 'ฟอร์จูนเนอร์สีดำ' คันใหญ่ยังคงติดตาไม่จางหาย ทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่รู้ว่าเขาทำกระทำไปเพื่ออะไร เขาตื่นเต้นแบบเธอไหม?...หรือเขาแค่ทำไปเพราะว่าหมั่นไส้เซน แต่แม้ว่าจะพยายามลืมเท่าไร เธอกลับยิ่งนึกถึงเขามากขึ้น ๆ อยู่ดี...ทั้ง ๆ ที่ในตอนนี้จะรู้แล้วว่าเขาเป็นน้องชายของคนที่เธอเกลียดแสนเกลียดก็เถอะ ก็พี่กับน้องนิสัยจะไปต่างกันได้อย่างไร? ซ้ำยังเป็นฝาแฝดกันอีกต่างหาก!

            “พี่เซน...รู้มาตลอดว่าอาชิตะเป็นน้องชายฝาแฝดของอากิระ”

            เซนเหลือบมองหญิงสาวก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า ใช่ พี่ถึงได้บอกว่ามันเป็นคนอันตรายไง”

            “ค่ะ...อันตรายมาก ยิ่งไปกว่าสิ่งเสพติดซะอีกมั้งคะ...เพราะตอนนี้เมรินลืมเขาไม่ลง”

            เซนรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาไม่ชอบหน้า 'คนคนนั้น' อยู่แล้ว และยิ่งรู้ว่าเธอไม่อาจลืมอาชิตะได้ เขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มสบถเสียงอย่างไม่พอใจก่อนจะมองหน้าเธอ

            “เพราะอะไรล่ะ? เมรินคิดว่ามันดีกว่าพี่ตรงไหนเหรอ?...ฮะ ๆ อย่าบอกเชียวนะว่าเมรินเห็นผู้ชายคนนั้นดีกว่าแฟนตัวเองน่ะ” สายตาคมปราดมองเธออย่างนึกรู้ดีว่าตนมีไพ่ใบที่เหนือกว่าอยู่ในกำมือ แต่...

            “เมรินยังไม่ได้ตอบตกลงนะคะ...เมรินยอมรับว่าตัวเองกำลังสับสนค่ะ แต่ก็แค่ไม่อยากเจ็บอีกก็เท่านั้น...” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ทั้ง ๆ ที่ภายในใจแทบจะระเบิดออกมาด้วยความรู้สึกสองอย่างที่ปะปนกัน...ระหว่างผู้ชายแสนดีและอ่อนโยนที่เป็นจูบแรก กับเขาที่เคยเป็นคนรักในอุดมคติที่อยู่ตรงหน้า...เธอบอกกับตัวเองเสมอว่าเธอรักเซน และในตอนนี้เขาก็รักเธอ...มันก็เป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่เธอใฝ่หามาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่หรือ?

            “งั้นก็ตามใจนะ พี่ไม่รีบหรอก พี่จะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ให้เมรินรัก...”

            เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “อากิระล่ะคะ เขาไม่ได้ติดต่อกลับมาเลยเหรอ”

            รอยยิ้มที่เคยฉายบนแก้มของชายหนุ่มคมเข้มจางหายไป เขาเองก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่อยากเป็นฝ่ายที่จะโทรไป จึงได้แต่เฝ้ารอ อากิระโทรหาเขาครั้งสุดท้ายช่วงสายของวันอาทิตย์ แม้ในตอนนั้นเขาจะเห็นสายที่โทรเข้ามา แต่เพราะว่าเขาอยู่กับเธอ จึงไม่อยากให้ใครก็ตามมาทำลายบรรยากาศนั้นลง และคงโชคดีที่ปิดเสียงเอาไว้ เมรินที่อยู่ด้วยกันจึงไม่รู้เรื่องนี้เลย แต่หลังจากนั้นชายหนุ่มไม่รู้ว่ามีใครโทรเข้ามาอีกหรือไม่ เพราะตอนค่ำที่เซนแวะไปที่บ้าน เขาดันลืมวางโทรศัพท์ทิ้งไว้จนต้องวนรถกลับไปอีกรอบ แต่ตอนนั้นแบตเตอรี่ก็ดันหมดไปแล้ว...

            “คงไม่ว่างมั้งนะ...” เขาตอบด้วยเสียงทุ้มอ้อมแอ้มในลำคอ นัยน์ตาหรี่เล็กลงอย่างครุ่นคิด เขาจะต้องให้ได้ว่าอากิระกำลังทำอะไรอยู่ โดยที่ต้องไม่ให้เมรินรู้ เพราะสิ่งที่เขาต้องการทำในตอนนี้คือการมัดใจให้หญิงสาวกลับมารักเขาอีกครั้ง และลืมผู้ชายที่ชื่อว่าอาคิโมโตะ อาชิตะไปเสีย...

          คนคนนั้น...แม้จะไม่อาจลบเลือนไปจากความทรงจำของเธอ แต่ก็คงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วล่ะ...แย่หน่อยนะอาชิตะ แค่เวลาสั้น ๆ ที่นายมีน่ะ อย่าหวังเลยว่าจะมีวันได้เมรินไปจากฉัน ต่อให้จริง ๆ แล้วนายจะมีความสำคัญกับเธอมากกว่าฉันก็ตาม...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 15:41
    อีก 1 ปริศนา... ใครช่วยเมริน
    #196
    0
  2. #178 Nampueng zaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 00:17
    ติดตามๆ
    #178
    0
  3. #143 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 13:38
    หายไปนาน พอกลับมาก็เจอเงื่อนงำ แล้วตกลงใครกันล่ะที่เคยช่วยเมริน ...
    #143
    0
  4. #86 เทพธิดาฟ้าใส (@jayjungharu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 15:25
    อ่า...ตกลงใครกันแน่นะที่ไปช่วยเมริน
    ติดตามค่าไรเตอร์

    #86
    0
  5. #50 MildMeloDyz (@-kunn-) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:56
    เมรินเลือกอาชินะอย่าเลืกเซ็นน้าาา
    #50
    0