CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 13 : [[,,,Chapter 10,,,]] Bouquet

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 649
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 ก.พ. 56

JJ♕


10

Bouquet



 

           ‘ถึงจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าสาหัสครับ เพราะอวัยวะภายในบางส่วนได้รับการกระทบกระเทือนและมีอาการเลือดคั่ง...ผมคิดว่าเราคงต้องให้คนไข้พักที่นี่อีกหลายวันเพื่อประเมินว่าไม่มีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้น ถึงจะอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ครับ...

            อาชิตะถอนหายใจอย่างไร้กะจิตกะใจจะทำอะไร เมื่อเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของตนเอง แต่อาจเพราะความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าพี่น้องทั่วไป หรืออะไรสักอย่างที่ทำให้เขาเคลือบแคลงใจว่ามีบางอย่างที่ไม่ค่อยชอบมาพากล...

            มีคนบอกว่าอากี้ไปขับรถปาดหน้าเขา แล้วสองคันก็ไล่แข่งกัน แต่โชคร้ายที่รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ...แม่ไม่น่าให้อากี้ออกไปเลย...ไม่น่าเลยจริง ๆ ไม่งั้นอากี้ก็ไม่เป็นแบบนี้...

            “โธ่เว้ยย...!” เสียงสบถดังขึ้นอย่างไม่พอใจภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศ ชายหนุ่มได้แต่ข่มอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับดูขัดใจเขาไปเสียหมด...

            “ไอ้เซน...”

            นิ้วมือเรียวยาวรีบต่อสายหาคนที่เพิ่งถูกสบถคำหยาบใส่...

จะไปเพราะอะไรถ้าไม่ใช่เพราะมันไม่ได้โผล่หน้าชั่ว ๆ ไปเยี่ยมอากิระที่โรงพยาบาลเลย แล้วมันก็ยังไม่ยอมรับสายเขาด้วย…!

            “ไปไหนวะ...ทั้ง ๆ ที่พี่ฉันรักแกมากขนาดนั้นแท้ ๆ กลับไม่ยอมโผล่หัวไปเยี่ยม!

            ชายหนุ่มได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ในใจ มือผอมเกร็งบีบโทรศัพท์ไว้แน่น...เขาไม่ได้สนใจสายตาของใครที่เดินผ่านไปมา จนกระทั่ง...

            หมับ...

            มืออุ่นของใครบางคนแตะเข้าที่ไหล่เขาเบา ๆ จากข้างหลังจนอดไม่ได้ที่จะต้องหันไป...แต่ใบหน้าที่เขาพบนั้นกลับทำให้น้ำตาและความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นออกมา...

            “คุณพ่อ...”

            “คิดถึงลูกจังเลยล่ะอาชิตะ คราวนี้พ่อจะมาอยู่ด้วยจนถึงตอนที่พาเราไปญี่ปุ่นเลยนะน้องอาชิ” ใบหน้าแย้มยิ้มตัดกับผิวขาวผ่อง ร่างสูงที่ดูจะตัวใหญ่กว่าเขารวบกอดเขาเอาไว้แน่นด้วยความคิดถึง ใบหน้าที่แทบจะคล้ายกันไปเสียทุกส่วน กับสำเนียงภาษาไทยที่ฝึกพูดจนชัด ทำให้พวกผู้ติดตามของพ่อเขาอดที่จะยิ้มไม่ได้

            “นายครับ คุณหนูเหมือนนายมาก ๆ เลย”

            “นั่นสิครับ...จะต่างกันก็แค่สีผมของคุณหนูกับทรงผมที่ไม่เหมือนนาย” ชายอีกคนยิ้มแล้วมองอาชิตะ

            “ฮะ ๆ นั่นสินะ นี่ แล้วอากิระไปไหนล่ะ? ทุกทีเห็นมาด้วยกันนี่นา” ผู้เป็นพ่อยิ้มขณะที่เดินมาขึ้นรถ หมายจะกลับบ้าน ทว่าคำถามนั้นกลับทำให้อาชิตะรู้สึกกดดัน...เพราะเรื่องต่าง ๆ ภายในครอบครัวนั้น อย่างไรก็ไม่อาจปิดบัง อาคิโมโตะ อาสึชิ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้เลย...

            “...เมื่อเช้าอากิระรถคว่ำ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลน่ะครับ...”

“อะไรนะ…!?”

 

......

 

อาชิตะกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งในตอนเย็นพร้อมกับพ่อของตน ตอนนี้อากิระก็ยังไม่รู้สึกตัวหรือตอบสนองใด ๆ มีเพียงแม่ของเขาที่ยังเอาแต่พร่ำโทษต่อว่าตนเอง และไอชาที่รีบมาทันทีที่รู้ข่าว หญิงสาวเพื่อนสนิทเองก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น จนกว่าอีกคนจะฟื้นขึ้นมา

“คุณ...” คุณหญิงอารดาค่อย ๆ เงยหน้ามองผู้เป็นสามีอย่างสำนึกผิด เธอโผกอดเขาไว้แล้วปล่อยโฮออกมา

“ไม่เอาน่าคุณ อย่าร้องไห้เลยนะ ผมเชื่อว่าลูกต้องปลอดภัย” เขายิ้มบาง ๆ ตอบเธอด้วยรัก สายตาผู้เป็นพ่อมองร่างของลูกชายคนโตบนเตียงที่ยังคงไร้สติ และเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือระโยงระยางด้วยความสงสารจับใจ มือใหญ่ค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสเบา ๆ ที่ผ้าพันแผลสีขาวแต้มแดงระเรื่อจากเลือดที่ซึมออกมาบริเวณศีรษะ

“คงเจ็บมากใช่ไหมลูก...”

“.....”

“เอาเถอะ...ไม่เป็นไรนะ พักผ่อนเถอะ หายเจ็บแล้วค่อยตื่นขึ้นมาตอบพ่อนะอากี้...” ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบลูกชายของตนด้วยรัก อาชิตะกับไอชามองภาพนั้นอย่างรู้สึกซาบซึ้งและสงสารจับใจ ก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากห้อง ไอชาจึงตามออกมาด้วย

หญิงสาวเดินตามอาชิตะที่นำออกมา สายตาจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้อย่างรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง

“อาชิตะ...”

เธอเองก็รู้สึกอย่างที่ฉันคิดใช่ไหม ไอชา...? เขาถามด้วยน้ำเสียงดูแข็งกร้าวที่ซ่อนความไม่พอใจไว้ลึก ๆ

ไอชามองเขาเงียบ ๆ “อื้ม ปกติอากี้ไม่ใช่คนแบบนั้น...ถ้าเขาจะขับรถไล่ใครแล้วรถดันไปคว่ำ ฉันว่ามันต้องมีที่มาที่ไปแน่ ๆ”

“อืม...แล้วอีกอย่างวันนี้ทั้งวันฉันพยายามโทรหาไอ้เซน มันก็ไม่ยอมรับสาย...ให้ตายเถอะอากิระ นายมันโง่จริง ๆ ที่ดันไปหลงคนแบบนั้น...” อาชิตะกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ ทั้ง ๆ ที่กำลังโมโหแต่ในใจก็โกรธพี่ชายหัวรั้นไม่ลง...ก่อนจะถอนหายใจแล้วพูดต่อ

“ฉันไม่ได้อะไรหรอกนะ แค่สงสัย...ไหนมันบอกว่ามันรักพี่ฉันนักหนาไง! ทีเวลาแบบนี้มัวไปมุดหัวอยู่ไหนล่ะ!...แล้วเธอรู้อะไรไหมไอชา ตอนที่มีคนไปช่วยอากิระน่ะ เขาเห็นอะไร...”

ไอชามองเขาแล้วยืนนิ่งรอฟังคำตอบ...คำตอบที่รู้ทั้งรู้ว่ามันคงเป็นสิ่งที่เจ็บปวดมากสำหรับคนที่แอบรักข้างเดียวอย่างเธอ...

“...พวกเขาบอกฉันว่ามันกอดช่อดอกกุหลาบเอาไว้แน่น...เหมือนพยายามปกป้องเอาไว้ แล้วที่ฉันเจ็บใจที่สุดก็เพราะมันเป็นการ์ดที่ลงชื่อถึงไอ้เซน!!...” อาชิตะพูดด้วยเสียงสั่นเครือก่อนจะทรุดตัวนั่งลงพิงผนังทางเดินอย่างหมดอาลัย

ไอชารับช่อกุหลาบที่อาชิตะแอบถือออกมาเอาไว้ หญิงสาวถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นมัน ช่อดอกไม้ที่ผ่านการรังสรรค์จัดแต่งมาอย่างดี ดูแล้วราคาคงไม่ใช่ถูก ๆ เลย แต่ในตอนนี้กลับเหลือเพียงกิ่งก้านหัก ๆ และช้ำจนไม่เหลือเค้าเดิม...

...ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่นายไม่โทรมาหาฉัน...เซน นายเป็นอะไรหรือเปล่า?

โกรธฉันเรื่องอะไรเหรอ ฉันขอโทษนะ...

บอกมาสิ... ฉันจะทำตัวดี ๆ ทำทุกอย่างที่นายชอบ

ฉันไม่ได้ต้องการอะไร แต่ช่วยรู้ไว้ได้ไหมว่า ฉันคิดถึงนายมากนะ...เซน...

...แปะ

น้ำตาหยดหนึ่งของเธอร่วงลงบนการ์ดใบนั้น หญิงสาวต้องข่มความอิจฉาในใจลึก ๆ เมื่อเห็นข้อความ...ข้อความที่อยากได้ยินเขาบอกกับเธอสักครั้ง ไอชามองร่างที่นอนไม่ได้สติผ่านกระจกใสหน้าห้อง แล้วข่มความเสียใจนั้นไว้ภายใน...

“หน้าที่ของฉันไม่ใช่การเอาแต่อิจฉาใคร...แต่มันคือการดูแลและทำให้เขามีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ...”

อาชิตะมองคนตรงหน้าแล้วพยักหน้าเบา ๆ “ฉันเชื่อว่าอากิระจะต้องรับรู้ได้ว่าเธอรักมันมากแค่ไหน...”

ไอชามองร่างนั้นที่เดินจากไปจนลับตา ก่อนจะปาดน้ำตาทิ้งไป เธอค่อย ๆ กลับมายิ้มอีกครั้งแล้วเดินกลับเข้าไปหาอากิระที่นอนพักฟื้นอยู่ในห้อง เพื่อที่จะดูแลเขา ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม...




รถเก๋งคันใหญ่สีดำค่อย ๆ แล่นไปในตรอกเล็กย่านชานเมืองช่วงพลบค่ำ ก่อนจะจอดเทียบหน้าห้องแถวเล็ก ๆ ที่อยู่สุดซอย

แม่! ทราย! เปิดประตูให้หน่อยสิ

เซนนั่นเอง เขาตะโกนเรียกหาสมาชิกในบ้าน ไม่นานนักเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายก็เดินออกมา

พี่เซน…!” เธอเรียกอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าเป็นเขาแล้วรีบกุลีกุจอเปิดประตูให้ เซนยิ้มแล้วกอดเธอไว้ ก่อนจะยื่นถุงข้าวแกงและขนมที่แวะซื้อมาให้

อ่ะ พี่ซื้อมาฝากทรายกับแม่เขายิ้มแล้วมองเข้าไปในตัวบ้าน

“พ่อไม่อยู่เหรอ?”

พ่อเหรอ...ออกไปเล่นไพ่น่ะ ตบตีแม่จนยอมให้เงินแล้วก็ออกไป...ทรายว่าพลางแอบเช็ดน้ำตาเงียบ ๆ เธอพาเขาเข้ามาในบ้านที่มีหญิงวัยกลางคนนั่งร้องไห้อยู่ด้วยความทุกข์ระทมใจ

แม่!

เซน...เธอค่อย ๆ รวบผู้เป็นลูกชายบุญธรรมมากอดไว้แน่น ที่ผ่านมาเธอเก็บเขามาเลี้ยงเพราะความสงสาร แต่ตอนนี้เซนกลับเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของครอบครัว

แม่ แม่ไม่ต้องร้องนะ...เซนซื้อกับข้าวมาฝากเยอะแยะเลยเขารีบแกะถุงแกงใส่ถ้วยแล้วนำมาป้อนผู้เป็นแม่และทราย น้องสาวต่างสายเลือดที่เป็นลูกแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเขามา แต่กระนั้นสองพี่น้องก็รักกันราวพี่น้องแท้ ๆ ที่คลานตามกันมา...

อื้อ...แกดีกับพวกเราจริง ๆ เซนเอ้ย

ไม่หรอกแม่ ก็แม่เลี้ยงเซนมานี่นา ทุกวันนี้ที่เซนได้เรียนก็เพราะแม่นะ...เขาพูดก่อนจะเว้นวรรคไป ถึงค่าเทอมมันจะแพงก็เถอะ

ผู้เป็นแม่พยักหน้า แล้วเรื่องที่แกต้องไปหลอกคบคนมีเงินอะไรนั่นล่ะ แกคิดดีแล้วเหรอเซน?”

“.....” เซนพยักหน้าเบา ๆ ทำท่าครุ่นคิด

ผมว่าจะเลิกกับมันแล้ว...ผมทุเรศตัวเอง ผมรู้ว่ามันก็มองเหมือนผมเป็นแมงดาเที่ยวไปขอเงินมัน พอให้ทีก็ยอมนอนกับมันแววตาแข็งกร้าวของเซนแสดงออกชัดเจน ทรายผู้เป็นน้องสาวหันไปมองหน้าแม่แล้วหันกลับมามองเขาอย่างสงสาร

โธ่...พี่เซน

ทราย...สักวันนะ ถ้าพี่มีเงินพี่จะเลิกกับมัน พี่จะทำงานหาเลี้ยงแม่กับทรายเอง

...แต่พี่จะไปหามาจากไหนล่ะ? ทุกวันนี้รถพี่ก็เงินแฟนพี่ไม่ใช่เหรอ?”

พี่หามาได้แล้วกันน่าทราย จะว่าไปเรื่องรถน่ะ วันนี้พี่ขับอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ก็ขับมาสีจนเป็นรอยเลยชายหนุ่มเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ที่เขายังสงสัยลึก ๆ ว่าอาจเป็นการปองร้าย

ปอร์เช่สีขาว...

แสดงว่าต้องเป็นพวกคนใหญ่คนโตไม่ก็มีอิทธิพลมากแน่ ๆ ถึงได้ใจกล้าเอารถราคาเกือบยี่สิบล้านมาไล่เบียดเขาเล่นอย่างนั้น ถึงมันจะเลิกตามเอาดื้อ ๆ ก็เถอะ แต่เขาก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี...

แล้วแกไม่เป็นไรใช่ไหมเซน

ครับ ผมไม่เป็นไร...

แต่อย่างนี้ก็ซ่อมบานเลยสิพี่เซน รถพี่น่ะตั้งแพงทรายว่าแล้วชะโงกมองรถที่มีรอยขูดเป็นทางยาวบริเวณประตูฝั่งคนนั่ง และยังมีรอยบุบลึกด้วย...

นั่นสิ แกจะเอาเงินที่ไหนไปซ่อมกัน รถราคาตั้งเป็นล้าน

ใครบอกผมจะซ่อมล่ะครับแม่ ก็ผมจะเลิกกับมันอยู่แล้ว ผมเลยว่าจะคืนมันทั้งอย่างนี้แหละ...เซนยิ้มเหี้ยมมองรถคันนั้นด้วยหางตา รถที่เป็นรอยก็เหมือนเจ้าของจริง ๆ ของมันนั่นแหละ ตกต่ำ มีตำหนิ และไม่มีใครต้องการ

ทรายกับแม่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร เซนยิ้มฮึกเหิมกว่าเดิม ในใจกระหยิ่มราวผู้ชนะ

คอยดูนะแม่ ผมนี่ละจะเหนือกว่าพวกมันสองพี่น้อง ผมจะไม่ยอมให้น้องชายมันมาแย่งเมรินไปจากผมหรอก ส่วนพี่ชายโง่ ๆ ของมัน ผมก็ไม่เคยจริงใจอะไร มันก็คงมองผมเป็นไอ้บ้านนอก คนโง่ ๆ คนจน ๆ ที่ให้มันหลอกสนองความใคร่ไปวัน ๆ เห็นผมก็แค่ของเล่น...ผมเกลียดพวกมันมากเลยแม่!”

มันจะเป็นเวรเป็นกรรมนะลูก...

เซนหันมามองเธอด้วยสายตาตาเขม็ง แม่สนด้วยเหรอ?”

หญิงวัยกลางคนชะงักไป เธอไม่รู้ควรจะตักเตือนเขาอย่างไรดี เพราะรู้ดีว่าที่เซนต้องทำทุกอย่างด้วยวิธีสกปรกแบบนี้ก็เพื่อครอบครัว ตรงข้ามกับ...

เฮ้ย! อีนังทราย อีนังมะลิ นี่ใครเขามาวะ!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นจากบริเวณทางเข้าบ้าน จะเป็นใครได้เสียอีกนอกจากตาสม พ่อเลี้ยงของเซนที่กลับบ้านมาด้วยสภาพเมาแอ๋ แม้แต่ในมือยังถือขวดสุราอยู่

นี่พ่อ! ดึกแล้วยังไม่เลิกเมาอีกเหรอ?” เซนตะโกนถาม

อ้าว...!? โถ ก็นึกว่าใคร เหอะ...ที่ไหนได้ก็คุณเทพบุตรเซน! หายหัวไปซะนาน นึกว่าลืมพ่อลืมแม่ไปแล้วซะแล้ว ถุย! ไอ้ลูกเทพบุตรลืมตีน

พ่อ! พูดให้มันดี ๆ นะ ผมลืมอะไรชายหนุ่มกำมือแน่นข่มอารมณ์โกรธไว้

ก็ลืมพวกข้าไง เอ็งได้ดีมีรถขับ นาน ๆ จะกลับมาให้สตงสตางค์ข้าสักที...ผู้เป็นพ่อพูดอย่างเมามายไร้สติ มือหนึ่งก็ชี้หน้าเซนไปด้วย

ไม่จริงซะหน่อย! ที่ผมยอมทนทุกอย่างก็เพราะรักพ่อกับแม่แล้วก็ทรายนะ!”

เฮอะ! เหรอวะ ไอ้ลูกเก็บมาเลี้ยง...เอ็งน่ะเหรอจะรักข้า งั้นทำไมไม่ให้ข้าไปอยู่สุขสบายด้วยกับเอ็งล่ะ หรือกลัวไอ้ลูกเสี่ยคนรวยนั่นจะดูถูกว่ามีพ่อจน ๆ แบบข้ากันแน่วะ!”

เซนนิ่งเงียบไม่ต่อล้อต่อเถียง เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพ่อบุญธรรมที่กลายร่างเป็นปีศาจเพราะพิษพนันและสุรา

ฟังไว้นะพ่อ! ถ้าพ่ออยากมีเงินก็ต้องฟังผม ห้ามทำร้ายแม่กับทราย! แล้วผมจะโอนเงินมาให้พ่อก้อนหนึ่งพรุ่งนี้...

สมหัวเราะชอบใจเมื่อรู้ว่าจะได้รับเงินอีกก้อน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งทำร้ายผู้เป็นภรรยาและแย่งชิงค่าใช้จ่ายประจำวันของบ้านไปซื้อสุราและเล่นพนันเสียจนหมดตัว ร่างผอมแห้งเดินมากอดเซนด้วยรักทั้งที่ยังไม่สร่างเมาดี นัยน์ตาของเซนหลุบลงต่ำอย่างอึดอัดใจมาก ทุกครั้งชายหนุ่มคิดเสมอว่าอยากจะหนีไปให้ไกล แต่เขาก็ไม่อยากเห็นแก่ตัว ทิ้งน้องกับแม่ไปสุขสบายคนเดียว...นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ชอบอาชิตะอย่างมาก...เพราะคนคนนั้นไม่เคยต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกับเขา





วันรุ่งขึ้น

หอสมุดยามบ่ายคับคั่งด้วยนักศึกษาที่มาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น บ้างก็ขะมักเขม้นอยู่กับตำราเรียนอย่างคร่ำเครียด บ้างก็มาใช้บริการอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ทว่าบางคนกลับไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์เช่นเดียวกับนักศึกษาผู้อื่น

ฉันลองค้นจากทุกเล่มที่มีแล้วนะ ทั้งหมดก็ได้แค่นี้แหละ ข้อมูลน่ะเสียงใสดังขึ้นเบา ๆ ภายในมุมอ่านหนังสือพิมพ์ หญิงสาวใบหน้าหมวยผู้มีบุคลิกร่าเริงเป็นเอกลักษณ์ พิสต้า พิชญ์สิตา รัตนชลาธรรูมเมทสุดซี้ของเมรินนั่นเอง นิ้วเรียวของเธอไล่ไปตามกระดาษโน้ตสีอ่อน ซึ่งบันทึกข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ ที่รวบรวมมาได้

อื้ม... เมรินรับมาอ่านแล้วพยักหน้าเข้าใจ

ฉันว่าเขาชื่ออาชิตะจริง ๆเพื่อนสาวพินิจพิเคราะห์

“อืม... ฉันเองก็ค่อนข้างมั่นใจ ฉันเคยไปกับเขาตอนนั้นน่ะเขามองพี่เซนแบบอย่างกับว่าจะเชือด ทั้ง ๆ ที่ดูอากิระจะออกแนวหลงพี่เซนซะขนาดนั้นแท้ ๆ”

“อืม... แต่ง่าย ๆ เลยนะเมริน ถ้านามสกุลเหมือนกัน ท่าทางดูเหมือนขนาดนั้นแล้วล่ะก็ ฉันว่าสองคนนี้ต้องเป็นฝาแฝดหรือไม่ก็พี่น้องกันแน่ ๆ

เมรินหันหน้ามองพิสต้าอย่างสงสัย ในใจเธอเองก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ “แต่แปลกนะ คนแบบอากิระน่ะเหรอจะมีฝาแฝด ออกจะเป็นพวกคุณหนูเอาแต่ใจ อีกอย่างนะฉันว่าใบหน้าอาชิตะอย่างกับว่าจะซีด ๆ ดูโทรม ๆ กว่าอากิระซะอีก”

อืม...ฉันไม่รู้นะ ฉันเองก็ตามได้แค่นี้น่ะ รู้แค่ว่าเขาเคยเป็นเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อน เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น และเป็นทายาทกิจการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่ญี่ปุ่น ที่คุณพ่อของเขาลงทุนลงแรงสร้างขึ้นกับมือเอง จนตอนนี้กิจการใหญ่โตติดอันดับโลกแล้ว สุดยอดไปเลย! ส่วนคุณแม่ของเขาเป็นแม่บ้านธรรมดา...แต่ยังไงฉันก็รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่หยิ่งอะไรนะ

อืม ขอบใจมากนะพิสต้า...เมรินพยักหน้าก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปมาเบา ๆ บนทัชแพดโน้ตบุ๊ก ก่อนที่พิสต้าจะลงมือทำการบ้านของเธอบ้าง

หญิงสาวยังคงไล่สายตาอ่านข้อมูลบนจอภาพไปเรื่อย ๆ แต่ก็พลันสะดุดตากับบางอย่างที่ทำให้เรียวปากเล็กคลี่ยิ้มออกมา...มันคือเฟสบุ๊กส่วนตัวของอาชิตะนั่นเอง! เธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าการค้นหาด้วยประโยคที่บ้าหลุดโลกอย่าง ผมบ้าโคะรีแลคคุมะจะทำให้ค้นพบมันได้...
 


เธอเลือนลงมาตามไทม์ไลน์ของเขาเรื่อย ๆ เพื่อหวังหาเบาะแส ...แต่แล้ว!...

พรึ่บ!

จู่ ๆ ไฟก็ดับลงทั้งหอสมุด...เหล่านักศึกษาต่างตื่นตระหนกในความมืดมิด แต่เพียงไม่กี่นาทีไฟสำรองสีสลัวก็ถูกฉายแทน พอให้มองเห็นว่ามีใครบางคนพับฝาโน้ตบุ๊กเมรินลงต่อหน้าต่อตาเธอ!

...!!!

“...เหนื่อยไหมที่ต้องคอยตามหา?”

เมรินพยายามเพ่งมองร่างนั้น...น้ำเสียงนุ่มนวลฟังดูเฉยชาต่างจากทุกทีที่เคยได้ยิน เธอรู้สึกหน้าชาเมื่อเงาร่างสูงใหญ่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

นะ...นี่นาย...อาชิตะ…?”

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ...เธอค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาร่างนั้นช้า ๆ ภายใต้ความมืดมิดอย่างรู้สึกกดดัน ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

“...คงอยากรู้สินะ เรื่องของฉันน่ะ

เอ่อ...คือ...เมรินอึกอัก พิสต้าที่นั่งอยู่ก็พูดอะไรไม่ออก...ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันในความมืดมิด

ใช่ ฉันน่ะชื่ออาชิตะ ชื่อนี้มาตั้งแต่เกิด แต่ฉันก็เข้าใจนะว่ามันไปคล้ายใครบางคนสำหรับเธอ เพราะที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยคิดว่าฉันมีตัวตนอยู่จริง ๆ...

น้ำเสียงของเขาสะท้อนความเจ็บปวดออกมาจนทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก เมรินยิ่งรู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง เมื่อล่วงรู้ว่าคนตรงหน้ารู้ทันความคิดของเธอมาโดยตลอด...

อา...

ฉันพยายามไม่พูด ไม่บอกอะไรเธอทั้งนั้น เพื่อที่จะทำให้เรายังอยู่ด้วยกันต่อไปได้...เพราะว่าจริง ๆแล้วฉันชอบเธอมาก...เธอไม่เหมือนผู้หญิงทุก ๆ คนที่ฉันเคยเห็น...เขาหยุดพักหายใจอย่างหดหู่

“.....”

ฉันคิดมาตลอดว่าฉันอยากจะคอยดูแลเธออยู่ห่าง ๆ ความรู้สึกนี้มันตอกย้ำในใจฉันทุกวัน ๆ ที่ให้ฉันอยากตื่นขึ้นมาเรียนในทุกวัน เพื่อจะได้ก่อกวนเธอ หรือทำอะไรก็ได้ แค่ได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ...ฉันแน่ใจว่าเธอใช่สำหรับฉัน แต่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเวลาแห่งความสุขมันจะผ่านไปเร็วขนาดนี้...น้ำเสียงของเขาสั่นเครือยิ่งกว่าเดิม จนเมรินที่ได้ยินทุกอย่างถึงกับยืนตัวสั่นสะท้าน ก้อนสะอื้กนั้นติดอยู่ภายในอกของทั้งคู่

อะ...อาชิตะ นี่นาย...

น่าเสียดายที่ฉันดันเกิดมาเป็นน้องชายของคนที่เธอเกลียดขี้หน้า...เพราะใบหน้าพวกฉันมันเหมือนกัน ฉันเลยคิดอยู่แล้วว่ายังไงความรักของฉัน มันก็เป็นไปได้แค่ข้างเดียว...

...!!!

...นาย... อาชิตะหันหลังให้เธอ ก่อนจะสะอื้นหนักกว่าเดิม...

ใช่แล้วล่ะ...ฉันเป็นน้องชายฝาแฝดของอากิระ...คนที่เธอเกลียดนักหนาไง..."

"....."

"แต่ฉันคงไม่มีวันเปลี่ยนให้เธอมองพี่ชายฉันในแง่ดี หรือเปลี่ยนให้พี่ชายฉันมองเธอในแง่ดีได้หรอก เพราะอย่างนั้น...เราสองคนอยู่ห่าง ๆ กันคงจะดีกว่า เธอจะได้ไม่ต้องหนักใจหรือเดือดร้อนอะไรอีก เพราะถ้าอากิระรู้เรื่องนี้ เขาต้องไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่...ลาก่อนนะ เมริน...


เมรินที่นิ่งอึ้งไปถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เธอได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูลงมาไม่ขาดสาย...หญิงสาวไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย...เธอก็ยังได้แต่เฝ้ามองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำ...เมรินไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้เลย...
 

===============================================================

                                     

Talk with us !!



Melon: เฮ้อ T_T ในที่สุดก็ครบ 100% แล้วนะคะสำหรับตอนที่ 10

ต้องขอโทษผู้อ่านที่ติดตามด้วยค่ะ

เพราะว่าใช้เวลาในการอิดิตนานไปหน่อยนี่แหละ 55 ทำให้ผลงานออกมาล่าช้ากว่าเดิม

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าตอนนี้มีหลากหลายความดราม่ามากค่ะ(?) ฮ่ะ ๆ

แต่ว่าอย่าลืมนะคะ ยังไงนิยายเรื่องนี้ก็ยังเป็นรักหวานแหววอยู่ ^^ อิ ๆ

ตอนหน้า...ใครที่เป็นแฟนคลับ 'เมก้า' พ่อหนุ่มฝรั่งจ๋าผู้โลกสวย(?)


และ 'อากิระ' หนุ่มเลือดร้อนผู้แสนจะจริงใจ(?)

เหล่าสองหนุ่มสองมุม(?) จะมาพบกับผู้อ่านทุกท่านแน่นอนค่ะ >_< พลาดไม่ได้นะคะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #290 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 00:23
    ฮือออออTT น่าสงสารทุกคนเลยอ่าาา~
    #290
    0
  2. วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 12:39
    แง้~ ไม่รู้จะด่าเซนหรือสงสารเซนดี แต่ทำแบบนี้ก็ใจร้ายกับอากี้เกินไปแล้วน้าาา แต่ที่น่าสงสารที่สุดคืออาชิตะ กับเมรินฮืออออ~
    #195
    0
  3. #175 Nampueng zaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 00:09
    อากิระรอดแล้ว เย้ๆ

    ลุ้นอยู่ตั้งนานว่าจะเป็นอะไรมั้ยย
    #175
    0
  4. #134 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 23:14
    โล่งใจที่อากิระยังไม่เป็นอะไรมาก
    แต่ก็นะ คนเรามีหลายมุม บางครั้งมุมที่ไม่ดีอาจจะเยอะ แต่ก็มีบางมุมนั่นแหละที่ดีบ้าง เฮ้อ...ชีวิต
    แต่ที่เสียใจสุดๆ ก็คืออยู่ๆ อาชิตะมาพูดทำร้ายจิตใจกันอย่างนี้ได้ยังไง
    #134
    0
  5. #83 เทพธิดาฟ้าใส (@jayjungharu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2556 / 15:19
    ตอนนี้ค่อนข้างดราม่านะ ฮ่าๆๆ แต่เราชอบอ่า แอบสงสารเซนเหมือนกันนะ
    แต่อาชิตะน่าสงสารกว่า เมรินเอ๋ย...เริ่มจะชอบพ่อหนุ่มอาชิแล้วล่ะสิ อิอิ สู้ๆๆค่ะ

    #83
    0
  6. #47 MildMeloDyz (@-kunn-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 00:10
    ตอนเเรกคิดว่าเซ็นเป็นคนที่นิสัยไม่ดี เเต่พอรู้ว่าต้องเอาเงินที่มาจากอากิระเเล้วรู้สึกสงสารเซ็นจัง
    เเต่เซ็นไม่น่าเกลียดอาชิตะนะ
    #47
    0