CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 26 : [[,,,Chapter 19,,,]] Hotarubi

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    16 มิ.ย. 56

JJ♕

19

Hotarubi

 

           “มาอยู่ที่นี่แบบนี้จะไม่เป็นไรแน่เหรอครับ? ผมรู้นะว่าทำไมรุ่นพี่อาชิตะถึงต้องเข้าโรงพยาบาลน่ะ”

           ภายในเต็นท์ขนาดเล็กสำหรับสองคน ชายหนุ่มรุ่นน้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีน้ำตาลประกายเหลือบมองคนตรงหน้าซึ่งกำลังนั่งเช็ดผมให้แห้ง หลังจากทั้งสองเพิ่งไปอาบน้ำมาที่ท้ายค่ายพร้อมกันกับนักศึกษาชายคนอื่น ๆ ผ้าขนหนูเนื้อดีลายตุ๊กตารีแรคคุมะอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวถูกเช็ดไล้ไปตามเรือนผมสีเทายาวสลวย แม้ว่าอาชิตะจะยังแอบเคืองเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำอยู่ แต่เขาก็ยังหันมามองอีกคนก่อนจะยิ้มบาง ๆ ตอบ

           “แหม ไม่เป็นไรมากหรอกน่า เดี๋ยวนี้เด็กน้อยเฮเซลดูจะเป็นห่วงพี่จังแฮะ ฮะ ๆ”

           “ก็พี่เป็นพี่รหัสผมนี่นา ผมน่ะดีใจมากเลยที่รุ่นพี่อาชิตะคอยดูแลทุกอย่าง ทั้งกองชีทเอกสารเป็นตั้งที่อุตส่าห์หอบมาให้ผมยืมอ่าน แล้วยังช่วยติวข้อสอบทุกวิชาจนผมสอบผ่าน ไหนจะให้แนวข้อสอบไฟนอลมาอีก” เฮเซลยิ้ม

           “ฮะ ๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า”

           “ครับ...” ชายหนุ่มรุ่นน้องมองพี่รหัสของตนอย่างชื่นชม แล้วค่อย ๆ หยิบถุงนอนสีน้ำตาลอ่อนในกระเป๋าเป้รูปจิงโจ้ออกมากาง

           “อ้าว จะนอนแล้วเหรอ?

           “อ๋อ ยังหรอกครับ...ที่จริงผมอยากชวนรุ่นพี่อาชิตะออกไปเดินเล่นข้างนอกน่ะครับ”

           “หืม เดินเล่นเหรอ? มืด ๆ แบบนี้มันอันตรายนะ พี่ว่าอย่าดีกว่าน่า”

           เมื่อได้ยินคำตอบ เฮเซลก็แอบเบ้ปากและชักสีหน้าไม่พอใจเล็ก ๆ เขาอยากให้อาชิตะออกไปเดินเล่นข้างนอกมากกว่าที่จะนั่งอุดอู้เช็ดผมอยู่นั่น

           “ครับ...ก็ได้ครับ”

           “อื้ม ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปแล้วกันนะ คืนนี้นอนกันดีกว่าเนอะ” พี่รหัสพยายามตัดบทอย่างรักษาน้ำใจที่สุด ก่อนจะทอดสายตามองทิวทัศน์ภายนอก ป่ารกชัฏที่มีไม้ยืนต้นขึ้นหนาตาเต็มไปหมดทำให้เขาลอบถอนหายใจเบา ๆ ที่รกร้างแบบนั้น ถ้าขืนออกไปเดินสุ่มสี่สุ่มห้ากลางค่ำกลางคืนล่ะก็...ถึงจะไม่หลงทาง ก็คงได้รับบาดเจ็บกลับมาแน่ ๆ

           ชายหนุ่มอีกคนมองเขาก่อนจะลอบถอนหายใจเบา ๆ ออกมาเช่นกัน และในจังหวะนั้นเองที่เฮเซลแอบเห็นสิ่งของบางอย่างภายในกระเป๋าเป้โคะรีแรคคุมะนั้น ที่อาชิตะเพิ่งจะหยิบมันใส่กลับคืนเข้าไป ถึงแม้จะไม่ได้เรียนมาทางด้านนั้น แต่เฮเซลก็รู้จักเจ้าสิ่งนั้นอยู่ดีทีเดียว...ใบหน้าชั่วร้ายแสยะยิ้มอย่างพอใจมากในมุมมืด

           ถ้าแค่มาที่นี่ก็ยังต้องใช้ของพวกนี้...

         ...เป็นอย่างที่ผมคาดไว้จริง ๆ ด้วยสินะ รุ่นพี่อาชิตะ...

            อาชิตะยิ้มมองรุ่นน้องคนสนิทแล้วหัวเราะเบา ๆ อย่างไร้เดียงสา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังจ้องมองกระเป๋าของตนอยู่นานสองนาน

            “เฮเซลเองก็ชอบคุมะเหรอ? น่ารักใช่ไหมล่ะ ที่บ้านพี่มีเยอะมากเลยนะ เดี๋ยววันหลังจะเอามาให้สักตัวดีไหม?

            ใบหน้าขาวใสยิ้มชอบใจ วงแขนก็กอดกระเป๋านั้นไว้แน่นราวกับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา...ช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน...บริสุทธิ์และใสซื่อจนไม่อาจรับรู้ได้ถึงพิษภัยความริษยาที่มาพร้อมกับการเข่นฆ่าทำลายเลยแม้แต่น้อย

            “ดีกับผม...ขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “เอ๋? ก็แหงสิ ก็เราเป็นพี่น้องรหัสกันนี่นา เคยแต่เป็นน้องเขา พอได้มีน้องของตัวเองแล้วรู้สึกดีใจมากเลยล่ะนะ”

            เฮเซลหลุบตาลงต่ำด้วยเริ่มรู้สึกผิดบางอย่างในใจ บางอย่างที่เขาต้องทนเก็บมันเอาไว้...และมันโหดร้ายเกินกว่าจะสารภาพออกมา

ทั้ง ๆ ที่พี่ดีกับผมแล้วก็ทุก ๆ คน แต่เพราะผม พี่ถึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่...

ขอโทษนะครับ...ถึงเมื่อหัวค่ำผมจะไม่กล้าลงมือก็เถอะ

แต่ผมก็บอกกับพี่ไม่ได้จริง ๆ อภัยให้ผมเถอะนะ...

รุ่นพี่อาชิตะ ผมน่ะ...ทนอยู่ต่อหน้าคนดี ๆ อย่างพี่ไม่ได้อีกแล้ว!

ไวเท่าความคิดที่รุ่นน้องพรวดพราดออกจากเต็นท์ไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าอาชิตะที่ยังอยู่ในท่าทีงุนงงและตกใจ เขารีบวิ่งลัดเลาะตามแนวชายป่าริมตีนเขาอย่างคล่องแคล่วจนน่าแปลกใจ เฮเซลไม่รู้เลยว่าแสงดาวที่สว่างรำไรบนผืนฟ้าสีดำสนิทนั้นสวยงามเพียงใด เพราะภาพเบื้องหน้าของเขาบัดนี้มันพร่าเลือนไปด้วยหยดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาด้วยความขัดแย้งบางอย่างภายในใจ อาชิตะรีบทิ้งกระเป๋าลงและวิ่งตามออกมาติด ๆ ด้วยความเป็นห่วง และไม่ทันนึกตรึกตรองสิ่งใด

“ฮะ...เฮเซล!?”

 

         ในที่สุดก็ล่อมันออกมาได้สักทีนะ...

         ขุนเขาเงียบสงัดอันไร้ผู้คน ไร้ซึ่งหนทางที่จะหลบหนีไปได้อีก...ไม่อาจมีใครล่วงรู้ และไม่มีทางที่ใครจะมาช่วยเหลือได้ทัน...ถึงเวลาชำระแค้นกับพวกแกสองพี่น้องทีละคนแล้วล่ะ!

               

           แสงสว่างวิบวับสีเขียวอมเหลืองจากหิ่งห้อยตัวน้อย ซึ่งบินลัดเลาะทิวหญ้าและชายหาดอันเงียบงันยามเที่ยงคืน ทวีส่องสว่างให้ผืนฟ้าสีดำสนิทที่เดิมประปรายอยู่ด้วยแสงดาวสุกสกาวเหนือท้องทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตายิ่งขึ้น สายลมเย็นยะเยือกหน้าหนาวพัดมาอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับทำให้เนื้อกายเหน็บหนาวได้อย่างประหลาด

           ภายในเต็นท์เล็ก ๆ ฝั่งนักศึกษาหญิง นัยน์ตาต้องประกายแสงจันทร์สีน้ำตาลเข้มค่อย ๆ ลืมขึ้นมาอีกครั้ง...ร่างเล็กชันตัวลุกขึ้นและพบว่าตนอยู่ในเต็นท์เพียงลำพัง ร่างของหญิงสาวที่เคยนอนอยู่ข้าง ๆ หายไป เหลือไว้เพียงผ้าห่มสีฟ้าสว่างของเจ้าตัว

           “พี่ไอชา?

           ร่างเล็กร้องเรียกอย่างแปลกใจ เมรินลุกออกมาข้างนอกและพบหญิงสาวเรือนผมสีดำยาวสลวย ซึ่งนั่งหันหลังให้เธออยู่บนตอไม้ไม่ห่างออกไปนัก

           “เบา ๆ หน่อยเมริน...”

           ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมา เท้าเล็กของเมรินเดินย่องไปหาอย่างสงสัย ขณะที่ไอชาหันกลับมาช้า ๆ พร้อมกับแสงประกายของเหล่าหิ่งห้อยตัวน้อยที่สว่างวาบในมือ

           “สวยไหม?”

           “ค่ะ”

           หญิงสาวรุ่นพี่อมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะชูมือให้เจ้าหิ่งห้อยหลงทางบินจากไป แสงสว่างดวงเล็ก ๆ ของมันยังคงกระพริบอยู่แม้ว่าจะบินห่างออกไปไกลแล้วก็ตาม

           “พี่ชอบหิ่งห้อยนะ” ไอชาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบลงในที่สุด

           “จริงเหรอคะ เมรินก็ชอบค่ะ มันสวยดีนะ...ที่บ้านมีเยอะมากเลย”

           “เหรอ...ดีจัง” ไอชายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหยิบไอโฟนออกมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ราวกับว่ามันเป็นของแปลกที่หาดูได้ยากทำเอาดาวมหาวิทยาลัยรุ่นน้องอดยิ้มไม่ได้

           “ตอนที่หนูเห็นพี่ไอชาครั้งแรก หนูคิดว่าพี่ไอชาคงเป็นคนหยิ่ง ๆ เพราะหน้าตาดีแถมยังดูคุณหนูสุด ๆ ด้วย...ไม่นึกเลยว่าพี่ไอชาจะอบอุ่นขนาดนี้ ดีใจนะคะที่ได้เจอ”

           “ขนาดนั้นเลยเหรอเมริน” ไอชาหัวเราะเบา ๆ

           “ฮะ ๆ ค่ะ ว่าแต่เรื่องเมื่อเช้า...ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”

           “...ไม่หรอก ไม่เป็นไรน่า...” หญิงสาวรุ่นพี่ลอบถอนหายใจ “ก็อย่างที่เซนเขาบอกล่ะนะ...พี่แอบรักอากิระข้างเดียว”

           แค่ได้ยินชื่ออากิระ เมรินก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ...คนโมโหร้ายจอมอาละวาดแบบนั้นชนะใจสาวหวานพูดน้อยอย่างพี่ไอชาไปได้ยังไงกัน?

           “อา...”

           “ก็คงสงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมไม่ใช่อาชิตะ”

           “ค่ะ...ทั้งที่อาชิตะเขาก็...”

           “พี่แอบชอบอากิระมาตั้งแต่ ม.ปลายน่ะ แต่เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนแบบนี้หรอกนะ...อากิระน่ะเป็นผู้ชาย!” แค่คำว่าอากิระเป็นผู้ชายก็ทำเอาเมรินสะอึกไปหลายวินาทีเลยทีเดียว ไอชามองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจแล้วเปิดปากเล่าต่อ

           “พี่ชอบอากิระ...ทั้งที่เราเป็นเพื่อนสนิทกันแท้ ๆ อาจเป็นเพราะพี่เป็นผู้หญิงล่ะมั้ง ยิ่งพอเขาทำดีให้ ยิ่งได้ใกล้ชิดกัน พี่ก็ยิ่งห้ามใจไม่ได้จริง ๆ จนรู้ว่าเขาไปมีเรื่องกับเซน แต่ไป ๆ มา ๆ อากิระก็เปลี่ยนไป แล้วก็ตัดสินใจคบกับเซน”

           “...”

           “ตลอดเวลาที่คบกัน อากิระก็ชอบเอาปัญหามาเล่าให้พี่ฟังตลอดเลยนะ”

           “หนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นเรื่องของหนูสินะคะ” เมรินแทรกขึ้นมา นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเธอเบือนหนีไปอีกทางด้วยความเจ็บปวดลึก ๆ ในใจ

           “ไม่ใช่หรอก แต่เป็นเพราะเรื่องเงินต่างหาก...เมรินรู้บ้างรึเปล่าว่ารายได้ของเซนตลอดสามสี่ปีที่ผ่านมานี้ รวมทั้งคอนโดแล้วก็รถที่ขับอยู่น่ะ มันเป็นเงินของอากิระทั้งนั้นเลย” ไอชาพูดอย่างเจ็บปวด นัยน์ตาเศร้าสร้อยนั้นกระพริบถี่ ๆ และพยายามกักกลั้นน้ำตาเอาไว้...เธอไม่ได้อิจฉาเซน แต่กลับรู้สึกสงสารอากิระมากกว่า อากิระยอมเสียเงินมากมายเพื่อซื้อเวลาของเขาเอาไว้ แต่กลับถูกทรยศจนเจ็บปางตาย

           “คนคนนั้น...” เมรินอุทานเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

           “อากิระ...จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรกับอาชิตะเลยสินะคะ”

           ไอชายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

           “ใช่ ไม่ต่างกันหรอก ไอ้ตระกูลรักใครแล้วรักจริงจังน่ะ ถึงอาชิตะจะเป็นพวกเก็บความรู้สึกและไม่ค่อยพูด ชอบแบกความทุกข์เอาไว้ในใจตลอด ตรงข้ามกับอากิระที่คิดยังไงก็พูดออกมาซะหมดเปลือก แต่ว่า...พี่ว่าเมรินโชคดีนะที่ได้เจออาชิตะน่ะ”

           “ระ เหรอคะ ขัดกับภายนอกที่เห็นมากเลย”

           “อื้ม...ก็อาชิตะเขาไม่เคยรักใครนอกจากเมรินมาก่อนเลยนี่นา เห็นสองคนมีความสุขกันได้แบบนี้พี่ก็สบายใจนะ ให้อาชิตะเขาได้มีความสุขบ้าง...สักนิดก็ยังดี”

           หญิงสาวรุ่นพี่พูดเพียงสั้น ๆ แต่คำพูดนั้นกลับสะกิดใจอยู่ไม่น้อย

           ให้นายอาชิตะได้มีความสุข...สักนิดก็ยังดีงั้นเหรอ?

         หมายความว่ายังไงนะ?

            “ป่านนี้คงนอนกอดหมีคุมะหลับไปแล้วมั้ง ฮะ ๆ” ไอชาหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อเห็นท่าทีคิดมากของเมริน

            “เอ่อ นั่นสินะคะ ก็ดูเขาไม่ค่อยสบายนี่นา” เมรินระบายยิ้มบาง ๆ ร่างเล็กเหม่อมองไปยังกลุ่มเต็นท์ของนักศึกษาชายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร แสงไฟที่ใกล้มอดสนิทเต็มทีทำให้เธอเริ่มมองอะไรไม่ชัดเจน

            “...ราตรีสวัสดิ์นะอาชิตะ แล้วพรุ่งนี้เรื่องที่นายถามน่ะ...ฉันจะตอบนายเอง ความรู้สึกของพวกเราตอนนี้มันไม่มีอะไรที่ต้องลังเลอีกแล้วล่ะ”

            เมรินยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะนึกถึงในหน้าของเขาแล้วอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ หญิงสาวก้าวเท้าตามไอชาเพื่อไปดูหิ่งห้อยริมป่าชายเลน ซึ่งมีต้นลำพูขึ้นอยู่หนาตา ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าจะไม่ลังเลอะไรอีกแล้ว พรุ่งนี้ทุก ๆ อย่างของเธอและเขาจะเปลี่ยนไป

            ใช่...มันจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

 

            “เฮเซล...อยู่ไหนน่ะ!?

            อาชิตะยังคงร้องเรียกเฮเซลที่วิ่งเตลิดออกจากเต็นท์อย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มวิ่งตามมาเรื่อย ๆ จนไม่ทันสังเกตข้างทางหรือหวาดกลัวอันตราย พอรู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่แถวตีนสะพานไม้ไผ่ ซึ่งทอดตัวเข้าไปในป่าชายเลนทรุดโทรมที่รกชัฏและมืดสนิท

            ด้วยความเหนื่อยล้าและตื่นตระหนก จึงไม่แปลกเลยที่จะรู้สึกแน่นจนหายใจไม่ทั่วท้องและต้องหยุดพักหอบ มือหนาข้างหนึ่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ พลางนิ่วหน้าหอบหายใจถี่ มืออีกข้างกุมหน้าอกเอาไว้เพราะอาการหอบหนัก เหงื่อใส ๆ อาบร่างที่ค่อย ๆ ทรุดลง

            ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายนอกจนหนาวยะเยือกจับใจ ชายหนุ่มได้เพียงมองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทีอ่อนแรง ลางสังหรณ์บางอย่างบ่งบอกให้รู้ว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน

            “ออกมานะ!

            ชายหนุ่มประกาศกร้าวเสียงแข็ง ความน่าสะพรึงจากสิ่งที่มองไม่เห็นรุกล้ำเข้ามาราวกับจะบีบลำคอให้หายใจไม่ออก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างนั้น

            “...”

            ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นระรัวหนักหน่วง อาชิตะเกลียดความรู้สึกแบบนี้จริง ๆ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจก่อนจะควานหาท่อนไม้เหมาะมือข้างตัวมาถือไว้เป็นอาวุธ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นข้างแก้มใสด้วยความรู้สึกกดดัน

            เสียงนกเค้าแมวที่ออกหากินตอนกลางคืนขับขานความวังเวงยามเที่ยงคืนให้น่าพรั่นพรึงขึ้นไปอีก ความหวาดหวั่นฉายในดวงตาคู่นั้นอย่างแจ่มชัด ความสวยงามของธรรมชาติและเหล่าหิ่งห้อยนับร้อยนับพันเหมาะสมให้ที่นี่เป็นดั่งสุสานกลางชายหาดอันห่างไกลผู้คน

            “นายมาทำอะไรที่นี่อาชิตะ”

            เสียงใครบางคนดังขึ้นจากข้างหลัง ร่างสูงของอาชิตะสะดุ้งโหยงอย่างตกใจเมื่อเสียงนั้นเป็นเสียงของคนที่คุ้นเคยดี

            “นะ นายมัน...”

 

 

“ทำไมถึงมาปวดท้องเอาตอนนี้นะ ยิ่งแปลกที่แปลกทางอยู่ด้วย ผีฉันก็กลัว...”

ภายในเต็นท์เงียบสงัด ร่างเล็กของหญิงสาวลุกขึ้นมานั่งกุมท้อง ใบหน้าใสของไอชาบูดเบี้ยวพลางมองไปรอบ ๆ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะนอนหลับไปได้ไม่นานนัก แต่กลับรู้สึกปวดท้องขึ้นมาจนไม่อาจข่มตาลงนอนได้อีก

หลังจากที่นับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อสงบสติอารมณ์ ในที่สุดไอชาก็ทนต่ออาการปวดท้องไม่ไหว มือเล็กสะกิดเรียกเมรินที่นอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ข้าง ๆ อย่างเกรงใจให้ช่วยไปเป็นเพื่อน

ทั้งสองเดินเลาะชายป่ามาตามทางที่ค่อนข้างรก ข้างทางมีพุ่มไม้และพงหญ้าขึ้นอยู่หนาตา ถ้าเหลือบมองไปข้างบนก็จะเห็นเป็นป่าที่ปกคลุมไปด้วยไม่ยืนต้นสูงใหญ่ ถัดจากที่นี่ไปไม่ไกลนักจะเป็นชายเขาติดกับป่าชายเลนซึ่งห่างไกลจากผู้คนในค่าย

“อื้ม เมริน...ระ รอพี่ตรงนี้ก็ได้” รุ่นพี่สาวว่าเสียงอ่อย ไอชาเหลียวมองไปรอบ ๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายด้วยความกลัว เบื้องหน้าของเธอคือห้องน้ำสาธารณะซึ่งทำอย่างง่าย ๆ ด้วยไม้ตอกกับสังกะสีพอเป็นพื้นที่ให้นั่งยอง ๆ ทำภารกิจส่วนตัว แม้จะดูไม่ถนัดนักแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของไอชาแล้วล่ะ

“ไม่ต้องรีบก็ได้นะคะพี่ไอชา เดี๋ยวหนูรอค่ะ”

เสียงใสของเมรินตะโกนบอก ร่างเล็กเดินไปรอบ ๆ...ที่นี่เงียบสงัดไร้สรรพเสียงใด มีเพียงความมืดมิดที่ทำให้ร่างเล็กสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความพรั่นพรึง

สายลมพัดโชยมาตามยอดหญ้าและกิ่งไม้แห้ง เหงื่อเม็ดโตค่อย ๆ เกาะพราวข้างแก้มใส ดาวมหาวิทยาลัยรุ่นน้องเริ่มมีท่าทีหวาดวิตกจนเห็นได้ชัด ขณะที่เมรินจมปลักอยู่ภายใต้ความรู้สึกนั้น เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากบริเวณที่ไม่ไกลออกไปนัก!

“เฮเซลอยู่ที่ไหน!

สะ เสียงนี่มัน...หรือว่าอาชิตะ!?

 

 

            อาชิตะยังคงร้องเรียกเฮเซลที่วิ่งเตลิดออกจากเต็นท์อย่างไม่ลดละ ชายหนุ่มวิ่งตามมาเรื่อย ๆ จนไม่ทันสังเกตข้างทางหรือหวาดกลัวอันตราย พอรู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่แถวตีนสะพานไม้ไผ่ ซึ่งทอดตัวเข้าไปในป่าชายเลนทรุดโทรมที่รกชัฏและมืดสนิท

            ด้วยความเหนื่อยล้าและตื่นตระหนก จึงไม่แปลกเลยที่จะรู้สึกแน่นจนหายใจไม่ทั่วท้องและต้องหยุดพักหอบ มือหนาข้างหนึ่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ พลางนิ่วหน้าหอบหายใจถี่ มืออีกข้างกุมหน้าอกเอาไว้เพราะอาการหอบหนัก เหงื่อใส ๆ อาบร่างที่ค่อย ๆ ทรุดลง

            ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศภายนอกจนหนาวยะเยือกจับใจ ชายหนุ่มได้เพียงมองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทีอ่อนแรง ลางสังหรณ์บางอย่างบ่งบอกให้รู้ว่าตนกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน

            “ออกมานะ!

            ชายหนุ่มประกาศกร้าวเสียงแข็ง ความน่าสะพรึงจากสิ่งที่มองไม่เห็นรุกล้ำเข้ามาราวกับจะบีบลำคอให้หายใจไม่ออก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างนั้น

            “...”

            ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นระรัวหนักหน่วง อาชิตะเกลียดความรู้สึกแบบนี้จริง ๆ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจก่อนจะควานหาท่อนไม้เหมาะมือข้างตัวมาถือไว้เป็นอาวุธ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นข้างแก้มใสด้วยความรู้สึกกดดัน

            เสียงนกเค้าแมวที่ออกหากินตอนกลางคืนขับขานความวังเวงยามเที่ยงคืนให้น่าพรั่นพรึงขึ้นไปอีก ความหวาดหวั่นฉายในดวงตาคู่นั้นอย่างแจ่มชัด ความสวยงามของธรรมชาติและเหล่าหิ่งห้อยนับร้อยนับพันเหมาะสมให้ที่นี่เป็นดั่งสุสานกลางชายหาดอันห่างไกลผู้คน

            “นายมาทำอะไรที่นี่อาชิตะ”

            เสียงใครบางคนดังขึ้นจากข้างหลัง ร่างสูงของอาชิตะสะดุ้งโหยงอย่างตกใจเมื่อเสียงนั้นเป็นเสียงของคนที่คุ้นเคยดี

            “นะ นายมัน...เซน!

            “ใช่ ฉันเองแหละ พอดีเห็นที่นี่มันเงียบสงบดี แลดูเป็นสถานที่สุดพิเศษ” ใบหน้าคมยิ้มเยาะ เซนมองกิ่งไม้รกชัฏเบื้องหน้าที่พอให้เห็นเป็นทางเดิน ถัดจากตรงนั้นไปคือลำไผ่ที่ทอดเป็นสะพานพอให้คนเดินสวนกันได้ ซึ่งตัดเลาะลึกเข้าไปในดงป่าโกงกางและต้นลำพูใหญ่ เบื้องล่างเป็นโคลนตมมีแอ่งน้ำขังอยู่เป็นระยะ ตลอดทางมีเหล่าหิ่งห้อยบินพอเป็นแสงรำไร

            “นายหมายความว่ายังไง?”

            “ที่นี่สวยไหม อาชิตะ” ชายหนุ่มในชุดดำสนิทแยกยิ้มอย่างมีเลศนัย รองเท้าผ้าใบคู่หนาก้าวเข้าหาอาชิตะที่ยืนนิ่งอยู่และยังไม่หายจากอาการเหนื่อย

            “...”

            “เฮเซลอยู่ที่ไหน!

            “สมกับเป็นคุณหนูอาชิตะอ่อนแอขี้โรคจริง ๆ หึ...แต่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันน่ะให้เกียรตินายแล้วก็เลือกที่นี่ให้” เซนยิ้มกว้างกว่าเดิม ขณะที่มือหนาของอาชิตะเกร็งจับท่อนไม้ยาวเรียวไว้แน่น แววตาที่เคยหวาดกลัวสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

            “อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง บอกมานะเฮเซลอยู่ไหน!

            “เฮเซล...? ไอ้เด็กนั่นน่ะไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก”

            “ว่าไงนะ! นี่นายเอารุ่นน้องฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน”

            เซนเลิกคิ้วสูงและยิ้มอย่างพอใจ ร่างใหญ่กว่าก้าวเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ

            “ไอ้เด็กนั่น...เป็นนกต่อล่อแกออกมาให้ฉันเชือดไง...ไอ้ลูกคุณหนูหน้าโง่!

            “...!

            เพราะรู้อีกฝ่ายกำลังอึ้ง เซนจึงพูดต่ออย่างชอบใจ “แต่ถึงอย่างนั้นแกก็ยังออกมาถึงที่นี่ได้ ฉันว่าแกนี่มันก็บ้าดีเดือดดีจริง ๆ เลยล่ะ”

            “หึ...ก็อย่าลืมสิว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่สนว่านายจะพูดเรื่องอะไร แต่ฉันมาตามหาเด็กนั่น ไม่เกี่ยวก็ถอยไป”

            เสียงเย็นเรียบเอ่ยขึ้นช้า ๆ ราวกับเวลาหยุดหมุนลงไปชั่วขณะ เซนรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอาชิตะไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมแพ้ เพราะเขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับอากิระ แม้บุคลิกภายนอกจะบ้าตุ๊กตาหมีกลบเกลื่อน...แต่นั่นก็ไม่ใช่ทุกอย่างของเขา ภายใต้รอยยิ้มใสซื่อนั้น อาชิตะยังแฝงความน่ากลัวบางอย่างไว้อยู่

            “พูดได้ดีนี่ แล้วถ้าฉันไม่ถอยล่ะ? นายจะทำอะไรได้ หืม?”

            อาชิตะแยกยิ้มเย็นชา มือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อของร่างสูงกว่าไว้ด้วยกำลังแรง ความมืดปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างช้า ๆ พร้อมกับบรรยากาศเย็นยะเยือกที่แปรเปลี่ยนเป็นร้อนระอุ

 

“พี่ไอชาคะ คือ...”

“คือพี่ปวดท้องหนักอ่ะเมริน...ระ รอพี่แป๊บนะ” เสียงที่ดูอิดโรยน้อย ๆ ของไอชาดังตอบมาจากในห้องน้ำสาธารณะ แค่ฟังจากเสียงเมรินก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคงอาการหนักไม่ใช่น้อย

“เอ่อ...ค่ะ แต่คือเมื่อกี้เมรินได้ยินเสียงอาชิตะน่ะค่ะ”

“ว่าไงนะ? อาชิตะเหรอ”

“ค่ะ จริง ๆ นะคะ”

“...งั้นไปหาอาชิตะก่อน เดี๋ยวพี่ตามไป...คะ คนเซ่อซ่าแบบนั้นน่ะจะทำอะไรเองได้”

เพียงแค่ได้ยินคำพูดของเมริน ตาขวาของไอชาก็กระตุกรัว เธอสังหรณ์ใจเหลือเกินว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขา...อาชิตะคนนั้นมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ ความลับที่จะกลายเป็นจุดอ่อนของเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าเซน

แล้วเธอก็คิดว่า...เซนเองก็รู้แก่ใจดี

 

            “ที่อุตส่าห์ล่อฉันออกมาที่นี่แค่เพราะจะตัดสินว่าใครเหมาะสมกับยัยนั่นอย่างนั้นเหรอ? นายก็ไม่ได้โง่นะเซนที่จะต้องมาสู้แล้วเอาเมรินมาเกี่ยว...ทำไมถึงกล้าพูดเต็มปากล่ะว่าเมรินเป็นของนาย? ในเมื่อก็รู้ดีแก่ใจว่ายัยนั่นเป็นผู้หญิงของฉัน...” อาชิตะยกยิ้มและหัวเราะชอบใจ นัยน์ตาคมปราดมองเซนที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนักด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม

            “...”

            “นายก็รู้ว่าฉันเหนือกว่านายมาตั้งแต่แรก...แล้วทำไมถึงยังไม่ยอมหยุดสักทีล่ะ?

            เซนกัดฟันกรอดเมื่อคำถามของอีกคนเสียดแทงใจลึก ๆ

            “นั่นมันอดีตไปแล้ว!...ถามจริง ๆ ว่าเมรินเขาจำแกได้ไหม ก็เปล่า? มีแต่ฉันคนเดียวที่อยู่กับยัยนั่น! แล้วจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะจริงไหม? ฮะ ๆ”

            “แล้วยังไงล่ะ? ต่อให้จำไม่ได้ฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้ฉันเป็นคนรักของยัยนั่น โดยที่คนอย่างนายก็เถียงไม่ออก” อาชิตะยังคงยืนยิ้มนิ่งสงบราวกับเป็นผู้ที่มีไพ่ตายในมือ ความจริงที่ว่าเขาคือเจ้าของของเมริน แม้ว่าจะถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่จะทำให้คนอย่างเขาโกรธและเดือดดาลได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องนี้หรอก...

            “...”

            “ถามจริง ๆ แกยังจำผู้ชายที่ชื่ออาคิโมโตะ อากิระได้รึเปล่า!?”

            “...? พูดถึงมันขึ้นมาทำไม?”

            เพราะคำพูดพล่อย ๆ ของเซน ร่างเล็กจึงกัดฟันกรอดอย่างเคียดแค้น อาชิตะปราดมองคนตรงหน้า ก่อนจะตรงเข้ากระชากคอเสื้อเขาอย่างไม่กลัวเกรงอีกครั้ง ทันทีที่นึกถึงเรื่องของพี่ชาย ความแค้นก็ทำให้เขาลืมตัว

            “เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย!

            “ฉันต่างหากที่ต้องถาม...อากิระไปทำอะไรให้นายนัก!” อาชิตะตวาดลั่นอย่างไม่พอใจ ชายหนุ่มในสภาพเดือดดาลเลือดขึ้นหน้าผลักร่างใหญ่กว่าให้แนบชิดไปกับเสาสะพาน

            “อึ๊ก!

            “...ทำไมต้องฆ่าอากิระด้วย!!!

            สิ้นเสียงตวาดของอาชิตะ ร่างใหญ่กว่าของเซนก็ถึงกับตกตะลึงอยู่ในภวังค์เพราะคำถาม...หัวใจที่เต้นอยู่แทบจะหยุดลงเอาเสียดื้อ ๆ เมื่ออาชิตะบอกว่าเขาคือคนที่ฆ่าอากิระ พี่ชายฝาแฝดของตัวเอง แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อที่ผ่านมาเขายังไม่ได้ติดต่อกับอากิระเลยแม้แต่ครั้งเดียว...

            อากิระโทรหาเขาครั้งสุดท้ายก็ตอนสายของวันอาทิตย์

            ...หรือว่า!?

 

            “วันนั้น...อากิระออกไปข้างนอกด้วยรถปอร์เช่สีขาว”

            ...!!!        

            เซนอึ้งไปชั่วขณะกับคำพูดของอาชิตะ สิ่งที่เขาคิดในตอนนี้ไม่ผิดแน่ อากิระคือเจ้าของรถหรูคันนั้นที่ขัดปาดรถเขาแน่นอน จังหวะลีลาการขับที่ดูจะมีชั้นเชิงแอบแฝงความเคียดแค้นและหมายมั่นจะเอาชีวิตนั้น ทำให้เขาและเมรินเกือบจะตกอยู่ในอันตรายจนเอาชีวิตกันไม่รอด ทั้งยังเกาะติดและไล่ตามจนน่าหวาดหวั่น

แต่ในตอนนั้นเขาก็ขับหลุดออกมาได้นี่นา?

            หรือว่า...

            “ถ้ารถคันนั้นเป็นอากิระ ฉันก็ขอบอกไอ้หมาบ้าอย่างแกไว้เลยนะอาชิตะ ฉันไม่ได้ทำอะไรพี่ชายของแกเลยสักนิด!” เซนโพล่งบอกอย่างมั่นใจ ทั้ง ๆ ที่ในหัวเต็มไปด้วยคำถามและความสับสน มันยากที่จะเชื่อเหลือเกินว่าอากิระจะจากโลกใบนี้ไปแล้ว

            “งั้นเหรอไอ้ชั่ว!” ไม่ว่าเปล่า หมัดใหญ่น้อยก็ระดมลงบนใบหน้าของเซนอย่างโกรธแค้น อาชิตะในตอนนี้โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาสลัดภาพคุณหนูอ่อนโยนและอบอุ่นที่เคยมีมาจนหมดสิ้น ความแค้นในใจถาโถมใส่คนตรงหน้าอย่างไม่ปราณี

          “แค่นี้ต้องโกรธขนาดนี้เลยเหรอ สมกับเป็นนายเมื่อก่อนเลยนะ”

          ร่างใหญ่กว่ายิ้มยั่วอย่างพอใจ เซนหัวเราะในลำคอก่อนจะจ้องคนตรงหน้าตาเขม็ง

          “เก็บคำด่าเอาไว้ใช้กับตัวเองเถอะไอ้ลูกคุณหนู แกมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันนักหรอก...แล้วอีกอย่างนะ ถึงอากิระมันจะตายหรืออะไรก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ในเมื่อมันขับรถมาหาเรื่องฉันก่อน แล้วจะไปรถคว่ำตายหรืออะไรฉันก็ไม่ขอรับรู้ด้วย...!” ร่างสูงกว่ายักไหล่ไม่แยแส

          “ไอ้สารเลว...มันเป็นเมียแกแท้ ๆ”

          อย่างที่คิดเลย อาชิตะตบะแตกยิ่งไปกว่าเดิม ร่างสูงคว้าท่อนไม้เหมาะมือที่อยู่ไม่ไกลตั้งท่าฟาดให้เลือดชั่วของร่างสูงออกมา เซนยิ้มร้ายอย่างพอใจ ก่อนจะชักมีดเล่มยาวเกือบฟุตที่เสียบไว้ข้างลำตัวออกมากวัดแกว่ง

          “เมียเหรอ...กับไอ้เศษสวะพรรค์นั้นก็มีค่าไว้แค่ให้ไถเงินเท่านั้นแหละ! รวยแต่ไร้สมอง! มันก็นิสัยของพวกแกทั้งคู่นี่นะ แล้วจะยังมีหน้ามาทำอะไรฉันได้ล่ะ คุณหนูอาชิตะ?”

          “ไอ้ชั่ว...”

          ว่าไม่ว่าเปล่า ร่างเล็กกว่าของอาชิตะก็พุ่งเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างเกรี้ยวโกรธ หลังมือหนาสะบัดตบเข้าที่ใบหน้าคมด้วยกำลังแรงจนหันไปอีกทิศ

          “มันจะมากไปแล้วนะ...” เซนตะโกนกร้าวพลางชักใบหน้าหันกลับมามองด้วยท่าทีเดือดดาล มีดในมือตวัดจ้วงหมายแทงร่างเล็กอย่างไม่ยั้งมือ

          วืดดด...

          ผิดคาด อาชิตะเบี่ยงตัวหลบได้ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ ขณะที่จับท่อนไม้ด้วยมือทั้งสองอย่างมาดมั่น สมกับที่เคยร่ำเรียนวิชาฟันดาบญี่ปุ่นมาในสมัยมัธยมปลายจนฝีมือเป็นที่ยอมรับ หนำซ้ำยังเคยได้รับรางวัลจากการประกวดมานับไม่ถ้วน

          “เข้ามาสิ!” ความโกรธเข้าแทรกในที่สุด อาชิตะตวาดลั่นท้าทายคนตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรงใด ๆ อีกต่อไป ใบหน้าใสแยกยิ้มจนเห็นฟันเขี้ยวขาวราวกับมังกรหนุ่มที่ท้าทายพยัคฆ์ดุดันอย่างเซนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น

          อย่าคิดว่าฉันเป็นอาชิตะที่ติดตุ๊กตาแล้วไม่สู้คนสิ

        ถ้าเป็นเรื่องของอากิระ ต่อให้ต้องตายยังไง ฉันก็ต้องสั่งสอนแล้วเอาเลือดหัวนายออกมาให้ได้!

               

           เพราะคำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มร่างใหญ่กว่าแยกยิ้มอำมหิตออกมา สายตาคมเข้มจ้องเขม็งอีกคนราวกับจะทำให้แหลกสลายเป็นผุยผงได้ในคราวเดียว การต่อสู้ครั้งนี้ของอาชิตะไม่เพียงแต่แขวนไว้ด้วยหนึ่งศักดิ์ศรีของผู้เป็นพี่ชาย ที่ต้องเจ็บหนักปางตาย แต่อีกหนึ่งก็คือความแค้นอาฆาตที่พยาบาทลึกในใจ และยังแขวนเอาไว้ด้วยหนึ่งชีวิตนี้!

           หึ...ทำเป็นพูดดีไปเถอะอาชิตะ นายไม่มีโอกาสได้อาละวาดอย่างนี้เป็นครั้งที่สองหรอก!

         จุดอ่อนของแก...ความลับของแก...ฉันนี่แหละจะกระชากมันออกมาเอง!

               

            สายลมผันผวนปรวนแปรหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เสียงนกร้องยามราตรีบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท ความน่ากลัวเข้าปกคลุมโดยรอบ...สองบุรุษที่ยืนตระง่านด้วยไฟแค้นจ้องเขม็งมองกันอย่างไม่ละลด เท้าที่ยืนหยัดแน่นค่อยขยับทีละก้าวอย่างช้า ๆ สายตาที่จ้องประสานอย่างไม่ลดละหมายมองกันอย่างมาดมั่น...เสียงหัวใจเต้นระรัวดังราวกับเข็มวินาทีที่นับถอยหลังสู่เวลาแห่งการฟาดฟันประหัตประหารอีกคนให้สิ้น!

            โครม!

            “ได้แค่นี้เองเหรอวะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอ มีดคมในมือฝังลึกเข้าไปในท่อนไม้ที่เกร็งป้องตัวผู้ถือเอาไว้ แน่นอนว่าคนที่ถือไพ่เหนือกว่าคือเซน!

            ไม้จะไปสู้อะไรกับมีด!

            เสียงหอบเบา ๆ เริ่มดังขึ้นจากร่างที่ตั้งท่ารับเบื้องล่าง อาชิตะกัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจเมื่ออาการเดิม ๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นทั่วร่าง

            “...” ไร้เสียงตอบรับใดนอกจากรอยยิ้มจาง ๆ

            “เป็นบ้าไปแล้วรึไง!

            “ถ้าขีดจำกัดมีแค่นี้ ฉันก็คงต้องรีบจัดการให้เสร็จแล้วล่ะ!” ร่างเล็กกว่าผละออกมาด้วยความเร็ว เซนเองก็ไม่รีรอให้โอกาสนี้สูญเปล่า เขารีบเงื้อมือแล้วแทงสุดแรงหมายมั่นว่ามันจะต้องถูกร่างของอาชิตะเข้าอย่างจัง

            ปั่ก!

            ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างเซนอย่างรวดเร็ว มีดในมือถูกปล่อยให้ตกลงบนพื้นด้วยแรงจากท่อนไม้ที่ฟาดลงถูกข้อมืออย่างจัง อาชิตะยิ้มชอบใจก่อนจะใช้โอกาสนั้นสวนคืนอีกคนด้วยการล็อกคอให้มั่น แล้วสวนกระทุ้งด้วยเข่าเข้าที่ท้องน้อยอีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ

            “อั่ก!

            “จำเอาไว้ว่าคนอย่างนายโดนแค่นี้มันยังน้อยไป นายยังเจ็บไม่ได้เท่าครึ่งหนึ่งของอากิระ! ฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว รถคันนั้นที่นายขับไปก็เงินของมันใช่ไหมล่ะ คอนโดนั่นจริง ๆ ก็เงินของมันอีกใช่ไหมล่ะ...ไอ้เศษสวะเซน นายมัน...”

            เซนนิ่งเงียบ

            “บอกมาว่านังผู้หญิงที่ไปกับแกวันนั้นมันเป็นใคร!

            อาชิตะตวาดร่างที่นอนมอบกระแตอยู่ที่ฝ่าเท้า สายตาดุดันจ้องเขม็งอย่างไม่ละสายตา เมื่อนึกถึงภาพพี่ชายฝาแฝดที่นอนสลบไสล ร่างกายที่เคยสง่างามเข้มแข็งนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล...อากิระเกือบต้องตายเพียงเพราะหลงรักแมงดาหาความจริงใจไม่ได้อย่างเซน

            “เฮอะ...ถ้าฉันบอกไป แกจะมีปัญญาทำอะไร หืม?” เซนยิ้มยั่ว ร่างสูงกว่าพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง นิ้วมือใหญ่แสนโสมมนั้นลูบไล้ใบหน้าอาชิตะแล้วค่อย ๆ ไล้ลงมาผ่านแผ่นอกด้วยรอยยิ้มร้าย ขณะที่ร่างเล็กนิ่งอึ้งขยับกายไม่ออก ไม่รู้ว่าอีกคนมาไม้ไหน

            “เอามือสกปรกแกออกไป” มือขาวปัดมันอย่างไม่พอใจ สายตาคมจ้องอีกคนอย่างรังเกียจ ขณะที่เซนยิ้มร้าย

            “พอฟังจบ...แกอาจจะตายเลยก็ได้”

            แม้จะสงสัยในสิ่งที่อีกคนบอก แต่คนอย่างอาชิตะไม่คิดเชื่อใจเซนง่าย ๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว...ตั้งแต่สมัยมัธยมฯ เวลาที่เจอหน้ากัน เขาก็มักจะเห็นสายตาก่อกวนหรือคำพูดจิกกัด...เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าคงไม่พอใจตัวเองอะไรสักเรื่อง ยิ่งพอเขาสอบแพทย์เมฮิเมะติด ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เซนก็ยิ่งแสดงท่าทางราวกับมีอะไรในใจ ทั้ง ๆ ที่ต่อหน้าอากิระเขาไม่ใช่คนแบบนี้เลย... 

            ยิ่งพอได้มาแข่งเดือนด้วยกันด้วย...ทุกครั้งที่เจอกันก็มักจะได้ยินแต่คำก่นด่าเรื่องฐานะบ้าง...เรื่องนั้นเรื่องนี้ไร้สาระบ้าง...ราวกับแค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน...จากเฉย ๆ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นไม่ชอบ...ยิ่งต้องมาแย่งผู้หญิงคนเดียวกันด้วยแล้วล่ะก็...

            “จะอะไรฉันก็ไม่สน แต่แกต้องไปขอโทษอากิระกับฉัน!

            อาชิตะประกาศกร้าว แต่ในขณะนั้นเองที่ความรู้สึกบางอย่างบีบคั้นร่างกายอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกแน่นที่หน้าอกเริ่มขยายตัวรัดกุมร่างกายจนหายใจไม่สะดวก ร่างกายเหมือนกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ อากาศที่อยู่ภายในเหมือนกำลังจะหมดลงอย่างช้า ๆ อาชิตะเริ่มหายใจหอบหนักพร้อมกับอาการวิงเวียนจนแทบจะทรงตัวยืนไม่อยู่

         ซะ...ซวยแล้ว ทำไมถึงดันมาเป็นเอาตอนนี้!

         ด้วยความรู้สึกอัดอัดทรมานจากอาการที่กำลังกำเริบของตัวเอง อาชิตะก็ทรุดเข่าลงอย่างไร้เรี่ยวแรงใด ๆ ปลายเล็บคมจิกเข้ากับหน้าอกด้วยความปวดเค้นทรมานพร้อมกับเหงื่อมากมายที่ผุดขึ้นข้างแก้ม

            “หึ...” ร่างสูงกว่าสบถในลำคออย่างใจเย็นก่อนจะกระชากเรือนผมยาวอีกคนด้วยกำลังแรง

            “ถึงตาฉันแล้วล่ะ!” เซนพูดขึ้นอย่างผู้ชนะ แม้จะเป็นวิธีการที่ลอบกัดหรือป่าเถื่อนอย่างไรในตอนนี้เขาก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น ต่อให้จะเป็นการทำร้ายคนที่ป่วยจนไม่มีทางสู้แล้วก็เถอะ

            ร่างใหญ่ระดมลูกเตะสุดแรงเข้าที่ชายซี่โครงของอาชิตะอย่างจัง จนร่างนั้นหลุดปากร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวด อาชิตะล้มลงนอนหอบหมดท่า เขากระอักลิ่มเลือดสีแดงฉานออกมาและส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปกับพื้นหญ้าและใบไม้แห้งอย่างสิ้นฤทธิ์ สายตาอิดโรยได้เพียงแต่จ้องมองอาฆาตเซนที่เดินเข้ามาใกล้ไปทุกขณะ สติก็เริ่มจะเลือนรางลงไปทุกที

“ถ้าจะตาย...มันก็เพราะแกอ่อนแอเองล่ะนะ” เซนยิ้มอย่างชอบใจ ใบหน้าคมเข้มฉายแววเป็นสุข ร่างสูงก้มลงนั่งยอง ๆ ข้าง ๆ อาชิตะอีกครั้งเป็นการสั่งลา

“ไหน ๆ ฉันก็ไม่ได้รักอากิระ แล้วมันก็รถคว่ำตายไปแล้วด้วย แต่ถือว่าฉันยังใจดีที่อุตส่าห์ส่งแกไปอยู่เป็นเพื่อนมัน แค่นี้เรื่องของฉันกับแกก็ถือว่าจบกันไปแล้วกันนะ ฮะ ๆ” เซนยิ้มเย็นขณะที่ลูบหัวอีกคนแรง ๆ ด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะลุกเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยพร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

 

...

            หลังจากที่เซนเดินออกไปแล้ว บรรยากาศรอบนอกก็คงเหลือไว้เพียงกลิ่นอายแห่งความตาย น้ำค้างเย็นยะเยือกค่อย ๆ ทิ้งตัวไหลหล่นลงบนร่างที่นอนตะแคงคว่ำหน้า ลมหายใจโรยรินนั้นแผ่วเบาจนยอดอ่อนต้นหญ้าที่อยู่ติดปลายจมูกแทบไม่กระดิกไหว

          เสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นใกล้ ๆ เงามืดนั้นดูสูงดำทะมึนเมื่อเทียบกับร่างที่นอนอยู่ กลิ่นกายอันคุ้นเคยทำให้เขาพยายามฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้งเพื่อลืมตามองอีกครั้งด้วยรอยยิ้มบางสุดฝืน...

          “ทำไม...ถึงตามมาที่นี่ล่ะ ฉัน...กำลังจะนอนนะ...”


_______________________________________________TALK WITH HIME

ครบร้อย 100% แล้ว เย้
แต่ยังไม่ได้อิดิทนะคะ อาจจะพากันงงนิด(?)
สำหรับตอนนี้ฮิเมะอาจจะต้องหลบเท้า FC อาชิตะแล้วสิ คิดอยู่เหมือนกันนะว่าฮิเมะโหดไปไหม =w=;;

สำหรับตอนนี้เป็นตอนที่อยากบอกเลยว่าเขียนยากมาก แล้วแก้กันแบบสุด ๆ อันนี้คือเวอร์ชั่นที่สามค่ะ
จริง ๆ แล้วพวกเรามีนโยบายเรื่องคำหยาบค่ะ ไม่อยากใช้มากเลยอาจจะเจอแค่ในตอนแบบนี้นะ 
อยากเขียนแนวรักใส ๆ แต่บางตอนนี่ก็เลือกไม่ได้อะเนอะ 555 

เอาล่ะค่ะ... ก็ต้องมาคอยลุ้นกันต่อไปนะว่าคที่าช่วยอาชิตะจะเป็นใคร แล้วหนุ่มเซนของเราน่ะเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
เรียกได้ว่าต่อจากนี้เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นมากเลยล่ะค่ะ 

อยากให้ติดตามกันต่อไปนะคะ ดีใจมาก ๆ ค่ะ ที่ทุกคนเข้ามาอ่าน
และขอขอบคุณทุกคอมเม้นต์นะคะ พวกเราขอบคุณจากใจจริงเลยค่ะ

เด๊่ยวฮิเมะไปแต่งตอนใหม่ก่อนนะคะ อีกไม่นานพี่เมล่อนจะมาอิดิทให้ค่า
^^/

30/05/2013 - 12:11 อัพเต็มตอน By Hime






[24-5-2013  8:43 PM]  Edited and Verified by Melon

[25-5-2013  8:14 AM]  แก้ไขรูปประโยคและคำผิดเพิ่มเติมค่ะ
ขออภัยที่ต้องแก้หลายรอบนะคะ T_T;


ป.ล. (จากเมล่อน ^^) ชื่อตอนนี้อาจจะดูแปลกตาไปหน่อยนะคะ
เพราะไม่ใช่ภาษาอังกฤษเหมือนตอนที่ผ่าน ๆ มา
และจะมีความหมายหรือเกี่ยวข้องอย่างไรกับเนื้อเรื่อง...
ต้องติดตามกันนะคะ >_<

ขอบคุณทุก ๆ คนที่ให้ความสนใจและอ่านจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ


[25-5-2013  10:44 PM]  เพิ่ม % ท้ายชื่อตอนค่ะ
ขออภัยท่าน P-pin และทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ ที่เราลืมใส่
เพราะพอดีว่าตอนนี้แก้หลายรอบแล้ว ก็เลยไม่กล้าแก้อีกน่ะค่ะ ^^;
กลัวจะมองว่าเป็นการอัพหลอก (_ _; )
แต่ก็ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ นะคะ และขอบคุณมาก ๆ ค่ะที่ช่วยติชม
ดีใจมาก ๆ เลยจริง ๆ นะคะ

และถ้ามีข้อผิดพลาดอะไรตรงไหนอีก ก็สามารถแจ้งเราได้เลยนะคะ
ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ^^

                       
                                                                               
 Melon

[16-6-2013  3:12 PM]  Verified 100%
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #293 kmt123 (@kamontip-123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 13:36
    เซนนายมันร้ายได้อีกนะ มาทำกับอาชิตะได้ยังไงงงง
    #293
    0
  2. #153 ต.แทนฉัน (@natwanna) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 20:50
    เป็นตอนที่ตื่นเต้น ดุเดือด มาก จะว่าไปชอบตอนนี้มากเลยนะคะไรท์เตอร์ 
    #153
    0
  3. #117 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 21:37
    เซนร้ายยยยอ้ะะ อาชิตะ T^T
    #117
    0
  4. #113 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 19:12
    รู้สึกว่าชอบตอนนี้ทีี่สุดในเรื่องเลย! มีหลากรสชาติ ทั้งการต่อสู้ของเซนกับอาชิตะที่ดุเดือด!!! อารมณ์ผู้หญิงๆที่พากันไปห้องน้ำตอนดึก (เมรินจะสนิทกับไอชามากกว่าพิสต้าแล้วมั้ง =w= 55 )
    #113
    0
  5. #112 Sakurai Winter (@zzz31) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 22:21
    นายเซนนี่ร้ายไม่เบานะ 
    (มันก็ไม่เบามาตั้งนานแล้วล่ะ ถึงขั้นจะเอาให้ถึงชีวิตเลยเนี่ย มันจะมากเกินไปแล้วนะ)
    เดี๋ยวจะข่มขืนเมริน เดี๋ยวจะทำร้ายอาชิตะ 
    แถมที่จี๊ดที่สุด คือตอนที่บอกว่าอากิระจะตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน
    หุย ฉันขึ้นแทนอาชิตะมาก ๆ เลย สงสารอากิระ ฮึ่ย!!!

    ยังเชื่อว่าเฮเซลยังมีจิตสำนึกที่ดี
    เดี๋ยวนายจะกลับใจมาช่วยรุ่นพี่ของนายใช่มั๊ย??

    คำสุดท้ายที่อาชิตะบอกว่า"ทำไมถึงตามมาที่นี่ล่ะ ..ฉันกำลังจะนอนนะ"
    เป็นอะไรที่สะเทือนใจคนอ่านอย่างพี่มาก...
    อินมากเลย TT

    แต่งได้ดีมาก สู้ ๆ นะจ้ะ ^_^
    #112
    0
  6. #105 ฤดูสายรุ้ง (@taiyansom) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2556 / 15:51
    #105
    0
  7. #103 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 21:40
    เฮเซลจะทำอะไร =[]= ตอนอัพอยากให้ขึ้นจังค่ะว่าอัพตอนนี้ไปกี่เปอเซนแล้ว แหะๆ
    #103
    0