เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,842 Views

  • 22 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    68

    Overall
    9,842

ตอนที่ 61 : ด้านมืดและด้านสว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

          ในทุกวงการมันจะต้องมีด้านมืดและด้านสว่าง ด้านดีด้านไม่ดี ที่นี้เวลามาทำงานเป็นแพทย์ชีวิตจริงเราจะเจออะไรบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเราเพิ่งจบเป็นแพทย์ใช้ทุนปีแรก เหมือนกลับไปเป็นห่วงโซ่อาหารชั้นล่างสุด

          ด้านดี
          ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดไกลๆ จังหวัดที่ไม่ได้อยู่แถบปริมณฑลหรือในกรุงเทพมหานคร คนไข้ส่วนใหญ่คุยง่าย คนเฒ่าคนแก่ยกมือไหว้เราแบบเนี้ย แรกๆมันรู้สึกแปลกๆ สักพักมันจะชิน แล้วกลายเป็นเรามองเขาธรรมดาไป เผลอๆเราไปมองเขาเป็นผู้น้อย ต้องคอยเตือนตัวเองเสมอแหละว่าอย่างไรเขาก็อายุเยอะกว่า ไม่เคยคิดว่าการไหว้คนไข้ที่อายุมากกว่าเป็นเรื่องที่ผิดเลย แรกๆก็ทำ แต่หลังๆนี่ไม่ไหว คนไข้เยอะเมื่อยแขน (= =) เลยใช้เป็นพูดทักทายแทน  
      เพื่อนร่วมงานอย่างพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เภสัชกรก็ดี จะค่อนข้างให้ความเคารพเรา บางคนยกมือไหว้ด้วย ตกใจแพรพ แต่อย่าเหลิงไปคิดว่าเราใหญ่สุดในโรงพยาบาล หรือคิดว่าเราเป็นหมอ แล้วจะไปเหวี่ยงไปหวีนอะไรแบบนั้นเวลาเขาทำอะไรไม่ถูกใจ เพราะไม่อย่างนั้นเราจะเสียเพื่อนร่วมงานดีๆ และโดนลอยแพ ต้องไปอยู่ถึงจะรู้ละว่าพี่ๆพยาบาลตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดกับในโรงเรียนแพทย์มันต่างกัน ด้วยอะไรหลายๆอย่าง
          ทีนี้เราคงเคยได้ยินกันถึงเรื่องฟ้องร้อง ในโรงพยาบาลรัฐเนี่ยจะฟ้องหมอโดยตรงไม่ได้ (แต่ถ้าดโรงพยาบาลจะเบี้ยไล่กับหมอทีหลังก็อีกเรื่อง) ด้วยความที่เราเป็นแพทย์จบใหม่ ถ้าได้อยู่โรงพยาบาลใหญ่ๆก่อนอย่างที่เล่าไปว่าจะมีแพทย์เฉพาะทางให้ปรึกษาคอนซัลท์ เขาจะเป็นคน cover เราอีกที ถ้าเกิดเคสมีปัญหาอะไร เขาช่วยเราได้เสมอแหละ ถ้าเราทำตัวดี อย่างเราอาจจะไม่ต้องไปว่าความขึ้นศาลเอง
          เรื่องอาหารการกินถ้าไม่ใช่ต่างจังหวัดเมืองใหญ่ ค่าครองชีพก็จะถูกลงมา สถานที่ละลายทรัพย์ก็จะมีไม่มากเป็นสาเหตุว่าเราจะมีเงินเก็บ (เย้)
          อย่างที่บอกว่าถ้าเป็นแพทย์ใช้ทุนปีสองปีสามจะมาอยู่โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งมีตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก 10 เตียง จนถึง 90 เตียง ยิ่งโรงพยาบาลเล็ก แพทย์ก็ยิ่งว่าง เพราะจำนวนประชากรในแต่ละตำบลมันน้อย คนไข้ก็จำนวนไม่มาก แต่ก็อาจจะกันดารกว่าด้วย และเพราะแพทย์ว่างเราก็จะมีเวลาว่างพอที่จะทำอะไรที่อยากทำนอกจากการตรวจคนไข้ เช่น เล่นดนตรี ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก ลาไปเที่ยวต่างประเทศ ลาไปอบรมนู่นนี่นั่น โดยที่กระทบกับงานของเราหรือเพื่อนร่วมงานไม่มาก

          ด้านมืด
          ทุกวงการมีด้านมืดหมดดังนั้นวงการแพทย์เองก็เช่นกัน ถ้าโรงพยาบาลที่เราไปอยู่สตาฟหรือแพทย์เฉพาะทางชอบลอยแพ นั่นแปลว่าเรากำลังจะซวย เพราะปรึกษาไปเราอาจจะไม่ได้อะไรกลับมาและยังเสียเวลา คนไข้ก็ซวยไปตามกัน แล้วถ้ามีอะไรผิดพลาดเราอาจจะต้องเป็นคนที่รับผิดชอบทั้งหมด ทั้งที่มันเกินขีดความสามารถของเรา   
           บางโรงพยาบาล บางจังหวัดรับเคสรีเฟอร์ส่งต่อจากโรงพยาบาลชุมชนไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพกว่าหญ่กว่ายาก ทำให้แพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลชุมชนหนักใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะคนไข้อยู่ที่ตัวเองก็ไม่ดีแน่ๆ ดูแลไม่ได้ แต่ก็ไม่รับ
          เมื่อมีคนไข้ที่ดี ก็มีคนไข้ที่ไม่ดี ไม่ยอมดูแลตัวเอง แต่อยากได้ทุกอย่าง อยากให้แพทย์ทำให้ทุกอย่าง บางทีคนไข้ดี ญาติที่สนิทดูแลก็คุยดี มีแต่ญาติทางไกลไม่รู้สี่รู้ห้าที่ชอบมีปัญหา
          เงินเดือนที่ว่ามีข่าวว่ารอตกเบิกนั้นก็เป็นไปตามข่าว พอมีข่าวออกมาปีหลังๆเงินเดือนข้าราชการจากกรมบัญชีกลางก็เลยจ่ายช้าไม่มาก แต่ๆเงินค่าอยู่เวรของเราจะได้ไม่ได้ หรือได้เร็วช้าอย่างไรขึ้นกับสถานะการเงินของโรงพยาบาล จ่ายครบบ้างไม่ครบบ้างนับกันดีๆ 55 บางที่สถานะการเงินโรงพยาบาลดีมากร่ำรวย ได้เงินดีก็โชคดีไป บางที่แพทย์น้อยมาก ทำงานกันอย่างกับแรงงานทาสอยู่เวรวันเว้นวัน เงินที่ได้มากตามแต่ไม่คุ้มกับสุขภาพที่เสียไปบางที่จำต้องอยู่เวรติดกันหลายๆวัน ที่ใครบอกว่ามีกฎห้ามแพทย์ทำงานเกิน 24 โมง สงสัยว่าจะต้องมีวันที่โรงพยาบาลปิดเพราะไม่มีแพทย์ตรวจละ อย่างน้อยๆทุกครั้งที่อยู่เวรข้ามคืนในวันทำการ ก็ทำกันสามสิบกว่าชั่วโมงแล้ว(ทำงานเช้าวันหนึ่ง อยู่เวรถึงเช้าอีกวัน และทำงานเช้าวันถัดไป และค่อยพัก คิดอย่างไรก็เกิน นอกจากว่าจะกำหนดว่าวันหลังจากคืนที่อยู่เวรเป็นวันพักผ่อน หรือ day off อย่างในบางประเทศ)
          การทำงานที่มีการเอาเปรียบกันโดยเพื่อนแพทย์ที่ร่วมงานตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เช่นว่า เดี๋ยวก็ลาแล้วลาอีก โดยไม่สนสี่สนห้าว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่นจะเดือดร้อนขนาดไหนทั้งที่คนทำงานก็จะไม่พออยู่แล้วทิ้งให้เพื่อนที่เหลือทำงานกันหัวปั่น
     เวลาอารมณ์ไม่ดีอย่าไปเผลอเหวี่ยงใส่ใคร เราเหวี่ยงทีสะเทือนถึงดวงดาวรู้กันทั้งโรงพยาบาล แล้วพี่พยาบาลจะส่งเวรกันว่าเราเป็นคนอย่างไร

ปล. เมื่อใดที่เราคิดว่าชีวิตเราแย่แล้ว (แต่มันก็แย่จริงบางที่) ให้หันไปดูชีวิตคนไข้ที่แทบไม่มีทางเลือก แม้แต่เงินเดินทางมาโรงพยาบาลก็จะไม่มี โรคก็มากมายต้องไปโรงพยาบาลจังหวัดที โรงพยาบาลศูนย์ที มาขอใบส่งตัวจากโรงพยาบาลชุมชน เสียแค่ค่ารถหลายต่อก็หมดตัวแล้ว บางคนก็หายไปเลยไม่รักษาเพราะไม่มีค่ารถมา พูดง่ายๆคือยอมตายดีกว่า
ปล.2 ได้โปรดอย่าทำให้หมอๆที่เขามีทางเลือก เลือกไปทำที่อื่น สงสารคนไข้คนอื่นที่ไม่มีทางเลือก
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #12 bo-i (@bo-i) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 20:55
    ขอถามโหน่ยยย สมมุติถ้าเราเป็นแพทย์แล้ว เวลาว่างจะเยอะมั้ย(ถ้าอยู่ในร.พ.ใหญ่ๆ) เพื่อนจะหายมั้ยTT.
    ปล.ถ้าเป็นไปได้ บอกชีวิตประวันมาเลยก็ดีน้ะไรท์------
    #12
    1
    • #12-1 Skyler Henriette (@u5402040) (จากตอนที่ 61)
      26 มิถุนายน 2561 / 21:36
      เพื่อนเนี่ยคุยไลน์ แชทเฟสได้แหละถ้าไม่ได้มาเรียนด้วยกัน เวลาทำงานถ้ามันอยู่คนละจังหวัดมันก็ยากแหละโดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ แต่ละจังหวัดมันก็ไม่ได้เล็กๆนะ ถ้าโรงพยาบาลเล็กๆอะพอได้ ขึ้นกับบริบท บางคนบ้านอยู่ต่างจังหวัดอยู่แล้วก็กลับบ้านถ้าไม่ได้อยู่เวร ประมาณว่าบ้านใกล้รพ.
      #12-1