เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,856 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    82

    Overall
    9,856

ตอนที่ 60 : แพทย์ใช้ทุน(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    22 มิ.ย. 61

       หลังจากที่เราได้สถานที่ชดใช้ทุนแล้ว ก็แพ็คกระเป๋าเก็บของเตรียมตัวเดินทาง ใครจะไปทางเครื่องบินหรือใครจะขับรถไปเอง หรือให้ผู้ปกครองไปส่งก็สุดแท้แต่ ย้ายของเข้าที่พัก แต่เนื่องจากเราจะยังเข้าไปพักในโรงพยาบาลไม่ได้ ก็แล้วแต่ว่าเขาจะจัดให้พักที่ไหน เรายังไม่ได้เริ่มงานกันทันทีหรอกนะ ต้องไปอบรมการเป็นข้าราชการที่ดีอีกอาทิตย์นึงมั้ง บางที่ก็เก้าวัน โดยอบรมร่วมกันกับเพื่อนๆจากโรงพยาบาลอื่นๆ รวมกันเป็นเขตสุขภาพ คืออะไรก็ไม่รู้นั่งฟังเลคเชอร์ ทำกิจกรรมนิดหน่อย มีไปค่ายทหารบางที่ก็ดีบางที่ก็ไม่ดีแต่ไม่มีนะดีที่สุด 555
        จากนั้นเราก็กลับเข้ามาโรงพยาบาลที่เราเลือกใช้ทุน จะต้องมีการorientate ก่อนการเริ่มงาน เดินดูโรงพยาบาลว่าอะไรอยู่ตรงไหน เราจะได้ตารางเวรมาจากรุ่นพี่รุ่นก่อนที่จัดไว้ให้ จะมีที่บางครั้งพี่ที่อยู่ก่อนจบมาช้าก็จะทำงานร่วมกับแพทย์จบใหม่อย่างเราๆไปอีกเดือนสองเดือนแล้วแต่ว่าจบมาช้าขนาดไหน การใช้ทุนในโรงพยาบาลตอนเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่หนึ่ง เราจะอยู่ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ คือเป็นโรงพยาบาลทั่วไป หรือไม่ก็เป็นโรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์ที่มีนีกศึกษาแพทย์มาวน 
จริงๆแล้วการเป็นแพทย์ใช้ทุนปีหนึ่งกับการเป็นexternไม่ได้ต่างกันมาก แค่ว่าลายเซ็นเวลาเราสั่งให้การรักษาเป็นของเรา การตัดสินใจเป็นของเรา พยาบาลจะรับคำสั่งการรักษาจากเรา ถ้าไม่แน่ใจจริงๆอินเทิร์นแพทย์จบใหม่อย่างเราๆก็สามารถถามจากสตาฟซึ่งคือแพทย์เฉพาะทางที่ประจำอยู่แต่ละหน่วยของโรงพยาบาลได้ อย่างที่บอก/ปก่อนหน้าว่าถ้าสตาฟใจดีรับปรึกษาง่ายก็สบายไป บางคนด่าบางคนจิกกัดมีหมด บางคนไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับคอนซัลท์ ก็เครียดกันไป ยิ่งเราจบมาใหม่ยังไม่ค่อยมั่นใจในการรักษา แม้จะมีความรู้ก็ตาม 
        การทำงานนั้นเราจะได้ไปอยู่ตามวอร์ดอันได้แก่สูติกรรม ศัลยกรรม อายุรกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ ห้องฉุกเฉิน และผู้ป่วยนอก โดยส่วนใหญ่เกือบทุกที่วอร์ดกุมารเวชกรรมและสูตกรรมจะคนไข้ไม่เยอะไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่อายุรกรรมจะเยอะเป็นอันดับหนึ่งทุกที่ รองลงมาคือศัลยกรรม ส่วนศัลยกรรมกระดูกและข้อ ก็เยอะพอตัว แต่คนไข้จะอาการไม่หนักมากเท่าศัลยกรรม เราจะต้องผนวกความรู่ที่เรียนมาทั้งหมดมาดูคนไข้ในแต่ละวอร์ด การเรียนรู้ไม่ได้จบแค่ที่ตอนสอบใบประกอบวิชาชีพ เราต้องเรียนรู้ไปตลอด และใช้ศิลปะในการรักษาคนไข้ด้วย เมื่อดูคนไข้ในวอร์ดจบก็มาต่อที่การตรวจผู้ป่วยนอก ก็แล้วแต่โรงพยาบาลแล้วว่าจะจัดให้แพทย์จบใหม่ที่เป็นแค่แพทย์ทั้วไปอย่างเราๆตรวจหรือไม่ โดยส่วนใหญ่ก็มักจะได้ตรวจหมดทุกวอร์ด เพราะใช้ทุนปีแรกเป็นการเพิ่มพูนทักษะ แต่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ยอมรับว่าบางครั้งเปิดมือถือไปรักษาคนไข้ไป คือรู้ว่าต้องให้ยาอะไรแต่จะโดสยาไม่ได้ จำระยะเวลาที่ต้องให้ไม่ได้ พอเจอเคสบ่อยๆเราก็จะจำได้เอง รวมถึงหัตถการต่างๆที่ตอนอยู่ในโรงเรียนแพทย์แทบจะแย่งกันทำ บางคนมารูว่าตัวเองอยากเรียนอะไรก็เพราะได้มาใช้ทุนนี่ละ บางคนก็ใช้ไปใช้มาจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าเรียนต่อเลย5555
       ส่วนห้องฉุกเฉินที่เหมือนด่านหน้าของโรงพยาบาลนั้น เน้นความรวดเร็วและการตรวจคัดกรองผู้ป่วย ใครฉุกเฉินมากน้อย ใครรอได้รอไม่ได้ บอกเลยว่าพี่พยาบาลที่ฉุกเฉินตามโรงพยาบาลต่างจังหวัดก็สามารถอยู่พอตัว ช่วยได้เยอะมาก บางทีช่วยตรวจเคสธรรมดากระจุ๊งกระจิ๊งน่ารักๆ แล้วให้เราได้พักผ่อนโดยเฉพาะช่วงเวรดึก และถ้ามีอะไรฉุกเฉินหรือเคสไหนดูไม่ดีเราจะถูกตาม แต่ถ้าโรงพยาบาลใหญ่หน่อยอย่างโรงพยาบาลศูนย์ก็อยู่วนกันไปไม่มีพัก เพราะคนไข้เยอะเป็นปกติ แต่แน่นอนว่าเรื่องดวงยังอยู่กับเรา บางคนตรวจห้องฉุกเฉินชิลๆ บางคนตรวจมือเป็นระวิงข้าวเย็นไม่ได้กิน มีแต่เคสหนักๆ เขียนสั่งการรักษา ทำหัตถการระรัว แล้วคิดดูว่าถ้าที่ไหนภาระงานเยอะ ดันมีเพื่อนแพทย์ร่วมรุ่นลาออกกลางคัน จำนวนเวรต่อเดือนเพิ่มมากขึ้น ก็ทำงานอยู่เวรกันวันเว้นวัน หรือหลายวันติดกันจนเป็นซากศพซอมบี้เดินไปเดินมาอยู่ในโรงพยาบาล เราเป็น first callในทุกๆเวรมีสตาฟอยู่เวรร่วมให้คอยคอนซัลท์ได้ บอกเลยว่าที่ไหนสตาฟดีชีวิตอยู่เวรก็จะดี อยู่แบบสบายใจเหมือนมีคนคอยคุ้มครองตลอดเวลา
      ฟังแล้วดูหนักกว่าชีวิตexternอีก ใครว่าเรียนจบแล้วสบาย ไม่จริงเลย แต่บางโรงพยาบาลคนไข้น้อยมันก็สบายจริงๆแหละ อันนี้บอกตามตรง ช่วงใช้ทุนปีแรกเราจะได้มีโอกาสไปผ่านโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กลงมา ไม่ค่อยมีแพทย์เฉพาะทาง ภาระงานก็จะน้อยลง วันว่างมากขึ้นจนวันๆต้องหาอะไรทำ เราสามารถส่งต่อคนไข้ที่เราคิดว่าต้องใช้แพทย์เฉพาะทางรักษาได้ ซึ่งโรงพยาบาลเหล่านี้จะมีแพทย์ใช้ทุนปีสองปีสามประจำอยู่ เป็นผู้มีประสบการณ์เยอะกว่า แต่พอเขาส่งคนไข้หนักๆมาโรงพยาบาลใหญ่ก็มาเจอพวกเราอินเทิร์นหนึ่งที่ฉุกเฉิน ตลกมั้ย TT แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉินถึงเริ่มเป็นที่ต้องการขึ้นมาไง อยู่โรงพยาบาลชุมชนไปสักพักก็อาจจะรู้สึกว่าเราต้องไปหาอะไรเรียนต่อแล้วละ อยู่แบบนี้ชีวิตดูเลื่อนลอยมากเลย จะทำอะไรก็ต้องคอนซัลท์แพทย์เฉพาะทาง ยิ่งพอมาเป็นแพทย์ใช้ทุนปีสองปีสามที่อยู่แต่ในโรงพยาบาลชุมชนอาการยิ่งหนักเลย แต่ๆๆมีบางคนที่ชอบนะ ชีวิตเรียบง่ายได้ทำอะไรอย่างอื่นที่อยากทำ คือมันมีเวลาว่างพอนั่นละ บางคนก็คิดว่าจะอยู่เป็นฝ่ายบริหารอย่างผู้อำนวยการโรงพยาบาล หรือขึ้นไประดับบนๆ
       การมาใช้ทุนจะทำให้เรารู้เลยว่ามีอะไรอีกหลายอย่างเลยที่โรงเรียนแพทย์สอนแต่เราไม่ค่อยได้ใส่ใจ อย่างความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ เขาจะเป็นอะไรไม่รู้แหละแต่เราต้องคุยกับญาติคุยกับคนไข้อธิบายสักหน่อยและคนที่มักจะชอบมีปัญหาคือญาติที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แล้วก็ไม่รู้อะไรเลย บางจังหวัดคุยง่าย บางจังหวัดคุยยาก การฟ้องร้องขึ้นศาลมีเกิดขึ้นจริง ทำอะไรให้การรักษาอะไรก็ต้องบันทึกเอาไว้ ฝึกให้ตัวเองใจเย็น แต่ก็ไม่ใจอ่อน และกล้าตัดสินใจ 
        ส่วนการใช้ทุนแพทย์ปีสองปีสามก็จะมาอยู่ในโรงพยาบาลที่ขนาดเล็กลง แบ่งเป็นแค่วอร์ดหญิง ห้องคลอด ชาย และเด็กแค่นั้น ไม่ได้แบ่งแผนกอย่างโรงพยาบาลใหญ่ อยู่เวรก็ไม่บ่อยเท่า เราจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการบริหารโรงพยาบาลไม่มากก็น้อย เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลนั่นเอง รวมถึงการบริหารจัดการช่วยกันไม่ให้โรงพยาบาลขาดทุน (เรื่องที่โรงเรียนแพทย์มิค่อยสอนเลย TT) ส่วนเรื่องรายได้ เอาเป็นว่ามันก็พอกินพอใช้ บางที่ได้เงินเยอะเทียบกับภาระงาน บางที่ได้แบบสมน้ำสมเนื้อ บางที่ก็เงินน้อยกว่างาน ถ้าโรงพยาบาลขาดทุนก็ทำใจกันยาวๆไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น