เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,889 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    115

    Overall
    9,889

ตอนที่ 54 : เก็บตก: จบแล้วไปไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

เมื่อจบหกปีก็มีหลายทางให้เลือกเหมือนกับอาชีพอื่นๆ หากจบจากโรงเรียนแพทย์รัฐบาลที่เซ็นสัญญาชดใช้ทุน ก็ไปใช้ทุนตามต่างจังหวัด สามปี หรือจ่ายเงินสี่แสนบาทตามที่ทำสัญญาไว้หากจะลาออกไปทำโรงพยาบาลเอกชน คลินิกความงาม หรือไปทำอาชีพอื่น

ในปัจจุบันมีให้หลายทางเลือก ขณะที่เรียนอยู่ปีหกจะต้องคอยติดตามข่าวสารให้มาก เพราะบางโรงพยาบาลใหญ่ๆหรือโรงเรียนแพทย์จะรับสมัครแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ฟิกซ์วอร์ด

สำหรับแพทย์ประจำบ้านคือไปใช้ทุนแค่ปีเดียวแล้วมาเรียนต่อที่โรงเรียนแพทย์นั้นเลย การเมื่อเรียนจบก็เป็นอาจารย์แพทย์ต่อ การคัดคนเข้าสมัครจะเข้มข้น ส่วนฟิก์วอร์ดคือไปใช้ทุนทั่วไปหนึ่งปีและหลังจากนั้นเราฟิกซ์วอร์ดไหนก็อยู่แต่วอร์ดนั้น บางโรงพยาบาลสามารถสอบบอร์ดหรือสอบแพทย์เฉพาะทางได้ เหมาะสำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองจะเรียนอะไรต่อ เป็นการย่นระยะเวลา เพราะแพทย์เฉพาะทางบางสาขากำหนดมาว่าจะต้องชดใช้ทุนเท่านี้ปี่จึงมาสมัครได้

ทางที่คนส่วนใหญ่ไปคือไม่ได้สมัครอะไรเลย ไปจับฉลากเลือกสถานที่ใช้ทุนกัน การจับคือจะมีโควตาแต่ละจังหวัดมา หากคนสมัครเกินโควตาก็ต้องจับฉลากหากพอดีหรือขาดคนก็ไม่ต้องจับ เราจะจับลูกปิงปองขึ้นมาจากกล่องโดยเริ่มจากหลักหน่วย และเป็นหลักสิบ ดังนั้นใครได้เลขเก้าอันแรกอย่าเพิ่งดีใจ เพราะเลขหลักสิบอาจจะได้ศูนย์

หากจบจากโรงเรียนแพทย์เอกชนไม่ต้องจ่ายสีแสนบาท เพราะค่าเทอมแพงมากอยู่แล้ว จะเลือกใช้ทุนหรือไม่ใช้ก็ได้ แต่หากกอยากเรียนต่อเฉพาะทาง และไม่ได้สมัครแพทย์ประจำบ้านหรือฟิกซ์วอร์ดดังที่ว่าไว้ข้างต้น ก็ต้องลงมาจับฉลากเลือกที่ใช้ทุนด้วยกัน

สำหรับคนที่สอบเข้ามาด้วยโควตาเด็กพื้นที่อย่าง ODOD CPIRD เงื่อนไขการใช้ทุนอาจจะต้องดูกันเป็นปีๆไป และหากจะมาเรียนต่อเฉพาะทางก็ต้องดูข้อกำหนดในปีนั้นๆ

ส่วนคนที่เลือกจะลาออกไปทำอะไรกันบ้างก็มีตั้งแต่ไปอยู่ตามคลินิก ไปทำโรงพยาบาลเอกชน หรือหันเหไปทำอาชีพอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการแพทย์

สิ่งที่นักศึกษาแพทย์ทุกคนน่าจะรู้จักคือ USMLE หรือการสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ที่อเมริกา มีคนแพทย์ไทยหลายคนไปเรียนต่อเฉพาะทางที่อเมริกา ซึ่งคนที่อยากไปเรียนควรเตรียมตัวและเงินบางส่วน(เคยนั่งคำนวณเล่นๆแล้วต้องใช้เงินอย่างน้อยสามแสนบาท)ไว้แต่เนิ่นๆ การสอบ USMLE มีทั้งหมดสามขั้นตอนเหมือนของบ้านเรา เพียงแต่ขั้นตอนที่สองของเขานั้นแบ่งเป็น step2 CK กับ CS คือ clinical knowledge กับ clinical skills  โดยการสอบclinical skills จะคล้ายๆกับการสอบ OSCE แต่เราต้องบอนไปสอบที่สนามสอยในอเมริกา ขณะที่ step 1 และ step 2 CK ทำการสอบที่ไทยได้ ในการสมัครสอบแพทย์เฉพาะทางที่อเมริกาเราจะต้องผ่านทั้ง step1 step2CK และ CS ส่วน step3 เราสามารถไปสอบภายหลังได้หลังไปเรียนแพทย์เฉพาะทางแล้ว แต่ที่ให้เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นเนื่องจากการแข่งขันสูงมาก และความรู้ที่เราจะใช้สอบมันก็จะน้อยลงเรื่อยๆทุกปี อีกทั้งเราอาจจะต้องไป elective ที่อเมริกา เพื่อมีคอนเนคชั่นกับ professor ที่นั้นๆหรือเพื่อให้ได้ใบ recommend เวลามาสมัครสอบ ถ้าเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ตอนเป็นนักศึกษาแพทย์จะดีมากเพราะความรู้จะสดใหม่ หากเริ่มสอบช่วงใช้ทุนอาจจะหนักหน่อย เพราะทำงานก็หนักแล้ว แต่บางคนวางแผนไว้ว่าจะสอบแต่แรก แต่จะใช้ทุนด้วย ก็จะลงเลือกสถานที่ใช้ทุนที่ไม่หนัก หรือไปใช้ทุนตามโรงเรียนแพทย์ไปสอนนักศึกษาแพทย์ในชั้นพรีคลินิก บางคนก็ลาออกเลยเพื่อเตรียมตัวสอบ หากนักศึกษาแพทย์ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถขอเข้ากลุ่ม USMLE for Thai physician(UTP) ใน facebookได้ จะคอยมีข่าวสารหรือ workshop USMLE มาแนะนำทุกปี


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

0 ความคิดเห็น