ตอนที่ 5 : นักศึกษาแพทย์ปี2 กับสมองบวมๆ: pharmacology

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1049
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    24 พ.ค. 61

วิชาถัดมาที่ต้องเรียนรู้คือเภสัชศาสตร์ หรือ pharmacology ซึ่งรวมถึงว่า ร่างกายเราทำอะไรกับยานั้น ที่เรียกว่า pharmacokinetics และยานั้นทำอะไรกับร่างกายเราที่เรียกว่า pharmacodymanics คนทั่วไปรู้แค่ว่ายานี้แก้อะไร แต่แพทย์และเภสัชกรต้องรู้ว่ายานี้ออกฤทธิ์อย่างไร ไปทำอะไรกับร่างกาย ซึ่งเป็นไปในระดับชีวโมเลกุล หมายความว่า เราต้องเรียนเกี่ยวกับสารเคมีในร่างกายเพิ่มขึ้น ปฏิกิริยาและเอ็นไซม์ต่างๆ บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เรียนไปในวิชาชีวเคมี ต้องไปขุดมันขึ้นมาจากซอกหลืบในสมอง เพื่อนำมาประยุกต์เข้ากับวิชานี้ 

เราจะเริ่มจากพื้นฐานของยาโดยทั่วไป ว่าเข้าร่างกายได้ทางใดบ้าง และดูดซึมอย่างไร จากนั้นก็เริ่มเรียนไปในยาแต่ละกลุ่มแต่ละชนิด เราจะได้ได้เรียนทุกกลุ่มยาของทุกระบบในร่างกายเท่าที่มีใช้อยู่ ณ ตอนที่เรียนนั้น ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้ายังมีหมอแก่ใช้ยาโบราณ กับหมอเด็กชอบใช้ยาใหม่ไฮโซ เร

เราจะรู้จักชื่อกลุ่มยาและยามากมาย ผลข้างเคียง และกลไกการออกฤทธิ์ของมัน ยามีมากมาย ยาสำหรับโรคนั้นโรคนี้ แต่เวลาเรียน ก็จะค่อยเป็นค่อยไปทีละอย่าง แต่รับรองได้ว่ามากมายจนไม่คิดว่าจะต้องจำอะไรเยอะขนาดนี้(อีกนิดก็ไปผลิตยาขายเองได้แล้วอะ) คือเยอะจนบางทีเราก็ขอจะเพื่อแค่สอบเท่านั้นจริงๆ จำให้หมดคงไม่ไหว และสำหรับนักศึกษาแพทย์ปี2 ที่ยังใสๆ ไม่เค้ย ไม่เคย จะรู้จักแม้กระทั่งโรคใดๆ การจำชื่อยาเหมือนแค่ให้สมองคุ้นเคยกับชื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอายาตัวนี้ไปใช้อย่างไร อย่างมากก็รู้แค่ว่าใช้ทำอะไร 

รับรองได้ว่ายิ่งรุ้นน้องรุ่นหลังๆยิ่งเรียนจำนวนยา กลุ่มยา ชนิดยาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่จ้องรู้ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แพทยร์รุ่นเก่าๆก็มีหน้าที่คอยตามข่าวสารยาชนิดใหม่ๆ แต่รับรองเลยว่าการนั่งเรียนในห้องและมีคนคอยป้อนให้ มันง่ายกว่ามาอ่านเองแบบไม่รู้อะไรเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

0 ความคิดเห็น