เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,883 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    109

    Overall
    9,883

ตอนที่ 41 : นศพ.ปี 5 กับเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

Emergency Medicine หรือเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

ด้วยตัวชื่อมันเองที่บอกว่าฉุกเฉิน สิ่งที่เราจะได้เรียนคือภาวะฉุกเฉินของผู้ป่วยที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตไม่ว่าจะป่วยมาธรรมดา หรืออุบัติเหตุมา หรือเป็นการป่วยที่หากได้รับการรักษาทันท่วงทีจะมีโอกาสฟื้นฟูหรือโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะถูกเข็นเมาที่ห้องฉุกเฉินเป็นอันดับแรก และแพทย์ที่อยู่ตรงนั้นอาจจะเป็นเราที่ต้องจัดการภาวะฉุกเฉินนี้ให้ผู้ป่วย

แล้วเราจะจัดการคนไข้อย่างไรหากมีหลายคนพร้อมกัน ผู้ป่วยจะถูกคัดกรองเบื้องต้นว่าใครอาการหนักเบาอย่างไร ให้เราเลือกตรวจกลุ่มที่หนักสุดก่อน หรือกลุ่มที่รอไม่ได้ เช่นหัวใจหยุดเต้น ซึ่งการคัดกรองผู้ป่วยนี้เองที่เราจะต้องเรียนรู้ด้วยเช่นกัน ว่าจะตรวจใครก่อนตามความหนักเบา ไม่ใช่ตรวจตามคิวเหมือนผู้ป่วยนอก

อย่างแรกที่เราต้องเรียนและจำให้ขึ้นใจเลยคือ การ CPR ACLS(advanced cardiac life support) ATLS(advanced trauma life support) และ PALS(pediatric advanced life support) เป็นสิ่งที่สำคัญมากเอาไว้ยึดเป็นแนวทางให้เราปฏิบัติตามให้ผู้ป่วยรอดพ้นจากภาวะวิกฤติ (แต่ก็ใช่ว่าจะรอดชีวิตทุกคน) จากนั้นเราก็จะได้เรียนภาวะฉุกเฉินต่างๆตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลย เช่น เลือดออกในสมอง เส้นเลือดสมองตีบ หัวใจขาดเลือด หอบหืด อาการปวดท้องซึ่งมีภาวะทางศัลยกรรมที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วน กระดูกหัก สัตว์กัด ได้รับยาเกินขนาด เสพยาเกินขนาดเป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้หากไม่ใช่อุบัติเหตุมา ไม่ได้เห็นความผิดปกติภายนอกอย่างมีบาดแผล กระดูกหักมา เราจะต้องทำการซักประวัติตรวจร่างกายและส่งตรวจปฏิบัติการอะไรที่เร็วที่สุดที่จะให้การวินิจฉัยได้ เพราะคนไข้บางคนอาจจะรอไม่ได้ ดังนั้นประวัติและตรวจร่างกายจึงสำคัญมาก เราต้องแม่น เพราะต้องใช้ความรู้ของหลายวิชามารวมกัน

ในวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉินนี้เราจะได้รับการสอนเรื่องโรคที่เป็นภาวะฉุกเฉินมากมาย รวมถึงหัตถการที่จำเป็นในภาวะฉุกเฉิน เช่นใส่ท่อช่วยหายใจ เจาะลมรั่วในช่องปอด การดามกระดูก การอัลตราซาวด์ที่จำเป็นดูเลือดออกในท้องในหัวใจที่เรียกว่า FAST เป็นต้น ทุกวิชาที่เราร่ำเรียนมาทั้ง major และ minor ล้วนมีภาวะฉุกเฉินทั้งสิ้น รวมๆกันอาจจะมากเกินกว่าที่ปีห้าอย่างเราๆจะจำได้หมด เพราะนอกจากต้องวินิจฉัยได้เร็ว ที่เราต้องรู้เช่นกันคือการให้การรักษา โดยเฉพาะการรักษาเบื้องต้นให้ทันช่วยเหลือชีวิตคนไข้แล้ว ถึงแม้จะเป็นแค่การตอบสอบลงในกระดาษ แต่เมื่อขึ้นเป็นเอ็กซ์เทินก็จะรู้ว่า สิ่งที่เขียนตอบในกระดาษข้อสอบวันนั้น ได้ถูกนำมาเขียนจริงลงในการให้การรักษาผู้ป่วย

สมมติคนไข้มาด้วยเจ็บแน่นหน้าอก ไม่ได้มีประวัติอุบัติเหตุมา เราต้องคิดไว้ในหัวไล่ออกมาแล้วว่าเป็นอะไรได้บ้าง นึกถึงสิ่งที่อันตรายที่สุดไว้ก่อนและคิดถึงวินิจฉัยอื่นตามรองลงมา หากคลื่นไฟฟ้าหัวใจออกมาหน้าตาปกติ ไม่ใช่หัวใจขาดเลือดแล้วจะเป็นอะไรได้บ้าง เป็นความผิดปกติที่ปอดได้ไหม หรือเป็นที่หลอดเลือดแดงในช่องอกโป่งพอง เราจะไม่ได้มีเวลามามานั่งคิดนานเหมือนเขียนรายงานในภาควิชาต่างๆที่ผ่านมา วิชานี้จะฝึกให้เราคิดเร็วขึ้น และแม้เรายังต้องเขียนรายงานอยู่ แต่จะเป็นรายงานที่สั้นกระชับแต่ครบถ้วน ให้สมกับเป็นห้องฉุกเฉินที่รักษาให้คนไข้พ้นภาวะวิกฤต และส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางได้อย่างปลอดภัย

เราจะได้มาใช้ชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลกันจริงๆ ได้ตรวจผู้ป่วยที่มาที่ห้องฉุกเฉิน และเราจะเริ่มรู้ว่าคนไข้มักมาด้วยอาการนำอะไรกันบ่อยๆ ส่วนเคสหนักๆคนไข้จะถูกจัดให้อยู่ในห้องกู้ชีพ ซึ่งนักศึกษาแพทย์ปีห้าจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมมากนัก เข้าใจว่าเพราะจะไปเกะกะ ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนรู้เคสแห้งมากกว่า และนั่งเรียนเลกเชอร์เก็บความรู้ ฝึกดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุด้วย ATLS กับหุ่น ฝึกช่วยผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นด้วย ATLS ซึ่งเป็นการเก็บทักษะไปพลางๆ เพราะพลาดกับหุ่นมันไม่ตาย แต่พลาดกับคนจริงๆ อาจตายได้ ฉะนั้นถ้ายิ่งแม่น ก็ยิ่งเป็นผลดีกับคนไข้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น