เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,890 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    116

    Overall
    9,890

ตอนที่ 38 : นศพ.ปี 5 กับสูติศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61

สูติศาสตร์ หรือ Obstetrics

วิชาว่าด้วยเรื่องของคนท้อง เราจะไม่ได้เรียนเกี่ยวกับตัวเด็กที่อยู่ในท้อง ว่าการเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร เพราะเราเรียนไปแล้วใน embryology ยังจำได้กันไหม(เอาจริงๆก็จำไม่ได้หรอก) สูติศาสตร์เราจะเน้นไปที่ตัวแม่ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกอย่างไร อวัยวะต่างๆที่มีการปรับเปลี่ยน สรีระที่ต่างออกไปเพื่อรองรับเด็กในท้อง รวมถึงฮอร์โมนต่างๆที่ร่างกายสร้างตั้งแต่เริ่มมีการปฏิสนธิ กระทั่งตอนคลอดนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เราจะเรียนทฤษฎีว่าด้วยเรื่องการตั้งครรภ์ปกติของแม่ๆ ในแต่ละไตรมาส ว่าจะมีอาการอะไรเกิดขึ้นได้เป็นปกติ และการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ จะมีอาการอะไรที่ผิดปกติ แพทย์อย่างเราต้องทราบ จากนั้นก็ไปสู่การบันทึกเวชระเบียน การเขียนสมุดฝากครรภ์ ตรวจร่างกายคนท้อง ฟังการเต้นหัวใจของเด็ก (จะฟังได้เราก็ต้องรู้ว่าจะฟังได้ตอนอายุครรภ์เท่าใด ด้วยอุปกรณ์อะไร) ต้องรู้ว่าเราจะตรวจเลือดดูอะไรในคนท้องช่วงใดบ้าง จะอัลตราซาวด์ดูเด็กในท้องเมื่อไร การตั้งครรภ์แบบไหนที่เรียกว่าเสี่ยง ถ้าเสี่ยงแล้วเด็กในท้องจะเป็นอย่างไร

เมื่อเราตรวจแม่ที่มาฝากครรภ์เป็น ตรวจร่างกายคนท้องได้ รู้ว่าครรภ์ไหนเสี่ยง ไม่เสี่ยง ก็มาถึงการทำคลอด ซึ่งเราจะต้องฝึกทำกับหุ่นก่อนไปทำกับคนจริงๆ เริ่มตั้งแต่ท่องวิธีการทำคลอดว่า เด็กจะกลับหัวลงมาอย่างไร หมุนหัวอย่างไรให้ออกมาได้ จากนั้นแล้วเราต้องทำอะไรต่อ ตอนไหน ต้องให้แม่ช่วยเบ่ง ตัดฝีเย็บตอนไหน และหยุดเบ่งตอนไหน สอนแม่ให้เบ่งให้ถูกวิธี กระทั่งช่วยทำคลอดจนเด็กออกมารอดปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก (ที่มักเรียกกันว่า ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย) จากนั้นก็เรียนการเย็บแผลฝีเย็บที่เราตัดไป เวลาทำคลอดจริงๆนั้น สติสำคัญสุด แม้ว่าจะมีแพทย์ประจำบ้านคอยสอนคอยช่วย แต่เวลาทำจริงมาทั้งเลือดทั้งน้ำคร่ำ ลื่นไปหมด หากจับตัวเด็กไม่ดีจะลื่นหลุดมือเอาได้ง่ายๆ

ก่อนที่จำไปทำคลอดให้แม่จริงๆ เราก็ต้องสอบทำคลอดกับหุ่นให้ผ่านก่อน เมื่อผ่านแล้วจึงจะไปช่วยทำคลอด และทำคลอดกับแม่ได้ภายใต้การควบคุมของอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้าน ถ้าเป็นท้องแรกจะคลอดยากหน่อยรอนาน ถ้าท้องสองขึ้นไปจะเร็วมาก นักศึกษาแพทย์อย่างเราๆเตรียมตัวเข้าช่วยใส่ชุดใส่ถุงมือยังไม่ทันเสร็จหัวเด็กก็โผล่แล้ว บางคนไม่ต้องตัดฝีเย็บเพราะคลอดลูกมาหลายคนแล้ว เบ่งพรวดเดียวก็ออกมาเลย และถ้าคนไหนเบ่งเท่าไรก็ไม่ออกสักที การเต้นของหัวใจเด็กในท้องเริ่มไม่ดี คือเด็กเริ่มเครียดแล้ว อีกสักพักอาจจะขาดออกซิเจนได้ เนื่องจากมดลูกแม่บีบตัวพยายามเอาเด็กออกแต่มันออกไม่ได้ เราจะใช้อุปกรณ์ช่วยคลอดเมื่อใดเพื่อดึงเอาหัวเด็กออกมา หรืออีกทางออกคือผ่าเปิดท้อง ผ่าคลอดนั่นเอง(cesarean section)จะทำเมื่อใด นักศึกษาแพทย์อย่างเราๆก็จะมีโอกาสได้เข้าไปช่วยผ่าตัด จริงๆคือไปยืนเฉยๆนั่นละ แต่ต้องไวหน่อยเพราะอาจารย์บางคนผ่าใช้เวลาผ่าแค่ห้านาทีเด็กก็ออกมานอนร้องอยู่นอกท้องแล้ว ซึ่งเราเพิ่งสวมถึงมือกับชุดผ่าตัดปราศจากเชื้อหรือชุด sterileเสร็จ (ก็เซ็งกันไป)

เมื่อมีการสอนทำคลอดท่าหัวปกติก็ต้องมีการสอนทำคลอดท่าก้น ซึ่งพบได้แม้จะไม่บ่อย เพราะถ้าเป็นไปได้มักจะเอาไปผ่า ก็เหมือนการคลอดปกติที่เราต้องเริ่มจากการรู้ว่าเด็กจะเอาก้นออกมาอย่างไรแทนที่จะเป็นหัว แต่ขั้นตอนการทำคลอดจะเยอะกว่า และโอกาสที่เด็กจะแย่ก็มีมากเช่นกัน อีกอย่างที่ควรรู้และน่ากลัวคือเมื่อเด็กคลอดหัวออกมาได้ แต่ไหล่ติด ก็เหมือนคอเด็กถูกรัดให้ขาดอากาศ เราก็จะได้เรียนว่าต้องทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอง สาม สี่

ด้วยความที่โรงเรียนแพทย์คือหอคอยงาช้างดีๆนี่เองเราจึงมีเคสคลอดธรรมดาไม่เยอะมาก และจำนวนนักศึกษาค่อนข้างเยอะ และต้องเบ่งกันกับนักเรียนพยาบาล เราจึงจะได้ดูเคสยากๆเยอะพอกันกับเคสธรรมดา อย่างเช่น เคสรกเกาะต่ำ เคสตกเลือดรุนแรงหลังคลอด เคสครรภ์เป็นพิษที่รุนแรง เคสครรภ์แฝด และบรรดาเคสที่แม่มีโรคประจำตัวเยอะๆ เป็นต้น

          หลังจากทำคลอดแล้วก็ต้องมาดูแลแม่ที่หลังคลอดกัน เราก็ต้องเรียนว่าจะดูอะไรบ้างตั้งตัวหัวจรดเท้า คร่าวๆก็ดูว่าน้ำนมไหลไหม มดลูกหดตัวดีไหมหลังคลอด น้ำคาวปลาสีอะไร แม่ปัสสาวะหรือยังหลังคลอด และจะคุมกำเนิดอย่างไรต่อ ซึ่งเราก็จะนำความรู้ตอนปีสี่มาใช้ตรงนี้อีกครั้ง ถ้าใครจะฝังยาเราก็จะได้ทำหัตถการฝังยา ส่วนตัวลูกที่เกิดมาปกติไม่ปกติอย่างไรก็มีแพทย์ประจำบ้านกุมารเวชมาช่วยดู
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น