เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,849 Views

  • 22 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    75

    Overall
    9,849

ตอนที่ 36 : นศพ.ปี5 กับอายุรศาสตร์(อีกแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61

            เนื่องจากเราได้ผ่านการเรียนวิชานี้มาอย่างเข้มข้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนปีสี่ ความรู้ที่ยังมีอยู่จะต้องถูกเก็บรวบรวมมาตกผลึกในชั้นปีที่ห้า ที่จะเน้นไปที่การให้การรักษา จะมีบางเรื่องเท่านั้นที่เราจะได้เรียนเพิ่มเติมให้ครบ เพราะก่อนที่จะรักษาได้เราก็ต้องรู้ว่าผู้ป่วยคนนี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอะไรเสียก่อน ซึ่งการรักษานั้นมีทั้งการใช้ยา และไม่ใช้ยา

การรักษาที่ใช้ยานั้นเราก็ต้องรู้จักชื่อยา โดยส่วนใหญ่จะเป็นยาที่เราเรียนมาแล้วทั้งหมดตอนอยู่ปีสองและปีสามในวิชาเภสัชศาสตร์นั่นเอง ส่วนโดสยาหรือปริมาณที่ให้นั้น เรายังไม่จำเป็นต้องจำก็ได้ อาจจะแค่พอรู้ พอผ่านตา แต่เมื่อเห็นบ่อยๆเราก็จำจำได้เอง ส่วนการรักษาที่ไม่ใช้ยานั้นก็คือการทำหัตถการต่างๆ รวมถึงในบางกรณีที่จะต้องผ่าตัดหรือใส่อุปกรณ์อะไรต่างๆ เราก็แค่ต้องรู้ว่ารักษาอย่างไร และจะปรึกษาแพทย์เฉพาะทางแผนกใดมาช่วยดูร่วม

ในส่วนของปีห้านี้การราววอร์ด การดูคนไข้ การอยู่เวรจะยังเหมือนตอนปีสี่ และเราก็ยังต้องทำการเขียนรายงานดังเดิมเพียงแต่จำนวนจะน้อยลง เพราะสิ่งที่เราต้องทำเพิ่มเติมคือสิ่งที่เรียกว่า คอนซัลท์(consult) หรือปรึกษานั่นเอง มันคือการที่เราเอาเคสบนวอร์ดที่เราสงสัย หรือปัญหาอะไรบางอย่างเล็กๆน้อยๆ ไปปรึกษาแพทย์ที่เป็น sub specialty ภายในภาควิชาอายุรศาตร์ ดังที่เราจะเห็นได้ตอนปีสี่ที่เขามาเดินราวหน่วยกันนั่นเอง เราจะต้องเริ่มด้วยการหาเคส อาจจะเป็นเคสที่รับผิดชอบอยู่ในมือ จากนั้นติดต่อขอคอนซัลอาจารย์แพทย์เฉพาะทางนั้นตามรายชื่อที่เขากำหนดมาให้ เราต้องเตรียมเคสไล่ตั้งแต่ประวัติมานอนโรงพยาบาลตอนแรก และประวัติในอดีตที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และไปอ่านถึงสิ่งที่เราจะถามมาก่อน เพื่อมาถกมาอภิปรายกับอาจารย์ ซึ่งในการทำคอนซัลท์แต่ละครั้ง จะดีมากถ้ามีเพื่อนมายืนฟังด้วยเราจะได้ไม่กดดัน เพราะอาจารย์บางคนก็ถามละเอียดยิบ บางคนก็ออกแนวสอน หลังจากทำการคอนซัลท์เสร็จก็ต้องให้อาจารย์ประเมินเราอีกทีหนึ่งว่าเตรียมตัวมาดีหรือไม่ ความรู้ที่พกติดตัวมาเป็นอย่างงไร สรุปแล้วการคอนซัลท์นี้เครียดยิ่งกว่าทำรายงาน และใช้เวลาเตรียมตัวนานกว่า บางทีเราคอนซัลท์ไปอาจารย์ก็ส่ง fellow หรือแพทย์ที่กำลังเรียน sub specialty นั้นๆ มาดูเคสก่อน เหมือนมาดูลาดเลา เพื่อมาถกมาอภิปรายกับเรา คืออาจารย์ก็มีการเตรียมตัวมาด้วยเช่นกัน คนที่ได้ประโยชน์นอกจากตัวเราก็คือคนไข้ เพราะบางเคสได้รับการรักษาที่ดีขึ้นจากการทำคอนซัลท์ของนักศึกษาแพทย์

นอกจากราวด์ผู้ป่วยที่วอร์สามัญ ธรรมดาแล้ว เราจะได้ไปดูผู้ป่วยในหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต ซึ่งมีผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ดังนั้นเราจึงต้องเรียนเรื่องการปรับเครื่องช่วยหายใจหรือ ventilator พ่วงด้วยหัตถการที่เพิ่มมาอีกหนึ่งอยากคือเจาะหลอดเลือดแดง ซึ่งเราจะต้องเป็นคนเจาะเองภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ประจำบ้าน(ที่บางทีก็ให้พี่ปีหกมาดูแทน) และเพราะเป็นหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤตนี้เอง วันดีคืนดีเราอาจจะเจอผู้ป่วยที่อยู่ๆก็หัวใจหยุดเต้นหรือ cardiac arrest ซึ่งจะต้องตามมาด้วยการ CPR สิ่งที่ได้ร่ำเรียนมาตอนปีสามนั้นเอง บางคนอาจจะเคยพบเจอได้บ้างในวอร์ดสามัญตอนอยู่ปีสี่แต่ได้แค่ยืนมองห่างๆ หน้าที่ของปีห้าเราคือเป็นแรงงานมดคอยทำการปั๊มหัวใจตามคำสั่งของแพทย์ประจำบ้านว่าจะให้ปั๊มหรือหยุดเมื่อใด ฉะนั้นความหนักของเคสก็จะเพิ่มขึ้นแต่ปริมาณน้อยกว่าวอร์ดสามัญ ปัญหาในคนไข้คนหนึ่งอาจจะยาวเป็นหางว่าว ให้เราเขียนบันทึกความก้าวหน้า(progress note)ในแต่ละวัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น