เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,856 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    82

    Overall
    9,856

ตอนที่ 34 : การสอบในชั้นคลินิก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61

          การสอบจะขอยกยอดรวบมาพูดไว้ทีเดียวตรงนี้ พอเรียนจบแต่ละวอร์ดก็ต้องทดสอบความรู้และความไม่รู้กันสักหน่อย การสอบจะแบ่งแบ่งเป็นทฤษฎี และปฏิบัติในทุกๆวิชายกเว้นรังสีวิทยากับเวชศาตร์ชุมชน 

การสอบทฤษฎี คือมีทั้งเขียน และเป็นช้อยส์ให้เลือกตอบ ข้อเขียนมักจะง่ายกว่าเสมอ ข้อสอบจึงจะออกอะไรก็ได้มากมาย ซึ่งในชั้นปีที่4นี้เน้นเรื่องการวินิจฉัยโรค เวลาอ่านโจทย์ต้องดูดีๆว่าเขาถามอะไร ต้องการอะไร ต้องจับประเด็น หรือคีย์เวิร์ดในประโยคให้ได้ แต่บางที่ข้อสอบมันก็ยากเกินจริงๆ มั่นใจได้เลยว่าไม่มีใครได้คะแนนเต็มแน่นอน ไม่เหมือนการสอบคณิตศาสตร์ที่มักมีคนได้เต็มเสมอ การตัดเกรดจึงตัดอิ่งกลุ่มผสมกับอิงเกณฑ์ จีงมีเพื่อนๆสอบตกได้บ้างเป็นเรื่องปกติ ยิ่งปีสี่ขึ้นมาใหม่ปรับตัวและความรู้ยังไม่ทันก็ใกล้สอบเสียแล้ว

ข้อสอบทฤษฎีจะแบ่งเป็น MEQ SAQ และ MCQ

MEQ หรือ modified-essay question ข้อสอบหนึ่งข้อจะเป็นคำถามหนึ่งเล่ม แต่ละหน้าจะมีคำถามย่อยเป็นคำถามสั้นๆ ให้เราเขียนตอบ แต่ละหน้าจะให้เวลาไม่เท่ากัน เมื่อหมดเวลาเราจะได้รับสัญญาณให้พลิกไปหน้าต่อไป ห้ามพลิกข้อสอบก่อน หากผู้คุมสอบเห็นเราจะถูกกาหัวกระดาษปรับตกได้ คำถามย่อยทุกข้อจะเชื่อมโยงกัน หมายความว่า ข้อมูลที่ข้อสอบให้มาในหน้าถัดไปอาจจะมีคำตอบของข้อก่อนหน้า จึงเป็นที่มาว่าห้ามพลิกเปิดข้อสอบก่อน และห้ามพลิกกลับไปหน้าก่อนหน้า

ตัวอย่างเช่น เปิดมาหน้าแรก ให้โจทย์มาว่า ผู้ป่วยชายอายุ 70 ปี มาพบท่านด้วย 2 วัน มีอาการ ไข้ หายใจเหนื่อย จงซักประวัติ ที่ว่างที่เหลือจะตีเป็นบรรทัดว่างๆ ให้เราเขียนตอบ ตรงท้ายกระดาษจะระบุไว้ว่ามีเวลาให้กี่นาที และคะแนนรวมเท่าไร เราสามารถเขียนคำตอบได้จนเต็มบรรทัด คำตอบนอกบรรทัดไม่นับ ดังนั้น เราจึงต้องรวบรวมความคิดดีๆ ถามแต่เนื้อๆ ไม่เอาน้ำ ไม่ต้องกังวลว่าต้องเขียนให้เต็ม เพราะต่อให้เราเขียนเกินได้คะแนนเกิน ก็จะคิดคะแนนแค่เท่าที่เป็นคะแนนเต็มของข้อย่อยนั้น แต่ละคำตอบจะมีอยู่ในเช็คลิสต์เฉลยของอาจารย์ ซึ่งเกินคะแนนเต็มของแต่ละข้อ เช่นข้อนี่คะแนนเต็ม 20 แต่เช็คลิสต์คำตอบทั้งหมดที่ทำออกมามี 30 คะแนน คือแค่ให้เราตอบได้ 20 ใน 30 เราก็ได้คะแนนเต็มแล้ว

เมื่อพลิกหน้าถัดไปก็จะมีข้อมูลมาเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยชายอายุ 70 ปี มาพบท่านด้วย 2 วัน มีอาการ ไข้ ไอ มีเสมหะ สีเขียว ไม่มีเบื่ออาหารน้ำหนักลด ไม่มีคนในบ้านป่วย และ 1 วัน มีอาการหายใจเร็ว ดูหอบเหนื่อยมากขึ้น นอนราบได้ ไม่ได้รับการรักษาที่ใดมาก่อน ญาติจึงพามาโรงพยาบาล โรคประจำตัวเป็นโรคถุงลงโป่งพอง ยังสูบบุหรี่เป็นประจำ ไม่ดื่มเหล้า ท่านต้องการตรวจร่างกายอะไรเพิ่มเติมบ้าง เมื่ออ่านประวัตแล้วเรานึกถึงโรคอะไรบ้าง ก็เขียนตรวจร่างกายเพื่อช่วยวินิจฉัยแยกโรคลงไป ดังนั้นถ้าเราไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรจริงๆ ก็สามารถตอบหว่านไปหมดได้ แต่อย่าลืมว่าพื้นที่ตอบมีจำกัด คำตอบที่ไม่อยู่ในเช็คสิต์ของอาจารย์จะไม่ได้คะแนน ไม่มีติดลบ ไม่แน่ใจว่ามีคณะแพทย์ไหนที่ให้คะแนนติดลบหรือไม่ คำถามในหน้าถัดมาก็จะให้จ้อมูลตรวจร่างกายเรามาเพิ่ม โจทย์ถามว่า จงวินิจฉัยแยกโรค อาจจะให้เขียนตอบสามข้อห้าข้อ ก็แล้วแต่ หน้าถัดมาก็จะเป็นว่าจะส่งตรวจเพิ่มเติมอะไรบ้างเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ซึ่ง อาจจะจำกัดคำตอบไว้คือให้เขียนตอบมาเป็นข้อๆ ข้อมูลหน้าต่อมาเราจะมีครบทั้งประวัติ ตรวจร่างกายและผลตรวจของคนไข้ มีรูปเสมหะคนไข้ที่ถูกนำไปย้อมสีดูเชื้อ โจทย์ถามว่าเป็นเชื้ออะไร และเป็นบรรทัดเดียวให้เขียนตอบ หน้าสุดท้ายจะถามว่าจงวินิจฉัยโรคในผู้ป่วยรายนี้ เป็นอันว่าจบหนึ่งข้อ โดยรวมข้อสอบหนึ่งข้อใช้เวลาสามสิบนาที อาจมีการถามมากกว่านี้

เวลาทำข้อสอบลักษณะนี้จะใจเสียมาก เพราะเมื่อพลิกไปแต่ละแผ่นคำถาม หน้าต่อไปจะเป็นเฉลยของข้อก่อนหน้า จนรู้สึกไม่อยากทำข้อสอบต่อ จงตั้งสติดีดๆ และทำต่อไป อย่าได้ไปสนหน้าก่อนหน้า

SAQ หรือ short answer question เป็นข้อสอบอัตนัยลักษณะถามตอบธรรมดา ไม่ใช่ข้อสอบต่อเนื่องอย่าง MEQ ในหนึ่งข้ออาจมมีข้อย่อยได้ แต่จะอยู่ในคำถามหน้าเดียวกัน ดังนั้นจะไม่มีเฉลยอยู่ในคำถามหน้าถัดไปแน่นอน ลักษณะคำถามจะเป็นประมาณเช่น ให้รูปมาและถามว่า สิ่งนี้คืออะไร คือเป็นภาพสิ่งที่พบเจอในการตรวจร่ายคนไข้ และถามว่าเจอได้ในโรคอะไร หรืออาจจะให้รูปเม็ดเลือดมา ถามว่าคนนี้เป็นโรคอะไร จะเห็นได้ว่าเราต้องผนวกเอาความรู้ตอนปีสามมาใช้ในชั้นคลินิกตลอด

Multiple choices question หรือ MCQ คือคำถามที่มีช้อยส์ให้เลือกตอบนั่นเอง ข้อสอบลักษณะนี้มักจะยาก ถ้าไม่มีใครได้คะแนนเต็มถือว่าเป็นเรื่องปกติ ข้อไหนไม่รู้ก็เดากันไป โอกาสถูกหนึ่งในห้า ดีกว่าปล่อยว่าง

ส่วนการสอบปฏิบัติคือการสอบ OSCE จำนวนประมาณ 20 ข้อ ไม่เกินนี้แล้วแต่วิชา แต่จำนวนฐานจะมีมากกว่าข้อสอบ เพราะจะมีให้นั่งพักบ้าง อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นการสอบกับผู้ป่วย ที่นี้เราขึ้นชั้นคลินิกมา ได้มีโอกาสเจอผู้ป่วยจริง ได้ตรวจพบความผิดปกติจริง เวลาสอบก็จะมีทั้งผู้ป่วยจำลองที่ร่างกายปกติ มานั่งให้เราแสดงการตรวจให้อาจารย์ดู บางฐานเป็นผู้ป่วยที่ป่วยมีโรคจริงมาให้เราตรวจ และเขียนหรือรายงานให้อาจารย์ฟัง บางข้อเป็นการซักประวัติและให้วินิจฉัยโรค และที่ขาดไม่ได้เลยคือการให้คำแนะนำซึ่งมักจะชอบโผล่มาแบบประปรายไม่ให้ตั้งตัว ถือว่าค่อนข้างยากสำหรับนักศึกษาแพทย์ตัวน้อยๆ ที่แค่รู้จักตัวโรคให้ดีก็ว่ายากแล้ว ซึ่งทั้งหมดต้องทำให้เสร็จภายในห้านาที เสียงกริ๊งดังเมื่อใด คือหมดเวลาและจะต้องออกจากฐานนั้นเพื่อไปฐานต่อไป หากเป็นฐานที่ให้ส่องกล้องจุลทรรศน์ ถ้าเขาห้ามเลื่อนก็อย่าเลื่อนเลย และฐานที่เขาให้เลื่อนกล้องได้ถ้ามันเห็นสิ่งที่เขาต้องการให้เห็นแล้ว ช่วยค้างไว้อย่างนั้นอย่าเลื่อนหนี

เมื่อสอบเสร็จอาจารย์บางคนใจดีก็จะมาเฉลยใครตอบถูกก็เฮกันไป คนตอบผิดก็เซ็ง รวมถึงอาจารย์จะช่วยชี้จุดบกพร่องที่หลายๆคนพลาด เพราะบางคนตื่นเต้นถึงขนาดว่าลืมทักทายคนไข้ แนะนำตัว

               อีกการสอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการสอบ long case มันคือการสอบกับผู้ป่วยจริงๆที่อยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งหมายถึงว่าอาจจะเป็นผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลอยู่แล้ว หรือผู้ป่วยนอกที่มาตรวจ หรือผู้ป่วยที่ฉุกเฉิน การสอบจะเริ่มตั้งแต่การซักประวัติตรวจร่างกาย ผู้ป่วยคนนั้นต่อหน้าอาจารย์ที่เป็นคนคุมสอบ อาจารย์หนึ่งคนต่อนักศึกษาแพทย์หนึ่งคน ฉะนั้นเมื่อฤดูสอบ long case มาถึง เพื่อนๆพี่ๆจะต้องคอยช่วยกันสอดส่องว่าอาจารย์ที่คุมสอบตัวเองนั้นมีไปเล็งคนไข้ที่ไหนเพื่อเตรียมนำมาสอบบ้าง เพราะถ้าเคสสวย คือมีอะไรน่าสนใจน่าเรียนรู้ จะถูกนำมาใช้สอบหลายครั้ง ส่วนใหญ่การสอบนี้จะกินเวลาไม่เกินครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง การซักประวัติและตรวจร่างกายรวมๆกันแล้วราวสิบห้านาที อีกสิบห้านาทีคือวินิจฉัยแยกโรคให้อาจารย์ฟัง และคิดว่าคนนี้น่าจะเป็นโรคอะไรมากที่สุด ใครได้อาจารย์ใจดีก็สอบด้วยความสบายใจ แต่คะแนนที่ได้นั้นอีกเรื่องหนึ่ง ใครเจอคนโหดก็อาจจะโดนให้ตกและต้องสอบใหม่

การสอบแต่ละวิชา (อาจจะแล้วแต่คณะแพทย์ด้วย)
               อายุรกรรม: สอบทุกอย่างที่เขียนไว้ข้างต้น
               ศัลยกรรม: MCQ OSCE
               กุมรเวช: MEQ MCQ OSCE
               นรีเวช: MEQ MCQ OSCE
               จักษุวิทยา: SAQ MCQ OSCE
               จิตเวช: SAQ MCQ OSCE
               เวชศาสตร์ครอบครัว: SAQ MCQ long case
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น