เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,855 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    81

    Overall
    9,855

ตอนที่ 32 : นศพ.ปี4 ใสๆ กับเวชศาสตร์ครอบครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    6 มิ.ย. 61

เวชศาสตร์ครอบครัว หรือ Family Medcine

วิชาที่ตอนแรกงงว่าให้เรียนไปทำอะไร เนื่องจากเรามักจะมองว่าเป็นแพทย์เรารักษาตัวโรค โรคที่เรียนในวิชานี้ก็ไม่ต่างจากที่เรียนในวิชา major เผลอๆน้อยกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่เวชศาสตร์ครอบครัวนี้จะทำให้เรารู้จักการรักษาคนไข้เป็นตัวบุคคล ที่เรียกว่า patient-centered ไม่ใช่ว่าทุกคนป่วยกันมาโรคเดียวกันแล้วเราจะรักษาเขาเหมือนกันทุกคน

ในอนาคตประชาชนกลุ่มหนึ่งจะต้องมีแพทย์ที่รักษาประจำตัว คือเป็นแพทย์ที่ใกล้ชิด รู้จักตัวเรา รู้จักครอบครัวและชุมชนของเรา นั่นคือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว (ในต่างประเทศสาขานี้ค่อนข้างนิยม แต่บ้านเรานับว่าเป็นสาขาขาดแคลน) จะสามารถให้การรักษาคนไข้เบื้องต้นได้ในหลายๆโรค ดูแลกันตั้งแต่เกิดจนตาย รวมถึงการดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้าย และส่งต่อแพทย์เฉพาะทางเมื่อจำเป็น

การเรียนวิชานี้เราจะไม่ต้องราววอร์ด(เย้!) หมายความว่าเราจะเริ่มเรียนราวแปดโมงเช้า หากมีเลกเชอร์ และออก OPD ตรวจผู้ป่วยนอกโดยมีอาจารย์คุมอีกทีหนึ่ง ผู้ป่วยที่มาก็มีตั้งแต่มาเจาะเลือดตรวจประจำปี จนถึงป่วยด้วยโรคทั่วๆไปที่มักเจออยู่บ่อยๆ แจ็คพ็อตแตกก็ไปเจอเอาโรคยากๆ เราจะได้ซักประวัติตรวจร่างกายคนไข้หนึ่งคน ซึ่งการซักประวัติตรวจร่างกายก็จะเหมือนที่เรียนมา แต่มีเพิ่มตรงที่เราต้องถามถึงว่า แล้วเขาคิดว่าตัวเองป่วยเป็นอะไรถึงมาตรวจ กลัวอะไร กังวลใจอะไร คาดหวังอะไร อยากให้เราช่วยทำอะไรให้ และต้องถามแผนผังครอบครัว สรุปคือดูให้ครบองค์รวมหรือที่เรียกว่า holistic care อย่างที่บอกว่าไม่ได้ดูแค่ตัวโรคที่คนไข้เป็น แต่ดูทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง คนไข้บางคนมาหาเราเพราะเขาว่าตัวเองป่วย แต่มักจะมีคำถามอยู่เสมอๆว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่จริงๆที่ป่วย เช่น คนไข้คนหนึ่งมาหาเราด้วยปวดศีรษะ โอเค โดยทั่วไปเราก็ตรวจดูว่าไม่ใช่ปวดหัวจากความดันสูง เลือดออกในสมอง ไม่ได้เกิดจากการกระทบกระแทก ไม่มีอาการทางระบบประสาทที่ผิดปกติ น่าจะเป็นปวดหัวปกติ แค่จ่ายยากินก็จบ หายปวดแน่นอน แต่ซักพักคนไข้ก็จะเป็นมาอีกเป็นพักๆ ถ้ามียาอยู่เขาก็กินยาต่อ ถ้ามันหายเขาก็ไม่มาหาเรา คำถามคือทำไมคนไข้คนนี้ปวดหัว ถามไปถามมาอาจจะได้คำตอบว่านอนไม่หลับ ถามไปอีกอาจจะทราบว่าเครียด คุยไปคุยมาเราอาจจะได้สาเหตุที่แท้จริงว่าเครียดเรื่องสามีที่ติดเหล้าติดการพนันเป็นหนี้สินตามมา มีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งเราให้ยาไปคนไข้ก็ไม่ได้หายป่วยเพราะสาเหตุยังอยู่ สุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่ป่วย หรือบางคนปวดหัวแต่ที่มาตรวจเพราะเคยมีคนรู้จักปวดหัวแล้วเป็นก้อนเนื้องอกในสมอง เขามาตรวจด้วยความกังวลใจ ถ้าเราแค่ให้ยาแก้ปวดไป (ซึ่งเขาก็หายปวดละ เพราะแค่ปวดหัวธรรมดา) เขาก็อาจจะไปหาหมอที่อื่นต่อ(ที่เรียกว่า shopping around) จนกว่า จะได้สิ่งที่ต้องการนั่นคือ การยืนยันว่าไม่ได้เป็นมะเร็งหรือก้อนเนื้องอกในสมองนะ หรือทำเอ็กเซรย์คอมพิวเตอร์ CT scan เพราะต้องการคำตอบเพื่อความสบายใจ

เมื่อบอกว่าเราดูคนไข้เป็นรายบุคคล ก็ต้องมีการไปดูเบื้องลึกเบื้องหลังคือลงไปดูถึงครอบครัว หรือที่เรียกว่าการเยี่ยมบ้าน เพื่อไปดูตัวผู้ป่วยเอง หรือดูสภาพแวดล้อม บางคนที่ยังป่วยอยู่ไม่ใช่เพราะตัวเขาเองแต่เป็นเพราะคนที่บ้านและสภาพแวดล้อมก็ป่วยด้วยเช่นกัน อย่างเช่น คนไข้รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเลย แต่ภายนอกก็ดูสบายดี ตรวจร่างกายก็ปกติดี แต่ทราบมาว่าที่บ้านมีคนไข้นอนติดเตียงอยู่ ต้องคอยดูแลพลิกตะแคงตัวทุกสองชั่วโมง และทำคนเดียว จึงทำให้นอนไม่พอ เราก็ต้องไปดูว่าพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง โดยส่งทีมสหวิชาชีพ(ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และอื่นๆอีกมากมาย)ไปช่วยประเมิน หรือว่าคนไข้ที่ติดเตียงนั้นจริงๆแล้วสามารถกายภาพกลับมาจนช่วยเหลือตัวเองได้บ้างลดภาระคนดูแล หรือจัดสภาวะแวดล้อมให้เหมาสมกับการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ใช้อุปกรณ์ช่วยจะได้ไม่ต้องพลิกตะแคงตัวทุกสองชั่วโมง เป็นต้น

ตัวนักศึกษาแพทย์เองก็จะได้รับมอบหมายให้ไปทำการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเช่นกัน ซึ่งจะมีอาจารย์คอยติดตามไปด้วยในครั้งแรกๆ หลังจากนั้นครอบครัวนี้เราก็จะต้องไปเยี่ยมกระทั่งจบปีห้า และทำออกมาเป็นรายงาน ซึ่งแต่ละครั้งที่ไปเยี่ยมบ้านจะต้องมีรายงานความคืบหน้ามานำเสนอด้วยเช่นกัน

จะเห็นว่าวิชานี้มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวิชาอื่น ให้เรามองคนไข้เป็นคนและรักษาคนไข้ทั้งคน เราต้องรักษา illness ไม่ใช่รักษาแค่โรค(disease)ที่เขามา บางคนก็เลยจะชอบวิชานี้มาก แต่บางคนก็ไม่ชอบเพราะรู้สึกยุ่งยากที่ต้องลงไปเยี่ยมบ้านไปพูดคุยกับคนอื่นในครอบครัว ถามซอกแซก เหมือนให้ความรู้สึกว่าเราไปยุ่งเรื่องเขามากเกินไปหรือเปล่า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น