เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,883 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    109

    Overall
    9,883

ตอนที่ 27 : นศพ.ปี4 ใสๆกับจิตเวชศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 มิ.ย. 61

เมื่อพูดถึงโรคทางจิตเวช คนก็มักจะนึกถึงคนบ้าก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าได้ลงมาคลุกคลีแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนบ้า แต่มันเป็นเรื่องที่รวมถึง ความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด และจิตใจ

ในโรงเรียนแพทย์จะมีหอผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งลักษณะเด่นของมันคือเคาน์เตอร์พยาบาลจะมีกระจกปิดกั้นรอบทิศเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และมียามเฝ้าอยู่ด้วยเสมอ เผื่อมีคนไข้หนีออกมา ฉะนั้นหอผู้ป่วยจะไม่มีหน้าต่างที่เปิดออกได้ ฉะนั้นเวลาอยู่ในหอผู้ป่วย ถ้ามีอะไรก็รีบวิ่งหนีมาหลบหลังเค้าน์เตอร์นะ

สำหรับนักศึกษาแพทย์เราจะรู้สึกหวาดระแวงคนไข้กลุ่มนี้ได้เป็นธรรมดา ในการเข้าหาคนไข้กลุ่มเหล่านี้อันดับแรกคือ ให้ตัวเองปลอดภัยไว้ก่อน เพราะกลุ่มคนไข้ทางจิตเวชที่จับนอนโรงพยาบาลนั้นมีอยู่สองอย่างหลักๆคือเป็นภัยต่อตัวเองคือทำร้ายตัวเอง และอย่างที่สองคือเป็นภัยต่อผู้อื่น(ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ) เราจะมีโอกาสได้เข้าไปในหอผู้ป่วยเห็นคนไข้เหล่านี้ พร้อมกับแพทย์ประจำบ้าน เวลานั่งคุยกันกับคนไข้จะได้รับการเตือนเสมอว่าให้เว้นระยะห่างไว้ประมาณหนึ่ง คนไข้บางคนจะดูเหมือนคนปกติที่เดินไปเดินมาในหอผู้ป่วย แต่นั่นอาจจะเป็นคนไข้โรคซึมเศร้าที่มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เราอาจพบคนไข้จิตเภทที่ได้รับการรักษาดีจนใกล้จะได้กลับบ้านที่เดินไปเดินมา พูดคุยรู้เรื่องแต่ดูช้าๆเนื่องจากฤทธิ์ของยา เขาอาจยังได้ยินว่ามีคนมากระซิบให้ทำนู่นทำนี่อยู่บ้างแต่รู้ว่าเสียงนั้นไม่ใช่ของจริง หรือเราอาจได้ยินเสียงคนไข้ที่เสพสารเสพติดมาเกินขนาดคุ้มคลั่ง โดนจับมัด ส่งเสียงโวยวาย และไม่ควรเข้าใกล้ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าอาการที่แสดงออกทางจิตเวชไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ จิตใจ และความรู้สึกเพียงอย่างเดียว บางคนมีความผิดปกติทางร่างกายจริงๆ คือมีความผิดปกติในสมองทำให้การรับรู้ผิดปกติไป มีอาการเหมือนคนบ้าที่เราชอบเรียกกัน โรคซึมเศร้าเองก็มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง หรือคนไข้ที่กินเหล้า เสพยามาก็ทำให้สารสื่อประสาทหรือตัวสมองเองผิดปกติไป พฤติกรรมที่แสดงออกเมื่อได้รับสารเกินขนาดหรือขาดสารนั้นๆจึงเหมือนคนบ้า(เขาจะเรียกยาบ้า) การรักษาจึงมีทั้งการรักษาด้วยยา และที่ไม่ใช้ยา(อย่าง psychotherapy หรือจิตบำบัด พฤติกรรมบำบัด เป็นต้น)

ที่นี้สิ่งที่เราเรียนกันเราจะได้เรียนกันตั้งพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ อุปนิสัย และความต้องการของมนุษย์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยตามทฤษฎี กระทั่งโรคทางจิตเวชตั้งแต่โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์(อารมณ์สองขั้ว) โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคเครียด โรคที่คิดว่าตัวเองป่วยและอีกมากมาย ตั้งแต่ว่าวินิจฉัยอย่างไร รักษาอย่างไร แบ่งเป็นกี่ประเภท ประเมินความเสี่ยงการฆ่าตัวตาย ถือว่าเป็นอีกวิชาที่เรียนเรื่องตัวโรคแล้วสนุก การตรวจร่างกายวิชานี้จะเป็นการทำแบบทดสอบ ถามตอบพูดคุยกับคนไข้ เรียกได้ว่าหลักๆเป็นการพูดคุย พยายามทำความเข้าใจ และสังเกตสีหน้า อารมณ์ การตอบสนองที่ผิดปกติขณะมีการสนทนา จะไม่ใช่การตรวจฟังปอดฟังหัวใจ คลำท้อง อีกต่อไป ฉะนั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย คนไข้มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ อาจจะสงสัยว่าแล้วทำไมมีเด็กเป็นโรคทางจิตเวช อะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรมและจิตใจของเด็กสามารถให้จิตแพทย์(เป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น)ช่วยดูได้ อย่างเช่นกรณีเด็กสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ถูกข่มขืน เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญสำหรับวิชานี้คืออาจารย์และแพทย์ประจำบ้านมักจะพูดเสมอในคนไข้ที่มีอาการของโรคทางจิตเวช(หมายถึงทุกๆอาการไม่ใช่แค่บ้า) ว่าให้นึกถึงโรคทางกายก่อนค่อยนึกถึงโรคทางจิตเวช จึงเป็นที่มาไว้ทำไมเราถึงต้องมีความรู้โรคอื่นๆไว้เป็นพื้นฐานดั้งเดิม

การเรียนการสอนจะไม่ได้จบแค่ที่หอผู้ป่วย แต่เราจะได้ไปเจอผู้ป่วยที่แผนกตรวจผู้ป่วยนอกพร้อมกับอาจารย์ เราจะได้สังเกตเห็นวิธีการทำงานการพูดคุยของอาจารย์กับคนไข้ และมีโอกาสที่จะได้พูดคุยซักประวัติเอง ซึ่งคนไข้กลุ่มเหล่านี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ และแน่นอนว่าต้องมีการขออนุญาตคนไข้ก่อนว่าจะมีนักศึกษาแพทย์มาร่วมตรวจด้วย พอเราตรวจเสร็จตามที่เรียนมา ตั้งแต่ซักประวัติทั่วๆไป เหมือนในวอร์ดอื่นๆ แต่เน้นเพิ่มเรื่องอารมณ์ ใจคอ จนถึงทำแบบทดสอบอย่างที่กล่าวไป ก็มาถึงคราวของอาจารย์และเป็นครั้งแรกที่ได้รับรู้ถึงการพูดคุยแบบจิตแพทย์อย่างจริงจัง ตั้งแต่น้ำเสียงที่ใช้ในการพูดคุย จนถึงท่าทางทางกายของอาจารย์ที่ดูใจเย็น ดูน่าเชื่อถือน่าไว้วางใจ อาจารย์พูดไปพูดมาถามไปถามมาก็ไปจี้โดนอะไรบางอย่างในใจคนไข้ได้ถูกจุด และคนไข้ได้ระบายได้ร้องออกมา อาจารย์สามารถค้นลึกไปได้ทุกอณูของปัญหา เห็นแล้วก็อึ้งทึ่งตามกันไป จะเข้าใจเลยว่าจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงมันเป็นอย่างไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

0 ความคิดเห็น