เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,883 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    109

    Overall
    9,883

ตอนที่ 23 : นศพ.ปี4ใสๆกับศัลยศาสตร์ : Surgery

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 361
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    2 มิ.ย. 61

วิชาว่าด้วยการผ่าตัดเป็นหลัก (แต่รักษาด้วยยาก็มีเช่นกัน)โดยส่วนใหญ่แพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมจะมาราวค่อนข้างเช้า เพราะต้องไปเข้าห้องผ่าตัด นักศึกษาแพทย์จะมาดูคนไข้ตอนเช้าตามปกติ เหมือนในผู้ป่วยอายุรกรรม อาจจะทันบ้างไม่ทันบ้าง จะมีการสอน bedside คือสอนข้างเตียง ไม่ได้นั่งสอนกันเป็นกิจจะลักษณะหมือนเลกเชอร์ ในอายุรกรรมก็มีการสอนลักษระนี้เช่นกัน  คือเลือกเคสมาแล้วเล่าให้อาจารย์ฟัง หรืออาจารย์อาจจะเป็นเลือกเคสให้เรากับเพื่อนเข้าไปไปซักประวัติ ตรวจร่างกาย แล้วอาจารย์มาสอนเป็นวันๆไป

การราวศัลยกรรมจะไม่สามารถราวแยกเป็นวอร์ดชายหญิง แต่จะแยกเป็นสายว่าเป็นศัลยกรรมทั่วไป general surgery(ศัลยกรรมทั่วไป) hepato-biliary(ศัลยกรรมระบบท่อทางเดินน้ำดี) breas (ศัลยกรรมเต้านม) vascular(ศัลยกรรมหลอดเลือด) เป็นต้น ดังนั้นการราววอร์ดจึงต้องเดินไปหลายที่ ชีพจรลงเท้า เดินกันจนขาแข็ง

นอกจากราวแล้วก็ต้องทำแผลผ่าตัดคนไข้ โดยปีสี่จะคอยเป็นลูกมือให้ปีห้าและปีหก ฝึกการทำแผลชนิดต่างๆ การราวจะมีทั้งเช้าทั้งเย็นเช่นเดียวกันกับอายุรกรรม ซึ่งการาวตอนเย็นบางครั้งก็เสร็จเร็ว คือเพิ่งเลิกเรียนออกมาจากห้องเลกเชอร์ก็อาจจะพบว่าพี่ๆเขาราวกันเสร็จแล้ว บางทีก็ไปนั่งรอบ้าง ขึ้นกับว่าวันนั้นในห้องผ่าตัดยุ่งเหยิงมากขนาดไหน พี่แพทย์ประจำบ้านออกจากห้องผ่าตัดเมื่อไรก็ได้ราวเมื่อนั้น กว่าจะราวเสร็จอาจเกินไปถึงสองทุ่มได้

ศัลยกรรมาทางเดินปัสสาวะ ศัลยกรรมเด็ก และศัลยกรรมพลาสติก จะได้เรียนมันแค่ตอนปีสี่ครั้งเดียวเท่านั้น ได้เห็นเคสและราวเคสเพียงผ่านๆ ความรู้เรื่องโคเหล่านี้เราจึงจะมีไม่มากนัก และไม่ว่าเราจะอยากเป็นศัลยแพทย์หรือไม่ ความรู้เรื่องโรคกลุ่มนี้ก็จำเป็นต้องมีเพราะในอนาคต เมื่อจบเป็นแพทย์แล้วมีโอกาสสูงที่เราจะเป็นคนเจอคนไข้คนแรก ต้องวินิจฉัย และรักษาเบื้องต้นได้ ก่อนที่เราจะส่งไปจนถึงมือแพทย์เฉพาะทาง

ส่วนศัลยกรรมหลอดเลือด เราจะได้เรียนจริงๆจังแค่ตอนปีสี่เช่นกัน เพียงแต่เรามีโอกาสที่จะได้ทบทวนความรู้นั้นอีกครั้งเมื่อขึ้นมาอยู่ปีที่หก

ในตอนปีสามเราได้ฝึกเย็บ แต่เป็นการเย็บกับหนังหมู ตอนปีสี่จะมีการจัด work shop ให้เราได้ลองเย็บหนังหมูอีกครั้งเพื่อเป็นการทบทวน ได้ลองกรีดฝีหนอง หรือตัดชิ้นเนื้อเอาก้อนออก ฝึกผูกไหมด้วยมือและด้วยอุปกรณ์หากเราได้เข้าไปในเคสผ่าตัด มีโอกาสที่จะได้เย็บผิวหนังคนไข้จริงๆ จะรู้ว่ามันให้ความรู้สึกต่างจากหนังหมูอย่างมาก

หากระหว่างวันไม่มีเรียนก็จะถูกแจกแจงกันไปว่าวันไหนใครต้องเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งเราจะมีสมุดเชคลิสท์หรือ log book ไว้ให้อาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้านเซ็น มีตั้งแต่การทำแผล เข้าช่วยผ่าตัด ทำความสะอาดผิวหนังก่อนผ่าตัดหรือที่เรียกว่า สครับ(scrub)’ ใส่สายสวนปัสสาวะคนไข้ เย็บแผลที่ผิวหนัง ตัดไหม หรือสังเกตการผ่าตัดชนิดใดบ้าง เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นโรงเรียนแพทย์ใหญ่ๆเคสจะไม่ค่อยเยอะ เพราะจำกัดเตียงคนไข้ จึงต้องแบ่งกันกับเพื่อนดีๆ ไม่ให้แย่งเคสหรือเขม่นกัน log bookนี้จะถูกนำไปคิดคะแนนด้วยเช่นกัน

            ในการเข้าเคสผ่าตัดช่วยอาจารย์หรือแพทย์ประจำบ้าน ถ้าเลือกได้ก็พยายามเลือกเคส หากใครไม่อึดพอเข้าเคสที่ผ่าตั้งแต่เก้าโมงเช้ายันสามทุ่มก็จบเลย ยืนขาแข็งทั้งวัน ผลัดกันไปกินข้าว ผลัดกันเข้าห้องน้ำ แต่นักศึกษาแพทย์ปีสี่ อย่างมากก็อยู่ในเคสผ่าตัดไม่กี่ชั่วโมง เพราะมักมีเรียน หรืออาจารย์อาจจะไล่ให้ไปกินข้าว ไปพัก ไปทำอย่างอื่นแทน

            ใครถูกจัดแจงให้ไปออกตรวจผู้ป่วยนอกซึ่งอาจจะเป็นผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่งเคยมาตรวจ หรือเป็นผู้ป่วยรายเก่าที่มาตรวจตามนัด เราก็จะมีโอกาสได้ตรวจเต้านมอย่างถูกต้อง ตรวจก้น(digital rectal examination + proctoscope) ตรวจคลำก้อนที่ท้อง ได้เขียนบันทึกประวัติตรวจร่างกายลงในเวชระเบียนผู้ป่วย และรายงานให้อาจารย์ฟัง เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษา (แต่คนไข้ต้องยินยอมที่จะตรวจกับนักศึกษาแพทย์ก่อนเราถึงจะตรวจได้ ห้ามซุบซิบนินทาพูดคุยกันระหว่าตรวจคนไข้ เพราะคนไข้คนหนึ่งจะมีนักศึกษาแพทย์ตรวจกันหลายคน เหมือนเราไปรุมดูเขา เป็นใครก็คงอาย) แน่นอนว่าเราต้องได้เรียนกับหุ่น และอ่านมาก่อนที่จะตรวจคนไข้จริง

เนื่องจากปีสี่เน้นเรียนอย่างที่บอก ไม่ว่าจะราวเสร็จหรือไม่ หรืออยู่ในห้องผ่าตัด หากมีเรียนให้ขอออกมาก่อนได้เลยในทุกวอร์ด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น