เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,846 Views

  • 22 Comments

  • 235 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    72

    Overall
    9,846

ตอนที่ 14 : ปีสามแล้วจ้า: Microbiology

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

          หัวข้อนี้จะยาวนิสนึงเนื่องจาก microbiology หรือจุลชีววิทยามันก็แบ่งออกมาเป็นแบคธีเรีย ปรสิต และเชื้อราที่เราต้องเรียนกัน และเพิ่มเติมให้อีกอย่างหนึ่งคือไวรัส


Bacteriology

วิชาว่าด้วยเรื่องของแบคทีเรีย ทำไมเราต้องเรียน การติดเชื้อแบคทีเรียพบได้ทั่วไป ยาปฏิชีวนะตัวแรกของโลกคือ penicillin ผลิตมาจากเชื้อรา penicillium ที่เราต้องเรียนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วพวกนี้กันก็เพราะว่ามันทำให้เกิดโรคได้ มันให้เราป่วย บางตัวก็เป็นมิตรอยู่ร่วมกันกับเรา

การเรียนวิชานี้ไม่ต้องคิดมาก จำอย่างเดียวไม่มีทางลัดทางเลือกเท่าใด ทำความคุ้นเคยกับชื่อแบคทีเรียให้มากที่สุด และจงรู้ว่าแบคทีเรียเหล่านี้พบได้ที่ใดบ้าง แบคทีเรียบางตัวเป็นมิตรกับร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม เรามีมันอยู่เป็นปกติ อย่างเชื้อที่ผิวหนังก็มีมากมาย ในลำไส้ก็อีกมาก ยั้วเยี้ยเป็นสวนสัตว์แต่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และก็ไม่จะเป็นต้องใส่ใจกับมัน แค่รู้ว่ามันสามารถก่อโรคได้เช่นกัน

แค่จำชื่อคงไม่พอ เพราะเราต้องรู้จักกับตัวมันด้วยนั่นคือนำแบคทีเรียที่เขาเพาะเลี้ยงไว้มาย้อมสีและส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ มีตัวกลมตัวเรียว การย้อมติดสีต่างกัน เชื้อตัวใดมักทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะใดได้ ในคนกลุ่มไหน อายุเท่าไร สิ่งเหล่านี้สำคัญเพราะจะถูกนำไปใช้ในชั้นคลินิก แบคทีเรียแต่ละกลุ่มแต่ละชนิดจะสนองตอบยาฆ่าเชื้อต่างชนิดกัน

 

น่ารักไหมแบคธีเรีย เห็นน่ายิ้มๆแต่ความจริงมันร้าย

(ภาพจาก sticker line cute cute microbes--ไม่ได้มาขายของนะ TT ไม่ใช่ของตัวเอง ใครที่เรียนคณะแพทย์เดียวกันจะเคยเห็นเพราะเป็นอาจารย์ที่คณะทำออกมา ตอนแรกทำออกมาให้แจกให้นศพ.เรียนให้จำง่ายๆ ก่อนจะกลายเป็น sticker .ใน line)

Parasites

นอกจากแบคทีเรียบนโลกนี้ก็ยังมีปรสิตหรือพยาธินั่นเอง จำและจำเท่านั้นเช่นกัน สิ่งที่เพิ่มมาในปรสิตวิทยาคือเราต้องรู้วงจรชีวิตของมัน เพราะแต่ละช่วงชีวิตมีแค่บางช่วงที่ทำให้ติดต่อได้ บางชนิดมีพาหะเช่นยุง แมลง บางทีคนสัตว์ก็เป็นพาหะ หมายความว่าเราจะไม่เป็นโรคแต่เราจะแพร่มันต่อให้คนอื่นนั่นเอง เช่นกินไข่พยาธิ หรือพยาธิไชเข้าทางผิวหนังทำให้เป็นโรค แต่กินตัวพยาธิไม่เป็นอะไร หรือกินตัวอ่อนเข้าไปแล้วมันไปเจริญเติบโตอยู่ในลำไส้ แล้วเราถ่ายเอาไข่พยาธิออกมาทำให้มีการแพร่เชื้อได้ เป็นต้น

พยาธิแบ่งง่ายๆสามกลุ่ม ตัวกลม ตัวแบน และตัวตืด  แต่ละกลุ่มก็จะมีชื่อและวงจรชีวิตของมันอีกให้ได้จดได้จำ เมื่อก่อนเราอาจจะเคยเห็นคนเป็นโรคเท้าช้าง ขาโตๆข้างหนึ่งแขนโตๆข้างหนึ่ง อัณฑะโต มันดูเหมือนช้างจริงๆนั่นละ พาหะมันคือยุง ยุงที่มีพยาธิตัวนี้อยู่ดูดเลือดเราก็ปล่อยพยาธิเข้ามา มันก็เข้าไปอยู่ตามหลอดเหลือน้ำเหลือง ทำให้น้ำเหลืองอุดตันระบายกลับเข้าระบบไหลเวียนเลือดไม่ได้ก็บวมตุ่ย

ถึงจะมียาฆ่าพยาธิแต่การมีพยาธิติดค้างในตัวนานๆก็ทำให้เกิดมะเร็งได้ เช่นพยาธิใบไม้ตับ คนไทยกินก้อยปลาดิบซึ่งพยาธิไปอยู่ตามเกล็ดปลา พอกินดิบพยาธิไม่ตาย เรากินเข้าไปมันก็ไชไปอยู่ทาวเดินท่อน้ำดี เกิดการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเซลล์ซ่อมแล้วซ่อมอีก ไปๆมาๆกลายเป็นมะเร็ง จึงมีการรณรงค์ให้กินแบบทำสุกกัน แล้วปลาดิบญี่ปุ่นล่ะ ประเทศเขาทำสะอาดแต่ ปลาทะเลก็มีพยาธิเช่นกัน คนญี่ปุ่นเป็นมะเร็งกระเพาะอันดับต้นๆ และสาเหตุหนึ่งในนั้นเกิดจากพยาธิที่อยู่ในปลาทะเลที่กินดิบ anisarca แต่กว่าเนื้อปลาทะเลเหล่านี้จะข้ามทะเลมาหาเราก็ถูกแช่แข็งอุณหภูมิติดลบแบบสุดๆจนพยาธิพวกนี้ตายได้

ข้อสำคัญของปรสิตวิทยาอยู่ตรงที่เราต้องรู้จักตัวและไข่ของพยาธิ เพราะบางทีเราถ่ายออกมาเป็นไข่พยาธิหรือตัวพยาธิ ถ้ารู้ว่าเป็นตัวอะไรก็สามารถให้ยารักษาที่ถูกต้องได้ (ส่องไข่พยาธิวนไปครัช)

 

ถ้าตอนเรียนมันหาง่ายมากองรวมกันแบบนี้ก็ดีอะจิ TT ส่องจนตาลาย

ภาพไข่พยาธิสวยๆจาก:https://www.pinterest.com/SithCoNem/parasitology/?lp=true


Fungus

เชื้อราที่เราเคยเห็นมักเป็นพวกเชื้อราที่เห็นขึ้นฟูฟ่องตามอาหาร แต่มันก็สามารถเข้ามาอยู่ในร่างกายเราได้

เช่นกัน ปกติแล้ว คนที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีมักไม่ค่อยติดเชื้อรา บนผิวหนังเราเองก็มีเชื้อรา หรือกระทั่งที่ลอยไปลอยมาในอากาศมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็ยังถูกจัดแบ่งกลุ่มเนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่ต่างกันเวลาส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์ ยีสต์(yeast)ก็เป็นรูปฟอร์มหนึ่งของรา โมลด์(mould)ก็เป็นอีกหนึ่งฟอร์ม เวลาเราเห็นราที่เพาะเจอในห้องปฏิบัติการมันก็จะเป็นรูปร่างหนึ่ง แต่รูปร่างที่อยู่ในร่างกาย หรือในเลือดอาจจะเป็นอีกรูปร่างหนึ่ง เราจึงต้องรู้ทั้งสองแบบ และรู้ว่าราตัวนี้ใช้ยาอะไรรักษา มักเจอในกลุ่มประชากรประเภทไหน และมีสัตว์อะไรเป็นพาหะ อย่างในขี้นกพิราบก็จะมีเชื้อราตัวหนึ่ง ในค้างคาวก็เป็นอีกตัวหนึ่ง หรือเป็นราที่ฟุ้งล่องลอยอยู่ในอากาศอยู่ตามดิน คนที่ร่างกายไม่แข็งแรงราเหล่านี้จะทำให้เกิดโรคได้


อย่างกับว่าชั้นจะมองออกว่าแกเป็นรา ตอนส่องครั้งแรกก็มองข้ามขยุกๆไปเลยนึกว่าเศษอะไรเปื้อนสไลด์ซะอีก(หาราเจอกันไหม ไออันที่มันยาวๆยื่นออกมานั่นแหละ)

Virus

ไวรัสเป็นเหมือนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เวลาเรียนจะรู้สึกมันล่องลอยไปมาเพราะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ และที่สำคัญมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต เป็นแค่อนุภาค มันจะทำงานได้ต่อเมื่อแทรกเข้าไปอยู่ในร่างกายสิ่งมีชีวิต

ถึงแม้เราจะมองไม่เห็นมันแต่การติดเชื้อไวรัสนี้พบได้บ่อยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแบคทีเรีย ถึงเราจะไม่สามารถเห็นตัวมันได้ แต่บางตัวเราสามารใช้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการตรวจให้เจอมันได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก เป็นต้น สิ่งที่สำคัญคือต้องรู้ว่าไวรัสนี้ก่อให้เกิดโรคอะไร รวมถึงว่าไวรัสติดต่อกันอย่างไร มีพาหะเป็นอะไร เพราะไวรัสส่วนใหญ่ไม่มียารักษา สามารถหายเองได้ และบางตัวมีวัคซีนป้องกัน เช่นที่เด็กๆฉีดกันตามอายุ อย่างหัด หัดเยอรมัน ไข้สมองอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ หรือวัคซีนพิษสุนัขบ้า เป็นต้น

ไวรัสบางตัวที่มีอยู่ในระยะยาวทำให้เกิดมะเร็งได้อย่างไวรัสตับอักเสบบี และซี ไวรัสHPV ที่ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก ไวรัสมันไม่โง่เลย มันเข้าไปแทรกในDNAของเซล์นั้นๆ ทำให้มีการแบ่งตัวผิดปกติได้ถ้าร่างกายเราไม่สามารถตรวจเจอความผิดปกตินี้และกำจัดทิ้ง

และไวรัสตัวท้อปที่ขาดไม่ได้อย่างHIV เราจะได้เรียนกลไกการทำงานของไวรัสชนิดนี้ที่รักษาให้หายไม่ได้ แต่ไม่ตาย HIV เป็นชื่อของไวรัส อธิบายการทำงานง่ายๆคือไวรัสจะเข้าไปทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานไม่ได้ ทำให้เม็ดเลือดขาวดีๆของเราเป็นง่อยไป ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่องไปโดยที่ปริมาณเม็ดเลือดขาวก็ไม่ได้ผิดปกติแต่ทำงานไม่ได้ จึงติดเชื้อฉวยโอกาส (เชื้อโรคที่คนส่วนใหญ่ไม่ติดคนกลุ่มนี้จะติดมาอย่างมากมายและมีอาการรุนแรง) และเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่าย ส่วนเอดส์ที่เราเรียกกันคือคนที่มีเชื้อHIV และติดเชื้อฉวยโอกาสหรือเป็นมะเร็งบางชนิดร่วมด้วย ดังนั้นคนเป็นHIVไม่ได้เป็นเอดส์เสียทุกคน บางคนเจอเร็วรักษาเร็วกินยาต้านไวรัส แน่นอนว่าตัวโรคไม่หายแต่มีชีวิตได้ยืนยาวเท่าคนปกติ และลดโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้

จะมีกลุ่มคนบางคนที่อาจจะโชคดีที่บนเม็ดเลือดขาวขาดส่วนประกอบบางอย่างที่เชื้อ HIV จะไปจับเพื่อเข้าไปในเม็ดเลือดขาวและยับยั้งการทำงาน คนกลุ่มนี้ถ้าได้เชื้อมาจะมีเชื้อแต่ไม่ติดเชื้อ และไม่เป็นโรค


เป็นยังไงกันบ้างเด้อ นี่จะจบวิชาปีสามแล้วนะ วิชาปีสามไม่ค่อยเยอะ แต่เนื้อหาแต่ละวิชาอะเยอะมากเว่อโดยเฉพาะ pathology สู้ๆ(ให้กำลังใจตัวเอง TT)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Gee1011 (@Gee1011) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 15:23
    ขอบคุณครา อยากอ่าาเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว อยากเปนหมอครา แต่อีกยาวไกลเลย*-*"""
    #1
    1
    • #1-1 Skyler Henriette (@u5402040) (จากตอนที่ 14)
      3 มิถุนายน 2561 / 16:33
      พี่ว่ารออ่านให้จบหกปีก่อนก็ได้ ถึงตอนนั้นอาจจะเปลี่ยนใจ 555
      #1-1