เกาะขอบรั้วโรงเรียนแพทย์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,856 Views

  • 22 Comments

  • 234 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    82

    Overall
    9,856

ตอนที่ 11 : ปีสามแล้วจ้า: Pathology

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

Pathology หรือ พยาธิวิทยา แต่ไม่ใช่เรียนเี่ยวกับพยาธินะ มันเป็นการเรียนถึงความผิดปกติต่างๆของร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะแบ่งเป็น พยาธิกายวิภาค (anatomical pathology) และพยาธิคลินิก (clinical pathology)

Anatomical pathology พยาธิกายวิภาค

วิชานี้คือการศึกษารูปร่างโครงสร้างเซลล์ เนื้อเยื่อและอวัยวะที่เป็นโรค ต่างจาก histology และ anatomy ที่เราดูไปที่ความปกติ เราจะเรียนตั้งแต่ตั้งแต่ภาพใหญ่ คืออวัยวะหนึ่งชิ้นใหญ่ๆที่ดูผิดปกติจากภายนอก ลงไปถึงระดับชิ้นเนื้อและระดับเซลล์ เพราะบางอย่างดูด้วยตาเปล่าภายนอกอาจจะดูปกติดี แต่ภายในแฝงโรคไว้

 เราจะต้องมองว่าอวัยวะนี้หรือเซลล์นี้ผิดปกติอย่างไร และเกิดจากอะไร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจำได้ว่าที่เห็นผิดปกติมันเป็นอย่างไร ความง่ายคือเวลาเรียนเรารู้ว่ากำลังเรียนพยาธิของอวัยวะใด เช่นลำไส้ หัวใจ ปอด เวลาสอบก็จะแบ่งสอบ เราจะไม่ไปตอบนอกเรื่องว่าเป็นโรคของกล้ามเนื้อ หรือโรคของสมอง ในความง่ายก็มีความยากที่ว่า เรามองไปที่เซลล์ล้วนๆ จะรู้ได้อย่างไรว่านี่เซลล์ของอะไร ปอด หรือหัวใจ ระบบไหนกัน ถ้าการสอบกายวิภาคว่ายากแล้วพยาธิยากกว่าหลายขุม มองภาพผ่านกล้องจุลทรรศน์แล้วถามว่านี่คืออะไร หรือคนนี้เป็นโรคอะไร อย่างแรกคือมองให้ออกก่อนว่านี่เป็นชิ้นเนื้อจากเซลล์ของอะไร แล้วค่อยมองไปที่สิ่งผิดปกติ พยายามสังเกตสิ่งที่อยู่แวดล้อม หมายความว่าเราต้องจำได้ว่าอวัยวะนี้ลักษณะชิ้นเนื้อและเซลล์ปกติเป็นอย่างไรก่อนอันดับแรก ความรู้ที่โยนทิ้งไปตอนจบปีสองรีบโกยเก็บเข้ามา

ความง่ายอีกอย่างคือบางโรคมีสิ่งที่เรียกว่าpathognomonic หรือลักษณะเฉพาะที่จะพบเฉพาะในโรคนี้ไม่พบในโรคอื่น และ หรือเป็นsyndrome คือหลายๆความผิดปกติ หรืออาการรวมกันเข้า ถ้าจำได้และรู้ ก็จะสามารถให้การวินิจฉัยโรคได้ทันที จากการเห็นเพียงลักษณะทาง gross anatomyหรือ จากชิ้นเนื้อของอวัยวะนั้นๆภายใต้กล้องจุลทรรศน์

สงสัยไหมว่า แล้วเราจะเอาอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหบ่านี้มาจากไหน คำตอบคือก็เอามาจากคนไข้จริงๆที่เป็นโรค บางอวัยวะก็ถูกดองใส่ขวดโหลไว้ มีแม้กระทั่งตัวเด็กที่เกิดมามีความผิดปกติ เกิดมาแล้วเสียชีวิตก็ถูกเก็บมาให้ศึกษา


Clinical pathology พยาธิคลินิก

เนื่องจากว่าเวลาตรวจคนไข้จะต้องมีการสั่งเจาะเลือดส่งตรวจมากมาย รวมถึงเก็บปัสสาวะ อุจจาระ เก็บสารคัดหลั่ง นำน้ำในเยื่อหุ้มสมอง เยื่อหุ้มปอด อะไรต่างๆนานๆมาตรวจ เพื่อหาความผิดปกติในร่างกายเราจึงต้องแปลผลเป็น อย่างน้อยในเบื้องต้นก็ควรจะจำค่าปกติของแต่ละสิ่งส่งตรวจคร่าวๆได้ ถ้าผลที่ออกมาจากเครื่องอ่านมันผิดปกติ ก็ต้องรู้คร่าวๆว่าผลเลือดประมาณนี้เป็นโรคอะไรได้บ้าง ซึ่งการเรียนเหล่านี้เป็นทฤษฎี นั่งผลิกกระดาษตามไสลด์

 power point ของอาจารย์ แต่เท่านั้นคงไม่เพียงพอ จึงต้องมีการเข้าเรียนแลบอันได้แก่การส่องดูปัสสาวะ อุจจาระ ส่องเลือดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ อย่างเช่น ในปัสสาวะว่ามีตะกอนอะไร มีเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาวหลุดออกมาในปัสสาวะหรือไม่ มีเยื่อบุทางเดินปัสสาวะหลุดออกมาด้วยหรือเปล่า นับเม็ดเลือดในน้ำไขสันหลังได้เป็นต้น มันสำคัญตรงที่ได้นำไปใช้จริงๆตอนขึ้นคลินิก เราจะสามารถนำทฤษฎีทีและภาคปฏิบัติที่เรียนตอนพรีคลินิก ไปปฏิบัติจริงกับเคสคนไข้ที่นอนอยู่บนหอผู้ป่วย คือเรียนรู้จากเคสจริง ไม่ใช่แค่เรียนรู้จากทฤษฏีอีกต่อไป


ตัวอย่างสิ่งที่จะเจอในปัสสาวะ บอกโรคได้นะเออ

ภาพจาก: https://www.aafp.org/afp/2005/0315/p1153.html

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น