ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 9 : คำรามที่ 5 : บทเพลงหิมะแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 888 ครั้ง
    2 ก.พ. 64

“อย่าเข้ามานะ! ออกไปให้พ้น!” เสียงประสานของผู้หญิงหลายเสียงดังออกมาพร้อมกันด้วยโทนสูงจนแสบแก้วหู

“เรย์กะ!” จินเรียกออกมาพร้อมเปิดประตูเลื่อนอย่างรวดเร็วจนประตูหลุดจากรางของมัน

“จิน...ช่วยด้วย!” เรย์กะร้องสุดเสียง ด้านข้างมีเพื่อนร่วมห้องต่างทำสีหน้าหวาดกลัวกันอยู่

“หื้ม... แมลงสาบเนี้ยนะ!” จินหันไปรอบๆ ไม่เจอศัตรูเลย แต่เมื่อก้มลงพื้นก็เจอวายร้ายตัวแสบ ที่กำลังเดินเข้าไปยังเป้าหมายช้าๆ ราวกับมีอำนาจเหนือทุกสิ่ง

“ฆ่ามันจิน ฆ่ามัน!” เรย์กะทำท่าทางขยะแขยง

จินเดินไปหยิบแมลงสาบด้วยมือเปล่าด้วยความเร็ว และโยนออกนอกหน้าต่างพลางใช้เวทมนตร์ย่อยสลายมันโดยไม่มีชิ้นดี เขาอุตส่าห์วิ่งมานึกว่ามีเรื่องร้ายแรงอะไร แต่กลับเป็นแมลงสาบตัวเดียว มันทำให้เขาอารมณ์เสียอยู่หน่อยๆ เสร็จหน้าที่เขาก็หันหลังกลับไปห้องเรียนของตน

“นึกว่าจะตายแล้ว” เพื่อนผู้หญิงในห้อง ถอนหายใจพูดออกมา

“เขาเท่มากเลย ฉันขอมานอนกอดบ้านได้สักคืนได้ไหมเรย์กะ” เพื่อนอีกคนมองแผ่นหลังจินแบบปลาบปลื้ม

“ลองไปขอเขาดูสิ” เรย์กะเก็บสีหน้าและจัดการเนื้อตัวตัวเองก่อนออกไป เพื่อเรียนในคาบสุดท้ายของวันนี้   

สุดท้ายทุกอย่างก็กลับมาเป็นสภาวะปกติ ทุกคนต่างจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่ความหล่อและความเท่บาดใจของจินยังตอกย้ำเข้าไปในส่วนลึกของผู้ร่วมเหตุการณ์ทุกคน

“นายทิ้งให้พวกฉันเก็บของส่วนนายด้วยนะจิน รับผิดชอบยังไงบอกมา? เทนตะยิ้มทัก

พวกเทนตะเดินเข้าห้องมาทีหลังจินในชุดที่เปลี่ยนเรียบร้อย ก็เห็นจินทำหน้าบูดนั่งอยู่กับที่แล้ว ตอนนี้ยังพอมีเวลาเหลือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่แสนน่าเบื่อของพวกเขาอยู่ หลายคนต่างจับกลุ่มพูดคุยกัน

“ขอโทษที่ทิ้งมาแบบนั้น ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม? จินรู้สึกผิดเล็กน้อยๆ ที่ทิ้งงานส่วนของตัวเองมา ยิ่งคิดถึงเรื่องที่วิ่งไปก็อดหงุดหงิดไม่ได้

“พูดเล่นน่าๆ คราวหลังไม่ต้องอายแล้ววิ่งหนีแบบนั้นอีกก็พอ” เทนตะเดินมานั่งตรงหน้าจิน

“อาย? อายเรื่องอะไร?

“เฮ้ๆ ไอ้หนุ่ม ทำไมไร้เดียงสาขนาดนี้ ไม่เอาน่า รู้ๆ กันอยู่” เทนตะยิ้มกรุ้มกริ่มให้จิน

“พูดเรื่องอะไรของนาย” จินเลิกสนใจหันไปทางมองหน้าต่างแทน

“จิน… มะ เมื่อกี้ ขอโทษนะ!” จินหันมาก็เห็นอากิโนะ ยื่นน้ำชาเขียวขวดหนึ่งให้เขา ท่าทางเคอะเขินแถมมือสั่นๆ สร้างเสียงเฮฮาให้คนในห้องไม่น้อย

“อากิโนะที่จริงไม่ต้องขอโทษไรหรอก นั้นถือเป็นของขวัญของผู้ชายเลยล่ะ ใช่ไหม! มาโคโตะ” เทนตะหันไปถาม มาโคโตะก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

คำพูดของเทนตะยิ่งทำให้อากิโนะหน้าแดงเป็นอย่างมาก ขวดน้ำในมือเริ่มสั่นอย่างไร้การควบคุม จินทำท่าจะชกเทนตะ แต่เทนตะก็หันแก้มให้อย่างท้าทายแล้วหัวเราะ

“ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แต่ก็ขอบคุณสำหรับน้ำนะ” จินหันมารับน้ำจากอากิโนะ เธอก้มหัวให้ทีหนึ่งก็เดินกลับไปนั่งที่อย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงจัด และเข้าวงสนทนากับเพื่อนเธอ

“มันร้ายจริงๆ ไอ้เสือตัวนี้” เทนตะยังแหย่จินไม่หยุด จินไม่สนใจและหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง พร้อมยิ้มที่มุมปาก

ในเวลาต่อมากลุ่มของเรย์กะก็เข้ามาในห้อง ทุกคนต่างทำท่าอิดโรยราวกับผ่านเรื่องเลวร้ายมาหมาดๆ เรย์กะเดินมานั่งข้างจิน พอได้กลิ่นเหงื่อของจินใกล้ๆ ผ่านสายลม ก็ยิ่งรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นอีก แต่เธอยอมรับว่าชอบกลิ่นนี้จริงๆ ภายในใจ

“จินนายลืมเปลี่ยนชุด” เทนตะเพิ่งสังเกตเห็น

“....”

พอเริ่มเรียนวิชาประวัติศาสตร์ทุกคนต่างพากันฟุบโต๊ะเป็นแถว น้ำเสียงของครูดุจดั่งบทเพลงกล่อมนอนที่แสนจะฟังสบาย นักเรียนครึ่งห้องต่างเข้าสู่นิทราเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะคนที่ไปวิ่งรอบสนามมา หลังจากผ่านความเหนื่อยล้า นั่งตากลมเย็นๆ ภายในห้อง กับเนื้อเพลงแห่งประวัติศาสตร์ที่ขับกล่อม นับเป็นเรื่องที่แสนวิเศษของพวกเขา นั้นรวมถึงจินด้วย เขาที่เปิดหน้าต่างให้ลมพัดจากข้างนอกเข้ามา นำพากลิ่นกายของเขากระทบกับเรย์กะ เธอหันมามองใบหน้าหล่อเหลาของเขาเป็นระยะๆ และกลับไปสนใจบทเรียนของครูต่ออย่างนี้เรื่อยๆ

เสียงระฆังเลิกเรียนเตือนขึ้นมา เป็นสัญญาณของการเรียนการสอนวันนี้จบลง จินลุกขึ้นบิดขี้เกียจ หันไปมองรอบๆ ก็เห็นเทนตะนอนน้ำลายยืดลงบนโต๊ะ มาโคโตะเพิ่งเงยหน้าขึ้นมาอย่างงัวเงีย และเรย์กะกำลังเก็บของเสร็จ

“เทนตะตื่น” 

โครม! จินเลื่อนเก้าอี้เทนตะออกจนเทนตะทิ้งก้นลงกับพื้นอย่างจัง

“อะไรวะๆ ใครหาเรื่อง!” เทนตะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมทำเสียงโหวกเหวก คราบน้ำลายยังติดอยู่ทั่วปาก

“เลิกเรียนแล้ว เช็ดน้ำลายก่อนเถอะ” จินเก็บของเข้าไปในโต๊ะและลุกขึ้น

“โถ่...กำลังฝันหวานเลย” เทนตะพูดอย่างเสียดาย

“คนในแก๊งมารอหรือยัง? จินหันไปถามเรย์กะ

“ท่านพ่อสั่งให้มารอก่อนเลิกเรียน 30 นาที” เรย์กะเดินนำออกห้องไป พวกจินก็เดินตามเธอออกไป

“เย็นนี้มีแผนไรไหมจิน” เทนตะถามจินขณะพวกเขาเดินตามทางเดิน ท่ามกลางแสงอาทิยต์เริ่มออกแรงลง

“ว่าจะไปเดินแถวย่านห้างสรรพสินค้าดู” จินวางแผนล่วงหน้าแล้ว หลังจากมองสภาพอากาศของวันนี้ผ่านหน้าต่าง เขาทำท่าเหม่อลอยนิดๆ

“งั้นดีเลย 1 ทุ่มเจอกันแถวนั้น” เทนตะยิ้มตอบ

“หื้ม!? จินสงสัย

“อยากไปเล่นดนตรีแถวนั้นอยู่พอดี แล้วทำไมหน้าแดงแบบนั้นเรย์กะ” เทนตะพูดยังไม่เสร็จก็เห็นเรย์ที่เอาแต่ก้มหน้า

“เปล่า...” เรย์กะหันกลับ

“เอาสิ ส่งชื่อเพลงที่จะเล่นมาด้วย จะได้ดูคอร์ดไว้ก่อน”

“ได้เลยเพื่อนฝูง” ทั้งสามนัดแนะกันเสร็จไม่นานก็เดินมาถึงด้านหน้าของโรงเรียน

“ท่านหัวหน้าเชิญคุณจินไปรับประทานอาหารที่บ้านครับ” ชายชุดทำคนหนึ่งก้มหัวให้เขาก่อนกล่าวออกมา

“วันนี้ต้องขอตัว พอดีมีเรื่องต้องทำ ฝากขอบคุณไปยังหัวหน้าพวกนายด้วย แล้วจะตอบแทนทีหลัง!” จินตอบแบบกัดฟันให้เสียงรออดไรฟันออกไป สร้างบรรยากาศมาคุให้พวกที่มารับคุณหนูอย่างอึดอัด พลางเหงื่อกายไหลเย็นตรงกลางหลัง

“วันนี้ ขอบคุณ เจอกันพรุ่งนี้” เรย์กะพูดกับจินและเดินขึ้นรถไปโดยมีพวกชุดดำเปิดประตูด้านหลังรถหรูรอให้

“อื้ม เจอกัน” จินโบกมือลา ยืนอยู่กับที่จนรถแล่นออกไป

.

.

.

ณ ย่านสรรพสินค้า ผู้คนต่างเดินกันอย่างแน่นหนาแบบไม่ได้นัดหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นช่วงวัยรุ่น ที่เดินมากับคู่รักของตัวเอง ส่งเสียงหยอกเย้า หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

จินมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบๆ คืนนี้เขาสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนยาวสีน้ำเงินมีรอยขาดบางจุดตามแฟชั่นตามด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาว และสวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวสีครีม ทำให้เขาดูโดนเด่นราวนายแบบหลุดออกมาจากนิตยสาร มีผู้คนเดิมผ่านเขาก็หันมามองทุกคน

“นี่เธอนั้นนายแบบหรือเปล่า ดูดีจัง...” สาวออฟฟิศในชุดทำงานพูดคุยกับเพื่อน

“นั้นสิ หล่อมากเลยเธอ” 

เสียงพูดคุยเกี่ยวกับตัวเขาดังขึ้นมาเรื่อยๆ แม้อายุยังน้อยแต่ว่าร่างกายเขากับสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อมัดกล้ามพอเหมาะ กับนัยน์ตาสีทองอร่ามนั้น ยิ่งทำให้เขาดูราวเทพบุตรลงมาเกิดเลยทีเดียว

ผู้หญิงต่างมองด้วยสายตาคลั่งไคล้ ส่วนผู้ชายต่างมองเขาด้วยสายตาอิจฉาและชวนเสน่หา?

“ตรงนี้น่าจะเหมาะ...” จินนั่งลงกับม้านั่งสาธารณะใกล้ๆ วางกระเป๋ากีตาร์ลง

จินหยิบกีตาร์โปร่งสีดำที่ตัวเองหาเงินจากงานพาร์ทไทม์เมื่อหลายปีก่อนในราคาไม่แพงขึ้นมา เขาลงมือปรับสายตั้งเสียงอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป

“ผ่านมาหลายปีแล้วที่ไม่ได้มา” จินหวนกลับไปคิดถึงอดีต ครั้นที่เคยมาร้องแถวนี้บ่อยๆ

จินเริ่มไล่เมโลดี้อย่างง่ายๆ เพื่อปรับให้ชินมือก่อน เขาหายใจอย่างยาวๆ และค่อยๆ หายใจออก ทันทีที่เขาไล่โน้ตอยู่ผู้คนก็เริ่มให้ความสนใจ ช่วงนั้นเขามาที่พร้อมกับคนรู้ใจ แต่ตอนนี้กลับเปล่าเปลี่ยวแล้ว

 

...ตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในชีวิต ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวมากมาย

ฉันโชคดีที่ข้างกายนั้นมีเธอ คอยเติมเต็มหัวใจให้กันไม่เปลี่ยวเหงา

 

นั้นคือสิ่งที่ฉันคิด มองเธอเป็นดังแสงและเป้าหมาย

แต่กาลเวลานำพาตัวเธอให้ไกลห่างแสนไกล

ดั่งใบไม้เมื่อถึงคราวก็ต้องร่วงโรย ไม่ต่างกับใจเรา...

 

หากเธอเหนื่อยล้า ข้างกายเธอไม่เหลือใคร ให้เธอลองมองพระจันทร์

จะพบฉันมองเธอด้วยสายตาที่ห่วงใย ไม่จากไปไหนจนกว่าเธอจะดี

จะโอบกอดเธอไว้ให้น้ำตาที่ไหลนั้นหายไป จะยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น..จนกว่าเธอจะหายดี ...

 

แปะๆ แปะๆ ทันทีที่จินร้องเสร็จผู้คนต่างปรบมือให้เขาอย่างยิ้มๆ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตามองขึ้นไปบนฟ้า บางคู่กอดกันกลมราวกับไม่เคยทำแบบนี้กันมาก่อน ก่อนจะยิ้มให้กันและกัน ผู้คนต่างทยอยให้ค่าตอบแทนที่ทำให้พวกเขาคิดถึงใครสักคนในห้วงความคิดขึ้นมา และกล่าวขอบคุณจินกันอย่างทั่วหน้าชื่นตา

จินรู้สึกเหมือนมีอะไรตกใจลงบนหัว เมื่อเงยหน้ามองท้องฟ้าก็พบเจอเกล็ดหิมะขาวร่วงโรยลงมา หิมะแรกได้ตกลงมาแล้ว เขายิ้มให้ท้องฟ้า และเผลอคิดถึงใครคนนั้น คนที่มอบรอยยิ้มให้เขาและเปรียบดั่งหิมะที่สวยงามแสนอบอุ่นของเขา น้ำใสๆ ไหลออกจากตา จินยิ้มทั้งน้ำตาอย่างนั้นชั่วขณะ

“จิน!” เสียงร้องทักเขาดังมาแต่ไกล จินยกมือเช็ดน้ำตาตัวเองให้เรียบร้อย

จินหันไปมองต้นเสียงก็พบเทนตะ กับมาโคโตะโบกมือและเดินมาหาตน เทนตะสวมเสื้อผ้าหลายชั้นกับหมวกไหมพรมสีขาว มือโอบกอดคาฮองสีไม้ไว้ในอก ส่วนมาโคโตะสวมเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว ในมือมี แทมบูรีนสีดำอยู่

“ขอแจมด้วยคนได้ไหม? เทนตะนั่งบนคาฮองอยู่ด้านขวาของจิน พลางถอดถุงมือออก ส่วนมาโคโตะนั่งข้างๆ จินด้านซ้ายอย่างเงียบๆ เตรียมท่าพร้อมสำหรับตีแทมบูรีน

“ถ้าบอกว่าไม่” จินแหย่

“จะเล่นกวนนายจนกว่าจะให้เล่นด้วย” เทนตะยิ้มตอบ

“ทำไมมีแต่คนจะขัดขวางฉันทุกที ให้ตายเถอะ” จินสบถแกล้งหัวเสียให้เพื่อน

“น่าๆ เล่นด้วยกันไม่เสียหายสักหน่อย ใช่ไหม! มาโคโตะ”

หงึกๆ มาโคโตะพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

เทนตะและมาโคโตะไม่ค่อยได้ออกมาเล่นกลางแจ้งแบบนี้สักเท่าไหร่ เนื่องด้วยพวกเขามีกันแค่สองคนที่ค่อนข้างสนิทกัน ส่วนอากิโนะทางบ้านออกจะโหดไปนิด เลยหวงลูกสาวสุดๆ

“งั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน” จินเริ่มต้นเพลงให้เทนตะและมาโคโตะคล้อยตาม

“จัดไปเลยครับ” เทนตะขานรับ

เสียงเพลงดังขึ้นสร้างบรรยากาศของคืนแรกรับหิมะอย่างมีความสุข ผู้คนต่างหัวเราะและมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า เสียงของจินก็ร้องออกมาเรื่อยๆ เสียงดนตรีก็บรรเลงอย่างไพเราะ

“นายยังเหมือนเดิมเลยนะจิน” เสียงของเด็กสาวพูดท่ามกลางฝูงชนที่ยืนฟังพวกเขาร้อง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 888 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #302 aipod1983 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 19:02
    แหนะ เห็นนะ
    .
    .
    .
    เห็นอะไร??
    #302
    0
  2. #26 Riheart0000 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:45
    ตั้งใจไช้ใหมนี้......
    #26
    0