ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 77 : เหมันต์ที่ 25 : คาดคั้นทรมาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,086
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 363 ครั้ง
    9 เม.ย. 64

กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นสนิมเหม็นปนเปกันไปมาภายในห้องคุมขังแห่งหนึ่ง มีแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ห้อยอยู่กลางเพดานลงมาคอยให้ความสว่างอยู่เพียงเท่านั้น ความสลัวอันริบหรี่เผยให้เห็นชายสามคนอยู่ คนหนึ่งถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้ด้วยเชือกอย่างแน่นหนา ตามเนื้อตัวต่างเต็มไปด้วยเลือดเก่าบ้างใหม่บ้าง สังเกตได้จากบางที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่และบางแผลยังมีเลือดไหลสดๆ ร้อนๆ เสื้อผ้าสวมใส่ถูกบางอย่างฉีกขาดยับเยินไม่เหลือชิ้นดี

สมิธกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอ่อนแรงใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือด “ฆะ ฆ่า…ข้า เถอะ”

ชายในทรงผมสกินเฮดสีเหลืองกำลังอยู่ในสภาพที่โหดร้ายเป็นที่สุด เลือดเนื้อบางส่วนจากบาดแผลยังเผยให้เห็นสิ่งภายในร่างกายจนชวนน่าสยดสยอง

ไอแซกสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเลอะไปด้วยรอยเลือดที่กระเด็นใส่ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม “งั้นก็ตอบมาสิ ว่าแกทำไปเพื่ออะไร ใครอยู่เบื้องหลัง!”

สมิธถูกไอแซกและไดจิใช้กำลังสอบสวนมอบความทรมานให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวัน จนตอนนี้พระอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไป พวกเขาทั้งคู่ยังคงไม่หยุดลดละการกระทำนั้นลง หากสมิธเผลอหลับไปด้วยความเพลียบวกกับการเสียเลือดแล้วละก็…เขาจะถูกปลูกโดยไดจิที่สาดน้ำเย็นเข้าใส่ให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกจนได้

สมิธเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น“ขะ ข้า บอก…ไปหมดแล้ว”

ไอแซกกระชากหน้าของสมิธขึ้นมาสบตา “แกจะบอกว่า ปล้นเพราะต้องการเอาเงินมาซื้ออาวุธพวกข้า แค่นี้! แล้วไอ้คนให้อาวุธพวกนั้นกับแกมันเป็นใคร!”

ดวงตาของสมิธจะเลื่อนลอยจนหาจุดโฟกัสไม่ได้ บาดแผลเก่าใหม่เริ่มชาไร้ความรู้สึก กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงรุกรานชวนหันหน้าหนี

ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้ว่าพวกแกพูดถึงใคร พวกข้าฟังแต่คำสั่งของคุณไบสันเท่านั้นคำพูดของสมิธคล้ายกระซิบไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เขาบ่นพึมพำสลับไปมาเหมือนคนเหม่อลอย

ไอแซกยิ้มชั่วร้าย ก้มมองไปที่มือข้างขวาของสมิธ “เฮ้อ...บอกมาก็จบแล้ว แกจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากทำไม…ยังเหลืออีกตั้งสามนิ้วนี่”

สมิธพยายามดิ้นให้หลุดตั้งแต่ทีแรกจนถึงตอนนี้ก็ไม่อาจสลัดออกไปได้ เพราะตัวเขาถูกผูกติดกับเก้าอี้ที่ทำการยึดกับพื้นไว้ แขนทั้งสองข้างถูกหมัดไว้กับพนักเก้าอี้เหล็กสีดำ มือด้านซ้ายของเขาถูกถอดเล็บออกมาทั้งหมดห้านิ้ว ซึ่งตอนนี้ยังมีคราบเลือดแห้งติดอยู่

แม้เขาจะร้องอย่างเจ็บปวดเสียงดังแค่ไหน ไม่มีทีท่าว่าจะมีใครเข้ามาช่วย สันนิษฐานได้เพียงว่าที่แห่งนี้อยู่ในที่ห่างไกลหรือไม่ก็ที่ส่วนตัวจนไม่มีใครกล้ายุ่ง

เขาพูดคำเดิมซ้ำไปซ้ำมาคล้ายจะหมดแรง “ขะ ข้า…บอกไปแล้ว”

ไอแซกพูดกับชายด้านหลัง “ไดจิ” ส่งสัญญาณให้กระทำบางอย่างที่รู้กัน พร้อมกันนั้นไดจิควงของที่อยู่ในมือไปมาพลางผิวปากอารมณ์ดี

คีมปากแหลมถอดเล็บของสมิธออกจากนิ้วจนเลือดกระฉูดพุ่งเป็นสายสายน้ำตกลงเจิ่งนองกับพื้น เขาดิ้นพล่านทรมานแหกปากดังลั่น ไดจิแสยะยิ้มไม่สนใจเสียงร้องนั้น เล็บที่ถูกถอนได้ไปเรียงรายไว้กับถาดเหล็กแถวใกล้มือ ที่ซึ่งมีเล็บของสมิธวางอยู่ก่อนหน้านี้แล้วหลายอัน

สมิธาตะโกนดิ้นไปมาขอความตายจากทั้งสองด้วยความบ้าคลั่งที่ฉายชัดอยู่ในดวงตา “แค่ก! แค่ก! ฆ่าข้า! ฆ่าข้าเลยสิ!”

ไอแซกเดินเข้าไปหา นั่งลงมองไปยังสมิธที่มองกลับมาด้วยความเคียดแค้น “ก็บอกไปแล้ว...ฆ่ามันง่ายไป”

“กะ แก!!! ข้าบอกพวกแกไปหมดแล้วไงโว้ย!” สมิธกัดฟันพูดตะคอกใส่ใบหน้าของไอแซกจนน้ำลายปนเลือดกระเด็นไปโดนเต็มใบหน้า ไอแซกหันหน้าหนีรวดเร็วพร้อมกับปัดอากาศอย่างรังเกียจ

ไอแซกลุกขึ้นต่อยใบหน้าสมิธไปหนึ่งทีเสียงดัง ผลัวะ! ส่งให้หัวสะบัดไปตามแรง แล้วเดินไปเอาผ้าที่ไดจิถือเตรียมไว้มาเช็ดหน้าตัวเอง เขามองหน้าไดจิก่อนหันหน้าไปมองสมิธเหมือนส่งสัญญาณบางอย่างอีกครั้ง

สมิธร้องอย่างเจ็บปวดด้วยความทรมาน อ๊ากกก! คีมอันเดิมดึงเล็บอีกอันหลุดไม่ยากเย็น เขาพยายามดิ้นรนด้วยความต้องการที่จะหนีไปจากการทรมานบ้าๆ อันนี้ บาดแผลขับเลือดไหลสยดสยอง น้ำลายต่างฟูมปากด้วยความทรมาน จ้องมองไปยังไอแซกด้วยตาที่แดงก่ำ

สมิธพยายามยืดตัวออกมาด้านหน้าตะโกนลั่นน้ำลายยืดไหล “ฆ่าข้า! ฆ่าข้าสักทีสิโว้ย! ไอ้พวกสวะ!”

ไอแซกกล่าวเสียงเรียบยืนมองห่างกว่าเดิม “มีอะไรอีกที่แกยังไม่ได้บอก”

“พวกแกชอบหยามกันอยู่แล้วนี่ หากเอาเงินที่ปล้นมาได้แล้วเอาไปซื้ออาวุธของพวกแกจนหมด พวกแกจะได้รู้ซึ้งถึงการเหยียดหยามที่พวกแกชอบทำไงเล่า! พร้อมกับป่าวประกาศให้โลกรู้กันไปเลยว่าพวกแกมันโง่! ที่ถูกพวกข้าหลอกซื้อโดยไม่ต้องออกเงินสักแดงเดียว! ฮ่าๆๆๆ” สมิธพูดเป็นประโยคยาวครั้งแรกด้วยฤทธิ์แห่งโทสะ เหมือนสูญเสียสติไปแล้ว ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงหัวเราะแสนสะใจ

ไอแซกพุ่งตัวไปชกใบหน้านั้นอย่างแรงจนทำให้สมิธสลบเหมือดไปกับเก้าอี้นั้นทันที เขาไม่อาจทำความเข้าใจถึงตรรกะความคิดของคนพวกนี้ “เหตุผลบ้าๆ อะไรกันวะเนี้ย!” เหตุผลแค่นี้ถึงกับปล้นธนาคารของ 2 ใน 4 แก๊งใหญ่เลยงั้นเหรอ บ้าบิ่นกันเกินไปแล้ว

ชายหนุ่มยืนมองสมิธพลางทำความสะอาดไปด้วยในเวลาเดียวกัน ดวงตาเรียบนิ่งแฝงไปด้วยความอำมหิตสาดส่องตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ตัดนิ้วมือนิ้วเท้าของมันให้หมด และไปโยนทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์ของไอ้ไบสันนั้น” พูดเสร็จก็โยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งไปโดนหน้าสมิธ แล้วเดินออกจากห้องทรมานแห่งนี้ไป

ไดจิหยิบมีดที่สร้างจากแร่ไทรเวย์เนียมขึ้นมาจากมุมห้อง รอยยิ้มเหี้ยมปลุกพลังวิญญาณสีแดงให้ลุกโชน ย่างสามขุมเข้าหาสมิธให้ขวัญผวา

อ๊ากกก!

เสียงร้องโหยหวนสุดแสนทรมานของสมิธดำเนินต่อไปแล้วหายไปในลำดับต่อมา ความแหบแห้งเจ็บปวดจบลงด้วยสติที่ดับหาย

.

.

.

เวลาเข้าสู่ช่วงกลางคืนค่อนข้างดึกแล้ว แสงไฟยังเปิดให้ความสว่างรอบบริเวณหาดทรายแห่งนี้ บ้างก็ปาร์ตี้กันสนุกสนาน บ้างก็เป็นร้านค้าขายเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ให้พวกผู้ใหญ่ได้สังสรรค์กัน บ้างก็เป็นบาร์บีคิวปาร์ตี้ริมชายหาดดังเช่นที่พวกจินได้ทำอยู่ตอนนี้

“มาแล้วๆ” จินยกจานใบใหญ่ส่งกลิ่นหอมวางไว้ตรงกลางโต๊ะตัวหนึ่งที่ตั้งตรงกลางของสนามหญ้าริมสระว่ายน้ำ โดยมีเทนตะ มาโคโตะ อากิโนะ มากิ และเรย์นั่งอยู่รอบๆ

พนักงานของที่นี่ได้บอกกับพวกจินไว้ก่อนหน้านี้ว่า สถานที่ตรงนี้สามารถใช้สำหรับการทำบาร์บีคิวได้ ซึ่งมีเตาย่างบาร์บีคิวอันใหญ่วางไว้อยู่ก่อนแล้ว แถมยังได้เตรียมชุดโต๊ะกับเก้าอี้ให้พร้อมเสร็จสรรพ นับได้ว่าที่นี่ได้สร้างความน่าประดับใจทั้งที่พัก ทั้งบรรยากาศและบริการเลยทีเดียว

พวกเขาขานรับพูดเป็นคำเดียวกันก่อนลงมือจัดการอาหารชวนน่าทานด้านหน้าอย่างเอร็ดอร่อย

สแตนรับหน้าที่เป็นพ่อครัว คอยย่างบาร์บีคิวให้พวกจินด้วยความเต็มใจ แม้พวกจินจะพยายามคัดค้านแค่ไหนก็ตาม แต่สแตนก็ไม่ยอมอ่อนข้อลงจนต้องปล่อยเลยตามเลยไปแบบนี้ ทั้งเครื่องดื่มและอาหารการกิน สแตนได้เตรียมไว้ให้พร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงให้พวกจินจัดการเรียบให้หมดเท่านั้น

ทุกคนต่างพูดคุยและกินกันอย่างมีความสุข ราวกับได้ลืมเลือนเรื่องราวที่เลวร้ายในช่วงเย็นวันนี้ไปอย่างหมดสิ้นแบบไม่รู้ตัว เทนตะและมาโคโตะที่มีผ้าพันแผลรอบกายยังคงเผลอลืมตัวทำอะไรแปลกๆ ออกมาจนต้องเจ็บแปลบที่แผลไปตามระเบียบ สแตนมองภาพเหล่าเด็กๆ ด้วยใจเปี่ยมสุขอยู่คนเดียวเงียบๆ ซึ่งเขาไม่เคยมีโอกาสได้ทำแบบนี้เลยในโลกใบเก่า

“เดี๋ยวมานะ” จินบอกทุกคนแล้วลุกขึ้นไปยังด้านหลังของรถตู้รูปทรงคลาสสิคของเขาที่จอดไว้ เพื่อนๆ ที่ได้ยินก็พยักหน้าและเอาของกินเข้าปากต่อโดยไม่รอจิน

ไม่นานนักจินเดินกลับมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งสีดำตัวโปรด อันที่เคยเล่นแถวห้างที่เขาเป็นเจ้าของแล้วตอนนี้มาด้วยข้างกาย

อากิโนะมองด้วยดวงตาลุกวาว เมื่อเห็นจินเดินมาพร้อมกับกีตาร์ “เอามาตอนไหนเนี้ย”

“เที่ยวแบบนี้กับเพื่อนทั้งที จะลืมได้ไงเหล่า ส่วนพวกนายไม่ต้อง นั่งลงและฟังเงียบๆ ก็พอ” จินพูดปรามเพื่อนทั้งสองที่จะลุกขึ้นไปเอาเครื่องดนตรีของตัวเอง

“โธ่เพื่อน งี้ก็อดหล่อเลยสิ ไม่ยอม!” เทนตะงอแงอย่างกับเด็กบิดตัวไปมาจนร้องซี๊ด

ชายหนุ่มปรับจูนสายก่อนพูดกับเทนตะ “เจ็บขนาดนั้นแล้วยังซ่าอีก นั่งฟังไปก็พอ ห้ามร้องด้วย!”

“เออๆ ไม่เล่นก็ไม่เล่น วัยรุ่นเซ็งว่ะ!” แม้จะเชื่อฟังแต่ความงอแงดื้อดึงยังปรากฏให้เห็น

คนอื่นปล่อยหัวเราะกับท่าทางของเทนตะที่ยังคงสามารถสร้างความร่าเริงและเรียกเสียงหัวเราะภายในกลุ่มไว้ได้ตลอดเวลา เทนตะทำหน้างอแงอยู่สักพักราวกับเด็กอยากได้ของเล่นแต่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อให้ แต่ต่อมาก็ยิ้มแป้นเมื่อเห็นสแตนยกอาหารชุดใหม่มาวางไว้ด้านหน้าฉกฉวยหยิบกินทันที ส่วนมาโคโตะนั้นก็รู้สึกเช่นเดียวกับเทนตะ แต่พอเขาก้มลงมาดูสภาพตัวเองก็ยอมรับมันได้ทันทีรวดเร็ว

หลังจากตั้งสายเสร็จ จินก็หันมาถามนักร้องนำของกลุ่มทันที “เอาละนะ อากิโนะ พร้อม!”

อากิโนะยกมือขึ้นอย่างอารมณ์ดี หยิบกระป๋องน้ำอัดลมมาถือคล้ายกับคิดว่าเป็นไมค์ “พร้อมค่ะ!”

หลังจากตกลงเลือกเพลงกันได้แล้ว จินเริ่มดีดคอร์ดขึ้นนำทำนองก่อน อากิโนะร้องตามเมื่อถึงท่อนร้อง เสียงใสหวานของเธอดังไปทั่วบริเวณ เมโลดี้ประสานลงตัวกับคอร์ดที่จินทั้งดีดทั้งเกาชวนไพเราะ บทเพลงช่วยขับกล่อมให้คนที่ได้ยินมีช่วงเวลาแห่งความสุข

เรย์กะกับมากิร้องตามบ้างบางจังหวะ น่าแปลกไม่น้อยที่มากิก็เสียงดีกับเขาด้วย เธอร้องได้ถูกคีย์มีพลังในน้ำเสียง การชักนำเสียงขึ้นและลงดูราวกับว่าฝึกฝนมาอย่างดีเป็นแรมปี อากิโนะเริ่มทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะคิดว่าตอนนี้เธอจะได้เวลาทำคะแนนนำหน้าทั้งสองแล้วแต่ไม่เลย มันผิดคาดไปจากที่เธอคิด จนทั้งสองคนต่างเริ่มแข่งขันกันโชว์พลังเสียงอย่างไม่ได้นัดหมาย

จินเลิกคิ้วสงสัยปนแปลกใจ แต่มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่ เพราะการนั้นก็ทำให้ทั้งสองร้องออกมาดีขึ้น จนทำให้เพลงน่าฟังเข้าไปอีก ถึงแม้เรย์กะจะไม่ได้ร้องเด่น แต่ก็ทำหน้าที่ร้องเสียงประสานได้อย่างดี ตรงนี้ที่น่าแปลกใจ เพราะสาวที่ไม่ค่อยชอบพูดกลับร้องเพลงใบหน้ายิ้มแย้มเป็นอย่างมาก

ทั้งกลุ่มต่างร้องรำทำเพลง กินอาหารกันมีความสุข จนเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนทุกอย่างก็เงียบสงบลง

ท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่องเผยให้เห็นใครบางคนเดินเข้าไปเคาะประตูห้องหนึ่ง

“ว่าไงตัวเอง จะมานอนกับเค้าเหรอจ๊ะ!” เทนตะที่อาบน้ำแล้ว เปิดประตูอยู่ในชุดนอนลายหมีสีน้ำตาลพูดอย่างเชิญชวนจนน่าถีบ

จินยกหมัดขึ้นโชว์แยกเขี้ยวใส่ “ซัดสักเปรี้ยงดีไหม! ซื้อทิ้งได้ไหมชุดเนี้ย”

เทนตะทำท่าทำทาง “ไม่ได้! ฮ่าๆ อย่างรุนแรงกับเค้านักสิ สาวๆ จ้องมองกันหมดแล้ว เห็นไหม” ชี้นิ้วไปด้านข้างที่สามสาวยืนมองกันตาแป่ว

“เฮ้อ…นี่ยาสองเม็ด สแตนบอกว่าลืมเอาให้นายตอนไปจ่ายเงินให้ที่โรงพยาบาล แบ่งกันกินคนละเม็ดก่อนเข้านอน ไปละ” จินยื่นเม็ดยาสีเขียวสวยงามราวกับมรกตให้กับเทนตะ เมื่อเดินผ่านบ้านหลังใหญ่เขาก็เดินโบกมือ พูดลาสาวๆ ก่อนเดินเข้าห้องไป

เทนตะพึมพำกับตัวเองพลางพูดเสียงดังตามหลังจิน “ยาบ้าอะไรวะเนี้ย สวยยังกับหยก เอาไปขายได้ไหม ขอบใจนะตัวเอง!” พร้อมกับมีรังสีอำมหิตจากดวงตาของสาวๆ ทั้งสามคนส่งมาให้อย่างพร้อมเพรียงกัน

“อะไรอีก!” ยืดอกทำหน้าท้าทายสามไม่เกรงกลัว

ทั้งสามคนต่างเอานิ้วชี้ที่เทนตะ ทำท่าปาดคอโชว์ ทำเอาเขากลืนน้ำลายลงคอยากลำบากรีบเข้าห้องไปรวดเร็ว

มากิเอามือเท้าคางมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง สายตาจับต้องไปยังบ้านพักของจิน “อยากไปนอนกับนายท่านจัง”

ทันใดนั้นก็มีบางคนนำของที่นุ่มมากฟาดเข้ามาที่หัวของเธอดัง ปึก! มากิหันกลับไปมองตัวการที่ยืนอยู่ เห็นอากิโนะถือหมอนใบหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ให้

แล้วศึกดวลเดือดของสามสาวโดยใช้อาวุธที่เป็นหมอนเข้าห้ำหั่นกันก็เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ

จินเปิดผ้าม่านมองผ่านหน้าต่างไปยังห้องของสามสาวสลับกับเทนตะและมาโคโตะ ถึงวันนี้จะวุ่นวายแค่ไหน ยังไงพรุ่งนี้ก็มาถึงอยู่ดี


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 363 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1308 Fruele (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 02:46
    Fc.มากิครับ
    #1,308
    0
  2. #774 Fikusa (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 11:17
    จงอย่าพูด สงบสุข
    #774
    0
  3. #667 aipod1983 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 14:19

    แหมะสาวๆนี่ก็นะ
    #667
    1
    • #667-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:51
      เอิ๊กๆๆๆ
      #667-1
  4. #665 วันหนึ่งในฤดูร้อน (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 07:31
    zzZzzZz~หลับต่อๆ
    #665
    1
    • #665-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:51
      ตื่นมาช่วยเขียนเร็ว
      #665-1
  5. #664 joelamtan (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 07:20
    ขอบคุณครับ
    #664
    1
    • #664-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:51
      ขอบคุณจ้าา
      #664-1
  6. #663 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 06:16
    หาคำผิดไม่เจอเลยวุ้ย อ่านพลาดไปรึป่าวหว่า // เสียดายๆ
    #663
    1
    • #663-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:51
      เอิ๊กๆๆๆๆ
      #663-1
  7. #662 tomtam333 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:25

    Zzzz... zzz... zzzZ ตูไม่รู้ตูหลับอยู่

    #662
    1
    • #662-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:52
      ตื่นมาๆ
      #662-1
  8. #660 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 01:57
    เข้มข่นจริงๆ
    #660
    1
    • #660-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:52
      เจ้มจ่น
      #660-1
  9. #659 sorawitbai (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 01:11
    ราตรีสวัสดิ์ครับไรท์
    #659
    1
    • #659-1 T.Autumn(จากตอนที่ 77)
      12 กันยายน 2561 / 14:52
      สวัสดียามบ่ายครับ
      #659-1