ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 76 : เหมันต์ที่ 24 : ลำเอียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 359 ครั้ง
    7 เม.ย. 64

ราตรีใกล้มาเยือนขับให้ท้องฟ้ามืดลงมากขึ้นทุกวินาทีที่เลื่อนผ่าน บนถนนใกล้หาดทรายเนืองแน่นไปด้วยรถตำรวจเปิดเสียงไซเรนดังระห่ม เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและเริ่มเคลื่อนย้ายผู้ก่อความวุ่นวายไปยังสถานี ถึงแม้ว่าจำนวนของกลุ่มชายชุดขาวจะมากมายกว่า แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจับกุมเท่าไหร่นัก เพราะสภาพไม่อาจขัดขืนด้วยกำลังได้

“ปล่อยข้านะโว้ย!!!” ชายหัวเหลืองที่เคยสลบเหมือดลงไปนอนกับพื้น ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมาและโวยวายเสียงดัง เขาพยายามที่จะดิ้นหลุดจากการล็อกตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย

จินหันไปมองเพื่อนทั้งสองด้านข้าง “ให้เพื่อนผมไปโรงพยาบาลก่อนได้ไหมครับ ส่วนผมจะไปให้การที่สถานีเอง”

ชายหนุ่มรู้ดีว่าเทนตะกับมาโคโตะคงเหนื่อยและต้องการพักผ่อน หากได้รับการรักษาดูแลสักหน่อยคงดี อีกอย่างเรื่องทั้งหมดเป็นตัวเขาเองลากทั้งคู่เข้าร่วมวง ยังไงคงต้องหาทางให้ทั้งสองอยู่ห่างปัญหาไว้

อุเสะหันหน้าพูดเสียงดังไปด้านหลัง “ได้สิ…ผู้หมวด!”

“คะ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเจ้าของชื่อขานรับรู้ก่อนวิ่งมายังตำแหน่งพวกเขา

เทนตะลืมตัวพูดสิ่งที่คิด “แม่เจ้า...นางฟ้านางสวรรค์”

มาโคโตะพยักหน้าเห็นด้วย แม้ร่างกายบาดเจ็บปางตายแค่ไหนแต่โรคประจำตัวของเทนตะก็ไม่หายไป นั่นคือทฤษฎีที่จินเพิ่งคิดได้

เจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นหญิงสาวหน้าตารูปไข่ที่สวยได้รูป ผิวของเธอขาวเคลือบแสงอาทิตย์ยามอัสดง เปร่งประกายเจิดจรัส ใบหน้าไร้การตกแต่งด้วยเครื่องสำอาง รูปร่างสูงเพรียว โดดเด่นสุดคือดวงตาสีม่วงเข้มคมกริบคู่นั้น มาพร้อมกับไฝใต้หางตาข้างซ้าย โดยรวมแล้วชวนหลงใหลน่ามอง

“ผู้หมวดโซเฟียจะพาเธอทั้งสองไปยังโรงพยาบาลเอง ตามเธอไปแล้วกัน” เทนตะกับมาโคโตะเหม่อลอยไม่ได้ฟังคำพูดของอุเสะเลยแม้แต่คำเดียว

จินเข้าไปขยับตัวเพื่อนเขา “เฮ้ยๆ!”

เทนตะและมาโคโตะสะดุ้งรู้สึกตัวพยักหน้ากันพัลวันทันที “ครับ! ได้ครับ! จับพวกผมเลยก็ได้ครับ!

เหตุการณ์วุ่นวายถูกแก้ไขรวดเร็ว รถตำรวจต่างพากันกับสถานีกันแทบทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงไม่กี่คันที่ต้องตรวจตราความเรียบร้อย เผื่อมีสิ่งใดตกหล่น ส่วนสองคนเดินตามหญิงสาวไปด้วยความดีใจ ไม่วายก่อนขึ้นรถยังหันหน้ามามองจินพร้อมกับทำหน้าทะเล้นเป็นเชิงได้เปรียบกว่า ทำเอาจินรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาหน่อยๆ

“งั้นเราก็ไปกันเถอะ” อุเสะเดินนำหน้าจินไปยังรถคันหนึ่งที่ไม่ใช่รถของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนจะเป็นรถส่วนตัวเสียมากกว่า

ดูแลทั้งสองคนด้วย อย่าให้ทั้งคู่ทำอะไรแปลกๆ นะ ดวงตาของจินทอแสงขึ้นทีหนึ่งแล้วหายไปตามการสื่อสาร

มากิรับรู้เรื่องราวแทบทั้งหมด เธอตอบด้วยน้ำเสียงปนห่วงใย ได้ค่ะ นายท่านก็รีบกลับมานะคะ

จินยิ้มและตอบออกไป แล้วจะรีบกลับมานะ ท่าทีของชายหนุ่มเล่นเอาอุเสะที่ขับรถอยู่ถึงกับมึนงง

จินหันไปถามชายที่อยู่ด้านข้างเป็นเชิงขออนุญาต “ขอโทรหาผู้ปกครองหน่อยนะครับ”

อุเสะพยักหน้าให้หนึ่งทีเปิดโอกาสให้จินหยิบโทรศัพท์กดเบอร์โทรออก

ปลายสายกดรับด้วยน้ำเสียงแปลกใจ พอทราบว่าสแตนขับรถกลับใครจะถีงบังกะโลแล้ว เขาก็เบาใจ เรื่องราวโดยสังเขปถูกอธิบายโดยเข้าใจง่ายด้วยน้ำเสียงตัดสั้นห้วน ทิ้งท้ายด้วยการฝากฝังดูแลสองสาว

สงสัยเป็นเด็กก้าวร้าวแน่เลย ถึงได้คุยกับผู้ปกครองแบบนี้ อุเสะคาดโทษจินไว้ในหัว ลอบสังเกตพฤติกรรมอยู่เงียบๆ

การเดินทางไปยังสถานีตำรวจประจำเขตใช้เวลาเพียงไม่นาน มองจากด้านนอกสามารถบอกได้เลยว่าเป็นสถานีที่ค่อนข้างใหญ่โตเลยทีเดียว รถของเจ้าหน้าที่เปิดไซเรนเข้าออกแทบทุกนาที จินสงสัยเกี่ยวกับสถานีนี้อยู่หลายส่วน บางอย่างไม่ควรเห็นกลับพบเจอ

อุเสะที่เห็นจินด้านข้างที่เอาแต่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาแบบนั้นก็ตอบออกไปรู้เท่าทันความคิด“เพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง พวกเราจำเป็นต้องดำเนินการทุกอย่างให้รวดเร็ว ช่วงกลางคืนวุ่ยวายมาก ทั้งนักท่องเที่ยวที่ก่อเรื่องบ้าง คนพื้นที่มีปัญหาบ้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็เลยเป็นแบบนี้แหละ”

ชายหนุ่มพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ “งั้นเหรอครับ สงสัยทำหน้าที่กันเหนื่อยแย่”

อุเสะอดแปลกใจอีกไม่ได้ ก็ไม่ได้ดูเป็นเด็กเกเรนิ

ทางเข้าดูดีราวกับโรงแรมเกินกว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ จินเดินตามอุเสะลึกเข้าไปด้านในส่วนของห้องผู้กำกับการ ตลอดทางเดินต่างมีเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังสอบปากคำของเหล่าชายชุดขาวกันเต็มไปหมด ทันทีที่พวกนั้นเห็นจินต่างรีบก้มหน้า บ้างหันหลบไปอีกทางไม่อยากมองมาทางจิน กลิ่นอายความกลัวแผ่ออกจากรอบกายพวกเขา ชายหนุ่มทำเพียงแสยะยิ้มแล้วเดินผ่านไม่สนใจ

อุเสะประสานมือสองข้างบนโต๊ะทำงาน สายตาจับจ้องจินราวกับนักโทษผู้กระทำความผิดร้ายแรง “งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ช่วยเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ที”

“เรื่องมันก็มีอยู่ว่า” ชายหนุ่มเล่าตามความเป็นจริง อาจเสริมเติมแต่งเพื่อให้มันไม่กลายเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย

อุเสะเอียงหลังไปกับเก้าอี้สำนักงาน เหนือการคาดหมายคล้ายไม่เชื่อสะท้อนผ่านดวงตาเฉียบคมคู่นั้น “แค่นี้เองเหรอ โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรไป แต่ไม่น่าเชื่อว่า ลำพังพวกเธอทั้งสามคนจะสามารถล้มชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โตพวกนั้นได้ทั้งหมด”

“ลองไปถามพวกนั้นดูสิครับ ผมว่าคุณน่าจะได้อะไรที่ละเอียดเลยทีเดียว”

อาการผ่อนคลายของจินไม่อาจหลุดพ้นการสังเกตของอุเสะไปได้ ตั้งแต่ทำงานทางด้านนี้มา ย่อมเคยมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทมาแล้วนับไม่ถ้วน น้อยคนนักจะนิ่งเฉยไม่รู้ร้อนรู้หนาวยามเดินเข้ามายังสถานีได้

ยิ่งเป็นการพูดคุยสอบปากคำส่วนตัวแล้ว ภาษากายมักจะแสดงอาการบางอย่างออกมาโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว

มุมปากของอุเสะยกขึ้น “เพื่อนของเธอต่างได้รับบาดเจ็บ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแบบนี้มันก็น่าสงสัยอยู่นะ”

จินตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม “ผมพอเรียนศิลปะการป้องกันตัวมาบ้าง อีกอย่างคงโชคช่วยด้วย”

“เอาละ! งั้นเธอนั่งพักตรงส่วนนู้นสักพักนะ เดี๋ยวจะให้คนเอาของทานเล่นมาให้ ขอตัวไปดูด้านนอกก่อน” อุเสะพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้จินไปนั่งรอที่โซนรับแขกอยู่คนเดียว

ชายหนุ่มนั่งที่โซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ เหลือบมองนาฬิกาข้อมือก่อนหนึ่งทีแล้วถอนหายใจ ไม่นานนักประตูถูกเปิดออกอีกทีด้วยเจ้าหน้าที่ไม่คุ้นตา ในมือถือขนมและเครื่องดื่มมาด้วย เขาวางมันไว้ด้านหน้าของจินทิ้งท้ายด้วยความเป็นกันเองก่อนจะเดินออกไปไม่ถามอะไรต่อ ชายหนุ่มคาดเดาไว้แล้วต้องมาแบบนี้

เรื่องราวเบื้องหน้าอาจดูง่าย แต่ลับหลังกลับคอยสอดส่องปฏิกิริยาของเขาอยู่ห้องถัดไป ผนังด้านข้างที่ดูหนาทึบกลับปลอดโปร่งมองจากอีกด้านได้ทั่วทั้งห้อง

เฮ้อ...สงสัยคงอีกนานกว่าจะได้ออกไป รู้งี้ลากพวกนั้นไปฆ่าทิ้งที่อื่นดีกว่า ไม่สิ ทำไมถึงคิดแต่เรื่องฆ่าได้เนี้ย จินเดาะลิ้นเก็บเสียงรำคาญความคิดอยู่คนเดียว

อุเสะเดินไปดูการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ที่กำลังสืบสวนเรื่องราวจากกลุ่มชายชุดขาว พวกนั้นต่างมีรอยแผลฟกช้ำดำเขียวน้อยใหญ่บนใบหน้า แต่ยังดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องหามส่งเข้าโรงพยาบาล ดูโดยรวมแล้ว เหมือนกลุ่มเด็กหนุ่มทั้งสามตั้งใจออมมือให้มันเกิดแบบนี้ขึ้นอย่างไรอย่างนั้น แน่นอนอุเสะไม่ได้รับรู้ถึงข้อนี้

หมัดหนักเอาเรื่องนะเนี้ย...เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ

ผ่านไปเกือบชั่วโมงอุเสะก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดประตูกลับเข้ามา ทำเอาจินที่นั่งทีนอนทีเริ่มแสดงอาการเบื่อหน่ายทางใบหน้าออกมาเรื่อยๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วประตูก็ถูกเปิดออกโดยใครบางคนพร้อมกัน

“นั่งหงอยเลยสิพ่อหนุ่ม”

เทนตะและมาโคโตะเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบตัว รอยฟกซ้ำดูจางลง แม้สีหน้าดูจะมีความเจ็บปวด แต่เทนตะกลับไม่บ่นออกมาสักคำเดียว กลับกัน ดันยิ้มแป้มจนแก้มปริเสียงั้น

คิ้วของจินขมวดเข้าหากันมึนงงกับอาการของเพื่อน แต่ก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้ “เมาหมัดจนเพี้ยนหรือเปล่า หมอว่าไงบ้าง?”

“หมอแค่บอกว่ารอยฟกช้ำพวกนี้ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ก็เริ่มหายแล้ว ส่วนอะไรที่ได้แผลจนเลือดออกก็ใช้เวลานานสักหน่อย แต่ไอ้บ้านี่สิ โดยเย็บแผลที่หัวไป” เทนตะพูดอย่างไม่ค่อยสนใจเรื่องตัวเอง แต่กลับโวยวายเรื่องของมาโคโตะแทน

มาโคโตะเปิดผมที่ปิดใบหน้าโชว์แผลด้านในตรงหน้าผากให้จินดู มันเป็นรอยยาวไปตามไรผมนับเย็บสามเข็มเลยทีเดียว ชายหนุ่มเห็นดังนั้น จึงเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ตัวเองทำให้เพื่อนต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ถึงจะสามารถรักษาด้วยเวทมนตร์ได้ก็เถอะ

เทนตะยิ้มพูดบอกไม่เป็นไร “ไม่เอาน่าจิน อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พวกฉันไม่เป็นไรสักหน่อย อีกอย่างนายบอกให้พวกฉันหนีไปแล้ว แต่พวกฉันกลับเลือกจะอยู่เองต่างหาก เพื่อน! ไม่ต้องคิดมากเขาพยายามปลอบใจคนไม่เจ็บตรงหน้าทันทีพบเข้ากับใบหน้าของจินที่แสดงอาการชัดเจน

มาโคโตะไม่พูดแต่ยกนิ้วโป้งให้กับจิน ราวกับต้องการบอกเป็นความหมายที่ยิ่งใหญ่ของมิตรภาพ

จินเปลี่ยนสีหน้าเป็นโมโหแทน “ทำเอาเสียบรรยากาศการพักผ่อนหมด ไอ้พวกบ้านั่น! ฆ่าทิ้งเลยดีไหม!

เทนตะลืมตัวเผลอหัวเราะจนเจ็บแปลบที่ปากอีกครั้งโอ๊ย...อย่าทำให้หัวเราะสิ เจ้าบ้า!”

โทษทีๆ

“แต่ว่านะจิน ฉันว่าคุ้มว่ะ!” เทนตะยิ้มกรุ้มกริ่มกลับมาทำหน้าทะเล้นอีกครั้ง

จินมองไปยังผ้าพันแผลรอบๆ ตัวพวกเขาทั้งสอง “ฉันไม่เห็นว่าพวกนายจะคุ้มตรงไหน”

“นายไม่เห็นสินะ ตอนผู้หมวดพาพวกฉันทั้งสองไปโรงพยาบาลนะ เธอที่สวมอยู่ในเครื่องแบบที่เป็นกระโปรงสั้นๆ พอจะยกขาเหยียบเบรกเหยียบคันเร่งทีละก็ อื้อฮือ…แม่เจ้าประคุณรุนช่องเลยล่ะ!” ภาพ

“เฮ้อ…” จินถอนหายใจคำโตนึกว่าเรื่องอะไร

เทนตะยังร่ายไม่จบ “แล้วก็นะ…” เขาเล่าไปด้วยทำใบหน้าไปด้วย อาการหื่นกระหายชี้ชัดหลายส่วน มาโคโตะเห็นดีเห็นชอบพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ตลอดเวลา แม้ปากจะเจ็บเทนตะก็ยังพูดมากอยู่ดี นั่นคือทฤษฎีอีกข้อที่จินเพิ่งคิดขึ้นได้

เวลาผ่านไปอีกราวชั่วโมงเศษ อุเสะได้เดินกลับเข้ามาพร้อมกับปล่อยตัวพวกเขาให้กลับบ้านไปได้ น่าแปลกตรงที่ยังขอโทษที่ทำให้พวกเขาต้องเสียเวลาในการพักผ่อนของวันนี้อีกด้วย

อุเสะยิ้มอารมณ์ดีเป็นครั้งแรกให้จินได้เห็น “โอกาสหน้าเจอกันใหม่นะครับ”

เทนตะพูดตอบกลับรวดเร็ว “ไม่เจอกันดีกว่าครับ” พร้อมกับเสียงหัวเราะของจินกับมาโคโตะ เขาทั้งสามเดินกลับไปหาสแตนที่ยืนรอตรงรถตู้และทั้งหมดก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังที่พักบังกะโล

สแตนเพิ่งรู้เรื่องราวผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะต้องยืนยันตัวตนในการเป็นผู้ปกครองให้พวกเขาทั้งสามคน ขับไปไม่นานมาโคโตะและเทนตะต่างหลับไปแล้วด้านหลังด้วยฤทธิ์ของยากับความเพลียที่สะสม

ความเกรี้ยวกราดฉายชัดผ่านดวงตาโลหิต “ให้ผมจัดการไหมขอรับ นายท่าน”

ชายหนุ่มก้มหน้าจับคางตัวเองใช้ความคิด “ปล่อยไปก่อน สังหรณ์ใจว่าพวกนั้นจะต้องมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยในอนาคต อีกอย่าง อาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยหากเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญ...ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับสถานีตำรวจนั่นด้วย” จินพูดความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปกปิด เขารู้ถึงความไม่ชอบมาพากลอะไรสักอย่างจากที่แห่งนั้น

สแตนเลิกคิ้วแปลกใจ เขาหันไปมองหน้าจินก่อนกลับไปสนใจถนนตรงหน้าแทน “งั้นเหรอขอรับ แล้วเอายังไงกับทั้งสองต่อดี แผลขนาดนั้นกลับบ้านไปคงโดนทางบ้านถามถึงแน่นอนขอรับ”

แผนถูกคิดภายในหัวของจินเรียบร้อยแล้ว “เรื่องนั้น...เดี๋ยวคืนนี้ผมจัดการเอง”

แต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกนู้น ปัญหามักเข้ามาหาเขาไม่หยุดหย่อน ตรงกับคำกล่าวไว้ว่า ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา เพราะมีสิ่งเหล่านั้นเราจึงต้องเติบโตขึ้น ถึงจะเห็นด้วยแต่เลือกได้ก็อยากจะเลี่ยงบ้าง เงยหน้าอีกทีจินกลับพบว่ามาถึงยังบังกะโลเสียแล้ว

อากิโนะวิ่งร้องไห้เข้ามาสวมกอดจินอย่างกะทันหันไม่ทันให้เขาตั้งตัวด้วยความงงงวย “ฮื้อออออ จะ จินไม่เป็นไรใช่ไหม!” เธอยังเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตานั้นขึ้นมาถามไถ่ถึงอาการบาดเจ็บของจิน ทำเอาเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา เมื่อมีใครสักคนคอยเป็นห่วงแบบนี้

ด้านหลังของเธอมีเรย์กะกับมากิยืนมองอยู่ห่างๆ แต่ความห่วงยังยังคงส่งมาไม่น้อยไปกว่าอากิโนะ

การกระทำของอากิโนะทำเอาเหล่าคนรอบข้างมองทั้งสองด้วยความตกใจและในความกล้าของเธอ สุดท้ายสองสาวที่เหลือเลือกวิ่งมากอดจินอย่างเดียวกับอากิโนะ เรย์กะถึงแม้จะไม่ได้ร้องไห้แต่เธอก็เม้มปากแน่นคล้ายกับกำลังอดทนกลั้นอะไรบางอย่างไว้ จินเผลอเอามือลูบหัวอย่างอ่อนโยน สำหรับมากิแค่ทำไปตามกระแสเพราะกลัวเสียเปรียบเท่านั้น เธอรู้ว่าจินแข็งแกร่งแค่ไหนอยู่แล้ว

เทนตะกับมาโคโตะยืนมองการกระทำของสามสาวอย่างเลื่อนลอยอีกครั้ง

ความขุ่นเคืองใจเริ่มปะทุอยู่ในอก ชายหนุ่มหน้าตาทะเล้นโวยวายเสียงดัง “ไอ้คนที่ปางตายมันอยู่ทางนี้โว้ย!”

พวกเธอหันมองแวบเดียวแล้วเลิกสนใจ หันกลับไปห่วงใยจินต่อ เล่นเอาพวกเขาทั้งสองยืนหน้าเหวอไปอีกพักใหญ่

โคตรลำเอียงเลย ฉันจะไปฟ้องแม่!”

.

.

.

ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม... เสียงทรงอำนาจแต่แหบแห้งไปด้วยความชราวัยพูดผ่านโทรศัพท์ในมือของชายอีกคน เขาลอบมองด้านนอกสลับกับกลุ่มก่อความวุ่นวายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

เขาพยักหน้าโดยหวังว่าให้คู่สนทนาได้เห็น “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”

ขอบคุณมาก อุเสะ หากมีอะไรให้ช่วยบอกได้เสมอ แล้วเจอกัน

ด้วยความยินดีเสมอครับ คุณลุง ปลายสายกดวาง ทิ้งไว้ให้ชายผู้นั้นยืนนิ่งท่ามกลางความมืด

ลูกชายนายนี่มันเหมือนนายจริงๆ ให้ตายสิพับผ่า...ทั้งพ่อทั้งลูกเขาพูดกับกรอกรูปบนโต๊ะก่อนเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงแต่รูปภาพของจินที่แต่งกายในชุดสูทหรูหราหมาเห่าอันหล่อเหลาใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 359 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1047 BlackOCG (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 21:11
    ปั๊ดโถ๊ -เราก็เดาว่าหมี่เหลืองกับตำรวจ ตำรวจลำเอียงเข้าข้างพวกตัวร้ายไรงี้ ที่ไหนได้ เรื่องผู้หญิง โถ๊ะ!!!
    ชื่อตอนพาเขวหมด ไรท์นี่ก็555555555555555
    #1,047
    0
  2. #771 Fikusa (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 09:33
    ควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นจอมมารพลังผู้กล้านะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #771
    1
    • #771-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      16 กันยายน 2561 / 09:57
      เอิ๊กๆๆ
      #771-1
  3. #661 Pisit Yuragate (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 02:01
    เล่นแบบนี้เลยหรอ
    #661
    0
  4. #657 Dize Ŕeriattă (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 22:34
    ระวังนะคิดว่าเป็นเด็กกะโปกเดะพวกเอ็งจะโดนเด็กกะโปกตบจนบินได้นะโว้ยยยย555555แต่เอ๊ะเดียวนะสรุปแกเป็นผู้กล้าหรือจอมมารกันแน่จินนนนี่แกตบคนตายเป็นผักเป็นปลาเลยนะโว้ยยยย5555555
    #657
    1
    • #657-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      12 กันยายน 2561 / 00:58
      โดนผู้กล้าเด็กกระโปก โบกเข้าให้นะเว้ยยยย
      #657-1
  5. #656 sorawitbai (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 19:25

    เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างเเน่ๆ

    #656
    1
    • #656-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 19:30
      สำหรับผมคิดว่าน่าจะเป็น เงื่อนพิรอด ครับจารย์
      #656-1
  6. #655 joelamtan (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 18:48
    ขอบคุณครับ
    #655
    1
    • #655-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 19:30
      ขอบคุณเช่นกันจ้า
      #655-1
  7. #654 tomtam333 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 18:44

    งานมาหาแล้วท่านเคียก 5555555

    #654
    1
    • #654-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 19:30
      เคี๊ยกๆๆ
      #654-1
  8. #652 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 17:29
    ผมไปเปลี่ยนชื่อไอดีเป็นมหาเทพนักตรวจคำผิดดีมั๊ยเนี่ย
    #652
    2
    • #652-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 17:34
      มหาเทพเลยเหรอ เอิ๊กๆๆๆ
      #652-1
    • #652-2 Efil-On(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 17:37
      น่าจะดี
      #652-2
  9. #651 Black Diamonds - [ NACҚ ] (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 17:22
    ผู้หมวก -*- ผู้หมวด
    #651
    1
    • #651-1 T.Autumn(จากตอนที่ 76)
      11 กันยายน 2561 / 17:24
      กำ ฮ่าๆๆๆๆ มันรีบบบบบบ
      #651-1