ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 7 : คำรามที่ 3 : แก๊งเสือหมอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 865 ครั้ง
    2 ก.พ. 64

ยามพลบค่ำดวงอาทิตย์เริ่มอ่อนกำลังลงและแทนที่ด้วยแสงไฟจากหลอดไฟทั่วจากอาคารและเสาไฟข้างทาง เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนกำลังเดินตรงไปยังเป้าหมายที่โกดังแบบเงียบๆ ตรงหน้าด้วยท่าทางครุ่นคิด ถนนตลอดทั้งสายที่มุ่งไปไม่มีคนเดินสวนหรือบ้านเรือนใกล้เคียง มีเพียงแอ่งน้ำที่เปื้อนแฉะเหมือนฝนเพิ่งตกมาไม่นาน

          “เฮ้อ...สุดท้ายโรคเก่าก็กำเริบจนได้ ไม่ใช่เรื่องของเราแท้ๆ  เด็กหนุ่มส่ายหัวก่อนจะใช้สายตาสีทองคู่นั้นมองไปยังโกดัง

          สังเกตการณ์เฝ้ายามที่แน่นหนาของบรรดาชายชุดดำพวกนั้นแล้ว ช่างเป็นสถานที่น่าสงสัยอย่างไม่ต้องคิดอะไร

          “แปลกที่สกิลตามรอยยังใช้งานได้ เอาเถอะ… ตรงเข้าไปหรือซุ่มเข้าไปเงียบๆ ดี” จินยืนคิดอยู่กลางถนนอย่างเปิดเผย จู่ๆ รู้สึกมีคนเดินเข้ามา

“เฮ้ยเจ้าหนู! มาทำอะไรแถวนี้ ไปทางอื่นไป” ชายหน้าเหี้ยมเดินเข้ามาไล่จิน หลังจากสังเกตเห็นจินยืนทำท่าแปลกๆ อยู่หน้าโกดังนี้มาสักพักแล้ว

“ทางผ่านบ้านนี้น่ะลุง ว่าแต่ข้างในนั้นมีอะไรเหรอ ทำไมคนเยอะจัง” จินพยายามชะโงกหน้ามองเข้าไปข้างใน แต่ก็ถูกชายดังกล่าวตามบังสายตาแทบในทันที

“ไม่ใช่เรื่องของแกหรอกเจ้าหนู ทำเป็นไม่เห็นแล้วหลบไปซะ!”

“เฮ้ๆ ไม่เอาน่าลุง มีเรื่องสนุกอะไรบอกหน่อยสิ เผื่อผมพอช่วยอะไรได้บ้าง” จินยิ้มตอบพยายามมองไปด้านหลัง

“ไอ้เด็กนี่! ตกลงจะกลับไปดีๆ หรืออยากเจ็บตัว” ชายหน้าเหี้ยมเปิดเสื้อสูทออกโชว์ปืนที่เอวให้จินเห็น

“อ่อ...” จินค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้

พลั้ว!

ชายร่างใหญ่ตาเหลือกงอตัวโดยอ้าปากค้างและล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ได้เวลาเรียกเหงื่อหน่อยแล้ว” จินปลดกระดุมเสื้อด้านบน

ปัง! ปัง! ปัง!

กลุ่มชายชุดดำชักปืนข้างกายออกมายิงใส่จินอย่างไม่กลัวฟ้ากลัวดิน จนเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องที่ แต่ห่ากระสุนเหล่านั้นหยุดอยู่ตรงหน้าจินแล้วล่วงลงพื้นไร้การควบคุม เขาทำเพียงเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ยีหระเท่านั้น

เพียงเท่านั้น ความฮึกเหิมที่เคยมีของกลุ่มคนชุดดำก็ลดฮวบจนน่าใจหาย

“เป็นไปไม่ได้… สะ สัตว์ประหลาดแล้ว” ชายคนหนึ่งกล่าวเมื่อเห็นเงาน่ากลัวปรากฏด้านหลังจิน มือไม้สั่นไปหมดราวกับเห็นมัจจุราชเดินเข้ามาหาตนเองเรื่อยๆ

“เพิ่งเริ่มเอง อย่ารีบกลัวสิ” จินกระซิบข้างหูชายดังกล่าวก่อนเตะอัดร่างให้กระเด็นออกไปจนสลบ

แกร๊ก! แกร๊ก!

จินกวาดตามองด้วยหางตาเมื่อพบว่าปืนในมือกลุ่มคนดังกว่าไม่มีกระสุนแล้ว ชายหนุ่มจึงกวักมือเรียกให้พวกนั้นเข้ามาอย่างท้าทาย

“กระทืบมัน!” สิ้นเสียงเหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายต่างกรูกันเข้าใส่

จินกระโดนเหยียบหน้าชายคนหนึ่งและตวัดเท้าเตะไปทางซ้าย

“เก็บไป  จินยิ้มและจระเข้ฟาดหางชายที่ลอบโจมตีด้านหลัง

“อีก  และกระโดดเตะไม้เบสบอลที่พุ่งเข้ามาจนหักสองท่อน ชายที่ถือยืนตะลึงค้างแต่ก็ถูกเตะก้านคอในจังหวะสองก่อนล้มลงพื้นไป

“เหลือ  จินหมุนตัวกระโดดถีบชายอีกคนพุ่งเข้ามาด้วยสองเท้าและสร้างแรงกระโดดจังหวะที่สองให้หมุนตัวมาฟาดส้นเท้าใส่กลางหัวชายอีกฝั่ง

“ตัวคนเดียวแล้วสิ เอายังไงดีน้า...” จินยิ้มเหี้ยมใส่ชายผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวที่เหงื่อไหลพรากบนใบหน้าด้วยร่างกายสั่นเป็นเจ้าเข้า

“จะหนีแล้วโดนแก๊งไล่ล่าทีหลัง หรือเข้ามาสลบแล้วตื่นภายหลัง อันหลังเข้าท่านะ ว่าไหม!? จินหักนิ้วส่งเสียงดังน่ากลัว

“ย๊าก!!!” เมื่อจนหนทาง เขาจึงรวบรวมความกล้าหลับตาวิ่งเข้าซัด จินชกสวนส่งร่างนั้นตีลังกากลางอากาศไปรอบหนึ่ง

“ยังไม่ได้เรียกเหงื่อเลยให้ตายสิ โอ้ะ! ข้างในยังเหลืออยู่นี่หว่า” จินพูดพลางขยับร่างกายให้เตรียมความพร้อมและเดินเข้าไปอย่างช้าๆ

.

.

.

“พวกแกว่าไงนะ! ลูกสาวข้าถูกลักพาตัวไปงั้นเหรอ แล้วทำไมไม่ตามไปวะ!!!” เสียงตวาดดังจากชายร่างใหญ่ที่อยู่ชุดฝึกซ้อมการต่อสู้สีขาวที่ผ่านการฝึกซ้อมมาหมาดๆ สังเกตได้จากหยดเหงื่อที่ไหลออกมาและตกลงบนพื้น พร้อมกับภาพด้านหลังที่มีคนนอนแน่นิ่งอยู่ราวสิบร่างได้ พวกนั้นน่าจะเป็นคู่ฝึกของเขา

เสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า ทำเอาลูกน้องที่มารายงานต่างพากันกลัวหัวหดจนหน้าเหลือเสี้ยวเดียว

“พวกผมกลัวว่าหากตามไปจะทำให้ฝ่ายนั้นทำอันตรายต่อคุณหนูได้ เลยรีบกลับมารายงานหัวหน้าให้ทราบก่อนครับ” ชายที่ดูเหมือนมีตำแหน่งพอสมควรในแก๊งพูดแก้ต่างออกมา แบบใจดีสู้เสือโกรธ

“แล้วพวกแกปล่อยลูกข้าไว้ในมือพวกมันเนี้ยนะ ไอ้พวกบัดซบ!!!” หัวหน้าแก๊งพูดตะคอกใส่ถีบหน้าอกชายที่แก้ต่างนั้นกริ้งไปกับพื้น แต่ชายดังกล่าวก็กลับมานั่งคุกเข่าดังเดิม

“เรียกระดมพลแล้วไปตามหาลูกข้าให้พบ แล้วพากลับมาอย่าให้มีแม้แต่รอยขีดข่วน ไม่งั้นพวกแกตายทั้งหมด”

“รับทราบครับ !!!” ลูกน้องทุกคนคานรับและรีบทำตามบัญชาของหัวหน้า

“อย่าเป็นอะไรไปเลยนะหนูน้อยของปะป๊า”

“ไอ้พวกเวร! ข้ามเส้นกันเกินไปแล้ว ไอ้พวกสัตว์เลื้อยคลาน พวกแกอยากแตกหักไปข้างใช่ไหม ได้!!!” หัวหน้าแก๊งกัดฟันจนเลือดซิบไหลออกมาและทุบที่วางแขนเก้าอี้ที่พึ่งนั่งจนแตกหัก

          .

          .

          .

“แกเป็นใคร... เข้ามาที่นี่ได้ยังไง เฮ้ย! ข้างนอกหายหัวไปไหนหมดว่ะ!!!”  ชายร่างใหญ่กล้ามโตสวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาวพูดตะโกนหันหน้าไปข้างนอก

“ผมแค่นักเรียน ม.ปลาย ส่วนพวกข้างนอกคงไม่ได้ยินหรอก” จินยิ้มตอบพลางมองด้านล่างของหลอดไฟกลมสีส้มส่งลงมายังจุดที่เรย์กะนั่งอยู่ เธอถูกปิดปากมัดมือมัดเท้าไว้กับเก้าอี้โดยยังสลบอยู่เพราะอะไรสักอย่าง

“แส่หาเรื่องเองนะแก ไม่ได้แก่ตายก็คราวนี้แหละ!” ชายกล้ามโตพูดและหยิบปืนยิงไปยังจิน

“พวกข้างนอกก็คิดและพูดแบบคุณเลย แต่เสียใจวันนี้ไม่ใช่วันตายของผม” จินโผล่เบื้องหน้าของชายกล้ามโตและชกเข้าไปที่ช่องท้อง จนทำให้ชายดังกล่าวปล่อยของเก่าออกมาและนั่งก้มท้องอยู่อย่างนั้น

หมับ! จินจับหัวของชายผู้นั้นไว้เพียงมือเดียว ก่อนจะกระแทกเข่าอัดหน้าเข้าให้

พอมองไปรอบๆ ด้านในมีเพียงคน 3 คน ซึ่งนับชายที่นอนอยู่ตรงนี้รวมไปด้วย ชายคนหนึ่งยืนหลับตาถือดาบคาตานะพิงกับกำแพงไม่ใกล้ไม่ไกล ส่วนชายอีกคนนั่งบนกล่องและผสานมือจ้องมาทางเขา

 

[ ทากามิ คิยะ รองหัวหน้าแก๊งงูดำ ค่าต่อสู้ : 320  ความชำนาญ : สนับมือ ]

 

ฉับพลันดวงตาของจินทอประกายแสงสีทองออกมาเล็กน้อย เขาพบว่าบนหัวของชายที่นั่งบนกล่องมีข้อความสรุปโดยย่อปรากฏอยู่

 

มีคนพลังระดับอยู่บนโลกด้วยแฮะ หากนักมวยอาชีพคงอยู่ที่ระดับ 150-200 เห็นจะได้

 

[ เรน มือขวาของคิยะ ค่าต่อสู้ : 372 ความชำนาญ : ดาบคาตานะ ]

 

คนนี้ก็ไม่เบา เทียบกับโลกนั้นก็คงอยู่ราวๆ หัวหน้ากองทหารระดับพิเศษเลย จินคิดและยิ้มตรวจสอบเบื้องหน้าอย่างใจเย็น

“ตกลงนายเป็นใครกันแน่ พลังระดับนั้น คงไม่ใช่แค่นักเรียนธรรมดาๆ” คิยะพูดจ้องมองจินราวต้องการล่วงรู้ตัวตนของจิน

“แค่นักเรียนคนหนึ่งอย่างที่เห็น” เด็กหนุ่มผายมือโชว์เครื่องแบบที่สวม

“สนใจมาทำงานกับพวกฉันมั้ยรับรองชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ หรือผู้หญิง หากนายต้องการอะไร พวกฉันสามารถหาให้ได้ทุกอย่าง” คิยะลุกขึ้นก่อนเริ่มเจรจาด้วยหัวข้อคลาสสิก

“ขอโทษที่ต้องปฏิเสธนะครับ ยังไงช่วยปล่อยเพื่อนร่วมห้องผมได้ไหม” จินชี้ไปยังเรย์กะ

“เธอเป็นอะไรกับนาย” คิยะหันไปมองเรย์กะและมองมายังจิน

“เพื่อนร่วมห้องอย่างที่บอกนั่นแหละ นี่ก็ถึงเวลากลับบ้านแล้ว เดี๋ยวทางบ้านเธอจะเป็นห่วงเอา” จินก้าวไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยสองมือที่ล้วงกางเกง

“หากพวกฉันปฏิเสธส่งมอบเธอให้นายละ? คิยะเลิกคิ้วสงสัย

“ก็คงต้องมีใครสักคนเจ็บตัวกันหน่อย”

ชิ้ง! จู่ๆ ก็มีดาบคาตานะชี้มาที่คอของจินด้วยระยะห่างไม่กี่มิลลิเมตร เด็กหนุ่มยิ้มหันไปยังชายที่ชื่อว่าเรน

“เธอมีความสำคัญกับพวกฉันมากตอนนี้ไม่อาจคืนให้นายได้หรอก ขอโทษด้วย” เรนกระชับมือแน่นขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของคิยะ

ไม่เบาแฮะ จิตสังหารขนาดนี้ ฆ่ามาแล้วกี่ศพละเนี้ย จินสัมผัสถึงแรงกดดันที่ชี้เป้ามาทางเขาด้วยสายตาคู่นั้นของเรน บ่งบอกได้เลยว่าเขาคนนี้ไม่ใช่เล่นๆแน่นอน

“ดูท่าเหมือนจะเก่ง” แต่เรื่องแค่นี้สร้างความกลัวให้แก่เขาไม่ได้แม้แต่น้อย

“ดูเหมือนจะเก่ง? เรนทวนคำพูด

“แต่พลังแค่นี้นาย...กล้าขว้างทางฉันงั้นเหรอ!” จินหายตัวตวัดเท้าหวดหน้าแข้งไปยังท้องของเรนและซัดปลิวชนกับผนังโกดังจนอิฐปูนที่ก่อสร้างมาพังยุบลงไปโดยมีเรนนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

เรามองไม่ทันเลย คิยะคิดและมองตรงหน้าอย่างตื่นตระหนกแต่ก็กลับมีทำสีหน้าเดิม ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

“เอายังไงต่อดี ดูเหมือนคนเมื่อกี้จะเก่งกว่าคุณนะ” จินเดินเข้าไปหาคิยะอย่างช้าๆ

“ทำยังไงต่อดีน้า ยอมแล้วกัน งั้นเอาเป็นว่าคุณพาตัวเธอไปได้” คิยะลุกขึ้น เดินตรงไปที่จินและตบไหล่จิน

“ง่ายๆ แบบนี้เลย? จินหันมาถามด้วยสายตาสงสัย

“เอาเถอะ ผมไม่อยากเจ็บตัว ขืนสู้กับคุณไปผมก็มีแต่แพ้กับแพ้” คิยะยักไหล่

รู้สึกแปลกแฮะ เอาเถอะ ผลลัพธ์ออกมาดีก็โอเค คิยะพาชายทั้งสองที่ร่างกายสะบักสะบอมไปด้วย

จินเดินไปแกะที่ปิดปากและปลดเชือกที่มัดเรย์กะออก “เรย์กะ ตื่นได้แล้วกลับบ้านกันเถอะ”ทำการเขย่าตัวปลุกเธอตื่น เรย์กะลืมตาและมองรอบด้วยท่าทางตื่นนิดๆ

“ดูเหมือนไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่เลยนะ” ท่าทางไม่ค่อยสนใจของเรย์กะทำเอาจินเลิกคิ้วสงสัย

“แปลกใจที่นายมาได้ไงมากกว่า โอะ!” เรย์กะลุกเร็วเกินไปจนเสียการทรงตัว ทำให้จินรวบเอวเรย์กะและดึงเข้าหาตนอย่างรวดเร็ว

“ขอบใจ” เรย์กะหน้าขึ้นสีเล็กน้อยก่อนผละตัวออก แม้เพียงชั่วครู่แต่กลิ่นตัวของเรย์กะก็ทำเอาจินนึกเคลิ้มได้เหมือนกัน

“ดูเหมือนทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านกันเถอะ” จินเลิกสนใจและหันกลับออกมาทางเดิม

“นายตามหาฉันเจอได้ไง” เรย์กะเดินตามออกมาแต่ก็อดสงสัยไม่ได้

“ความลับจ้ะ!” จินเอานิ้วชี้แตะขยิบตาหนึ่ง ช่วยเพิ่มความอยากรู้แก่เรย์กะมากขึ้นไปอีก

บรืน! บรืน! เอิ๊ยด!

รถหรูสีดำนับสิบคันต่างพุ่งมาดังสถานที่แห่งนี้ พวกเขาเอามือป้องแสงลดการแสบตาจากแสงไฟรถที่ส่องเข้ามาเป็นจุดเดียว

“แกเป็นคนลักพาตัวคุณหนูมาเองสินะ!!!” ชายร่างใหญ่หน้าบากตะโกนออกมาหลังจากเดินลงจากรถ

“ผมเหรอ??? จินชี้หน้าตัวเองแบบงงๆ

ตูเป็นคนมาช่วยคุณหนูพวกคุณแกเว้ย

“แกนี่เอง! ปล่อยตัวคุณหนูพวกเรามาเดี๋ยวนี้!!!” ชายหน้าบากพูดพร้อมชี้นิ้วสั่งจิน เหล่าสมุนลงรถมาพร้อมกับอาวุธครบมือเตรียมท่าพร้อมรบทุกเมื่อหากมีคำสั่ง

“ปล่อยอะไรของพวกคุณอยากได้ก็เอาไปสิ” จินงงกับคำพูดของชายตรงหน้า

“เฮ้ย! อย่าเข้าไป! อาจเป็นกับดักของพวกมันก็ได้!? ชายหน้าบากสั่งห้ามลูกน้องที่มีทางที่จะเข้าไปหาเรย์กะ

“กับดงกับดักอะไรละเว้ย! เรย์กะเธอก็กลับบ้านได้แล้ว มีคนมารับเพียบแล้วเนี้ย” จินเริ่มมีอารมณ์กับสิ่งที่พวกนั้นที่ชอบคิดเองเออเองขึ้นมา เมื่องหันกลับไปดูเรย์กะ

“เป็นอะไรหรือเปล่า? เธอเอาแต่ก้มหน้าอยู่ด้านหลังเขา

“ห้ะ! อะไรเหรอ ? เรย์กะราวกับตื่นจากภวังค์

“ช่วยพูดอะไรกับทางนั้นหน่อยสิ ดูเหมือนเข้าใจอะไรผิดกันไปหมดแล้ว อยากกลับบ้านแล้ว หิวข้าววว!!!” จินทำหน้าเบื่อหน่ายและชี้ไปทางชายหน้าบาก

“อ้อๆ ได้สิ ลุงจาง หนูสบายดี เขาคนนี้ช่วยหนูไว้เป็นเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียน” เรย์กะพูดแก้ต่างให้จิน

“ขะ ขอบใจนะ” เธอกล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำพลางเงยหน้าจ้องดวงตาของเด็กหนุ่ม จากส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เธอต้องเงยขึ้นไป

“ไม่เป็นไร หากไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวกลับบ้านก่อนละ”

“เดี๋ยว!” จางร้องท้วง ทำเอาจินหยุดเดินชะงักพลางกำหมัดแน่น

          “อะไรอีกล่ะโว้ยครับ!” ตอนนี้จินเต็มไปด้วยอารมณ์โมโหหิวอย่างเต็มที่

“พวกข้าไม่เชื่อหรอกว่าแกคนเดียวจะสามารถล้มคนของแก๊งงูดำที่จับตัวคุณหนูไปได้ ยังไงแกก็ต้องไปกับพวกข้า” จางกล่าวด้วยสีหน้าไม่เชื่อ

“ฉันต่อยหน้าลุงจางอะไรของเธอจะว่าอะไรมั้ยเรย์กะ” จินกล่าวด้วยเสียงลอดไรฟัน

ตอนนี้หากจินจะเข้าไปซัดหน้าจาง จินก็ทำได้ทันที แต่เมื่อได้ยินเรย์กะเรียกว่าลุงจาง แสดงว่าเขาต้องมีความสำคัญต่อเธอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จินก็ไม่อยากมีปัญหากับคนที่ต้องนั่งโต๊ะข้างๆ ตัวเองไปนานนับเทอมได้

“ขนาดฉันยังไม่ค่อยอยากเชื่อเลย ยังไงนายมากับพวกเราก่อนก็แล้วกัน รับรองมีอาหารรออยู่” เรย์กะจับมือจินและลากเดินไปขึ้นรถของจาง

เหล่าลูกสมุนต่างมองจินด้วยความหลากหลายอารมณ์ บางคนอยากจะเอาอาวุธในมือ เข้าไปฟาดใส่หน้าของจินที่ริอ่านแตะต้องคุณหนูแสนสวยของพวกเขา ทั้งๆ ที่คุณหนูพวกเขาเป็นคนจับมือจินเอง

.

.

.

ห่างจากจุดเกิดเหตุไปไม่ไกล เสียงของเครื่องยนต์รถหลายคันยังคงได้ยินชัดเจน

“เป็นยังไงบ้างร็อค? คิยะถามชายกล้ามโตที่ถูกจินต่อยเข้าหมัดเดียวแล้วทรุด

“รู้สึกเหมือนซี่โครงจะหักสองสามซี่ครับ ให้ตายสิหมอนั้นหมัดหนักชะมัด เหมือนถูกค้อนเหล็กทุบยังไงยังงั้นเลย ท่านคิยะ” ร็อคกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและกัดฟันกลั้นความเจ็บปวด

“แล้วนายละเรน บาดเจ็บอะไรมากมั้ย? คิยะหันไปมองเรนที่ยืนหลับตาพิงผนังอยู่

“ไม่เป็นอะไรขอรับ ข้าน้อยสังหรณ์ใจว่าชายผู้นั้นยังออมมือให้เราอยู่” คิยะนิ่งไปเมื่อได้ยินเรนพูด

“หากเป็นแบบนั้น เป็นไปได้ก็อย่าไปมีเรื่องกับเขาน่าจะดีที่สุด ยังไงตอนนี้สั่งให้ทุกคนกลับไปยังแก๊งและสั่งให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อน อย่าให้ท่านพ่อรู้เด็ดขาด ฉันจะจัดการเรื่องพวกนี้ทีหลังเอง” คิยะกล่าวเสียงเฉียบออกไป

          “ครับ/ขอรับ”

          .

          .

          .

ณ คฤหาสน์ของแก๊งเสือหมอบ ตัวตึกขับบรรยากาศย้อนไปยังสมัยโชกุนอย่างไรอย่างนั้น กลิ่นอายและความคลั่งสัมผัสได้โดยประสาททั้งห้า โคมไฟที่แขวนทั่วทั้งตึกมีสัญลักษณ์เสือหมอบติดไว้ทุกอัน

“หนูน้อยของปะป๊ากลับมาแล้ววว!” ภาพของชายร่างหมีที่หนวดเครารุงรังวิ่งน้ำหูน้ำตาแตกมายังพวกจิน  ชวนเป็นภาพแสนน่ากลัวทำให้เขาเผลอก้าวถอยหลังด้วยใบหน้าเหยเก

“เป็นอะไรหรือเปล่า!? ถูกพวกมันทำร้ายอะไรตรงไหนหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊าจะไปสั่งสอนพวกมันให้เอง!” ชายร่างหมีพลิกตัวลูกสาวไปมาราวกับตุ๊กตา อีกทั้งยังยกไปมาๆราวกับเธอไม่มีน้ำหนัก

“พอก่อนท่านพ่อ เพื่อนหนูอยู่ตรงนี้ หนูอายเขา” สายตาแปลกๆ ของจิน ทำเอาเธอไม่กล้ามองกลับไปเลย ทำได้เพียงก้มหน้าอย่างเขินอาย

“อย่างนั้นเหรอจาง” ชายร่างหมีวางเรย์กะลงและหันมามองจิน

“ใช่ครับ ท่านหัวหน้า” จางก้มหัวตอบ

“หมดหน้าที่แล้ว พวกนายไปพักผ่อนได้ ขอบคุณสำหรับคืนนี้มาก ใช้เงินนี่ได้ตามสบาย!” ชายร่างหมียื่นเงินปึกหนาให้ลูกน้อง หลายคนทำตาลุกวาวทันที

“ด้วยความยินดีครับ ท่านหัวหน้า!” เมื่อชายร่างหมีกล่าวเสร็จเหล่าลูกน้องก็ออกไปกันอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณสำหรับการช่วยเรย์กะมาก ข้า มาบุจินะ เทโช ขอขอบคุณด้วยใจจริง” เทโชใช้มือขวาทาบอกพลางก้มหัวขอบคุณจินอย่างไม่ถือเกียรติ เขาเริ่มนับถือชายตรงหน้าบ้างเล็กน้อย

“ผมแค่ผ่านไปเจอเฉยๆ ไม่ต้องขอบผมหรอก” จินก้มหัวพร้อมกับเทโช เกาแก้มเขินๆ

“แต่ว่าแกไม่ได้แตะต้องหนูน้อยของข้า ใช่ไหม!!!” อยู่ๆ บรรยากาศรอบตัวของเทโชก็เปลี่ยนไปราวกับสัตว์ป่าที่ต้องการขย้ำเหยื่อ

“หากการแกะที่ปิดปากที่แตะแก้มนิดหน่อย และการโอบเอวตอนเธอจะล้มไม่นับว่าเป็นการแตะต้อง นอกจากนั้นก็ไม่มีแล้วครับ” จินไม่เกรงกลัวกับบรรยากาศเบื้องหน้า แถมยังนึกสนุกท้าทายเสียด้วยสิ

“แกว่าไงนะ! แกกล้าโอบเอวลูกสาวของข้างั้นเหรอ!” เทโชตวาดเสียงดัง

“มันแค่อุบัติเหตุและความจำเป็นเท่านั้นครับ” จินยิ้มตอบ

เสียงเสียดอากาศดังพร้อมกับหมัดของเทโชที่ปล่อยออกมา แต่มันก็ถูกหยุดไว้โดยมือขวาของจินเพียงข้างเดียวด้วยระยะห่างจากใบหน้าเพียงเล็กน้อย

บ้าน่า! หมัดที่น่าภาคภูมิใจของข้า ความตกใจปรากฏบนใบหน้าเทโช

จินรับมือกับหมัดนั้นแบบนิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อน แต่ทางฝ่ายเทโซกับหน้าแดงจากการพยายามใส่แรงอัดเข้าไปอีก

“ไม่เอาน่าท่านพ่อ ยังไงเขาก็ช่วยหนูไว้ หิวข้าวแล้ว...” เรย์กะร้องท้วงด้วยใบหน้าแดงๆ เธอยังคงไม่มองหน้าจิน

“เห็นแก่เรย์กะ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน ครั้งหน้าอย่าริอ่านเข้าใกล้เรย์กะของข้าอีก เข้าใจไหม! เรย์กะพาเขาไปห้องอาหารได้เลย เดี๋ยวปะป๊าสั่งแม่ครัวไว้ให้” เทโชชักมือกลับและเตือนจิน เรย์กะพยักหน้าและเดินนำออกไป

“ครับๆ รบกวนด้วยนะครับ” จินกล่าวปัดๆ ออกไปและเดินตามเรย์กะไปตามทาง

โดยคฤหาสน์ของแก๊งเสือหมอบนั้นถูกออกแบบจากไม้โดยทั้งสิ้น เหมือนกับคฤหาสน์ของชนชั้นสูงของญี่ปุ่นดั่งเดิม โดยแต่ละห้องต่างเชื่อมโยงกันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและอาคารขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ที่นั่นน่าจะเป็นอาคารของหัวหน้าแก๊งเสือหมอบและคุณหนูของที่นี่ ซึ่งตรงทางเดินที่ผ่านมา จินเห็นตราสัญลักษณ์ที่ถูกสลักด้วยไม้เนื้อดีเป็นรูปเสือตัวขนาดใหญ่นอนหลับอยู่ด้วยท่าทีองอาจ

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จจินก็ขอตัวลาเรย์กะและขอบคุณสำหรับมื้อนี้ โดยไม่วายยังถูกสายดุส่งมาจากพ่อของเรย์กะ ด้วยความนัยว่า อย่ามาแตะต้องลูกสาวข้าอีก จินยักไหล่ให้หนึ่งที่เป็นคำตอบ

“สุดท้ายวันนี้ก็กำลังผ่านไปได้ด้วยดี ยามค่ำคืนแม้จะมืดมิด แต่ก็ยังมีแสงจันทร์ส่องนำทางอยู่เสมอ” จินเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ  เรย์กะมองแผ่นหลังของชายที่เดินจากไปพลางกุมหน้าอกด้านซ้าย สัมผัสถึงความรู้สึกที่ตนเองก็ไม่สามารถอธิบายได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 865 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1129 hanari00123 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 16:24
    ยังยืนยันน้าไม่ฮาเร็มน้าาา ไม่น้าาาาา เเต่ฉากกุ๊กกิ๊กกับคนอื่นก็พอไหว..พอไหว..สำหรับคนอื่นเเต่ฉันไม่...5555555
    #1,129
    0
  2. #267 Overlords (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:11
    ไม่ไหว..ลาละ...
    #267
    0
  3. #208 Parichat1009 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 08:38
    ไม่ฮาเร็มน้าาาา
    #208
    0
  4. #116 Fikusa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 13:55
    ปมมาล้ว
    #116
    1
    • #116-1 T.Autumn(จากตอนที่ 7)
      20 สิงหาคม 2561 / 16:54
      ขอบคุณที่ติดตามครับ
      #116-1
  5. #24 Riheart0000 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:26
    มีปมไห้เเก้เเน่ๆ
    #24
    0