ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 64 : เหมันต์ที่ 12 : อาจเกิดสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 498 ครั้ง
    3 มี.ค. 64

ก่อนหน้านี้จินก็คิดไว้แล้วว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับแก๊งใดแก๊งหนึ่งแน่นอน ซึ่งเป็นไปตามที่คิด

“แก๊งวัวคลั่งงั้นเหรอ” เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแก๊งมังกรคำรามทำอะไรให้แก๊งวัวคลั่งโกรธถึงขั้นปล้นชิงทรัพย์กันโจ่งแจ้งแบบนี้

“คิดว่าน่าจะใช่ คุณจินแน่ใจงั้นเหรอว่าเห็นสัญลักษณ์นี้บนตัวพวกเขา” คิยะรับกระดาษใบนั้นมาดูอย่างถี่ถ้วน

“แน่ใจสิครับ…แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น” ความตึงเครียดฉายชัดจนเขาสัมผัสได้

“คิดในอีกแง่ มีความเป็นไปได้หลายส่วนที่พวกนั้นกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง ในโลกมืดแก๊งวัวคลั่งมีข่าวลือหนาหูอยู่เหมือนกัน เกี่ยวกับการโจรกรรม ฟอกเงิน ขายของโจร รวมถึงปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย”

“แล้วมันเกี่ยวข้องกับแก๊งมังกรคำรามยังไง” จินเอียงคอสงสัย

พูดกันตามจริงแล้ว แก๊งมังกรคำรามค่อนข้างจะมีการทำงานที่โปร่งใส เนื่องด้วยตัวแก๊งเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับตลาดโลกโดยตรง ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็มีองค์กรมากมายเข้ามาต้องการตรวจสอบแทบจะทันที อาจจะมีการเหยียบเข้าไปในมุมมืดบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงจนถึงขั้นสร้างศัตรูจนบาดหมางกันได้

“ไม่แน่ใจ แต่ผมว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นชนวน ทำให้เกิดสงครามขึ้นแน่นอน”

“ทำไมคิดแบบนั้นละครับ” ซึ่งจินไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องกับแก๊งไหนบ้าง ที่ได้ยินก็มีแค่แก๊งวัวคลั่งแก๊งเดียว หรือเขาจะฟังตกหล่นไป

“เพราะธนาคารแห่งนั้น มีหุ้นส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของแก๊งหมาป่าเหมันต์นะสิครับ”

“เริ่มเห็นภาพขึ้นมาแล้ว เพราะอะไรดลใจพวกนั้นให้ทำแบบนี้กัน”

“อันนี้ผมคงต้องตามสืบหาแรงจูงใจเสียก่อน แต่ว่า...แก๊งหมาป่าเหมันต์คงเริ่มเคลื่อนไหวก่อนแน่ ก่อนอื่นเลย ขอแสดงความยินดีกับหัวหน้าแก๊งคนใหม่ของมังกรคำรามนะครับ”

“รู้กระทั่งผมเป็นผู้นำแก๊งมังกรคำรามแล้วงั้นเหรอ” จินรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ซึ่งเขาอุตส่าห์บอกให้ชาโต้ปกปิดตัวตนเขาไว้เป็นความลับเท่าที่จะลับได้

“คุณจินก็รู้ว่าแหล่งข่าวของผมนั้นดีแค่ไหน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ ถึงผมจะรู้แต่บางแก๊งก็ยังคงไม่รู้ แต่สำหรับแก๊งมหาอำนาจพวกนั้นยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว” แก๊งงูดำแฝงตัวเข้าไปในองค์กรแทบจะทุกองค์กร

“เฮ้อ…รู้สึกถึงความวุ่นวายจะเข้ามาในไม่ช้าลางๆ แล้ว”

“เป็นยังไงบ้างครับ ตำแหน่งผู้นำของแก๊งมังกรคำรามที่เกรียงไกร”

“อย่าให้พูดถึงเลย…คุณคิยะคิดว่าผมเป็นเด็กไหมครับ” น้ำหนักของอำนาจมันหนักหนาเกินกว่าคาดเดาได้

“เท่าที่เห็นจากภายนอกก็คงใช่แบบนั้นนั่นแหละครับ” คิยะตอบตามที่เห็น แต่ถ้าตามความรู้สึกคงตรงกันข้าม

“ใช่ไหมล่ะครับ แต่พวกนั้นทำกับผมอย่างไม่ใช่เด็กเลย ผมฟ้องที่ไหนได้บ้างครับ” คำพูดทีเล่นทีจริงทำเอาคนฟังปั้นหน้ายาก

“คนที่ยิ่งใหญ่อย่างคุณจินก็ต้องได้รับสิ่งที่คู่ควรอยู่แล้วครับ ผมเชื่อว่าคุณทำได้”

“เมื่อกี้ยังบอกว่าผมเป็นเด็กอยู่เลย” จินร้องท้วงทันทีที่เห็นคิยะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

“ฮ่าๆๆ แต่เรื่องนี้คุณจินคิดจะทำยังไงดีครับ หากพวกนั้นก่อสงครามกันขึ้นมา ผมเกรงว่าจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแน่นอน” ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งสองครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้ คิยะสัมผัสมันมากับตัวเองไม่น้อยกว่าจำนวนนิ้วของมือ

“ยังไงธนาคารแห่งนั้นก็กำกับดูแลด้วยแก๊งใหญ่ทั้งสองแก๊ง พวกมันคงจะรีบปิดบังตัวเองไม่ช้านี้แน่นอน ยังไงช่วยจับตาดูพวกโจรให้หน่อยนะครับ แต่ถ้าพวกเขาไกล่เกลี่ยกันได้ก็คงดี” จินผสานมือตรงหน้าขมวดคิ้วงามเข้าหากัน

“ในโลกมืดแบบนี้ คำว่าไกล่เกลี่ยแทบจะไม่เคยได้ยินเลยสักครั้งเดียว”

“ต่อไปอาจได้ยินเพิ่มขึ้นก็ได้ครับ เอาละ! ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลในวันนี้นะครับ รบกวนมากแล้ว ไว้ผมจะมาเยี่ยมใหม่” จินก้มดูนาฬิกาของตัวเองแล้วพบว่าใกล้เวลาอันควรที่เขาต้องไปแล้ว

“ด้วยความยินดีครับ แต่อย่าบอกใครว่าได้ข้อมูลมาจากแก๊งงูดำก็พอ ผมยังอยากทำอะไรอีกเยอะ!” คิยะรู้สึกก้าวขาข้างหนึ่งไปยังโลงศพรำไร

“อันนี้ผมไม่รับปากนะครับ แต่จะพยายาม” รอยยิ้มของจินเล่นเอาคิยะหน้าเกร็ง

“ไว้เจอกันครับ” ชายหนุ่มโค้งตัวให้ผู้อาวุโสกว่าก่อนเดินออกจากห้องไป

“ไม่ช้าก็เร็ว พวกนั้นคงต้องเจอกับปีศาจตนนี้แน่นอน ขออย่าให้มาถึงพวกเราเลย เฮ้อ…ยังไงก็ตามที่คุณจินบอก มันไม่ใช่เรื่องของเรา ดึกอีกแล้วสินะ…วันนี้” คิยะพึมพำกับตัวเองแล้วเดินไปจัดการเอกสารที่โต๊ะตัวเองต่อ

 

 

 

“เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้…มีรายงานจากที่คุมขังระบุไว้ว่า พวกกลุ่มโจรที่ได้เข้าไปปล้นธนาคารเมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้ถูกวางยาจนเสียชีวิตกันทั้งหมด จากการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุไว้ว่าสาเหตุอาจจะมาจากยาพิษติดมากับอาหารที่กลุ่มโจรเหล่านั้นได้ขอเป็นมื้อสุดท้าย แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่อาจฟันธงได้อย่างแน่ชัดได้ว่าที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามสืบหาข้อมูลและสืบสาวไปจนถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกันต่อไป หากมีรายงานข่าวการคืบหน้าอย่างใดเข้ามา ทางเราจะรีบนำเสนอให้ผู้ชมได้รับฟังทันที และในวันนี้ดิฉัน---” ผู้สืบข่าวหญิงกำลังรายงานสดจากสถานที่จริง ด้านหลังเป็นกรงเหล็กไว้กักขังนักโทษคนสำคัญกระทำผิดร้ายแรง

ปิ๊บ! จอมอนิเตอร์บานใหญ่ถูกปิดลงด้วยรีโมตในมือของใครคนหนึ่ง

ชายชราผมขาวไว้หนวดเครายาวกำลังรับชมข่าวสดสีหน้าเคร่งขรึมพร้อมกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องนั่งเล่น ที่ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ใช้สอยโดยใช้โทนสีขาวรอบห้อง ทำให้ห้องแห่งนี้ดูสบายตา ทั้งยังแทรกด้วยสิ่งของที่เน้นใช้ไปทางสีฟ้ากับสีขาวเป็นส่วนใหญ่

“ระบุได้หรือยังว่าพวกนั้นเป็นคนของใคร” เขากล่าวถามคนด้านข้าง ซึ่งเป็นผู้ชายหน้าตาดูดีดวงตาสีดำไร้แววเหมือนหลุมดำ ให้ความรู้สึกอย่างกับสามารถกลืนกินทุกอย่างเข้าไปได้ ไว้ทรงผมยาวซึ่งเป็นสีเทากำลังอยู่ในชุดสูทสีขาว อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเคียวแห่งแก๊งมังกรคำราม

“ตามแหล่งข่าวที่ให้มาระบุได้ว่าเป็นคนของแก๊งวัวคลั่งครับ”

“พวกนั้นเองงั้นเหรอ… ถึงกับกล้ามายุ่งกับหมาป่าเช่นนี้เชียว ไอแซก…ไปสั่งสอนพวกนั้นให้มันรู้จักที่ต่ำที่สูงสักหน่อย แล้วก็...จับตาดูพวกมังกรคำรามด้วย หากพวกมันต้องการร่วมมือให้มารายงานข้า เพราะยังไงธนาคารบ้านั่นก็ร่วมกันสร้างมากับเจ้าชาโต้” ชายพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาดก่อนจะหลับตาลงเอนหลังนอนกับเก้าอี้ตัวใหญ่นั้น

“ครับท่านพ่อ” ไอแซกโค้งตัวรับคำสั่งทันที

“เดี๋ยวก่อน ที่ให้ไปสืบเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำของแก๊งมังกรคำรามคนใหม่เป็นอย่างไรบ้าง”

“ก็แค่เด็กกระโปกคนหนึ่ง ท่านพ่ออย่าได้ใส่ใจเลย แผนการโค่นล้มแก๊งนั้นต้องเป็นไปได้ด้วยดีแน่นอน” ไอแซกหันกลับมาด้วยรอยยิ้มแสนจะรื่นเริง แผนการที่วางไว้ยาวนานไม่ช้าก็คงใกล้สำเร็จลงแล้ว

“งั้นก็ดี พยายามกำจัดปัจจัยแทรกซ้อนให้หมด ข้าไม่อยากต้องมากระวนกระวายใจทีหลัง” ชายชรากล่าวขณะยังหลับตา

“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นกังวล ลูกคนนี้จะทำให้ท่านพ่อก้าวขึ้นสู่ผู้นำเหล่าแก๊งทั้งหลายแน่นอน”

“เป็นเช่นนั้นก็ดี จัดการเรื่องแก๊งวัวคลั่งให้เรียบร้อย อย่าให้ใครสืบมาถึงตัวพวกเราได้” ชายชรากล่าวปิดท้าย

“ครับ” ดวงตาของไอแซกสั่นไหวชั่ววูบก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“ชาโต้เอ้ย…ถึงคราวเจ้าต้องก้มลงมาคุกเข่าต่อหน้าข้าบ้างแล้ว”

 

 

 

เวลาล่วงเลยเข้าสู่พลบค่ำ แสงจากหลอดไฟถูกเปิดให้ความสว่างตามทางเดินในยามค่ำคืน เหล่าผู้คนต่างพากันเข้าไปยังบ้านและทานมื้อค่ำกันอย่างมีความสุขกับครอบครัว

จินขับรถสปอร์ตคันเดิมของวันเข้าไปยังที่จอดรถที่หนึ่งใกล้ๆ กับร้านของเขา ซึ่งเป็นลานกว้างและใช้สำหรับเป็นที่จอดรถโดยเฉพาะ

เนื่องด้วยเนื้อที่ของบ้านจินนั้นค่อนข้างแคบไม่สามารถสร้างโรงจอดรถ ทำให้เขาต้องมาเช่าที่แห่งนี้แทน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ปัญหาทางด้านการเงินของเขาไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ทำให้ไม่ต้องมานั่งกังวลเกี่ยวกับรายจ่ายพวกนี้ อีกทั้งยังมีปู่ของเขาหรือชาโต้ได้จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว

กริ้ง! เสียงกระดิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านดังขึ้นยามมีแขกเดินเข้า

“กลับมาแล้วครับ” จินเดินเข้าร้านพลางแกะกระดุมเสื้อด้านบนออกหลายเม็ด

“กลับมาแล้วงั้นเหรอขอรับ…นายท่าน รับอะไรสักหน่อยไหมขอรับ” สแตนมองใบหน้าเหนื่อยอ่อนของจินจึงใคร่เป็นห่วง

“ขอบลูฮาวายแก้วหนึ่งแล้วกัน” จินพูดทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก เขานั่งลงตรงบาร์ด้านหน้าของร้าน

ป้ายที่แขวนตรงประตูถูกสลับเป็นปิดร้านไปเรียบร้อยแล้ว สแตนจัดการดูแลร้านได้เป็นอย่างดี เขาเลยไม่เป็นกังวลอะไรหากต้องไม่อยู่นานๆ แต่เมื่อจินเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นถึงสิ่งผิดปรกติอย่างหนึ่งภายในร้าน

“ซื้อโทรทัศน์มาแล้วงั้นเหรอ” จินมองไปยังโทรทัศน์ขนาดสี่สิบแปดนิ้วที่แขวนไว้ด้านบนตรงมุมด้านขวาของร้าน

“ขอรับ คุณมากิเป็นคนซื้อมาเมื่อเช้า ช่างเข้ามาติดตั้งเมื่อช่วงบ่ายขอรับ” สแตนหันไปมองพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มให้จิน

“แล้วตอนนี้เธอไปไหน” จินจับสัมผัสของมากิภายในบ้านไม่ได้เลย

“ออกไปสืบบางอย่างเหมือนเดิมนั่นแหละขอรับ”

“เบื่อไหมสแตน กับโลกใบนี้” จินถามด้วยความสงสัยปนเป็นห่วงแก่อสูรพันธะของตน

“ไม่เบื่อขอรับ หลายสิ่งในโลกนี้ช่างมหัศจรรย์และน่าเรียนรู้เป็นอย่างมาก ผู้คนก็ไม่ได้ถูกแบ่งชนชั้นกันให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนโลกใบนั้น ที่สำคัญ การกระทำของผู้คนที่นี่ก็ดูไม่โหดร้ายด้วยขอรับ” สแตนกล่าวสิ่งที่ตนเองเผชิญมาด้วยรอยยิ้ม

“มันยังมีอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่เห็น” จินกล่าวด้วยเสียงเบาบาง

“แต่ผมก็ยังชอบนะครับ โลกใบนี้” สแตนตอบกลับ ซึ่งจินก็เห็นด้วย โลกใบนี้เปรียบเสมือนบ้านของเขา

“!!!” แล้วทั้งคู่ก็ต้องรู้สึกตื่นตัว ใบหน้าแสดงอาการเคร่งเครียดผิดกับก่อนหน้านี้

“ปิดร้านสแตน”

“ขอรับ นายท่าน” สแตนจัดการด้วยการเคลื่อนไหวแสนรวดเร็ว แล้วทั้งคู่ก็หายไปจากร้านโดยสกิลเคลื่อนย้าย

 

 

 

“ไม่เจอกันนานนะ มากิ”

ขวับ! มากิกำลังมุ่งหน้าไปตามทางเดินในซอกตรอกเล็ก เพื่อกลับไปที่ร้านด้วยท่าทางร่าเริงต้องเป็นอันหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกล่าวทักขึ้น

“ใช่จริงๆ ด้วย นึกว่าจะไม่ใช่เธอเสียอีก มากิ” ใบหน้าอันดูดีของชายชุดดำโผล่จากมุมมืดของตึก

มากิเริ่มทำใบหน้าหนักใจทันทีที่เห็นคนเบื้องหน้าได้ถนัดตา ความกดดันแผ่กระจายทั่วร่างของชายผู้นั้นจนสร้างความผันผวนของอากาศยากต่อการหายใจ

“ไม่เจอกันนานนะคะ คุณคลาวด์”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 498 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1026 MoePunCH (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 14:00
    เกลียดความเด็กกะโปก5555
    #1,026
    0
  2. #516 ~DARK~ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 21:06
    สแตนกับจินนี่มันมีลับลมคมใน
    #516
    1
    • #516-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 21:31
      ลับลมคมสไนบางอย่าง
      #516-1
  3. #515 Mr.kongkang (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 20:31
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #515
    0
  4. #502 PrinceArcadia (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 16:13
    เรื่องนี้ขึ้น แท่นนิยายอันดับหนึ่งของผมเลย "ฮาเร็ม ๆ ๆ" เอ๊ยไม่ไช่ อัพไวๆนะครับ
    #502
    2
    • #502-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:07
      ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมนี่ตัวลอดเลยยยย กำลังระดมสมองตัวเองยุงับ
      #502-1
  5. #501 BMT1 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 15:41
    ให้มากิใกล้ตายเเล้วพระเอกก็เข้าไปช่วยเเล้วก็ได้กัน จบเรืีอง
    5555#หยอกๆครับ
    #501
    1
    • #501-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:08
      หน่าหนี๊!!!!!!!!!!
      #501-1
  6. #500 วันหนึ่งในฤดูร้อน (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 14:05

    ไรต์ขอบันไดด้วยยยยค้างงง...
    #500
    1
    • #500-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:08
      มุกใหม่ของวันนี้เลยครับ บังไคคคคคค
      #500-1
  7. #498 cheta0071 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 13:13
    สแตน “นายท่านทำไมถึงปิดร้านละครับ”
    จิน”นี่นายไม่สัมผัสไม่ได้หรอ…นั่นสินะนายคงยังสัมผัสขนาดนั้นไม่ได้”
    สแตน”เรื่องอะไรหรอครับนายท่าน”
    จิน”จะบอกให้แล้วกัน ดูนั่นสิ แสงที่อยู่ในนั้น กับผู้คนจำนวนมากนายคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกัน”
    สแตน”สงคราม…สินะครับ”
    จิน”ใช่ แต่ไม่ใช่สงครามธรรมดา แม้แต่คนทั่วไปก็สามารถเข้าร่วมได้”
    สแตน”นี่ขนาดคนธรรมดายังเข้าร่วมได้นี่ คงเป็นปัญหาใหญ่เลยสินะครับ…อย่าบอกนะครับนายท่าจะ…”
    จิน “แน่นอนสิ แต่ว่า ถึงผมจะอยากไปแค่ไหนก็ไปไม่ได้หรอก เพราะอยู่ห่างๆเราก็สนุกได้”
    สแตน”…”
    จิน”จะมัวรออะไรอยู่ละ ทีวีก็มี ดูฟุตบอลกันสิ มาๆนั่งเลย หาโค้กมาให้กระป๋องนึงด้วย”

    ขอบคุณครับบบ
    ปล.ทีวีใหม่กับสงครามหน้าแข้ง
    #498
    3
    • #498-2 A_Wanchalerm(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 15:42
      เดี๋ยว!!!
      #498-2
    • #498-3 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:08
      หน่าหนี๊!!!!!!!!! พูดถึงโค้กละ...
      #498-3
  8. #497 tomtam333 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 13:12

    สงครามตูร่วมด้วยด้วยคน à¸£à¸¹à¸à¸ à¸²à¸à¸—ีà¹à¹€à¸à¸µà¹à¸¢à¸§à¸à¹à¸­à¸



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 กันยายน 2561 / 13:13
    #497
    1
    • #497-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:08
      ยับฮ่ะ
      #497-1
  9. #496 joelamtan (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 12:46
    ขอบคุณครับ ลบมานทิ้งงงง เมเมซิสสส
    #496
    1
    • #496-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:09
      ฮ่าๆๆๆ
      #496-1
  10. #495 NessZero (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 12:10
    ดูท่าจะส่งลูกน้องมาเพิ่มให้จินอีกแล้วสิท่า
    #495
    1
    • #495-1 T.Autumn(จากตอนที่ 64)
      6 กันยายน 2561 / 17:09
      ไม่น่าเลย
      #495-1