ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 6 : คำรามที่ 2 : นักเรียนผู้มาใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 970 ครั้ง
    4 ก.พ. 64

2 ปีผ่านไป ณ ประเทศญี่ปุ่น

“นี่เธอ! ได้ข่าวว่ามีนักเรียนย้ายมาใหม่วันนี้ด้วยแหละ”

“จริงเหรอ! ผู้หญิงหรือผู้ชาย อยู่ชั้นไหน!?

“ผู้ชายสิยะ แหล่งข่าวบอกว่า หล่อ สูง ยาว เข่าดีอีกด้วย! ได้ยินมาว่าอยู่ชั้น ม.ปลายปี 3 ด้วยแหละ” กลุ่มสาวพากันซุบซิบกรีดกราดกันใหญ่

“นี่หล่อน! ขนาดยังไม่เคยเจอยังกระดี้กระด๊าขนาดนี้ เบาๆ หน่อยสิจ้ะ”

“โอกาสทองมาแล้ว ฉันน่าจะเจอพ่อของลูกฉันในอนาคตแล้วละ!” หญิงสาวคนหนึ่งกุมมือไว้ที่หน้าอกพร้อมจินตนาการอย่างสดใส

“น้อยๆ หน่อยพวกชะนี ผู้ชายคนนี้เจ้จองฮ๊า...”

ตามทางเดินของอาคารเรียนครึกครื้นไปด้วยเสียงซุบซิบของนักเรียนมากมาย ที่กำลังพูดถึงการมาเยือนของนักเรียนชายปริศนาที่กำลังย้ายมากลางเทอม ณ โรงเรียนแห่งนี้ การที่ข่าวนี้ดังได้นั้นคงเป็นเรื่องปรกติ เนื่องด้วยตัวโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตที่ค่อนข้างห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ก็ไม่ได้ล้าหลังถึงขั้นไม่ทันเทคโนโลยียุคปัจจุบัน ซึ่งการมีนักเรียนใหม่มาย่อมสร้างกระแสตอบรับและความคาดหวังให้ใครหลายคนได้เป็นวงกว้าง

“เอาล่ะๆ ทุกคนนั่งประจำที่ให้เรียบร้อย ...เข้ามาได้”

ทันทีที่ครูประจำชั้นของนักเรียน ม.ปลาย ชั้นปี 3 ห้อง A บอกให้ทุกคนกลับประจำที่นั่ง เขาก็ขานเรียกบางคนเข้ามาในชั้นเรียน เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ผมสั้นสีดำเดินเข้ามายืนข้างๆ ครูประจำชั้น ทันทีที่เขาปรากฏตัวทุกคนต่างจับจ้องไปยังใบหน้าของเด็กหนุ่มกันทั้งห้อง ดวงตาสีทองที่เป็นประกายชวนหลงใหลบวกกับร่างกายที่สูงโปร่งพร้อมกับผิวที่ขาวดูละเอียดลออ ทำให้เรียกรอยแดงบนใบหน้าและเสียงกรีดกราดจากนักเรียนหญิงของห้องเรียนกันทันที

“สวัสดีทุกคน จิน อาคุโจ จิน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย” จินยิ้มและโค้งตัวลงเล็กน้อย

ทันทีที่จินแนะนำตัวเสร็จ เสียงกรี๊ดของสาวๆ ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เด็กหนุ่มทั่วทั้งห้องต่างจ้องมองมาทางจินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย บ้างอิจฉา บ้างหมั่นไส้ บ้างก็หลงรัก?

“นี่ๆ ! มีแฟนหรือยังสุดหล่อ?

“ชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?

“เย็นนี้ว่างมั้ย? ไปดูหนังกัน...”

“สนใจไปดูแมวเจ็ดสีที่บ้านเจ้มั้ยฮ๊า?

“…”

นานาเสียงนับไม่ถ้วนต่างดังขึ้นมาทักทายจินกันล้นหลาม ทำให้จินได้แต่ยิ้มเงียบๆ กลับไปเท่านั้น

“อะแฮ่ม! พอก่อนทุกคน พวกเธอยังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกมาก ส่วนเธอ อาคุโจ ไปนั่งที่ใกล้ๆ กับมาบูจินะ ตรงนู้น...แล้วกัน” ครูประจำชั้นชี้ไปยังที่นั่งแถวสุดท้าย ตรงริมหน้าต่างที่ใกล้ๆ เด็กสาวคนหนึ่ง

“แล้วก็มาบูจินะ”

“คะ!?” เด็กสาวผมยาวสีดำ ตัวเล็ก และหน้าตาเย็นชาขานรับทันทีที่ได้เรียกชื่อ

“หากว่าง รบกวนช่วยพา อาคุโจ ไปดูสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียนด้วย”

“....ค่ะ” เธอทำหน้าหน่ายๆ ที่ต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มกะทันหัน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฝากเนื้อฝากตัวอีกที” จินเดินไปยังที่นั่งของตนและหันไปทักทายเพื่อนร่วมห้องที่นั่งข้างๆ

“...อื้อ” เด็กสาวตอบรับแต่ไม่ได้หันมามองจิน

จินทักทายเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ได้การตอบรับด้วยความเย็นชากลับมา ทำเอาเขาได้แต่ยิ้มแห้งๆ และกลับมาค้นกระเป๋าตัวเองเพื่อเตรียมหนังสือเรียนในคาบต่อไป ครูประจำชั้นบอกรายละเอียดของการเรียนในเดือนนี้และชี้แจ้งอะไรเล็กน้อยก็หมดคาบโฮมรูม ผ่านไปไม่นานครูสาวก็เดินเข้าห้องมาพร้อมกับหนังสือเล่มหนาในมือของเธอ วิชาแรกจึงเริ่มต้นขึ้น

“เอาละทุกคนเปิดหนังสือไปยังหน้า 54 ” จินหันไปมองหนังสือที่เด็กสาวด้านข้างกำลังเปิด สักพักก็ไปหันมองวิวข้างนอกหน้าต่าง

นี่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้วสินะ เธอจะเป็นยังไงบ้างนะ

.

.

.

“นี่คือบทเรียนของเจ้า ที่ริอ่านต่อกรกับข้าผู้นี้!”

“อย่า! ไม่! ได้โปรด! ขอร้อง! อย่าทำเธอ!!!”

“...คะ คุณจิน”

ท่ามกลางสมรภูมิรบที่นองไปด้วยเลือดต่างเรียงรายไปด้วยศพของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ร่างไร้วิญญาณทั้งหมดเกลื่อนกลาดกันเต็มทั่วบริเวณ เศษชิ้นส่วนแต่ละส่วนไม่อาจระบุได้ว่าเป็นส่วนไหนของร่างกาย กระจัดกระจายไปทั่วสถานที่แห่งนี้

มีเพียงบุคคลที่หลงเหลือเพียงไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นคือ ร่างของชายหนุ่มที่กำลังตะเกียกตะกายคลานไปหาเด็กสาวที่ถูกลากพร้อมกับร่างที่อาบไปด้วยเลือด เธอถูกลากไปกับพื้นโดยชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โตสวนเกราะสีดำทั่วทั้งตัว แผ่ออร่าสีดำน่าสะอิดสะเอียนออกมาตลอดเวลา

“อย่าพยายามให้มากนักเลย นอนนิ่งๆรอรับความตายไป รายต่อไปเป็นเจ้าแน่นอน”

“ไม่นะ อย่าทำเธอ ขอร้อง...” เสียงร้องตะโกนจากจินดังออกไปอย่างไม่ขาดสายแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชายเกราะดำสนใจแม้แต่น้อย

เพียงแค่ดาบใหญ่ยกขึ้นเหนือศีรษะของชายเกราะดำ เวลาเหมือนหยุดเดินไปชั่วขณะ ทุกอย่างดูเชื่องช้าและเงียบจนแทบขาดใจ เป็นจังหวะเดียวกับใบหน้าของเธอค่อยๆ หันมามองทางจินพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มที่สดใสให้เขา แต่ประดับไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย

“ขอบคุณนะคุณจิน ลาก่อน...” จินนิ่งค้าง ภาพเวลาต่างที่มีร่วมกัน ค่อยๆ ไหลเข้ามายังสมองของเขา

“ไอซ์ ไม่นะ ไอซ์!!!”

.

.

.

โครม!

“เป็นอะไรของนาย อยู่ๆ อยากไปนอนกับพื้นทำไม?

คนทั้งห้องหันมามองเขากันอย่างตกใจ จินกะพริบตาปริบๆ เขาอยู่ในสภาพที่นอนหงายหลังไปกับพื้นพร้อมเก้าอี้เรียนตัวหนึ่ง ใบหน้าของเขายังมีรอยน้ำตา ชายหนุ่มยกมือแตะๆ ดูก่อนจะใจหายเมื่อคิดถึงฝันกลางวันเมื่อกี้

“จะว่าก็ว่าเถอะ เห็นตะโกนเรียกชื่อ ไอซ์ ออกมา ใครเหรอ?

“เอ่อ...ไม่มีอะไร ขอบใจมาก”

จู่ๆ ก็มีมือของชายหนุ่มผมทองท่าทางขี้เล่นคนหนึ่งยื่นตรงหน้าให้จิน สร้างความแปลกใจให้แก่จิน ซึ่งคนใกล้ตัวจินไม่ใช่ชายคนนี้แต่ควรเป็นเธอ จินหันไปมองเด็กสาวที่นั่งข้างๆ กัน แต่เธอทำเพียงมองจินในเสี้ยววิและหันกลับไปทันทีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

โฮ่ยๆ ไร้น้ำใจเหมือนกันนะเนี้ย

“ล้มเอง ก็ต้องลุกเอง” เรย์กะพูดแบบไม่หันมามอง

นี่เธอ!ได้ยินที่เราคิดงั้นเรอะ หรือว่ามีสกิลนั้น…

“นายคงกำลังคิดแบบนั้นอยู่”

นั้นสินะ เรากลับจากสถานที่แห่งนั้นแล้ว ฮะๆ จินนึกด่าตัวเองในใจ

“ฮ่าๆ เอาน่า เรย์กะก็เป็นแบบนี้เสมอแหละ อย่าไปสนใจเลย โอะ! ลืมไป เรียกฉันว่า เทนตะ ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เด็กหนุ่มผมทองที่ช่วยเขาลุกขึ้นมาแนะนำตัวและยื่นมือมาจับทักทาย

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เทนตะ” จินยื่นมือไปจับ และจัดระเบียบร่างกายเล็กน้อย

“นี่ก็เที่ยงแหละ ไปหาไรกินกันเถอะ ยังไงเดี๋ยวฉันพาไปแนะนำสถานที่แทนเรย์กะให้เอง”

“ครูเขาฝากฉัน---”

“ไม่เป็นไรๆ เธอมีประชุมคณะกรรมการนักเรียนไม่ใช่เหรอ แค่นี้สบายมาก” เทนตะยิ้มและชูนิ้วโป้งให้

“ขอบใจ” เรย์กะพูดเสร็จเก็บของเข้าลิ้นชักและเดินออกไปทันที

“ขอโทษที่ต้องถามนะจิน ทำไมถึงพึ่งย้ายเข้ามากลางเทอมแบบนี้” เทนตะถามด้วยความสงสัย

“อ่อ พอดีพึ่งกลับมาจากที่ห่างไกลนะ เลยอยากมาทำอะไรที่คิดว่าอยากทำก่อน”

“อย่างเช่น นักเรียน ม.ปลาย เนี้ยนะ” เทนตะทำหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ

“เช่น นักเรียน ม.ปลาย เนี้ยแหละ” รอยยิ้มไร้เดียงสาของจินทำเอาเทนตะแทบเวียนหัว

“นี่อาคุโจคุง... พอดีเราทำข้าวกล่องมาเยอะ หากไม่ว่าอะไรเราไปทานด้วยกันมั้ย?” เด็กสาวหน้าม้าหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาชวน ยิ้มด้วยท่าทีเขินอายพร้อมบิดไปมา

“เอ่อ...” จินได้ยืนงงงวยกับภาพหญิงสาวในห้องต่างเดินเข้ามาหาตน

“ไม่เขาต้องไปทานกับฉัน”

“พวกเธอนั่นแหละถอยไป เขาต้องไปกับฉันยะ!”

“นี่พวกหล่อนถอยไปนะยะ พ่อหนุ่มสนใจไปกินปลาหมึกซอสเผ็ดเด็ดถึงใจกับเจ้มิฮ๊า?

และแล้วการชักชวนจินไปทานอาหารด้วยก็เกิดการตะลุมบอนกันอย่างไม่คาดฝัน สิ่งน่ากลัวที่สุดคือ ใบหน้าของชายคนหนึ่งที่โหดเหี้ยมราวกับสัตว์ป่าแต่ทาปากสีแดงพร้อมปัดหน้าให้ขาวที่ดูจะไม่รับกับสีผิวแทนคล้ำแดดที่ออกจะดูแบบชายชาตรีนั้นเลย

จินสามารถหนีรอดออกไปได้อย่างไม่มีใครรู้ตัวพร้อมกับเทนตะ

“นี่คือโรงอาหาร ที่เรานักเรียน ม.ปลาย และ ม.ต้นมาต่างมารับประทานกันนั้นเอง เป็นไงละ กว้างขวางดีใช่มั้ยละ?

ภาพที่เห็นคือโรงอาหารขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนนับพันได้อย่างสบาย โดยถูกออกแบบให้เปิดโล่ง 3 ทิศทางเพื่อรับลม มีโต๊ะ เก้าอี้นั่งวางไว้กันอย่างเรียบร้อย โดยมีนักเรียนมานั่งรับประทานอาหารกันอยู่มากมาย

พอมองคร่าวๆ แล้ว จินสามารถทายชั้นปีของแต่ละคนได้จากลายแถบบนเนทไท หากแถบเป็นสีแดงคือ ม.ปลาย และแถบสีขาวคือ ม.ต้น และจำนวนแถบแนวนอนที่ปรากฏนั้นคือชั้นปี ของผู้หญิงก็เช่นกัน โดยชุดของนักเรียนนี้เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น แต่หากอยู่หน้าหนาวจะมีเสื้อคลุมเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนอีกที ผู้ชายเป็นกางเกงสีน้ำเงินขายาวสีเดียวกับเนกไท ผู้หญิงเป็นกระโปรงสีเดียวกับเนกไทยาวเลยเข่าขึ้นมานิดหนึ่ง และรองเท้าผ้าใบสีขาว

“เห็นตรงตู้นั้นมั้ย หากเราต้องการจะทานอะไรก็กดได้จากตรงนั้น จะมีใบรายการอาหารสามารถไปร้านที่จะได้และลำดับคิวจะแสดงบนใบนั้น ส่วนเครื่องดื่มกดที่ตู้ถัดไป สีแดงๆนั่นแหละ โดนชำระผ่านบัตรนักเรียน ซึ่งนายน่าจะได้รับแล้ว” เทนตะยกบัตรสีน้ำเงินตราประจำโรงเรียนขึ้นมาให้จินดูและชี้นิ้วไปยังตู้ที่นักเรียนหลายคนยืนเข้าแถวกดรายการอาหารกันอยู่

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง ขอบใจมากเทนตะ” จินพยักหน้าและหันไปมองยังแถวกดตู้อาหาร

น่าจะใช้เวลาพอสมควรเลยแฮะ นี่สินะ! ชีวิตของเด็กม.ปลาย เรากลับมายังโลกใบเดิมแล้ว เราจะได้ชีวิตแบบธรรมดาอย่างสงบสุขแล้ว จินคิดและยิ้มคนเดียวอย่างดีใจกับภาพเบื้องหน้าที่ไม่ใช่การฆ่าฟันอีกต่อไป

“เฮ้ยแก! ไอ้หน้าหล่อตรงนั้นนะ!”

          “จิน หมอนั่น ชี้นิ้วมาทางนายนะ” เทนตะสะกิดจินให้หันไปมองทางเสียงเรียกเมื่อกี้

“หื้ม? ฉันเหรอ?” จินชี้นิ้วมายังหน้าตัวเองและหันหลังกลับไปยังต้นเสียง

เขาเห็นเด็กหนุ่มที่แต่งกายผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรองทรงสูงผมสั้นและแต่งให้ดูแปลกตา พูดออกมาขณะปากคาบไม้จิ้มฟันไว้ กำลังเต๊ะท่าชี้นิ้วมาทางจิน โดยรอบกายมีเหล่าสมุนเก๊กหน้าอยู่ 4 คน ซึ่งแต่งกายในรูปแบบเดียวกัน

“เฮ้ ! นั่น คิเร ไม่ใช่เหรอ เอาอีกแล้วเหรอ”

“ใช่ๆ คนๆ นั้นโดนเละแน่ น่าสงสารจังเลย อย่าให้ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นเป็นรอยเลยน้า...”

เสียงซุบซิบกันดังสนั่นไปทั่วโรงอาหารจนแยกไม่ออกเสียงใครเป็นเสียงใคร

“เฮ้ยแก! กล้าดียังไงมาให้แฟนข้ามองจนหน้าหวานหยดย้อยแบบนี้ว่ะ! ไม่สบอารมณ์เลยโว้ย!” คิเรถ่มไม้จิ้มฟันทิ้งและเดินมาหาจิน

จินมองไปยังด้านข้างของคิเรก็เห็นเด็กสาวผมสั้นสีดำซึ่งกำลังหน้าแดงและจ้องมาทางเขาด้วยตาที่เยิ้มๆ เนกไทของเธอบอกว่าอยู่ ม.ปลาย ปี 2 ส่วนคิเรและคนอื่นๆอยู่ชั้นเดียวกับเขา

“ฉันผิด?” จินถามด้วยใบหน้าสงสัย

“เออดิ แกผิดเต็มๆ รับผิดชอบมา จะเลี้ยงข้าวพวกข้าหรือรองรับบาทาของพวกข้า เลือก!”

“ถ้าไม่เลือกละ” จินมองกลับอย่างไม่หวาดกลัว

“ก็ต้องเจ็บตัวกันหน่อยล่ะ” คิเรยิ้มเหี้ยมและกระชากคอเสื้อจิน

“น่าๆ คิเร หมอนี่กำลังพึ่งเข้ามาเรียน อย่าทำอะไรรุนแรงกันเลย” เทนตะเดินเข้ามาขว้างและประนีประนอม

“แกหลบไปเทนตะ หากไม่อยากเจ็บตัวพร้อมกับมัน ก็ถอยออกไปสะ” คิเรพลักเทนตะให้หลบทางและหันกลับมาจ้องหน้าจิน

“ไม่เป็นไรเทนตะ ดูอยู่ห่างๆเถอะ ส่วนนายอย่ามัวแต่พล่ามจะทำอะไรก็รีบทำ ฉันหิวแล้ว” จินจ้องกลับและทำสายตากวนๆ ใส่

“หน็อยแน่แก! อย่าให้มันมากนักเลย!” คิเรยกหมัดขวาชกจิน โดยเล็งใบหน้าอย่างจงใจ

“ช้ามาก...” จินเปรยพลางล็อกแขนของคิเรแล้วยกขึ้นฟาดกระแทกลงกับพื้น และเอาเท้าเหยียบหน้าอกคิเรไว้ ส่วนสมุนคนอื่นๆ ยังไม่กล้าเข้ามา

“มาสิ จะเข้ามาก็เข้ามาอย่ามัวรีรอ” จินกวักมือเรียก แต่ทุกคนยังไม่กล้าเข้ามา

“โอ๊ย! เจ็บโว้ย! ปล่อยข้านะ หากเรื่องนี้ไปถึงหูของพ่อข้าละก็ แกเจอดีแน่!” คิเรดิ้นรนอยู่กับพื้นใต้เท้าของจิน แต่ก็ไม่สามารถสลัดหลุดออกมาได้เลย ราวกับมีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับเขาลงมาเรื่อยๆ

“อ่อ...งั้นเหรอ เรียกมาตอนนี้เลยสิ อยากรู้เหมือนกันจะแน่แค่ไหนเชียว”

“โอ๊ยๆ จะหักแล้วๆ” คิเรส่งเสียงโวยวายใหญ่ ทำให้มีพวกนักเรียนมามุงดูกันมากขึ้น

“จิน พอก่อนเถอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะ ฮึก!” เทนตะต้องตกใจกับดวงตาที่หันกลับมาของจิน

นึกว่าจะโดนฆ่าแล้ว เทนตะยิ้มเจื่อน

“โอะ! โทษทีเทนตะ ไปกันเถอะ ส่วนนายอยากแก้มือตอนไหนก็มาได้ทุกเวลานะ” จินยกเท้าและหันหลังเดินกลับไปยังตู้กดอาหาร เพื่อสั่งอาหารมากิน

“ฝากไว้ก่อนเถอะแก เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่” คิเรลุกขึ้นมาจากการพยุงของลูกน้องและทิ้งความแค้นไว้ในใจ สายตายังจ้องมองจิน

จินหันไปมองและแซะยิ้มให้กับอาการแพ้แล้วพาลของคิเร

“คนอะไรเท่มากเลย นี่ๆ เขามีแฟนหรือยังน้า?

“มีสิ นั่งอยู่ข้างเธอนี่ไง”

“......”

ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจนดูไม่ออกว่ามันคือการต่อสู้กันตรงไหน แต่กระนั้นก็ทำให้ชื่อของจินเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นไปอีก ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาแล้วยังมีทักษะการป้องกันตัวอันยอดเยี่ยม

“นี่เทนตะ เจ้าคิเรมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ” จินถามหลังจากซื้อราเม็งมานั่งกิน

“ส่วนตัวของคิเรไม่ค่อยน่ากลัวหรอก เหมือนนักเรียนทั่วไปนั่นแหละ มันแค่ชื่นชอบการชกต่อยอะไรทำนองนั้น แต่ครอบครัวของมันนะสิน่ากลัว พ่อของมันเป็นถึงหัวหน้าแก๊งงูดำ ที่เป็น 1 ใน 4 แก๊งใหญ่เมืองนี้” เทนตะพูดด้วยท่าทางกระซิบ

“ทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งกับพวกนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงกันเป็นส่วนใหญ่ นายก็ควรทำด้วย”

“ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่เหมือนกันนะแก๊งงูดำเนี้ย มันคือแก๊งยากูซ่า ใช่มั้ย”

“ใช่ แต่อยู่อีกเขต ในแถบนี้จะถิ่นของพวกแก๊งเสือหมอบ พวกนั้นจะมีการแบ่งเขตแบ่งแยกกันดูแลอย่างเป็นสัดส่วนนะ อย่างที่เขาว่ากันว่าพวกค้านอำนาจกันอยู่ไรเนี้ยแหละ”

“แล้วพวกนั้นไม่คิดจะแย่งชิงเขตแดนไรกันมั้งเหรอ”

เพราะอีกโลกนั้นสงครามเกิดจากการแย่งชิงดินแดนและทรัพยากรให้เห็นกันเนื่องๆ

“มันก็น่าจะมีบ้าง แต่น่าจะมีสงครามกันในเงามืด พวกเราไม่น่าจะรู้หรอก ขนาดตำรวจยังไม่กล้ายุ่งเลย พวกมีอิทธิพลทั้งนั้น” เทนตะพูดขณะหันไปมองรอบข้างเพื่อตรวจดูมีใครได้ยินมั้ย

“เฮ้อ..หากไม่มีไรเกิดขึ้นก็ดีสิ อยากอยู่แบบเงียบๆ” จินถอนหายใจและนั่งทานอาหารตรงหน้าต่อ

ทั้งสองนั่งกินข้าวกันท่ามกลางเสียงร้องทักและการเข้ามาตีสนิทของพวกสาวๆ ทำเอารสชาติของราเมนแสนอร่อยตกไป จึงเป็นเหตุให้ทั้งคู่รีบกินกันให้เสร็จแล้วขึ้นห้องเรียนกันทันที

“ได้ยินมาว่า นายไปมีเรื่องกับพวกคิเรมา” เรย์กะพูดขึ้นมาเมื่อจินเข้ามานั่งในห้อง

“จะว่ามีเรื่องก็ได้ แต่พวกนั้นมาหาเรื่องก่อน” จินตอบพลางมองไปหน้ากระดานที่มีเหล่านักเรียนคอยลบเพื่อเตรียมการเรียนการสอนในคาบต่อไปที่จะมาถึง

“ถือว่าเป็นครั้งแรก กรรมการนักเรียนเลยไม่ได้ดำเนินการอะไร” เรย์กะหันหน้ามาดุจิน

“เฮ้ๆ ฝั่งนี้เป็นฝ่ายเสียหายนะเธอ” จินร้องท้วง

“ระวังตัวด้วย” จินหันกลับมามองเรย์กะ แต่เรย์กะก้มน่าสนใจหนังสือบนโต๊ะไปเสียแล้ว

“นี่ๆ จินๆ จินชอบดนตรีมั้ย โอ๊ย!” อยู่ๆ ก็มีสาวสวยน่ารักกับไฟหน้าสะบึ้มเข้ามาทักจินแต่เจ้าตัวดันเอาเท้าเตะเก้าอี้สะงั้น

“หื้ม...”

“โทษทีๆ เรียกฉันว่า อากิโนะ ก็ได้ ฉันเป็นนักร้องนำในชมดนตรีของโรงเรียน ว่าไงสนใจมั้ยๆ ยังไงนายก็ต้องเลือกชมรมอยู่แล้ว ใช่ม๊า?” อากิโนะปรับสีหน้าได้รวดเร็วมาก

“น่าสนใจอยู่” จินเอานิ้วจับคางครุ่นคิด

อย่างนี้เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังแล้ว หากเป็นพวกกีฬาอาจเผลอทำอะไรรุนแรงไป โอเคอันนี้เข้าท่าสุด

“จริงเหรอๆ วันเสาร์นี้ หรืออีก 3 วันข้างหน้าจะมีการเปิดรับสมาชิกเข้าชมรมเพิ่มนายลองแวะมานะ” อากิโนะทำท่าดีใจสุดขีดพร้อมกระโดดไปมาและกลับเข้าที่นั่งของตน

“นายสนใจดนตรีด้วยเหรอจิน ฉันกับมาโคโตะก็อยู่ชมรมเดียวกับยัยอากิโนะนั่นน่ะ แต่เอ้ะ! ยัยนั้นทำไมไม่ทักทายพวกฉันก่อนละ เฮ้อ...” เทนตะหันกลับมาถามจิน ซึ่งตัวเทนตะนั่งอยู่โต๊ะตรงหน้าเขาและชี้ไปคนนั่งตรงข้างๆ

มาโคโตะจะเป็นคนเงียบๆ และไม่ค่อยสนใจเรื่องรอบข้างเท่าไหร่ แต่คนนี้มีของจินสัมผัสได้

“ก็พอเล่นได้อยู่บ้าง แต่ยังไงจะลองแวะไปดู”

“งั้นก็ดีเลย ชมรมจะได้ครบสักที นี่ก็ผ่านมาครึ่งเทอมละยังหาคนได้ไม่ครบ นายมาได้ถูกจังหวะจริงๆ ฮ่าๆ”

การเรียนของวันนี้ก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย อาจจะมีบางวิชาที่ทำให้จินหลับ และถูกปลุกด้วยการต่อยสีข้างจากเรย์กะบ้าง แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี

แก๊งๆ แก๊งๆ

ท่ามกลางทางเดินมุ่งออกจากโรงเรียนต่างเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่กำลังเดินทางกลับบ้าน บ้างก็ปั่นจักรยาน บ้างก็เดิน บ้างก็มีรถส่วนตัวจากทางบ้านมารับ ที่เด่นสุดน่าจะเป็นรถยนต์สีดำจอดอยู่ทางจะกลับบ้านของจิน ซึ่งมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทยื่นรอใครสักคนอยู่

“ยังไงเจอกันพรุ่งนี้นะจิน” เทนตะและมาโคโตะโบกมือลาและเดินไปอีกทาง

“เจอกันพรุ่งนี้” จินกล่าวและเดินผ่านทางรถหรูที่จอดไว้

“ว่าไงนะ ยังไม่เจอคุณหนูเรย์กะอีกเหรอ!” เสียงของคนตัวใหญ่สุดในพวกร้องตะโกนออกมา เมื่อเห็นเหล่าลูกน้องวิ่งกลับมารายงานอย่างเหนื่อยหอบ

“พวกเราหาจนทั่วโรงเรียนแล้วครับลูกพี่ แต่เจอแค่บัตรใบนี้” ลูกน้องคนหนึ่งโชว์การ์ดสีขาวที่มีงูสีดำพันรอบดาบเล่นหนึ่งในบัตร

“นี่มันบัตรของแก๊งงูดำนี่ !!!” ลูกน้องแต่ละคนทำหน้าเคร่งเครียดกันทันที

“หน่าหนี๊!!!!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 970 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1358 Kuroshio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:39
    น่ารำคาญและผิดหวังมากๆอ่ะ
    #1,358
    0
  2. #1347 สะเทิ้น&สตีฟ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 20:21
    รำคาญอ่ะ คือเอาผู้หญิงมาเกี่ยวตั้งแต่ต้นเรื่องเลย ความอยากต่อลดลงไป80% น่ารำคาญมากๆ ยิ่งนางเอกแบบนี้อีก ดูมโนเก่ง หึงหวงเวอร์ ขอเลิกอ่านนะ
    #1,347
    0
  3. #1128 hanari00123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 16:01
    ตกลงเรย์นางเอก ?..
    #1,128
    0
  4. #1127 hanari00123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 15:59
    จ้าจ้าจ้าจ้าจ้าจ้าจ้าจ้าจ้าจ้า
    #1,127
    0
  5. #269 linconlol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 23:59
    ผมว่าพระเอกแม่งซื่อเกินๆ คือผ่านสนามรบมามากมายมาตายที่หัวหน้าแก๊งส่งจดหมายมาให้???
    #269
    0
  6. #266 Overlords (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:09
    ตอนแรกให้5 เหลือ..2.5
    #266
    0
  7. #142 ball~bally (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 12:40

    เนื้อเรืรองนึกว่าได้เป็นหัวหน้าแก๊งค์ ที่ไหนได้วนไปมาแต่กับผู้หญิงน่าเบื่อ

    #142
    0
  8. #115 Fikusa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 13:29
    สาวอากิโนะซุ่มซ่ามเกิ๊น ฮ่าๆๆๆ
    #115
    1
    • #115-1 Overlords(จากตอนที่ 6)
      28 สิงหาคม 2561 / 21:09
      โอ้มีคนชอบด้งย
      #115-1
  9. #23 Riheart0000 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:13
    งง​ หน่อยหนึ่งตอนสลับความหลังตอนเป็นผู้กล้า
    #23
    0