ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 182 : แบบนี้ก็มีโว้ย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

เหล่านางฟ้าบนเครื่องบินต่างพากันแย่งทำหน้าที่บริการ เพื่อให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวอันหล่อเหลา โดยที่ชายผู้นั้นไม่ได้รู้ตัวเลยว่า การมีอยู่ของตัวเอง ทำให้เกิดสงครามแย่งชิงความรักเข้าให้แล้ว

“ภาพรวมแก๊งของเรา ในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง สแตน” ชายหนุ่มที่ว่านั้นคือจิน หัวหน้าแก๊งมังกรคำรามที่เกรียงไกรและกำลังรุ่งโรจน์อยู่ในขณะนี้ ก่อนขึ้นเครื่องมา เขาได้ถูกโซอึนจับแต่งตัวราวกับตุ๊กตาตัวน้อยๆ ผลลัพท์ที่ได้ค่อนข้างทำให้เธอพึงพอใจเป็นอย่างมาก จินได้ถูกเช็ททรงผมให้เปิดใบหน้า เผยให้เห็นความหล่อที่ถูกปิดไว้ อีกทั้งดวงตาสีทองยังคงเป็นจุดขายให้เขาดูทรงเสน่ห์และน่าหลงไหลยามสบตา

“ตอนนี้ ยังคงมีสงครามระหว่างแก๊งกับหลายๆ แก๊งอยู่บ้าง แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขอรับ สแตนที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอบกลับ ซึ่งทั้งคู่กำลังนั่งอยู่ในชั้นหนึ่ง First Class

คนอื่นๆ ล่ะ

ทุกคนยกระดับความสามารถขึ้นไปอีกขั้นหลังจากได้รับการฝึกฝน ที่เห็นได้ชัดที่สุด เห็นจะเป็น-

เจมส์กับฮานะ จินวางหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะไปสนใจข้อมูลต่างๆ ที่โซอึนส่งมาให้เขาได้อ่านศึกษาระหว่างรอถึงจุดหมาย

ใช่ขอรับ สแตนพยักหน้า

เป็นอย่างที่จินได้คาดเดาไว้ ทั้งคู่นั้นมีพรสวรรค์ เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองดันไปอยู่ผิดที่ ทำให้เพชรน้ำงามไม่ได้ถูกเจียระไนในวิธีที่ถูกต้อง

คิดถึงบ้านเกิดบ้างไหมสแตน สแตนหันมามองหน้าจินอย่างแปลกใจ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่จินได้ถามเรื่องนี้กับเขา

มีบ้างในบางครั้งเป็นธรรมดาขอรับ สแตนกล่าวด้วยความสัตย์จริง

งั้นเหรอ จากที่นี่ไปยังโลกฝั่งนั้นช่างไกลเหลือเกินนะ จินมองออกไปด้านนอก เห็นเหล่าเมฆสวยกำลังล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย

แล้วนายท่านล่ะขอรับ คิดอยากกลับไปยังโลกฝั่งนั้นบ้างไหม แม้สแตนจะรู้คำตอบในใจอยู่แล้ว แต่เขายังอยากได้ยินคำตอบที่เปลี่ยนไปอยู่ดี

ผมไม่เหลืออะไรให้กลับไปแล้ว แต่สแตนยังมีครอบครัวอยู่นะ หากต้องการกลับไป ผมเคารพในการตัดสินใจของสแตน จินหันมายิ้มให้สแตน

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมจะบอกนายท่านอีกทีขอรับ

นั้นสินะ หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว... จินเปรยออกมาก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกของแอร์โฮสเตส

นายท่านดูเปลี่ยนไปมากเลยนะขอรับ ดูมีชีวิตชีวาขึ้น ไม่สิ ดูมีความหวังขึ้นมากกว่า สแตนลอบคิดอยู่ในใจ เมื่อนำภาพที่เขาพบเจอชายผู้นี้ก่อนหน้านี้มาเทียบกับตอนนี้ ซึ่งมันช่างแตกต่างกันราวกับหนังคนละม้วน

ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันเสียงเบามาก เหมือนแค่ริมฝีปากขยับเพียงเท่านั้น แม้เหล่าคนด้านหลังจะพยายามฟังและจับใจความเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับไปเลย เช่นเดียวกับนางฟ้าทั้งหลายที่ไม่รู้เลยวด้วยซ้ำว่า ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าอะไร

เวลาผ่านไปนานเกือบ 8 ชั่วโมง จินกับสแตนก็ได้มาถึงจุดหมาย สภาพบรรยากาศของที่นี่ช่างแตกต่างจากที่พวกเขาจากมาอย่างลิบลับ หน้าร้อนที่แสนร้อนแรงจากต้นทางพอมาถึงปลายทางกลับเต็มไปด้วยหิมะหนาและหนาวเย็นเป็นอย่างมาก

แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรกับจินเลยแม้แต่น้อย เขาหยิบเสื้อโค้ทกันหนาวสีขาวออกมาสวมก่อนจะปรับอุณหภูมิร่างกายด้วยเวทย์มนต์ที่มี ส่วนสแตนนั้นไม่ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายแม้แต่น้อย แวมไพร์หนุ่มยังอยู่ในชุดพ่อบ้านยุโรปเช่นเดิม ท่าทางแสนสบายเหมือนเดินอยู่สวนหลังบ้านไม่มีผิด

ทันทีที่เดินออกมาด้านนอก พวกเขาก็พบเข้ากับชายชราผู้หนึ่งที่มารอรับทั้งคู่อยู่แล้ว โดยชายผู้นั้นถือป้ายชื่อจินกับสแตนไว้ที่หน้าอก

คุณจินกับคุณสแตน ใช่ไหมครับ เขาเอ่ยปากถามด้วยท่าทางสุภาพ เมื่อพบว่าจินกับสแตนเดินเข้ามาใกล้

นี่ครับ จินพยักหน้าก่อนยื่นเทียบเชิญให้กับเขา เพื่อยืนยันตัวตน ชายชรารับมันมาดูก่อนจะยื่นกลับไปให้จินเช่นเดิม

 เชิญทั้งสองท่านทางนี้ครับ แม้จะแปลกใจที่ทั้งสองไม่ได้เดินมาพร้อมกระเป๋าเดินทางอยู่บ้าง แต่เห็นท่าทีสบายของทั้งคู่ เขาก็ไม่ได้ถามอะไร ชายชราจึงเลือกที่จะทำตามเพียงหน้าที่ต่อไป

รบกวนด้วยนะครับ

หลังจากขึ้นรถคันหรูสีดำแล้ว จิน สแตน และชายชราคนขับรถได้พูดคุยกันตลอดทาง ซึ่งทำให้รู้ว่าเขาชื่อ อัลฟิ เป็นพ่อบ้านที่ดูแลคฤหาสน์หลังนั้นมาเป็นเวลานานหลายสิบปี โดยเขาจะออกมารับแขกคนสำคัญตามคำสั่งเจ้าของบ้านเพียงเท่านั้น ผู้คนส่วนใหญ่จะเดินทางมากันเองเสียมากกว่า น่าแปลกใจที่พวกเขาทั้งสองกับได้รับความสำคัญแบบนี้ ส่วนนี้จินก็ได้บอกแก่ชายชราว่าพวกเขาก็มึนงงเช่นกัน นั้นได้เรียกเสียงหัวเราะของชายชราขึ้นคำโตทันที

หลังจากนั่งรถมาเป็นเวลาเกือบชั่วโมง จินก็ได้เห็นคฤหาสน์หลังโตที่เป็นจุดจัดงานอยู่เบื้องหน้า มันเก่าแก่เหมือนโลกอีกฝั่งเป็นอย่างมาก ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่นอาย และความขลัง เหมือนกันไม่มีผิด นั้นจึงทำให้สแตนเผลอคิดถึงปราสาทของเขามานิดหน่อยแล้ว แต่ทางที่จินกับสแตนถูกนำไปนั้นไม่ใช่ทางคฤหาสน์หลังนั้น อัลฟิได้ขับอ้อมไปด้านหลังและจดตรงหน้าเรือนรับรองหลังหนึ่งแทน เท่าที่จินลอบมองดูก็พบว่ารอบบริเวณแห่งนี้มีเรือนรับรองแบบนี้มากกว่าสิบหลังเสียอีก

เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย หากต้องการอะไรเพิ่มเติมสามารถเรียกใช้แม่บ้านผ่านกระดิ่งตรงนั้นได้เลย และเมื่อถึงเวลางานเลี้ยงจะมีคนมารับทั้งสองท่านอีกที ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ อัลฟิโค้งตัวให้จินกับสแตนอย่างสุภาพ ก่อนจะผายมือไปยังกระดิ่งที่แขวนอยู่ตรงเสาไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาอยู่

ขอบคุณมากครับ พวกเราต้องขอรบกวนแล้ว

หลังจากที่อัลฟิออกไป จินกับสแตนได้สำรวจเรือนรับรองในทันที ก่อนที่ชายหนุ่มดวงตาสีอำพันจะของีบสักหน่อย ส่วนสแตนนั้นกำลังดึงข้าวของออกจากกระเป๋ามิติมาวางไว้และเตรียมให้จินใช้งานในยามที่ต้องการ ซึ่งเวลาตอนนี้กำลัง 5 โมงเย็น และงานจะเริ่มขึ้นตอน 2 ทุ่ม ยังคงเหลือเวลาให้พวกเขาได้พักหายใจอยู่บ้าง จินได้ขยายรัศมีการรับรู้รอบตัวในระยะ 20 เมตรแล้ว ทุกอย่างค่อนข้างเป็นส่วนตัว

ก๊อก ก๊อก! …เสียงเคาะประตูดังขึ้นปลุกจินให้ตื่นจากนินทราอันแสนสั้น

จินส่งสัญญาณเป็นนัยๆ ว่าเปิดเอง หลังจากเห็นว่าสแตนงัวอยู่กับข้าวของตรงหน้า ซึ่งทันทีที่เขาเปิดประตูก็พบเข้ากับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดเดรสสีฟ้าคราม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววขี้เล่นอย่างเห็นได้ชัด ดูแล้วการมาของเธอเหมือนจะมาพบพวกเขาโดยเฉพาะ

ไม่คิดว่าแขกของพี่เลโอจะเป็นเด็กนะเนี้ย เห็นส่วนใหญ่จะเป็นคนแก่ๆ ทั้งนั้น สวัสดี เราเลเน่ โนวาเซีย น้องสาวของเลโอ โนวาเซีย คิ้วของจินกระตุกไปทีหนึ่งหลังจากฟังประโยคแรกแปลกๆ ของผู้หญิง ซึ่งเธอได้ยื่นมือมาด้านหน้าเพื่อจับทักทายทำความรู้จักขั้นพื้นฐาน

คัตสึระ จิน ต้องขออภัยที่ตัวผมยังคงเป็นเด็ก แต่จินก็ยังยื่นมือออกไปจับตามมารยาท

ไม่เป็นไรๆเลเน่พยักหน้าและยักไหล่ให้จินส่งๆ เธอนั้นถอดแบบต้นฉบับคนหนูเอาแต่ใจมาโดยแท้ เป็นยังไงบ้างเรือนรับรอง ขาดตกบกพร่องตรงไหนบอกได้นะ

ขอบคุณในความกรุณาครับ เชิญด้านในก่อน จินพูดพลางผายมือเข้าไปด้านใน

อื้อ!” เลเน่เอามือไขว่หลังและเดินเข้ามาอย่างไม่สนใจเท่าไหร่ เธอหันไปพยักหน้าให้สแตนที่ยืนขึ้นโค้งตัวให้หญิงสาว คุณคงเป็นคุณสแตนสินะ เห็นพี่บอกว่าดูภายนอกแล้วคุณแข็งแกร่งมาก เห็นท่าจะจริง โชว์ให้เราดูหน่อยได้ไหม

เลเน่หันไปถามสแตนทันทีต่างจากจินที่เธอไม่ให้ความสำคัญแม้แต่น้อย ดูก็รู้แล้วว่าเธออยากจะประลองฝีมือกับสแตนจนเด่นชัดในดวงตา เธอมองข้ามจินไปนั้นก็เพราะว่าตัวจินนั้นกลบเกลื่อนพลังของตนจนแทบจะเรียกว่าคนธรรมดาสามัญก็ว่าได้ หญิงสาวก็เลยคิดไปเองว่าจินนั้นเป็นผู้ติดตามของสแตนไปเสียนี่

สแตนหันหน้าไปมองจิน ก่อนจะเห็นสัญญาณ ไม่ มาจากนายท่านของตน

ขออภัยที่ต้องปฏิเสธขอรับ สแตนโค้งตัวปฏิเสธอย่างนอบน้อม

เราคิดไว้แล้ว ถ้างั้น เอาเป็นว่า... นายตรงนั้นมาประลองกับเรา

จินชี้นิ้วใส่ตัวเองด้วยใบหน้ามึนงง เลเน่คงคิดไปเองว่าจินเป็นลูกศิษย์หรือไม่ก็ลูกน้องของสแตนเป็นแน่ หากเทียบอายุแล้ว อีกอย่างดูเหมือนเธอจะมั่นใจในการเอาชนะจินมากกว่าสแตนอีกด้วย

นายนั้นแหละ เมื่อมองท่าทางของเลเน่ จินคาดเดาไว้ว่าเลโอคงไม่ได้บอกเรื่องราวของเขาแก่หญิงสาว เขาผู้นั้นคงเล่าเพียงเรื่องของสแตนเท่านั้น แต่น่าแปลกที่การจ่ายหน้าซองจดหมายดันเป็นเขา

มันยังไงกันแน่ แต่เอาเถอะ... จินโยนความคิดพวกนั้นออกจากหัว

เป็นลูกผู้ชายซะเปล่า อย่ามัวทำตัวอ่อนแอช้าปวกเปียกแบบนั้นสิ ตามเรามาข้างนอก เลเน่พูดเองเออเองก่อนจะเดินออกจากบ้านไปยืนรอจินอยู่ด้านนอก ที่ซึ่งเป็นสวนและลานเล็กๆ ไว้ให้แขกเดินเล่น

จินหันไปมองหน้าสแตนด้วยความมึนงง ทั้งสองต่างทำตัวไม่ถูก แต่เมื่อเจ้าบ้านต้องการแบบนี้แล้ว แขกที่ไหนจะกล้าปฏิเสธได้ ( ยกเว้นสแตนไว้คนหนึ่ง ) จินได้แต่จำยอมให้กับความนึกคิดไปเองของหญิงสาว

ไม่ถอดชุดก่อนเหรอ หากแพ้ขึ้นมาแล้ว ใช้มันเป็นข้ออ้าง จะฟังไม่ขึ้นเอานะ เลเน่พูดด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง

คนแบบนี้ก็มีด้วยโว้ย จินได้แต่คิดและตะโกนในใจ รบกวนออมมือด้วยนะครับ ชายหนุ่มส่ายหน้าและยิ้มให้อย่างระอา

รับมือ

พูดเสร็จเลเน่ก็ได้พุ่งตัวขึ้นกลางอากาศและฟันสันเท้าลงมาใส่จินอย่างจัง จินป้องกันท่าเท้านั้นได้ไม่ยากเย็น แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ในเรื่องพละกำลังของหญิงสาว ซึ่งขัดจากภายนอกที่ดูบอบบางอย่างสิ้นเชิง อีกอย่าง แม้ว่าเธอจะสวมชุดเดรสอยู่แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวเลย จินเผลอสังเกตเห็นเลเน่ใส่ชุดนักสู้ซ้อนอยู่ด้านในไว้อีกชั้นด้วย

ไม่เลวเลยนี่ เธอกล่าวชมจินไปทีหนึ่งก่อนจะกระหน่ำรัวทั้งท่าเท้าทั้งท่าหมัดใส่จินไม่ยั้ง การโจมตีของหญิงสาวทั้งรุนแรงและแม่นยำเป็นอย่างมาก นั้นคงแสดงให้เห็นว่าเธอชื่นชอบการต่อสู้มากแค่ไหน ทุกการออกหมัดแฝงไปด้วยการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

แต่ไหนเลยแรงสตรีหรือจะสู้แรงบุรุษได้ จินผู้ซึ่งมีพละกำลังเหนือขอบเขตมนุษย์ไปแล้ว สามารถรับแรงหมัดแรงเท้านั้นได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยซ้ำ ที่เขาทำอยู่ตอนนี้เพื่อไม่ให้เจ้าบ้านเสียหน้าไปก็เท่านั้น

พอแค่นี้ก่อนไหมครับ เดี๋ยวงานก็ใกล้จะเริ่มแล้วด้วย พอเวลาผ่านไปไม่นาน จินเริ่มเห็นสภาพของเลเน่เริ่มไม่สู้ดี อีกทั้งยังมีเหงื่อไหลทั่วทั้งตัว เขาจึงได้เอ่ยปากออกไปด้วยท่าทางสบาย

ยะ อย่าเอาแต่หนีกับป้องกันสิเจ้าบ้า รู้ไหมมันเหนื่อยนะ!” ส่วนเลเล่นั้นหอบกินไปแล้วในที่สุด

คงไม่มีใครคนไหนยืนนิ่งให้ต่อยหน้าฟรีๆ หรอกมั้งครับ จินยิ้มให้หญิงสาวอีกทีหนึ่ง ทำเอาฟางเส้นสุดท้ายของเลเน่ขาดสะบั้นไปทันที

มาให้ต่อยหน้าซะดีๆ เลเน่ฮึดใช้แรงทั้งหมดที่มีผนวกเข้ากับพลังวิญญาณสีน้ำตาลแดงพุ่งเข้าใส่จินทันที

 พอได้แล้วเลเน่ แต่ก่อนที่หมัดจะชนเข้ากับการ์ดแขนของจิน น้ำเสียงอันเฉียบขาดของสตรีผู้หนึ่งก็ได้ดังขึ้น มันทรงอำนาจจนทำให้จินต้องหันไปมอง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1364 B.Bank- (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 22:18
    ค้างครับ
    #1,364
    0