ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 181 : ทดสอบความกล้า! (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

เมื่อจินเดินเข้ามาข้างในอาคารแล้วก็อดทึ้งไม่ได้ ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นมาเป็นอย่างดี เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นความชื้นที่ลอยฟุ้งปะปนในอากาศ แถมยังมีเสียงของหยดน้ำหยดลงพื้นเป็นจังหวะอีกด้วย รวมไปถึงรอยเลือดที่สดใหม่ในซอกต่างๆ ของอาคารแห่งนี้

ทุกอย่างถูกเตรียมการไว้เป็นอย่างดีเลยแหะ จินคิดเมื่อลอบสำรวจรอบๆ ตัว เขารู้สึกถึงรุ่นพี่ปีสองจำนวนไม่น้อยตามจุดต่างๆ อีกทั้งยังพบกล้องที่คอยป้องกันการพลัดหลงของเหล่าเด็กปีหนึ่งอีกด้วย ไม่น่าแปลกใจที่อาจารย์ของคณะจะให้ความไว้วางใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น

 อย่าบอกนะว่าคุณกลัวที่มืด จินหันไปมองหญิงสาวด้านหลังที่เดินตามเขาไม่ห่าง จินแอบลองเดินให้เร็วขึ้น แต่แม่คุณก็ยังคงเร่งสปีดตามมาติดๆ

กะ กลัวแล้วจะทำไม มันไม่ใช่เรื่องน่าอายนี่ ไอริสยอมรับโดยไม่หาข้ออ้าง เธอปั้นหน้าสู้ แม้ต่อมาจะสะดุ้งตัวตามเสียงกรีดร้องของเหล่าเด็กปีหนึ่งก็ตาม

เปล่า! ไม่ได้ว่าอะไร จินหยักไหล่ให้เธไปอทีหนึ่งก่อนจะเดินไปข้างหน้าต่อ

นะ นี่! รอด้วยสิ ไอริสไม่ได้สนใจท่าทีของจิน

เป็นเรื่องน่าฉงนใจ การที่คนผู้หนึ่งสามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่กลับมากลัวเรื่องอะไรพวกนี้ แต่ถึงอย่างนั้นจินก็ไม่ได้พูดจาถากถางอะไรเท่าไหร่ เขากลับลอบยิ้มให้กับท่าทางของไอริสแทน ทุกคนต่างมีมุมที่คาดไม่ถึงกันทั้งนั้น

ถึงว่าทำไมห้องของเธอถึงสว่างอยู่ตลอดเวลา

ว่าไงนะ จินถึงกับยกมือปิดปากทันที เมื่อเขารู้ตัวว่าเผลอพูดในสิ่งที่คิดออกไป

เอ่อ... ผมพูดว่าที่นี่บรรยายกาศน่าวังเวงดีเนอะ จินกระแอมแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

อย่ามาโกหก ฉันได้ยินนะ นี่นายเป็นโรคจิตพวกถ้ำมองใช่ไหม ไอริสพูดพลางถอยห่าง ตอนนี้เธอรู้สึกว่าจินน่ากลัวกว่าสิ่งที่เธอคิดเสียอีก

เดี๋ยวก่อนสิคุณ คิดเองเออเองแบบนี้ก็ได้เหรอ จินยกมือปัดพัลวัน เขาไม่คิดว่าไอริสที่ท่าทางดูเหมือนผู้ใหญ่วัยกลางคนแล้วจะคิดอะไรได้แบบนี้

อย่าเข้ามาใกล้เกิน 1 เมตร ไอริสชี้นิ้วไปยังจิน

ก็ได้ๆ อยากคิดอะไรก็เชิญ

อีกอย่าง ฉันไม่คิดจะญาติดีกับคนที่เป็นต้นเหตุ ทำให้พี่ชายฉันแขนขาดหรอกนะ ไอริสเผลอพูดในสิ่งที่เธอแอบสงสัย เพื่อโยนหินถามทาง

 มันไม่ผิดหรอกถ้าคุณจะโยนความผิดไปให้ใครสักคน เพื่อทำให้ครอบครัวของคุณดูดีขึ้น แต่คุณคิดจริงๆ งั้นเหรอ ว่าผมเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด จินหยุดเดินและหันมามองหน้าไอริส

เขามองเห็นดวงตาของหญิงสาวที่สั่นไหว แม้ไอริสอยากจะปฏิเสธให้เต็มปาก แต่เธอกลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้

ไม่สินะ เอาเถอะ... มันก็ไม่แย่เท่าไหร่ ถ้าคุณจะคิดแบบนั้น อย่างน้อยคุณก็จะจดจำผมได้ตลอดไป เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้น จินยิ้มกรุ่มกริ่มออกมา ทำเอาไอริสรู้สึกใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เธอที่คอยปฏิเสธการเข้ามาของคนอื่น ไม่ว่าจะรูปแบบไหน พอมาตกหลุมพลางแปลกๆ แบบนี้เข้า กลับทำอะไรไม่ถูก

คะ ใครจะจดจำนายกัน นี่! ถ้าฉันออกไปเมื่อไหร่ คอยดู ฉันจะแจ้งตำรวจว่านายเป็นพวกโรคจิตชอบถ้ำมองไอริสเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน แต่มันก็ไม่อาจกลบใบหน้าของเธอที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อได้

ก็เอาสิครับ

อย่ามายิ้มแบบนั้นนะ ไอริสรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับรอยยิ้มชวนน่าคิดของจิน

เหมือนกันไม่มีผิด เหมือนภาพของไอซ์กำลังซ้อนทับไปยังร่างของไอริส จนทำให้จินแสดงสีหน้าเศร้าหมองไปวูบหนึ่ง แต่หญิงสาวคงไม่เห็นมันชัดเจน เพราะในที่แห่งนี้ค่อนข้างมืดไร้แสงจันทร์

 

ปัง! กรี๊ดดดด!!!

 

แต่แล้วก็มีบางอย่างชนเข้ากับหน้าต่างห้องเรียนเก่าที่อยู่ด้านข้างจุดที่ไอริสยืน เมื่อเธอหันไปมองก็ตกใจสะดุ้งกับใบหน้าแสนสยดสยองของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งจินดูก็รู้แล้วว่าเป็นรุ่นพี่ปีสองแต่งตัวมาแกล้ง แต่กับคนขวัญอ่อนเช่นไอริสนั้นมันช่างสมจริงจนเผลอลากจินวิ่งติดมือไปด้วย

เวลาผ่านไปนานหลายสิบนาทีไอริสก็ยังคงกรีดร้องวิ่งหนีพวกรุ่นพี่ที่แต่งตัวมาแกล้งอยู่อย่างนั้น ช่างเป็นภาพที่จินรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย จนเขาแอบยกย่องในพลังเสียงของเธอ

แฮ่ก แฮ่ก!” ไอริสหยุดวิ่งพักหายใจพลางหอบเหนื่อยไปด้วย

เหนื่อยไหมครับ จินถามโดยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่เธอ

เหนื่อยสิถามได้! ... ไอริสหยิบมันมาเช็ดเหงื่อแถมตอบกลับทันควัน แต่เมื่อเธอสัมผัสได้ถึงอะไรแปลกๆ บางอย่างเข้า เธอจึงรีบปล่อยมือข้างที่กุมมือจินไว้อย่างรวดเร็ว

ห้ามเข้าใกล้เกิน 1 เมตร จินถอยออกมา ก่อนทิ้งคำเจ็บแสบไว้ ไอริสได้แต่กัดฟันกลืนความเขินอายลงคอไป

แต่เมื่อเธอมองไปรอบๆ กลับพบว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่บนดาดฟ้าของอาคารแห่งนี้ สายลมเย็นๆ พัดกระทบเข้าผิวหน้าของเธอ จนทำให้ความร้อนจากการวิ่งและความเคอะเขินที่มีก่อนหน้านี้ทุเลาลง แต่แล้วบางอย่างก็ทำให้ทั้งสองต้องแสดงสีหน้าตกใจปนแปลกประหลาดใจออกมา

หิ่งห้อยนี่หน่า... ไอริสพูดด้วยรอยยิ้มพลางแบมือยื่นอกไปข้างหน้า เหมือนพวกหิ่งห้อยรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของเธอ พวกมันได้ลอยมาวนเวียนใกล้ๆ หญิงสาว ก่อนจะมีหลายตัวลงไปเดินเล่นบนฝ่ามือขาวเนียนนั้น

ในค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ของคืนเดือนมืด แสงสว่างของพวกหิ่งห้อยขับให้มันดูดีและเด่นสง่าชวนน่ามองเป็นที่สุด มันช่างสวยงามดั่งภาพวาด และทรงคุณค่าทางจิตใจหาสิ่งใดเปรียบได้

สวยจัง ไอริสเปรยออกมาโดยลืมจุดประสงค์ในการเข้ามาในอาคารแห่งนี้ไปเสียสนิท

ใช่ สวยมาก จินได้แต่พูดมันอยู่ในใจ โดยไม่ให้หญิงสาวที่สวมหน้ากากสีดำไว้ที่ปากได้ยิน

 

แต่แล้ว! เสียงนกหวีดก็ได้ดังขึ้น เสียงนั้นดังขัดจังหวะความสำราบในการดื่มด่ำแสงจากพวกหิ่งห้อยไปในที่สุด อันเป็นสัญญาณแจ้งเตือนว่าการทดสอบความกล้าในครั้งนี้เสร็จสิ้นและสิ้นสุดลงแล้ว ให้ทุกคนคนออกจากอาคารและรวมตัวกันที่เดิม

 

หมับ! …ชายเสื้อของชายหนุ่มถูกมือของใครบางคนจับเอาไว้ด้วยท่าทางประหม่า

 

มองพื้นด้วยนะครับ บันไดค่อนข้างเก่า จินยิ้มและพูดโดยไม่หันมามอง

เข้าใจแล้ว

 

ทั้งสองเดินลงไปโดยไม่หันกลับมามอง ซึ่งหากพวกเขาหันมาสักนิดก็คงจะเห็น เด็กสาวคนหนึ่งนั่งแกว่งขาไปมาอยู่แถวถังเก็บน้ำเก่าๆ ตรงหน้าทางเข้า อีกทั้งทั่วตัวของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่ไหลหยดลงพื้น และมีรอยยิ้มที่ฉีกไปจนถึงหูของเธอก็ชวนน่ามองอีกด้วย

 

พอจินเดินลงมาข้างล่างแล้ว เขาก็มองหาเพื่อนๆ ของตนก่อนเป็นอันดับแรกทันที เช่นเดียวกับไอริสที่รีบปลีกตัวหนีหายไป เพราะทนความอายที่เธอทิ้งไว้ไม่ไหว

ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว... เทนตะมีใบหน้าซีดขาวและพูดประโยคนี้ไปมาๆ คล้ายกับคนเสียสติ โดยข้างกายของเขานั้นก็มีเรย์กะและอากิโนะยืนอยู่ในสภาพเดียวกัน ทั้งคู่ต่างเนื้อตัวสั่นและกอดกันเกลียว

เมื่อมาโคโตะมองเห็นจินเดินมาและถามด้วยสายตา เขาก็ทำได้เพียงหยักไหล่ให้ไปทีหนึ่ง แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้จินหัวเราะเล็กๆ ออกมา

หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้นะจิน!” เทนตะรู้สึกตัวเป็นคนแรกก่อนจะแยกเขี้ยวใส่จิน

ได้ๆ จะไม่หัวเราะ ฮ่าๆ จินอดขำออกมาไม่ได้ ซึ่งมาโคโตะก็มีท่าทางอมยิ้มเช่นกัน

เสียงหัวเราะของจินกับท่าทีของมาโคโตะ ทำเอาเทนตะแทบอยากแทรกหน้าเข้าแผ่นดินหนีหายไป

 

เอาล่ะ! ทุกคนฟังทางนี้... ส่วนใครที่ต้องการอะไร รีบบอกรุ่นพี่ก่อนจะเป็นลมล้มพับไปนะ ทุกคนออกมาได้เมื่อประธานรุ่นคนนั้นพูดเสร็จ เหล่ารุ่นพี่ที่แต่ตัวเป็นผีเฉพาะกิจก็ได้เดินออกจากด้านหลัง

ในจังหวะแรกที่ทุกคนเห็น ต่างพากันส่งเสียงตกใจ ก่อนจะเงียบสงบในเวลาต่อมา

ขอให้ทุกคนจดจำอารมณ์ช่วงเวลานี้ไว้แล้วนำไปใช้กับเหล่ารุ่นน้องที่จะเข้ามาให้ปีหน้า พวกรุ่นพี่ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งแต่อย่างใด แต่พวกเราก็ถูกรุ่นพี่แกล้งมาอีกที ยังไงก็ขอโทษทุกคนด้วยที่ทำให้ตกใจ ถึงขนาดทำให้หัวของผีบางตนปูดบวมได้ เสียงหัวเราะอันข่มขืนของเหล่าปีสองดังขึ้น แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครโกรธเคืองหรือส่งสายตาหาเรื่องออกมา เหล่าเด็กปีหนึ่งต่างพากันจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้ในใจลึกๆ เพื่อย้ำเตือนให้พวกเขาได้ทำในโอกาสครั้งต่อไป

อ้อ! อีกเรื่องหนึ่ง อย่าคิดว่าเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว กิจกรรมของพี่ปีสาม กับ พี่ปีสี่ กำลังรอทุกคนอยู่ ต่อจากนี้ไม่นานเกินคอยแน่นอน ยังไงก็เตรียมตัวรับชะตากรรมกันไว้ให้ดี ราตรีสวัสดิ์รุ่นน้องที่น่ารักทั้งหลาย

เสียงโห่ร้องดังขึ้นก่อนทุกคนจะพากันเดินออกจากสถานที่แห่งนี้ไป เวลาแห่งความสนุกและความสุขต่างทำให้หลายคนรู้จักเพื่อนใหม่ๆ รวมไปถึงรักใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากการแลกเบอร์และขอช่องทางการติดต่อจากเหล่าเด็กหนุ่มสาว ช่างเป็นภาพที่ทำให้อาจารย์ทั้งหลายแอบลอบยิ้มมองดูอยู่ไกลๆ

 

 

 

 

 

ณ คฤหาสน์ที่เก่าแก่และมีบางส่วนทรุดโทรมลงตามกาลเวลาในที่แสนห่างไกล ความสว่างถูกจุดโดยคบเพลิงซึ่งไม่ได้ใช้หลอดไฟเหมือนยุคสมัยนี้ กลิ่นอายความขลังต่างปกคลุมทั่วพื้นที่จนสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่

หญิงสาวแสนสวยในรูปลักษณ์ที่ทรงเสน่ห์เดินไปตามทางเดิน มุ่งตรงสู่ห้องโถงหลักของคฤหาสน์ แววตาที่มุ่งมั่น และท่าทางที่มั่นใจทำให้เธอช่างสูงศักดิ์ยิ่งนัก ผิดกับตุ้มหูสีขาวนวลที่ข้างขวาของเธอช่างดูไม่เข้ากับการแต่งกายเลยสักนิด

มาแล้วเหรอคะ พี่คาร่า ทันทีที่เดินเข้ามาก็มีเสียงของหญิงสาววัย 18-19 ปีทักทายทันที เมื่อเธอหันไปมองก็พบเข้ากับเด็กสาวที่แต่งกายในชุดนอนหมีน้อยถือหมอนข้างไว้ในมือรอรับอยู่

ออกมารอรับพี่ด้วยชุดแบบนี้เนี้ยนะ! เลเน่ เดี๋ยวเถอะ!” คาร่าทำเสียงดุใส่น้องสาว แต่เด็กสาวนามว่าเลเน่กลับไม่ได้เกรงกลัว เธอยิ้มและเอาหมอนข้างนั้นฟาดใส่พี่สาวหยอกเล่น

โตขึ้นเยอะเลยนะ คาร่า แต่แล้วการหยอกล้อของทั้งคู่ก็หยุดลงเมื่อเสียงอันทรงพลังดังขึ้นตรงหน้า

ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีไหมคะ ท่านพ่อ ท่านแม่... ว่าแต่ เจ้าเลโอล่ะ

หาววว มาถึงดึกจังเจ้ ไม่สิ... ท่านหมอปีศาจ โอ๊ยเจ้! ผมเจ็บนะ! ยอมแล้วๆๆ เลโอเดินหาวออกมาจากด้านหลัง โดยไม่สวมเสื้อโชว์มัดกล้าม คำพูดของเขาได้สะกิดต่อมบางอย่างของคาร่าจนถูกเธอจับทุ่มล็อคแขนติดพื้น

ช่วยด้วย ท่านพ่อ ท่านแม่ เลเน่!!!” เสียงร้องโหยหวนขอความช่วยเหลือดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจ

สมน้ำหน้า ไปนอนดีกว่า เลเน่เดินมาเหยียบกลางหลังช้ำก่อนเดินไปยังห้องนอนของเธอ

คืนนี้อากาศดีจัง เราก็เข้านอนกันเถอะที่รัก

นั้นสิคะ แต่เมื่อมองไปยังพ่อแม่ของเขาแล้ว ทั้งคู่ต่างทำตัวเหมือนมองไม่เห็นและเดินผ่านเลยไป

ไม่เอาน่าพี่คาร่า ผมแค่พูดเล่นนิดหน่อยเอง อีกอย่างพี่คงเดินทางมาเหนื่อยๆ รีบไปพักผ่อนดีกว่าเนอะ เนอะ!?” เลโอยิ้มแห้ง

งั้นเหรอจ้ะ คาร่ายิ้มให้เลโอ ช่างเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ นั้นคือสิ่งที่เลโอเห็น

 

แกร๊ก! อ๊ากกกก!!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1363 kcwindy (จากตอนที่ 181)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 02:46
    บอกตรงเรื่องนี้ตัวละครเยอะมากปมเรื่องก็เยอะจนจำไม่ได้แล้ว
    #1,363
    0
  2. #1362 PrinceArcadia (จากตอนที่ 181)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:44
    ผมนี่อ่านคนแรกเลยครับ
    #1,362
    0