ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 179 : แผลเป็นจากอดีต!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านหน้าต่างกระทบเข้ากับเปลือกตาอันหนักอึ้งของจิน แม้อาการเหนื่อยล้าทางร่างกายจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว แต่ความเจ็บปวดทางด้านจิตใจของเขานั้นยังคงหลงเหลือทิ้งร่องรอยให้รู้สึกได้เป็นอย่างดี

จินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเบี่ยงทิศทางของแสงแดดให้พ้นจากบริเวณรอบดวงตาของเขา แต่เมื่อขยับตัวได้นิดเดียว ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่หนุนนอนอยู่แถววงแขนของตน จินก้มหน้าลงไปมองและเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมา เพราะพบว่ามีหญิงสาวกำลังนอนงอตัวหลับใหลด้วยใบหน้าผ่อนคลาย

มากิคอยดูอาการของจินตลอดทั้งคืนจนเผลอหลับไป ทันทีที่เธอรู้ว่าจินได้บุกตะลุยเดี่ยวหมายคว่ำพวกองค์กรเนเมซิสเพียงลำพัง เธอได้รีบออกตัวไปช่วยโดยไม่รีรอแต่ดันถูกสแตนห้ามไว้เสียก่อน ส่วนหนึ่งก็มาจากคำสั่งของจิน มากิจึงทำได้เพียงรอคอย แต่หลังจากทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อยหมดแล้ว จินได้ถูกหามปีกเข้ามาภายในคฤหาสน์แห่งแก๊งมังกรคำรามโดยคิยะกับเรน ทำเอาทุกคนเป็นห่วงกันหมด แต่เมื่อสอบถามทั้งสองแล้วพบว่า จินได้สลบไปทันทีหลังจากถอดหน้ากากตัวตลกนั้นออก ทำให้ทุกคนเริ่มผ่อนคลายตัวลง

หลายคนได้ออกตัวเฝ้าดูอาการจิน แต่ชาโต้ได้สั่งให้ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเองแทน จึงเหลือแค่มากิกับสแตนเท่านั้นที่คอยดูแลจิน

อรุณสวัสดิ์ขอรับ นายท่าน จินหันไปมองต้นเสียง และพบว่าสแตนกำลังยืนถือเสื้อเชิ้ตสีขาวไว้ในมือด้วยท่าทางนอบน้อมอยู่ข้างเตียงนอน

อรุณสวัสดิ์เช่นกันสแตน ผมเผลอสลบไปเหรอ จินยกหัวของมากิลอยด้วยความเบามือ ก่อนจะเคลื่อนหมอนใบใหญ่ให้เธอหนุนนอนแทนแขนของเขา

เป็นเช่นนั้นขอรับ

สแตนยื่นเสื้อเชิ้ตที่ถือไว้ให้กับจินทันทีเมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง จินหยิบมันมาสวมหลวมๆ โดยไม่ติดกระดุม พลางสะบัดหัวเดินเซเล็กน้อยไปยังโต๊ะที่มีแก้วน้ำวางไว้อยู่

ความเหนื่อยล้าทางด้านจิตใจนั้นเป็นสิ่งที่จินไม่เคยชิน และไม่คิดจะชินมันด้วย เพราะว่า ประสบการณ์ ความทรงจำ และทักษะการดำเนินชีวิตต่างๆ ของผู้คนที่เขาคร่าชีวิตไปต่างไหลเข้ามาในหัวของเขาอย่างไม่หยุดพัก ทำให้จินต้องแบกรับอารมณ์อะไรพวกนั้นด้วยความไม่เต็มใจไปทุกที

หากใครได้รับพลังนี้ ต่างไม่พ้นคิดว่า ต้องสุดยอดแน่ๆ ยอดเยี่ยมไปเลย แต่สำหรับจินนั้นไม่เลย เพราะทุกอย่างที่ไหลเข้ามานั้น ทำให้จินเริ่มไม่เป็นตัวเองไม่มากก็น้อยไปในทุกที อีกอย่างจินสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ขอนำอะไรที่พวกเขาเหล่านั้นต่างพยายามทั้งชีวิตทุ่มเทมาออกมาใช้เด็ดขาด หากไม่จำเป็น...

สแตนได้แต่มองนายท่านของตนด้วยใบหน้าแห่งความเป็นห่วง ความเจ็บปวดที่จินแบกรับนั้นเขาไม่อาจจินตนาการได้ว่ามันอยู่ระดับไหน แต่ถึงขั้นทำให้จินสลบไปได้ มันก็คงไม่ธรรมดา

พักผ่อนต่ออีกหน่อยก่อนไหม ขอรับ

ไม่ล่ะ หลังจากที่ผมสลบมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม จินเช็ดปากตนหลังจากกระดกน้ำลงคอด้วยความกระหาย

นอกจากคุณคลาวด์ต่อสู้กับคุณมาร์ธาแล้ว นอกจากนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพิ่มเติมขอรับ  

ความเสียหายล่ะ

แก๊งงูดำสูญเสียทรัพย์สินรวมถึงบุคลากรทั้งภายในและภายนอกเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับทางองค์กรเนเมซิสขอรับ สแตนกล่าวสรุปสั้นๆ ด้วยใบหน้านิ่งเฉย

มีแต่ความสูญเสียสินะ สงครามเนี้ย แล้วทางด้านคลาวด์…”

บาดเจ็บสาหัสและกำลังพักฟื้นอยู่ขอรับ สแตนเผยภาพค้างคาวตัวน้อยที่หลับอยู่ให้จินดูผ่านเวทย์มนต์

โดนมาหนักน่าดู แต่ก็เดาได้ไม่ยาก ยังไงก็...สั่งการลงไปให้ทุกคนระวังตัวกันไว้ด้วย แม้ว่าองค์กรเนเมซิสนั้นจะไม่ทำการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในช่วงนี้ก็ตาม คาดจากรูปการณ์แล้ว ทางนั้นสูญเสียเสาหลักทั้งสองไปแบบนี้ คงจะเคลื่อนไหวกันเงียบๆ อีกอย่าง... ให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือแก๊งงูดำอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะกรณีใดๆ เพราะส่วนหนึ่งต้นเหตุก็มาจากทางเรา ไม่สิ น่าจะมาจากผมมากกว่า รบกวนด้วย จินจับคางตัวเองและออกคำสั่งเบาๆ ให้แก่สแตน

ขอรับ แต่ยังมีอีกเรื่องที่อยากให้นายท่านดู สแตนพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะหยิบบางอย่างยื่นให้จิน

วงแหวนเวทย์?” จินมองภาพการโจมตีของมาร์ธาด้วยสายที่ไม่ค่อยอยากเชื่อ

เท่าที่เขารู้ รูปแบบการโจมตีนี้ น่าจะมีแต่เหล่าจอมเวทย์ของโลกอีกฝั่งเท่านั้นที่ทำได้ไม่ใช่เหรอ นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่โลกมีละอองเวทย์เบาบางใบนี้จะสามารถทำได้ อีกทั้งวงแหวนเวทย์พวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเขียนขึ้นมาลอยๆ แล้วจะเกิดผลทุกครั้งไป

ขอรับ ใช้โดยไม่มีการเขียนขึ้นทั้งยังไม่มีสื่อเวทย์อีกด้วย สแตนแสดงใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เป็นไปได้ยังไง พวกนั้นสร้างยาอะไรขึ้นมากันแน่ จินปั้นหน้ายาก พร้อมกับหยิบขวดยาทั้งสองแบบออกมาดู

ฟื้นแล้วเหรอคะ นายท่าน...

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะคาดเดาอะไรไปมากมายกว่านี้ น้ำเสียงอันงัวเงียของมากิก็ดังปลุกให้จินกับสแตนหลุดจากภวังค์แห่งความคิด ใบหน้ากึ่งหลับกึ่งตื่นด้วยดวงตาที่ยังไม่เปิดดีหันมามองจิน ทำเอาชายหนุ่มยิ้มรับเบาๆ และพยักหน้าให้แก่เธอ

เหนื่อยแย่เลยนะมากิ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง

ไม่เป็นไรค่ะ เพราะ... ฉันคิดการลงโทษนายท่านไว้ให้แล้ว มากิจัดระเบียบใบหน้าก่อนจะเดินมายังจุดที่จินนั่ง ทำเอาจินรู้สึกขนลุกขนพองอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเขาหันไปทางสแตนกลับไม่พบแวมไพร์หนุ่มวัยกลางคนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว

โชคดีนะขอรับ สแตนทิ้งท้ายคำพูดผ่านสายลมให้จิน

กลับมาก่อน สแตน จินขอร้องด้วยความสงสาร แต่ปลายทางกลับไม่มีการตอบกลับมา

เอ่อ... แต่ผมยังมีอาการเหนื่อยล้าอยู่นะ มากิดูสิ เอาไว้วันหลังเนอะ จินลุกขึ้นจากเก้าอี้และขยับตัวหนีจนไปชิดขอบหน้าต่าง

ไม่ต้องเลยค่ะ เราตกลงกันไว้แล้วว่ายังไงค่ะ นาย-ท่าน-!” น้ำเสียงเฉียบขาดยิ่งตอกย้ำความกลัวของจินเข้าไปอีก รวมถึงการเรียกชื่อเขาแบบนั้น

จินไม่รู้เลยว่า ร่างกายอันเปื่อยเปล่าที่โชว์มัดกล้ามของเขาทำเอามากิกลืนน้ำลายลงคอด้วยความลำบากเวลามองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าตรงๆ อีกทั้งการแต่งกายที่มีเสน่ห์แบบนี้ยิ่งทำให้อารมณ์ของแวมไพร์สาวพลุ่งพล่านไปถึงไหนต่อไหน

มันจำเป็นจริงๆ มากิ จินยิ้มแห้งๆ ให้หญิงสาวผมขาวที่คืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ

ไม่มีการยกเว้นโทษ มากิยิ้มโชว์ฟันขาวชวนเสน่หา แต่จินกลับไม่คิดเช่นนั้น

งับ! ...ว่าแล้วต้นคอของเขาก็ถูกมากิกัดเข้าอย่างจังและสูบเลือดไปอย่างไม่ลดละ ดูเหมือนว่ามากิจะอดดื่มเลือดมาเป็นเวลานาน

ไม่เป็นไรแล้ว ผมอยู่นี่แล้ว จินสัมผัสถึงร่างกายอันสั่นเล็กน้อยของหญิงสาว อีกทั้งยังมีหยดน้ำตาที่กระทบแถวบริเวณลำคอด้วย ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้โดยไร้ข้อกังหาว่าเธอผู้นี้เป็นห่วงเขามากเพียงใด ว่าแล้วจินก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวมากิเบาๆ โดยยอมให้เธอดูดเลือดเขาแต่โดยดี

อ้าทำไมเลือดนายท่านหอมหวานแบบนี้นะ ต้องการอีก ต้องการมากกว่านี้! ‘

อึก! ...แต่แล้วความบ้าคลั่งของมากิก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ทำเอาจินรู้สึกใกล้หมดแรงยืนฉับพลัน

เดี๋ยวก่อนมากิ เลือดผมจะหมดตัวแล้ว!!!”

 

 

 

 

ค่ำคืนอันหนาวเหน็บแต่กลับระอุไปด้วยความร้อนจากเปลวเพลิง สภาพของบ้านเรือนที่กำลังลุกไหม้สะท้อนออกจากดวงตาของเด็กน้อยที่กำลังถูกกอดโดยหญิงสาวผู้หนึ่ง

เสียงของการต่อสู้และการคร่ำครวญต่างลอยเข้าไปโสตประสาทของเด็กผู้นี้อย่างไม่ขาดสาย แต่เขากลับไม่ได้ร้องไห้หรือแสดงอาการงอแงอย่างเด็กวัยเช่นเขาควรทำออกมาเลยแม้แต่เล็กน้อย

รับปากแม่! จากนี้ลูกต้องมีชีวิตต่อไป อย่าพยายามแก้แค้นให้พ่อแม่เด็ดขาด จงมีชีวิตเหมือนคนธรรมดาสามัญ หญิงสาวบอกแก่เด็กน้อยในอ้อมกอดของตน

ทำไมฮะ ท่านแม่ เด็กน้อยหันกลับมาถามด้วยความใสซื่อ

รับปากแม่... หญิงสาวไม่ตอบคำถามเด็กน้อย แต่ต้องการคำสัญญาของเขาแทน

ถ้าผมรับปากแล้ว ท่านแม่จะกลับมาหาผมใช่ไหมฮะ คำพูดของเด็กน้อยบาดเข้าไปยังกล่องดวงใจของผู้เป็นแม่

เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่า หากผ่านคืนนี้ไปแล้ว เธอจะเห็นหน้าลูกชายของเธอได้อีกไหม แต่เพื่อความสบายใจของเด็กน้อยผู้นี้แล้ว เธอมีแต่ต้องพูดออกไป

ใช่แล้วจ้ะ หญิงสาวยิ้มตอบ แต่เด็กน้อยกลับเห็นเพียงรอยยิ้มของเธอเท่านั้น ไม่สามารถมองใบหน้าของเธอได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเอียงคอมองแค่ไหนก็ตาม เหมือนมีอะไรมาบังอยู่

งั้นผมรับปากฮะ!” เด็กชายตอบกลับพร้อมส่งรอยยิ้มแสนสดใสให้หญิงสาว

 

อยู่นี่เอง!

 

ทันใดนั้น น้ำเสียงเหมือนมัจจุราชดังขึ้นเข้าแทรกกลางความรักของทั้งสอง ทำเอาหญิงสาวรีบดึงเด็กชายเข้าสู่อ้อมกอดแน่น เธอทำเหมือนราวกับไม่อยากให้สิ่งใดเข้ามากระทบแก้วตาดวงใจของเธอ

แม่ฮะ ผมเจ็บ เด็กน้อยดิ้น

อดทนไว้ก่อนลูก หญิงสาวตอบด้วยท่าทางอันสั่นเทา

ว่ายังไง... ลูกชายคนสุดท้ายของตระกูลโทบิกะ น้ำเสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้น โดยมีดาบคาตานะเล่มยาวที่เปื้อนเลือดอยู่ในมือ

คนสุดท้าย อย่าบอกนะว่า หญิงสาวพูดพร้อมสั่นกลัว เธอยิ่งกระชับอ้อมกอดเข้าไปอีก

อ้อ! เธอคงหมายถึงพวกนี้สินะ

 

ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! …เสียงของบางอย่างตกลงพื้นและกลิ้งไปข้างหน้าของหญิงสาว เมื่อเธอเพ่งตามอง ความเย็นยะเยือกเริ่มเกาะกุมหัวใจของเธอ จนลืมหายใจไปชั่วขณะ

 

ไม่นะ!!! ...หญิงสาวกรีดร้องออกมาพร้อมกับปล่อยโฮโดยไม่อาย ศรีษะของเหล่าคนรักของเธอ ต่างถูกฟันออกมาและปาทิ้งขวางอย่างนี้ได้ยังไงกัน ความเจ็บปวดราวกับเหมือนมีตะปูตอกเข้ากลางหน้าอกของเธอซ้ำๆ

 

ไม่ต้องร้องไห้ไป อีกเดี๋ยวพวกแกก็ต้องไปอยู่กับพวกมันแล้ว อยู่นิ่งๆ รับรองข้าจะไม่ทำให้ทรมาน ชายหนุ่มง้าดาบในมือขึ้นเหนือหัว

มาโคโตะเธอจ้องเขม็งไปยังชายผู้นั้นโดยไม่แสดงท่าทียอมแพ้

ฮ่ะ ท่านแม่!” เด็กน้อยขานตอบ

พ่อกับแม่รักลูกนะ

ผมก็รักท่านพ่อกับท่านแม่เหมือนกันฮะ!” คำตอบของเด็กน้อยทำเอาหญิงสาวร้องไห้จนน้ำตาไหลไม่หยุด เสียงสะอื้นปานขาดใจตายของผู้เป็นแม่ เริ่มทำให้เด็กน้อยแสดงอาการไม่ดีแล้ว

จำคำสัญญาที่รับปากแม่ไว้นะ ลูกต้องมีชีวิตต่อไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม

ว่าแล้วหญิงสาวก็ทำการกัดที่หัวแม่มือของตน และได้ใช้เลือดนั้นเขียนสัญลักษณ์บางอย่างไว้ที่หน้าผากของเด็กน้อย

นั้นแกจะทำอะไร!” ชายตรงหน้าเริ่มเห็นท่าไม่ดี

แกจะไม่มีวันได้ตัวเขา เช่นเดียวกับตระกูลโทบิกะจะไม่มีวันตาย!” หญิงสาวยิ้มเหี้ยมให้แก่ชายผู้นั้น ก่อนจะผสานมือด้วยท่าแปลกๆ และเกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นแก่ร่างกายของเด็กน้อย

 

พรึ่บ! …สายลมได้โอบกอดและพาร่างของเด็กน้อยลอยไปกลางอากาศ

 

ไม่นะฮะ ท่านแม่!!!” เด็กน้อยเริ่มแสดงอาการงอแงออกมา

ไม่!!!” ชายผู้นั้นคำรามก่อนจะฟันเข้าที่ร่างของหญิงสาว ท่ามกลางสายตาของเด็กน้อย

ลาก่อน ลูกรัก...

 

เฮือกกก!!!

 

มาโคโตะสะดุ้งพรวดขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจ เหงื่อกายต่างไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก ลมหายใจที่รุนแรงและไม่เป็นจังหวะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเหมือนมีเข็มแหลมปักอยู่เต็มลำคอ

 

ฮิระ... มุซัน... มาโคโตะพูดชื่อของใครบางคนออกมาพร้อมกับสายตาของเขาที่แฝงไปด้วยความอาฆาต

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1360 Nazzga2 (จากตอนที่ 179)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 22:21
    นายจินเคยเป็นผู้กล้าที่ต่างโลก ส่วนมาโคโตะนี้คนต่างโลกขนานแท้
    #1,360
    0