ยากูซ่าพลังผู้กล้า

ตอนที่ 169 : หน้าตาดูคุ้น...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    6 มี.ค. 62

เมื่อครั้งอดีตกาล กล่าวกันว่า พ่อมดผู้มีอำนาจวิเศษมากล้นได้ปราบมังกรแสนชั่วร้ายลงได้และได้นำเอากระดูกของมังกรตัวนั้นมาสร้างเครื่องประดับขึ้นทั้งหมด 4 ชิ้น ได้แก่ แหวน ต่างหู กำไล และสร้อยคอ ทุกชิ้นถูกนำส่งเป็นเครื่องราชบรรณาการให้แก่กษัตริย์ทรงอำนาจทั้ง 4 ทวีป เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจและตราแห่งราชวงศ์ แต่หารู้ไม่ว่า... ของทั้ง 4 อย่างได้นำมาซึ่งสงครามการแย่งชิง โดยเชื่อกันว่า หากใครสามารถรวบรวมของทั้งหมดได้ครบจะสามารถขอสิ่งที่ปรารถนาได้ 1 อย่าง แล้วด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เลือดและเนื้อของผู้คนมากมายหลายชีวิตต่างถูกคร่าลงไปในพริบตา

ทุกคนในที่ประชุมแห่งนี้ต่างจับจ้องและตั้งใจฟังสิ่งที่โซอึนพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยไม่มีใครพูดแทรกหรือขัดจังหวะใดๆ เลยตลอดการนำเสนอของเธอ และรูปของเครื่องประดับทั้ง 4 ต่างถูกยกขึ้นบนจอ เพื่อให้ทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัด เก้าอี้ทั้งสิบที่มีผู้คนจับจองต่างนั่งรุมล้อมโต๊ะตัวใหญ่ที่มีสัญลักษณ์มังกรคำรามสยายปีกที่อยู่ตรงกลางกันอย่างเรียบร้อย

แล้วตอนนี้ของอีก 3 อย่างอยู่ที่ไหนกับใคร คุณโซอึนพอทราบไหมครับ น้ำเสียงของชายหนุ่มที่นั่งหัวโต๊ะถามหญิงสาวในชุดทำงานสีครีมอย่างใคร่รู้

จากข้อมูลในตอนนี้ ยังไม่มีการค้นพบ ยืนยัน หรือทราบที่อยู่ของสิ่งที่เหลือเลยค่ะ โซอึนตอบกลับจินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีการพยักหน้ารับทราบจากทุกคนในที่ประชุม

หรือไม่แน่ คนที่ครอบครองอยู่อาจจะยังไม่เปิดเผยตัวจนก็เป็นได้นะครับ คราวนี้เป็นหนุ่มเจ้าสำอางในชุดสูทสีเทาเข้มที่นั่งถัดไปจากจินด้านขวาราวสองที่นั่งพูดขึ้น

คิดเหมือนกันเลยริโตะ มิคังหญิงสาวใบหน้าสวยคมพูดออกมาสนับสนุน

งั้นตอนนี้ ทิ้งเรื่องพวกเครื่องประดับแห่งอาถรรพ์ไว้ก่อน เรามาสนใจตัวยาที่สแตนเพิ่งได้รับจากการประมูลกันดีกว่า จินหยิบกระปุกยาทั้งสองออกมาวางตรงหน้า ท่ามกลางการเฝ้ามองของทุกคน

อย่างที่ทุกคนทราบ ว่าตอนนี้องค์กรเนเมซิสได้ออกตัวยาและขายเข้าสู่ตลาดมืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวยานั้นจะเป็นสีแดงสดดั่งเช่นกระปุกนี้ จินพูดเว้นช่วงและชี้นิ้วไปยังกระปุกหนึ่ง

แต่ทว่า... ยังมีตัวยาอีกอันที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่เรื่องศักยาภาพและประสิทธิภาพนั้นแตกต่างกันอย่างลิบลับ

จินพยักหน้าให้กับสแตน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปยังจุดนำเสนอที่ซึ่งโซอึนเคยยืนอยู่ แล้วภาพของการแปลงร่างของเหล่านักฆ่าที่ปะทะกับสแตนก็โชว์ขึ้นหน้าจอเพื่อให้ทุกคนได้เห็น เพียงแค่มองภาพบนจอทุกคนต่างขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียดและเกิดคำถามมากมายขึ้นในหัว

อย่างที่ทุกคนกำลังคิดนั้นแหละ ดูเหมือนว่าตัวยาสีเหลืองนั้นจะน่ากลัวกว่ายาสีแดงเป็นอย่างมาก เหมือนกับว่าพวกนั้นได้นำเอายีนของสัตว์ทรงพลังมาผนวกเข้ากับร่างกายมนุษย์ อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะสามารถคงความเป็นมนุษย์ไว้ได้แถมยังเสริมเติมแต่งพลังวิญญาณเข้าไปอีกด้วย จากที่ผมคิดทบทวนแล้ว ตัวยานี้อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรเนเมซิสไม่มากก็น้อย จินอธิบายตามที่ตัวเองเข้าใจให้กับทุกคน

แล้วเราจะเอายังไงกันต่อไปครับ อาริมะชายหนุ่มใบหน้าสวยกล่าวถาม

ตอนนี้ดูเหมือนจะยังไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นกับแก๊งของเรามากนัก แต่ว่า... ทุกคนอย่าเพิ่งลดการป้องกันตัวเองลงมา มั่นสังเกตุและฝึกฝนตัวเองให้พร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ไว้ตลอดเวลา และพยายามพกเครื่องติดตามนี่ไว้กับตัวด้วย

จินพูดเสร็จจึงควักเอาสัญลักษณ์สายฟ้าทั้งสิบออกมา และยื่นให้มากิ โดยที่เธอได้รับหน้าที่นำมันไปแจกจ่ายให้กับทุกคน ซึ่งสัญลักษณ์นั้นเป็นตะกอนเศษเสี้ยวแห่งพลังที่เขาสะกัดไว้ เพื่อที่เขาจะสามารถเคลื่อนย้ายร่างกายไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนต่างเก็บมันไว้กับตัวโดยที่ไม่ถามอะไรเพิ่มเติมใดๆ

แล้วผมมีเรื่องอยากรบกวนคุณอาริมะช่วยวิจัยเกี่ยวกับตัวยาทั้งสองด้วยนะครับ

ได้ครับ ผมจะรีบดำเนินการทันทีเลย อาริมะพยักหน้าและรับทราบทันที

ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า จินยิ้มตอบ ก่อนจะหันไปมองทุกคน ซึ่งต่างมองหน้าเขาเช่นกัน ใครมีอะไรจะเสริมไหมครับ

... ทุกคนต่างเงียบและส่ายหน้าเป็นคำตอบ

งั้นในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ผมคงไม่รบกวนเวลาของทุกคนไปมากกว่าแล้ว ยังไงก็ขอให้ระวังตัวและขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคนนะครับ เลิกการประชุมเพียงเท่านี้

พอจินพูดจบประโยคเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างลุกขึ้นโค้งตัวให้จินพร้อมกับเดินออกจากห้องไป นั้นจึงทำให้เขาหันไปพูดคุยกับสแตนและมากิ โดยที่เธอขอตัวไปช่วยงานน้องที่ร้าน ส่วนสแตนนั้นรีบปลีกตัวไปจัดการร้านกาแฟของจินอย่างรวดเร็ว

เอ่อ...

นิ้วมือเรียวงามของใครบางคนสะกิดเข้าที่สีข้างของจิน พร้อมกับทำให้เขาต้องหันไปมองด้วยความแปลกใจ

มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณฮานะ จินยิ้มให้กับหญิงสาวที่กำลังมีรอยแดงระเรื่อตรงบริเวณแก้ม ทำเอาเจมส์ที่ยืนด้านข้างนึกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูก่อนโค้งตัวให้จินและเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ทั้งคู่อยู่ในห้องประชุมตามลำพัง

คะ คือว่า ฉันได้บัตรชมคอนเสิร์ตวงอารีน่ามา แล้วเห็นว่านายสนใจวงนี้ด้วย เลยอยากชวนไปดูด้วยกัน หญิงสาวรู้สึกประหม่าและไม่กล้าสบตาจินขณะพูดเลย

จริงเหรอ! ไม่ใช่ว่าบัตรมันขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาทีหรอกเหรอ จินถามอย่างตื่นเต้นจนเผลอเกือบเอามือไปจับไหล่หญิงสาว

อื้อ! นี่บัตร ไปหรือไม่ไปแล้วแต่นาย ฮานะก้มหน้าตอบก่อนจะควักเอาบัตรจากกระเป๋ากางเกงทำงานของเธอออกมาตบเข้าที่หน้าอกของจิน และรีบเดินหนีอย่างรวดเร็ว

คุณฮานะ!” แต่ทว่าเสียงของจินที่ดังทักด้านหลังได้ทำให้เธอต้องหันไปมองอีกครั้ง และเผลอสบตาเข้ากับดวงตาสีทองแสนมีเสน่ห์คู่นั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

อะ อะไร ฮานะพูดขึ้นพร้อมกับรู้สึกว่าเริ่มร้อนแถวบริเวณแก้มเป็นอย่างมาก

มีใครบอกหรือเปล่าว่าสีดวงตาคุณสวยมาก จินจ้องไปยังดวงตาสีน้ำทะเลแสนสวยของฮานะ ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกร้อนออกหูด้วยความเขินอาย แล้วรีบเดินหนีโดยไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ทิ้งให้จินยิ้มค้างกับท่าทางของเธอคนเดียวอยู่ในห้อง

ยิ้มอะไรเจ้าหนุ่ม ชาโต้เดินสวนทางกับฮานะและทักจินด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่ม

ผมกำลังยิ้มให้กับเช้าวันใหม่ไงครับท่านปู่

เดี๋ยวนี้ร้ายนะเจ้าหลานคนนี้ ลงไปทานข้าวกันเถอะ แม่บ้านจัดเสร็จแล้ว

งั้นไปกันเถอะครับ จริงๆ ท่านปู่ไม่เห็นต้องขึ้นมาด้วยตัวเองเลยนะครับ

ถ้าไม่ขึ้นมาด้วยตัวเอง จะเห็นอะไรดีๆ แบบนี้เหรอ ชาโต้พูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

โถ่... ไม่ใช่อย่างที่ท่านปู่คิดหรอกครับ จินยิ้มตอบซึ่งขัดแย้งกับประโยคที่เขาพูดออกไป

จะใช่แน่เหรอ ฮ่าๆๆๆ

 

 

 

 

 

แสงแดดยามเช้ากับสายลมเย็นๆ พัดผ่านต้นซากุระที่กำลังบานเต็มที่จนย้อมให้ใบไม้ในสวนทางเดินของมหาวิทยาลัยแห่งนี้เต็มไปด้วยสีชมพูชวนน่ามองและน่าเดินเป็นอย่างมาก เหล่านักศึกษาทั้งเก่าและใหม่ต่างพูดคุยหยอกล้อกันอย่างอารมณ์ดี สร้างสีสันให้เช้าวันนี้ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการเรียนที่หนักหน่วงของใครหลายคน

หน้าตาเธอดูเหมือนไม่ค่อยได้นอนเลยนะ ไอริส เสียงเพื่อนสาวที่เดินด้านข้างเธอพูดทักขึ้น หลังจากเห็นรอยดำใต้ตาของเพื่อนเธอ

สงสัยเมื่อคืนคงนอนน้อย พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรหรอก

ไอริสตอบขณะที่ตัวเองยังสวมหน้ากากอนามัยสีดำไว้อยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้ลดความงดงามของใบหน้าเธอลงได้เลย กลับกันมันทำให้เธอดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้น อีกทั้งซายะที่ดูน่ารักน่าถนอมที่เดินข้างกายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทั้งคู่เป็นที่จับตามองของเหล่าชายหนุ่มมากมายที่เดินไปมา

ฉันไม่เคยชินกับสายตาพวกนี้เลยนะ เธอว่างั้นไหมไอริส ซายะพูดอย่างหวาดระแวงพร้อมกับควงแขนเพื่อนสาวเธอเดินไปด้วย

เอาน่า คนเขามองเพราะเธอสวยไง เธอควรภูมิใจสิ ซายะ ไอริสแกล้งหยอกเพื่อนสาวขี้กลัวของเธอ

ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่นใช่ไหม ไอริส ซายะเงยหน้ามองเพื่อนของเธอ

บ้าฉันจะหมายความอย่างอื่นได้ไง

ฉันเจ็บนะ ไอริส... ซายะร้องท้วงขึ้นขณะที่ตัวเองกำลังถูกเพื่อนสาวของเธอหยิกแก้มไปมาอย่างกับตุ๊กตา

น่าหมั่นเขี้ยวดีนัก ไอริสย่นจมูกพูด

 

ระวัง!!!

 

ในจังหวะที่ทั้งคู่ต่างพูดจาหยอกล้อกันอยู่นั้น รถจักรยานของใครบางคนได้ปั่นมาด้วยความเร็วสูงโดยที่พวกเธอไม่ได้มอง แล้วเป็นไอริสที่ไหวตัวได้ทันจึงผลักตัวเพื่อนของเธอให้ออกนอกวิถีการพุ่งชน แต่ด้วยความเร่งรีบจึงได้ทำให้ตัวเธอเสียหลักเสียเอง

 

ไอริส!” ซายะตะโกนออกมาเสียงดัง

 

โครมมม!!!

 

พร้อมกับเสียงของอะไรบางอย่างที่ล้มลง ท่ามกลางการตกใจและการมุงดูของผู้คนที่อยู่รอบๆ หลายคนต่างเอามือป้องปาก และมีอีกหลายคนที่ทำใบหน้าเคลิ้มฝันราวกับกำลังเห็นอะไรดีๆ

 

เห็นตัวเล็กแบบนี้ ไม่คิดว่าจะหนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น

 

ไอริสค่อยๆ ลืมตาขึ้นหลังจากเกร็งตัวหลับตารับแรงกระแทก ก่อนจะตกใจเด้งตัวขึ้นมายืนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า

 

ขะ ขอบคุณ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไอริสกล่าวขอบคุณชายหนุ่มดวงตาสีทองที่ยังคงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่พื้น โดยที่เมื่อกี้เป็นตัวเธอเองที่ล้มทับร่างชายผู้นี้ ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะมาช่วยเธอไว้ได้ทันจนไม่เกิดอาการบาดเจ็บใดๆ

แค่นี้เอง สบายมาก ว่าแต่คุณเถอะ หากไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกัน จินลุกขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกายก่อนจะหันไปพูดกับไอริส และยิ้มให้กับซายะ

แล้วเขาได้เดินไปหาเพื่อนของตัวเองที่ยืนนิ่งตาค้างเกี่ยวกับความเร็วของจิน เพราะจุดที่พวกเขาอยู่นั้นห่างจากจุดที่ไอริสอยู่เกือบ 5 เมตร

 

น้องไอริสเป็นอะไรหรือเปล่า!?” แต่ยังไม่ทันที่จินจะได้เดินไปไกล เสียงของใครบางคนดังโหวกเหวกเข้ามาพร้อมกับวิ่งชนเขาอย่างไม่สนใจ อีกทั้งเจ้าตัวยังไม่หันมาขอโทษอะไรด้วยซ้ำ

เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ พี่ฟูมิ ไอริสเขยิบตัวถอยจากมือของฟูมิ ก่อนจะพูดปัด

งะ งั้นเหรอ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว นี่แก! ใครสั่งใครสอนให้ปั่นจักรยานแถวนี้กันห้ะ!!!”

ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกแย่เกี่ยวกับท่าทีของหญิงสาว และหันไปตวาดใส่คนที่ปั่นจักรยานเกือบชนพวกไอริส แล้วในไม่ช้าทุกอย่างก็ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่ผิดก็ได้ขอโทษสองสาวเป็นที่เรียบร้อย

แต่ก่อนที่ทั้งสามคนนั้นจะเดินไป ชายหนุ่มคนที่ชื่อ ฟูมิ ได้หันมาทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอใส่จินอย่างไม่ทราบสาเหตุ

อ๊ายยย!!! นายเห็นเหมือนที่ฉันเห็นไหม มาโคโตะ มันเหมือนกับฉากเลิฟซีนที่พระเอกวิ่งเข้าไปช่วยนางเอกอย่างไรอย่างนะ โอ๊ย!!!” เทนตะทำเสียงกวนโอ๊ยขึ้นก่อนจะถูกอากิโนะกับเรย์กะหยิกเข้าที่สีข้าง

เงียบไปเลยเทนตะ เป็นอะไรไหมจิน อากิโนะแยกเขี้ยวใส่เทนตะก่อนจะหันมามองจินที่เพิ่งเดินเข้ามา

ไม่เป็นไร ว่าแต่รู้จักคนนั้นไหม จินหันไปมองชายหนุ่มที่เดินตามไอริส

รู้จักสิ เขาค่อนข้างดังเลยนะ เป็นรุ่นพี่คณะนายด้วยนี่ เหมือนจะอยู่ ปี 2 ชื่อว่า ฟูมิ อากิโนะตอบอย่างรวดเร็ว

อย่างนั้นหรอกเหรอ จินพยักหน้ารับทราบก่อนจะคิดอะไรบางอย่างในใจ

 

รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนหรือเปล่า ว่าแต่คนอะไรจะหน้าตาเย่อหยิ่งได้ขนาดนั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,434 ความคิดเห็น

  1. #1337 ราตรีสีรุ้ง (จากตอนที่ 169)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 14:43
    ม่อหญิงอีกแล้ววว
    #1,337
    0